สายตาคมกริบเย็นะเืของเถาอี้เฉินที่จ้องมองมา ทำให้หัวใจของชูชิงเต้นระรัวด้วยความประหม่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความกล้าพอที่จะไม่โยนความผิดให้เพื่อน
"ไม่ใช่หรอกค่ะ นี่เป็ความคิดของหนูเอง หนูใช้เื่โสมมาบีบบังคับให้พี่กู้เฉียนต้องยอมร่วมมือ หนูยอมรับค่ะว่าหนูอยากได้น้ำตาของคุณสักหยดจริงๆ"
ลูกผู้ชายอย่างกู้เฉียนมีหรือจะทนเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ รับหน้าแทน "อี้เฉิน ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เกี่ยวกับชูชิง นายเลิกจ้องเธอด้วยสายตาน่ากลัวแบบนั้นซะที เดี๋ยวเด็กมันก็ขวัญหนีดีฝ่อกันพอดี"
เถาอี้เฉินตวาดเสียงเรียบ "กู้เฉียน หุบปาก... ชูชิง พูดต่อสิ"
ชูชิงยืนห่างจากเขาหนึ่งเมตร ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา "จะ... จะให้พูดอะไรต่อคะ?"
เถาอี้เฉินลุกขึ้นจากม้านั่งหิน จู่ๆ ก็สาวเท้าก้าวเข้ามาหาเธอ
สัญชาตญาณสั่งให้ชูชิงถอยหนี เธอขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เถาอี้เฉินรุกคืบเข้ามาอีกก้าว ชูชิงก็ถอยหนีไปอีกก้าว
คนหนึ่งรุก คนหนึ่งรับ สลับกันไปมาจนกระทั่ง...
"ระวังธรณีประตู" เสียงะโเตือนของกู้เฉียนดังขึ้น
แต่ช้าไปเสียแล้ว ส้นเท้าของชูชิงสะดุดเข้ากับธรณีประตูห้องโถงอย่างจัง ร่างเล็กหงายหลังทำท่าจะล้มตึง
เดิมทีเถาอี้เฉินแค่อยากจะแกล้งสั่งสอนแม่เด็กแสบคนนี้สักหน่อย ถือเป็ "ของขวัญตอบแทน" พิเศษจากเขา แต่ในวินาทีวิกฤตนั้น ร่างกายกลับตอบสนองไวกว่าความคิด มือหนายื่นออกไปคว้าท่อนแขนเรียวของชูชิงไว้โดยสัญชาตญาณ
แรงดึงนั้นช่วยให้ชูชิงทรงตัวยืนหยัดอยู่ได้ แม้ใจจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่เธอกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า
ความทรงจำในชาติก่อนย้ำเตือนเสมอว่า เถาอี้เฉินเป็ผู้ชายประเภทถือตัว ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิง และไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือใครพร่ำเพรื่อ
แต่วันนี้... เขากลับช่วยเธอ?
ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร กู้เฉียนก็พุ่งเข้ามาอย่างไวว่อง "ชูชิง ไม่เป็ไรใช่ไหม? เมื่อกี้พี่ใจหายวาบเลย เกือบไปแล้วไหมล่ะ... รีบขอบคุณอี้เฉินเร็วเข้า"
สายตาของกู้เฉียนจ้องเป๋งไปที่มือของเพื่อนรัก... ที่ตอนนี้ยังคงกำรอบแขนของชูชิงไว้แน่น
เถาอี้เฉินรู้ตัว รีบชักมือกลับทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชูชิงที่ยังขวัญเสียโพล่งออกไป "ทำไมต้องขอบคุณด้วยคะ? ก็ถ้าเขาไม่เดินต้อนหนูเข้ามาแบบนั้น หนูจะสะดุดล้มไหมเล่า?"
