เสิ่นอิ๋นหวนเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “แม่ผิดเอง ผิดที่ตอนนั้นแม่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินของครอบครัวเราให้ดี มันถึงได้ตกไปอยู่กับผู้อื่นแบบนี้”
หลี่อันหรานในตอนนี้โมโหทั้งเหอชุนฮวาทั้งนางฉาง นางคาดไม่ถึงว่าท่านย่าจะเข้าข้างและตามใจเหอชุนฮวาขนาดนี้
แต่ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้ความเป็อยู่ของบ้านใหญ่กับบ้านรองดีกว่าพวกนางกันล่ะ ท่านย่าคงเข้าข้างเพราะมีเหตุผล ต้องอย่าลืมว่านางฉางต้องหวังพึ่งให้บ้านใหญ่กับบ้านรองเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าและจัดงานศพให้ ต่างกับบ้านสามที่ลูกชายของนางจากโลกนี้ไปแล้ว ซ้ำร้ายยังยากจนข้นแค้น จะไม่เข้าข้างสะใภ้ม่ายกับหลานกำพร้าแบบพวกนางก็ไม่แปลก
หลี่อันหรานใจแข็งไม่พอที่จะเห็นเสิ่นอิ๋นหวนร้องไห้ นางรู้นิสัยของแม่ตัวเองดี ถึงแม้เสิ่นอิ๋นหวนจะอ่อนแอแต่ก็ทุ่มเทเพื่อพวกนางมาก
“พอแล้วเ้าค่ะท่านแม่ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ข้าจะจัดการเื่นี้เอง ต่อแต่นี้ข้าจะเป็ผู้ตัดสินใจและรับผิดชอบทุกอย่างภายในบ้านเองเ้าค่ะ”
เสิ่นอิ๋นหวนต้องเป็ห่วงลูกสาวตัวเองอยู่แล้ว ถึงกระนั้น ตัวหลี่อันหรานในตอนนี้ก็ไม่ได้ขี้ขลาดเฉกเช่นอดีต นางจึงเริ่มค่อยๆ เข้าใจความเข้มแข็งของลูกสาวขึ้นทุกวัน
เสิ่นอิ๋นหวนพยักหน้า “เช่นนั้นเ้าจะทำอย่างไรกับเื่นี้?”
หลี่อันหรานหรี่ตาครุ่นคิด “ในเมื่อท่านย่าไม่อาจมอบความยุติธรรมให้เราได้ เช่นนั้นข้าจะไปหาถิงจั่ง ข้าไม่เชื่อว่าพวกเราจะทวงที่ดินซึ่งเป็ของตัวเองอยู่แล้วกลับคืนมาไม่ได้”
อึดใจหนึ่ง นางจึงเสริมเพิ่มเพราะกลัวว่าเสิ่นอิ๋นหวนจะเป็ห่วง “ท่านแม่ ท่านทำงานของท่านเถิด ยกเื่นี้ให้ข้าจัดการเอง” สิ้นเสียง นางก็ลุกเดินออกไปทันที นางรู้สึกหิวเล็กน้อย ่กลางวันทำงานมาทั้งวัน ตกกลางคืนยังต้องไปโต้เถียงกับคนพวกนั้นอีก ตอนนี้ต้องกินอาหารเพิ่มพลังสักหน่อย
เช้าวันต่อมา หลี่อันหรานมุ่งตรงเข้าสู่เมืองโดยให้ท่านลุงจางขับรถม้านำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปส่ง
นางให้ท่านลุงจางพาไปจัดซื้อวัตถุดิบส่วนหนึ่งกลับมาด้วย พร้อมกันนั้นยังซื้อผ้าหนึ่งพับกับของกินจำนวนหนึ่ง ระหว่างเดินทางกลับ ท่านลุงจางขับรถม้าไปด้วย ยิ้มซื่อๆ ไปด้วยว่า “เ้าช่างเป็เด็กกตัญญูยิ่งนัก วันก่อนเพิ่งซื้อผ้าแพรกลับไปให้แม่ตัดเสื้อผ้า วันนี้ก็ซื้อเพิ่มอีกแล้ว”
เขาพูดพลางชำเลืองตามองผ้าแพรสีสันสวยงามพับนั้น
หลี่อันหรานเผยยิ้ม “นี่ไม่ใช่ของท่านแม่เ้าค่ะ เป็ของคนอื่น”
เมื่อใกล้จะถึงหมู่บ้าน หลี่อันหรานพลันเอ่ยขึ้นว่า “ยังไม่ต้องกลับบ้านเ้าค่ะ ท่านพาข้าไปบ้านถิงจั่งก่อน”
ท่านลุงจางแปลกใจเล็กน้อย เขาจึงเลี้ยวม้าไปด้วย ถามไปด้วย “จะไปทำอันใดที่นั่น?” จากนั้นคล้ายกับว่าตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นได้ “หรือว่าเ้าซื้อของพวกนี้ให้ถิงจั่ง?”
