จวลสกุลหงวุ่นวาย
ทุกคนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและเริ่มงานประจำวันของตน ไม่มีใครจำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้เลยแม้แต่น้อย
สาวใช้มาถึงหน้าห้องของฮูหยินหง เคาะประตูเบา ๆ แล้วถามว่า “ฮูหยิน ถึงเวลาอาบน้ำแต่งตัวแล้วเ้าค่ะ”
แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในเหมือนโยนหินลงในทะเล สาวใช้จึงเอ่ยถามอีกครั้ง “ฮูหยิน? ท่านตื่นหรือยังเ้าคะ”
ภายในห้องยังคงเงียบกริบ นางเริ่มรู้สึกเคลือบแคลงใจ จึงหันไปถามบ่าวชายสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูว่า “เมื่อคืนนี้เกิดเื่ผิดปกติอะไรขึ้นในห้องฮูหยินหรือไม่”
บ่าวชายทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่ายหน้าลนลาน บอกว่าเมื่อคืนไม่ได้ยินอะไรเลย
สาวใช้คิดในใจ ‘หรือว่าวันนี้ฮูหยินจะตื่นสาย?’
หากเป็เช่นนั้นจริง ๆ นางก็ว่าจะรออีกสักพักแล้วค่อยมาปลุก แต่พอคิดอีกที ฮูหยินหงขึ้นชื่อเื่รักสวยรักงามในเมืองัทมิฬ นางยืนกรานที่จะตื่นเช้าทุกวันเพื่อไปแช่ตัวในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรักษาผิวพรรณให้ขาวเนียนเหมือนหญิงสาวอยู่ตลอด
เว้นแต่ว่าป่วยไข้ ไม่เช่นนั้นนิสัยนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะมันจะมั่นคงราวกับขุนเขาตราบชั่วฟ้าดินสลาย
ดังนั้นนางจึงถามผ่านประตูไปอีกครั้ง “ฮูหยิน ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่เ้าคะ”
ภายในห้องยังคงเงียบกริบ สาวใช้เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนัก จึงยกมือขึ้นเตรียมจะผลักประตูเข้าไป
แต่มือยังไม่ทันได้ััประตู บานประตูก็เปิดออก ฮูหยินหงใช้มือทั้งสองข้างประคองศีรษะเอาไว้ บนคอพันผ้าพันคอปักลายดอกไม้สีขาว เธอกล่าวว่า “ข้าไม่เป็อะไร”
‘อากาศร้อนขนาดนี้ยังพันผ้าพันคออีกหรือ’ สาวใช้เห็นท่าทางแปลก ๆ ของฮูหยิน จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใยว่า “ฮูหยิน ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่เ้าคะ”
ฮูหยินหงตอบ “เมื่อคืนข้านอนตกหมอน”
“อ้อ!” สาวใช้เข้าใจในทันที เอ่ยกับฮูหยินว่า “เช่นนั้นข้าจะไปตามหมอมาให้ ท่านเตรียมตัวอาบน้ำได้เลยเ้าค่ะ”
“วันนี้ไม่ต้องแล้ว วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อนสักหน่อย” ฮูหยินหงกล่าวต่อว่า “เ้าไม่ต้องไปตามหมอแล้ว ช่วยไปเชิญคุณชายน้อยมาพบข้าก่อน”
หลังจากพูดจบ นางก็ใช้เท้าถีบประตูปิดดังปัง สาวใช้พลันสะดุ้งกับเสียงดังราวฟ้าผ่า แล้วรีบไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบ
หลังจากปิดประตูแล้ว ฮูหยินหงที่เก็บสีหน้าเรียบเฉยก็ยังคงใช้มือทั้งสองข้างประคองศีรษะอยู่เช่นเดิม นางก้าวโงนเงนไปทางไป๋เสียที่อยู่ในห้อง เมื่อมาถึงตรงหน้าไป๋เสีย เขาก็ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ยาพิษหุ่นเชิดที่ข้าคิดค้นขึ้นใช้ได้ผลดีใช่หรือไม่ เพียงเท่านี้ก็จัดการนางนั่นได้แล้ว”
เขาพูดอย่างภาคภูมิใจ “เ้าดูสีหน้านางสิ! ตุ๊กตาที่สร้างจากยาที่ทำขึ้นมาไม่มีทางเทียบกับนางได้เลย ไม่เพียงแต่สามารถตอบโต้ได้เหมือนคนจริง ๆ เท่านั้น แต่ยังปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อนได้อีกด้วย”
ท่าทางตื่นเต้นของเขาดูราวกับเด็กที่กำลังอวดของเล่นชิ้นใหม่ แต่ลู่เต้ากลับไม่รู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิดกับเถ้าแก่แผงขายน้ำชาทำให้เขาอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อชดเชยให้กับครอบครัวของเขา ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่ใช่เพราะเขาที่ยืนกรานจะปลิดชีพตัวเองเพื่อเปลี่ยนแปลงอดีต เถ้าแก่ก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้
ไป๋เสียพูดกับอากาศอยู่คนเดียวครู่หนึ่ง ก็รู้ตัวว่าลู่เต้ากำลังเหม่อลอย ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่คำเดียว เขาจึงทำได้เพียงแค่นเสียงอย่างเ็า “ช่างเป็คนโลเลไม่เอาไหนเสียจริง!”