พูดจบเธอก็แทบอยากตบปากตัวเอง... ลืมไปสนิทว่าต้องทำดีสู้เสือเพื่อเอาน้ำตาเขามาให้ได้
บรรยากาศกำลังมาคุ จู่ๆ ชูเฉียนน้องสาวตัวน้อยที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ก็เดินออกมา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มไร้เดียงสา
"พี่ชิงชิง... อย่าโกรธพี่ชายเขาเลยนะ เขาแค่แกล้งพี่เล่นเฉยๆ... ที่แกล้งก็เพราะเขาชอบพี่ไง เมื่อก่อนหนูเห็นพ่อแกล้งแม่แบบนี้บ่อยๆ พ่อบอกว่ารักหรอกจึงหยอกเล่น"
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยกลับมีอานุภาพรุนแรงดั่งะเินิวเคลียร์ ตูม กลางใจเถาอี้เฉิน
ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเ็าเสมอ ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูทันที
กู้เฉียนมองเพื่อนสลับกับมองชูชิง พลันนึกถึงเื่ที่ชูชิงพยายามจะเอาน้ำตาอี้เฉิน และเมื่อกี้ที่อี้เฉินยื่นมือไปช่วย... เขาก็พลันบรรลุสัจธรรมบางอย่าง
หรือว่า... สองคนนี้จะเป็คู่สร้างคู่สม? แค่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัว ต้องรอให้ชูชิงโตเป็สาวกว่านี้ บางทีเธออาจจะได้เป็สะใภ้ตระกูลเถาก็ได้ใครจะรู้
ชูชิงผู้ผ่านโลกมาสองชาติย่อมไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเถาอี้เฉินจะมาพิศวาส เธอรีบแก้ต่างแทนน้องสาว "เฉียนเฉียน อย่ามั่วสิลูก ดูสิ พี่เถาอี้เฉินเขาโกรธจนหน้าแดงไปหมดแล้ว"
เถาอี้เฉินตวัดสายตาขวับมามองชูชิง ราวกับจะบอกว่า 'ใครโกรธ? ฉันอายต่างหาก'
ชูเฉียนเอียงคอมองพี่ชายตัวสูงแล้วพูดต่อ "พี่ชายคะ... หน้าพี่แดงแจ๋เหมือนลูกตำลึงสุกเลย ดูน่ารักจัง"
ดาบสองซ้ำแผลเดิม คราวนี้เถาอี้เฉินไปต่อไม่ถูก เขาเม้มปากแน่น ไม่พูดพร่ำทำเพลง หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีออกไปดื้อๆ
"เฮ้ย อี้เฉิน รอด้วย" กู้เฉียนรีบวิ่งตามไป
ชูชิงยืนงงอยู่กับที่ ถอนหายใจเฮือก... คนหนีไปแล้ว แรงกดดันหายไป แต่ภารกิจล่าธาตุอาหารก็ล้มเหลวด้วย
"เฉียนเฉียน ไปวิ่งเล่นในสวนก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งพี่กู้เฉียนหน้าบ้านแป๊บหนึ่ง"
น้องสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย วิ่งไปนับลูกองุ่นใต้ซุ้ม
ชูชิงเดินทอดน่องออกไปหน้าประตูบ้าน
เสียงเจื้อยแจ้วของชูเฉียนดังแว่วมา "หนึ่ง... สอง... สาม..."
นับยังไม่ทันถึงสาม จู่ๆ ก็มีเงาร่างสูงวิ่งสวนกลับมา ชนกับชูชิงที่เดินสวนออกไปอย่างจัง
"โอ๊ะ"
ความสูงที่ต่างกันราวพ่อกับลูก ชูชิงสูงไม่ถึงไหล่เขาด้วยซ้ำ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่เซถอยหลังไปคนละก้าว
ในสายตาคนนอกอย่างชูเฉียน ภาพนั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูพิลึก
หัวใจของเถาอี้เฉินเต้นรัวแรงผิดจังหวะ เขาไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปอีกรอบ
ชูชิงะโไล่หลัง "นี่ เถาอี้เฉิน จะวิ่งหนีไปไหนฮะ"
จังหวะนั้น กู้เฉียนที่วิ่งตามมาทีหลังก็โผล่มา เกาหัวแกรกๆ "อ้าว? เมื่อกี้อี้เฉินมันไม่ได้วิ่งกลับมาหาถุงหอมเหรอ? แล้วไหงวิ่งหนีไปเฉยเลย?"
"ถุงหอม? สำคัญมากเหรอคะ?" ชูชิงถาม
"สำคัญสิ นั่นเป็ของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่แม่เขาทิ้งไว้ให้ สำคัญไหมล่ะ?"
สายตาของชูชิงเหลือบไปเห็นวัตถุสีแดงเล็กๆ ตกอยู่ที่ธรณีประตู...