“ท่านลุงจางห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาดนะเ้าคะ” หลี่อันหรานค่อนข้างเชื่อใจในท่านลุงจาง เขาเป็คนซื่อตรง ปกติแล้วคอยดูแลครอบครัวนางเช่นกัน นอกจากนี้เขาก็ทำงานกับนาง ในเมื่อรับเงินจากนางแล้วก็ย่อมไม่ควรปากสว่าง
“เ้าวางใจได้ ข้าจะจอดรถม้ารอเ้าอยู่ข้างนอก จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”
หลี่อันหรานพยักหน้า หลังจากที่ท่านลุงจางจอดรถม้าหน้าบ้านถิงจั่งแล้วจึงค่อยนำผ้าพับนั้นกับของกินจำนวนหนึ่งเดินเข้าบ้านถิงจั่งไป
ภาพเหตุการณ์นี้ถูกเพื่อนบ้านรอบข้างเห็นเข้า ทุกคนเริ่มซุบซิบกันทันที
ภรรยาของถิงจั่งดีใจจนเนื้อเต้น นางเอาแต่ลูบไล้ผ้าเนื้อดีในมือ ส่วนหลี่อันหรานนำขนมกับผลไม้ที่ซื้อจากในเมืองออกมาวางไว้บนโต๊ะ
“ข้ากังวลว่าซื้อมาแล้วท่านจะไม่ชอบเสียอีกเ้าค่ะ”
“เอาอันใดมาพูด ผ้าเนื้อดีขนาดนี้ ผู้ใดจะไม่ชอบกัน?” ภรรยาของถิงจั่งตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
หลังจากนั้นหลี่อันหรานค่อยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ที่บ้านยังมีงานต้องทำ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
ครั้นได้ยินดังนั้น ภรรยาของถิงจั่งถึงกับเดินออกไปส่งด้วยตัวเองอย่างกระตือรือร้น “เ้านั่งรถม้ามาหรือ ยามนี้ครอบครัวเ้าร่ำรวยแล้ว ไม่เป็สองรองผู้ใดในหมู่บ้าน”
หลี่อันหรานเผยยิ้มจางๆ “ถึงแม้พวกข้าจะสุขสบายอย่างไรก็ต้องให้ท่านถิงจั่งช่วยเหลืออยู่ดี คงต้องรบกวนเื่นั้นแล้วนะเ้าคะ”
ภรรยาของถิงจั่งยิ้มตอบ “ไม่ต้องห่วงๆ รอไว้เขากลับมาแล้วข้าจะบอกให้เขาจัดการทันที นี่ไม่ใช่เื่ยุ่งยากอะไรสักหน่อย เดิมทีนั่นก็เป็ที่ดินของครอบครัวเ้า พวกเขาไม่มีสิทธิ์มายึดครองเป็ของตัวเอง”
หลี่อันหรานได้ยินแบบนี้ก็เบาใจขึ้นหลายส่วน ดูแล้วของมากมายพวกนี้จะไม่เสียของเปล่า จากนั้นค่อยขึ้นรถม้าตรงกลับบ้านตัวเอง
ระหว่างเดินทางกลับ ท่านลุงจางอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “เ้าบอกว่าห้ามให้ผู้ใดรู้มิใช่หรือ แต่นี่พวกเราไม่ต่างกับกำลังโอ้อวดนะ”
หลี่อันหรานยิ้มเล็กๆ “ท่านลุงทำตามที่ข้าว่าก็พอเ้าค่ะ” นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างถิงจั่งกับสกุลหลี่เป็อย่างไร ซ้ำยังรู้ด้วยว่าที่ผ่านมา เหอชุนฮวาคอยนำสิ่งของมามอบให้ถิงจั่งไม่น้อย
นางกังวลว่าภรรยาของถิงจั่งรับของไปแล้วจะไม่ทำตามที่พูด ด้วยเหตุนี้จึงเลือกมาอย่างเปิดเผย เช่นนี้ถิงจั่งจะได้ไม่มีทางให้ถอย
หลังจากนั้นไม่นาน พอถิงจั่งกลับบ้านมาเห็นขนมบนโต๊ะกับผ้าในมือภรรยาก็สังหรณ์ใจไม่ดี “ของพวกนี้มาจากที่ใด?”