“อืม…” ลู่เต้านั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลางครุ่นคิดอย่างหนัก “ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยเหลือแม่ลูกคู่นั้นแล้วจริงๆ หรือ”
“ข้าจนปัญญากับเ้าจริงๆ” ไป๋เสียถอนหายใจ “เื่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองก็แล้วกัน”
ลู่เต้าดีใจ แต่ความยินดีนั้นก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว เขามองไป๋เสียอย่างเคลือบแคลงใจ และพูดจาเลียนแบบไป๋เสีย “อย่าบอกว่าเ้าจะใช้วิธี ‘ข้าส่งแม่ลูกคู่นั้นลงไปอยู่ด้วยกัน พวกเขาจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เหอๆๆๆ!’ แบบนี้นะ”
“ข้าหัวเราะ ‘เหอๆ!’ เมื่อใดกัน” ไป๋เสียแย้ง “ข้ามีวิธีทำให้แม่ลูกคู่นั้นไม่ต้องลำบากเื่อาหารการกินไปชั่วชีวิต!”
“จริงหรือ” ลู่เต้าดีใจขึ้นมาทันที แต่พอนึกขึ้นได้ก็รู้สึกหดหู่ใจ “อย่ามาล้อเล่นน่า เงินที่มีอยู่ตอนนี้ แค่พวกเรายังต้องใช้สอยประหยัดๆ ด้วยซ้ำ แล้วจะไปรับประกันว่าพวกเขาไม่ต้องลำบากได้เช่นไร”
ในเวลานี้ก็มีเสียงดังมาจากนอกประตู
“ท่านแม่ ข้ามาแล้วขอรับ” หงฝูเอ่ยอย่างนอบน้อม
ไป๋เสียแสยะยิ้ม ก่อนจะหายวับไปปรากฏเบื้องหน้าลู่เต้าในพริบตา เขาสะบัดมือเบาๆ นางหงผู้เป็ฮูหยินเอกก็กล่าวออกมาอย่างว่าง่าย “เชิญเข้ามา แล้วปิดประตูด้วย”
“ได้ขอรับ” หงฝูไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้คิดจะเล่นละครอะไรก็ผลักประตูเข้าไป ก่อนจะหันหลังกลับมาปิดประตู จากนั้นก็เดินตรงไปยังกลางห้อง
เขาเห็นนางหงหันหลังให้ มือทั้งสองข้างประคองศีรษะเอาไว้
แม้ในใจจะสงสัยอยู่ครามครัน แต่ก็ยังเอ่ยถาม “ท่านแม่ ท่านให้ข้ามาที่นี่มีเื่อันใดหรือขอรับ”
“ข้าเป็คนสั่งให้นางเรียกเ้ามาต่างหาก” จู่ๆ ไป๋เสียก็เอ่ยขึ้น
หงฝูเพิ่งสังเกตเห็นอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ในเงามืด เขาพลันตัวสั่นระริก และเอ่ยถามทันที “ทะ...ท่านผู้มีพระคุณ ท่านมาอยู่ที่ห้องของท่านแม่ข้าได้อย่างไร หรือว่า...พวกท่านร่วมมือกัน?”