เธอเดินไปหยิบมันขึ้นมา
ถุงหอมขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก ด้านหนึ่งปักลายดอกทานตะวันสามดอก อีกด้านเรียบสนิท
กู้เฉียนชะโงกหน้ามาดู "ใช่ๆ อันนี้แหละ เท่าที่ฉันรู้ อี้เฉินพกติดตัวไว้ตลอดั้แ่เด็กไม่เคยห่างกาย..."
มุมปากของชูชิงยกขึ้น... มีของประกันอยู่ในมือแล้ว ยังจะต้องกลัวเถาอี้เฉินหนีอีกเหรอ?
"พี่กู้เฉียน รบกวนไปบอกเขาหน่อยสิคะ ว่าถุงหอมอยู่ที่หนู ถ้าอยากได้คืน ให้มารับด้วยตัวเอง"
ถึงตอนนั้น ค่อยยื่นเงื่อนไขบีบน้ำตาสักหยดแลกกับของสำคัญ...
"ได้เลย เดี๋ยวพี่ไปตามมันกลับมา ชูชิงเก็บรักษาไว้ดีๆ นะ นี่คือ 'ความผูกพันเพียงหนึ่งเดียว' ที่อี้เฉินมีต่อแม่ของเขาเชียวนะ"
คำว่า 'ความผูกพันเพียงหนึ่งเดียว' ทำเอาชูชิงใจกระตุก...
ถ้าเอาของดูต่างหน้าแม่มาต่อรองผลประโยชน์ มันจะดูโหดร้ายกับเขาเกินไปหน่อยไหม?
"ช่างเถอะค่ะ... เอาไปเถอะ พี่เอาไปคืนเขาดีกว่า" ชูชิงยื่นถุงหอมให้กู้เฉียน
ภารกิจล่าธาตุอาหาร... ช่างมันเถอะ
ถึงอยากได้น้ำตาเขาแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อยากเป็คนใจดำทำร้ายจิตใจใครถึงขนาดนั้น บางทีถุงหอมใบนี้อาจจะเป็จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของเขาก็ได้
กู้เฉียนรับถุงหอมมาประคองไว้อย่างระมัดระวัง "โอเค เดี๋ยวพี่รีบเอาไปให้มันก่อน"
"เดี๋ยวก่อนพี่..." ชูชิงรั้งไว้ "แม่ของเถาอี้เฉิน... เสียไปแล้วเหรอคะ?"
แววตาขี้เล่นของกู้เฉียนหม่นลงวูบหนึ่ง "ก็... เรียกว่าเสียไปแล้วก็ได้มั้ง เื่นี้มันพูดยาก เป็แผลในใจที่อี้เฉินไม่อยากแตะต้อง พี่คงเล่าอะไรมากไม่ได้"
พูดจบเขาก็รีบวิ่งตามเพื่อนไป
ชูชิงมองตามหลังไปด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้จักแต่เถาอี้เฉินผู้โเี้ แต่ไม่เคยรู้เื้ัครอบครัวเขาเลย ความสงสารวูบหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจ
...
สิบนาทีต่อมา ที่ตีนเขาซิน กู้เฉียนวิ่งตามเถาอี้เฉินทันและยื่นถุงหอมคืนให้
"อ่ะ... ชูชิงเจอตกอยู่ที่ประตู เธอฝากเอามาคืนนาย"
เถาอี้เฉินรีบคว้าถุงหอมไปลูบไล้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะยัดใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแทน
"กู้เฉียน... ขอยืมเข็มกับด้ายหน่อย ฉันจะเย็บกระเป๋ากางเกง" เขาพึมพำ กระเป๋าข้างซ้ายมันขาด ของถึงได้ร่วงหาย
กู้เฉียนทำหน้าจริงจัง "จะมายืมอะไรแถวนี้ กลับไปเย็บที่บ้านยายชูชิงสิ ถือโอกาสกินข้าวเที่ยงด้วยเลย จะได้ไปขอบคุณผู้ใหญ่ให้มันจบๆ เื่ ภารกิจปู่นายจะได้เสร็จสมบูรณ์ไง"
เถาอี้เฉินทำหน้าลำบากใจ หูยังแดงไม่หาย "เมื่อกี้ฉันวิ่งชนยัยนั่นเต็มๆ... ไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแล้ว..."
กู้เฉียนตบไหล่เพื่อนปุๆ "คิดมากน่า น้องมันเพิ่งสิบกว่าขวบ เด็กมันไม่คิดลึกหรอก... หรือว่านายคิด? นี่อย่าบอกนะว่านายกำลังมีความรักครั้งแรก?"