กระนั้นภรรยาของเขาก็ไม่ตอบ นางยกผ้าขึ้นแนบข้างแก้มด้วยรอยยิ้มชื่นมื่นพลางว่า “ไม่รู้ว่าหากนำผ้าเนื้อดีขนาดนี้มาตัดเสื้อผ้าจะเป็อย่างไร ท่านเคยเห็นหรือไม่ว่ามีผู้ใดในหมู่บ้านเราใช้ผ้าที่แพงปานนี้”
ถิงจั่งผู้นี้พอจะเคยเห็นโลกกว้างมาบ้าง เขาขมวดคิ้วยับย่น “ข้าถามว่าของพวกนี้มาจากที่ใด? ผู้ใดให้เ้ามา?”
พอถูกจี้ถาม ภรรยาถิงจั่งจึงหน้างอทันที “จะตะคอกข้าทำอันใด? ปกติแล้วท่านก็รับของจากคนในหมู่บ้าน เหตุใดข้าจะรับบ้างไม่ได้?”
ถิงจั่งผู้นี้ค่อนข้างกลัวภรรยา ท่าทีของเขาอ่อนลงเมื่อได้ยินภรรยาพูดแบบนี้ “หากมีผู้ใดนำของมาให้ก็หมายความว่ามีเื่จะฝากฝังให้ช่วยเหลือ เ้ายังไม่ทันรู้เลยว่าข้าทำได้หรือไม่ก็รับมาแล้ว หากผิดพลาดขึ้นมาจะทำเยี่ยงไร?”
ภรรยาของเขาจึงเอ่ยตอบ “งานนี้ไม่ได้ยาก วันนี้หลี่อันหรานนำของพวกนี้มาให้ข้า นาง้าทวงที่ดินสองไร่ของตัวเองคืนจากป้าสะใภ้รองของนาง เดิมทีที่ดินสองไร่นี้ก็เป็ของครอบครัวนางอยู่แล้ว นางเพียงแต่้าทวงของของตัวเองคืนมาก็เท่านั้น ไม่ใช่เื่ใหญ่หลวงอะไรสักหน่อย”
ถิงจั่งขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน “แต่นั่นเป็เื่ภายในครอบครัวผู้อื่น พวกเราจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้อย่างไร? อีกอย่างครอบครัวนางก็มีผู้าุโอยู่มิใช่หรือ? ให้ผู้าุโของพวกนางตัดสินไปสิ พวกเราเข้าไปยุ่งไม่ได้”
ภรรยาถิงจั่งเห็นสามีปฏิเสธบ่ายเบี่ยงก็ไม่พอใจทันที ส่วนหนึ่งเป็เพราะนางอยากได้ของพวกนี้มาก อีกส่วนเป็เพราะนางรู้สึกว่าไม่ใช่เื่ใหญ่ พูดเพียงไม่กี่คำก็น่าจะจัดการได้แล้ว “ท่านรับผลประโยชน์มาจากครอบครัวพวกเขาแล้วใช่หรือไม่? เื่แค่นี้จัดการได้ภายในคำพูดประโยคเดียว ไม่ว่าครอบครัวพวกนางจะมีผู้าุโหรือไม่ ในเมื่อมาขอความเหลือจากท่านก็หมายความว่าจัดการกันเองไม่ได้ อีกอย่าง มีที่นาผืนใดในหมู่บ้านไม่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านด้วยหรือ ท่านมิใช่ผู้จัดเก็บภาษีหรือกระไร? จะกล่าวได้อย่างไรว่าไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง”
ภรรยาถิงจั่งยังไม่วายบ่นอุบอิบต่อ “ท่านรับผลประโยชน์จากพวกเขามาก่อนแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่ จะมีผลประโยชน์อันใดได้กัน ผู้ใดใช้ที่นาของผู้ใดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าสักหน่อย ขอแค่จ่ายภาษีครบก็พอ”
“เช่นนั้นก็ง่ายเลยมิใช่หรือ ท่านรีบไปจัดการเื่นี้ให้ข้าโดยไวเสียเถิด”
ภรรยาถิงจั่งว่าแล้วก็ถลึงตาใส่ จากนั้นนำผ้าแพรบนโต๊ะไปเก็บใส่ตู้แล้วเดินออกไปดูลูกแทน
สองวันต่อมา ภายใต้แรงกดดันจากภรรยา สุดท้ายแล้วถิงจั่งก็ต้องออกหน้าจัดการเื่นี้ด้วยตัวเอง เขาเรียกหลี่อันหราน เสิ่นอิ๋นหวน เหอชุนฮวาและ ‘หลี่จั่ง’ ผู้เป็สามีของนางมาคุยเื่นี้ที่บ้าน