ยิ่งพูด หงฝูก็ยิ่งหวาดกลัว เขาเกรงว่าผู้มีพระคุณที่เพิ่งได้มาผู้นี้จะหันไปเข้าข้างนางหง หากคนทั้งสองร่วมมือกัน นับว่าเป็สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เขาจะจินตนาการได้
หากเป็เช่นนั้นจริง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่แย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล ชีวิตของสองพี่น้องก็คงไม่รอดแล้ว
ไป๋เสียแค่นเสียงเ็า สะบัดแขนเสื้อเบาๆ มือทั้งสองข้างของนางหงก็ตกลงข้างลำตัว กระดูกคอที่หักมิสามารถรับน้ำหนักศีรษะได้อีกต่อไป พลันร่วงหล่นลงบนบ่าข้างซ้าย
“อ๊ากกกก!” หงฝูตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนพูดไม่ออก
ไป๋เสียเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ยังจำที่เ้าเคยพูดในห้องอาบน้ำว่า้าวางแผนแย่งชิงอำนาจหรือไม่ วิธีนั้นมันยุ่งยากเกินไป ข้าจัดการให้เ้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นางเป็เพียงหุ่นเชิดไร้จิติญญา บังคับให้ทำอะไรก็ย่อมได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงฝูก็ดีใจยิ่งนัก แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้ “แต่นางสารเลวผู้นี้แอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับเจี่ยเหยียนอันหัวหน้าองครักษ์สกุลหง พวกมันย่อมไม่ยอมจบเื่นี้แน่”
“อ้อ” ไป๋เสียกล่าวด้วยใบหน้าไม่แยแส “ตอนนี้เ้าคนนั้นนอนอยู่ตรงเท้าเ้าแล้ว”
หงฝูก้มลงมอง ก็พบศพที่แสนจะอัปลักษณ์นอนอยู่ใต้โต๊ะ เขาใจนต้องรีบะโหนี ดวงตาที่เบิกโพลงของเจี่ยเหยียนอันราวกับกำลังร้องบอกถึงความไม่ยินยอม
เนื่องจากเจี่ยเหยียนอันไม่ได้สวมหน้ากากสัมฤทธิ์ ใบหน้าจึงดูบิดเบี้ยว หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ หงฝูคงจำใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวนี้ไม่ได้
ที่แท้เขาปลอมตัวมาโดยตลอด ใบหน้าแท้จริงยังน่าเกลียดถึงเพียงนี้! หงฝูบีบใบหน้าอ้วนๆ ของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อพลางเอ่ยถาม “ข้ากำลังฝันไปหรือเปล่าเนี่ย”
ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะคิดเช่นนั้น เพราะเมื่อคืนเขายังคงกลัดกลุ้มกับเื่แย่งชิงอำนาจอยู่ ใครจะคิดว่าตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ปัญหาทุกอย่างกลับคลี่คลายไปเอง
ทว่าเขายังไม่ทันได้ดีใจ ไป๋เสียก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แน่นอน สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ได้มาเปล่าๆ”
หงฝูรีบประสานมือคารวะด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ท่านผู้มีพระคุณ โปรดรับปากข้าเถอะ! สิ่งที่ท่านทำให้พี่น้องข้าสองคน ขอเพียงข้าทำได้ แม้จะต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็ยอม!”
“ไม่ต้องถึงเพียงนั้น” ไป๋เสียกล่าว “มีร้านน้ำชาอยู่ร้านหนึ่งในเมือง เ้าของร้านถูกทำร้ายจนเสียชีวิตเมื่อเช้านี้ ทิ้งหนี้สินจากโรงรับจำนำไว้มากมาย ภรรยาและบุตรอีกสองคนก็ไร้คนดูแล เ้าเพียงแค่ยกหนี้สินให้พวกเขา และสัญญาว่าจะดูแลแม่ลูกคู่นั้นอย่างดี นับจากนี้ไปพวกเราก็จบกัน”
“ง่ายๆ แค่นี้เองหรือขอรับ”
ไป๋เสียไม่ตอบ เพียงพยักหน้าให้เขา
ในตอนแรกหงฝูแทบไม่อยากเชื่อ เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะรีดไถเงินทองจำนวนมากเสียอีก
ทันใดนั้นเขาก็ถอนหายใจ เขาช่างใจแคบย่งนัก คิดอกุศลกับคนอื่น ไป๋เสียเป็ถึงจอมยุทธ์ ช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังผลตอบแทน ภาพลักษณ์เฮยเจิ้งในใจของหงฝูตอนนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาก
“ไม่มีปัญหา! ข้าจะให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้!” หงฝูตอบตกลงทันที แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ “แต่ทำไมต้องเป็แม่ลูกคู่นั้นด้วยเล่า”
“จะว่าไปแล้ว สกุลหงเป็หนี้บุญคุณครอบครัวของพวกเขา”
ถึงแม้หงฝูจะไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดใจผู้มีพระคุณ จึงพยักหน้าตกลง
“ไม่ต้องเปลืองแรงอะไร ก็แย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลกลับมาได้ ชีวิตข้าช่างโชคดีเสียจริง!” หงฝูกล่าวด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น
ไป๋เสียหรี่ตามองพลางแย้มยิ้ม “ไม่เพียงแต่รอดพ้นจากความตาย ยังได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลมาอีก ดูเหมือนว่าเ้าจะมี ‘โชค’ ไม่ธรรมดาติดตัวมาด้วย”
“โชคหรือขอรับ โชคคืออะไร”
ไป๋เสียเพียงยิ้มโดยไม่ตอบ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูด หงฝูที่ได้ประโยชน์มามากแล้วจึงไม่ซักไซ้อีก
สุดท้ายคนทั้งสองตกลงกันว่าจะจัดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ เพื่อบังคับให้นางหงประกาศสละตำแหน่งต่อหน้าทุกคน และให้หงฝูขึ้นเป็ผู้นำตระกูลคนใหม่ ส่วนศพของเจี่ยเหยียนอันนั้น หงฝูจะให้คนมาจัดการในตอนกลางคืนแทน
