บทที่ 129 วังเทพอัคคี
ใบหน้าของลูกศิษย์เขาหนิงชุยเฟิงผู้นั้นดูแย่นัก ก่อนนี้ตอนที่อยู่เขาหนิงชุยเฟิง หากนักพรตเหล่านี้พบเจอกับเขา มีใครบ้างที่จะไม่เคารพประจบสอพลอ แต่ตอนนี้กลับถูกคนเหล่านี้เยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม ความแตกต่างที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เขาเกือบจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง และแทบที่จะอดกลั้นในการลงมือไว้ไม่อยู่
โชคดีที่เขายังรู้ตัวว่าที่นี่คือทางเข้าประตูของูเาตระกูลลู่ หากลงมือทำอะไรลงไป ต่อให้ถูกฆ่าทิ้งก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะนำมาโต้แย้งได้ จึงทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหันหลังและจากไป
แม้ว่าองครักษ์ของตระกูลลู่ที่รักษาความสงบเรียบร้อยที่นี่จะเฝ้าจับตาดูด้วยสายตาที่เ็า แต่ก็สังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่เป็มิตรของคนจากเขาหนิงชุยเฟิงผู้นี้เช่นกัน พลังลมปราณในร่างกายเดือดพล่านพร้อมที่จะเข้าปะทะทุกเมื่อ หากคนของเขาหนิงชุยเฟิงเลือกที่จะลงมือ พวกเขาก็จะฆ่าพวกคนเ่าั้ทิ้งทันที
ใน่หลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากตระกูลลู่มีความแข็งแกร่งอยู่อันดับท้ายๆ ของเจ็ดตระกูลใหญ่ ไม่ว่าจะซื้อยาอายุวัฒนะชนิดใดก็ตาม มักจะถูกเขาหนิงชุยเฟิงหาเหตุมาขัดขวาง ดังนั้นจึงหาซื้อยาอายุวัฒนะได้น้อย และต้องใช้เซียนหยกจำนวนไม่น้อย หากเทียบกับตระกูลอื่น หากบอกว่าคนในตระกูลลู่ไม่แค้นเคืองเขาหนิงชุยเฟิง ย่อมเป็ไปไม่ได้ หากมีโอกาสสั่งสอนเขาหนิงชุยเฟิงสักครั้ง พวกเขาย่อมไม่มีทางลังเลที่จะลงมืออย่างแน่นอน
แต่ต่อให้ไม่พอใจกับสิ่งเ่าั้ ทว่าผู้ที่มีของวิเศษมากพอก็ยังคงรีบร้อนนำของวิเศษที่ตัวเองมี และเดินทางมาแลกเปลี่ยนกับยาชิง์น้อยที่ตระกูลลู่อยู่ดี อย่างไรเสีย ยาชิง์น้อยก็แตกต่างจากยาอายุวัฒนะอื่นๆ อยู่ดี เพราะปริมาณของยาชิง์น้อยมีจำนวนที่จำกัด ซึ่งมีเพียงเพียงสามสิบหกเม็ดเท่านั้น มาก่อนก็ได้ก่อน แม้ว่าญาติพี่น้องและสหายของตระกูลลู่จะสามารถซื้อยาชิง์น้อยไปในราคาพิเศษได้หนึ่งเม็ดก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะชักช้า เพราะพรุ่งนี้ใครจะรู้ว่าจะยังมียาอายุวัฒนะหายากเช่นนี้มาวางขายอยู่อีกหรือไม่?
ดังนั้น เวลาไม่ถึงหนึ่งวันที่ตระกูลลู่ย้ายป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษไปที่เมืองเทียนอวิ๋น ก็ทำการแลกเปลี่ยนยาชิง์น้อยไปถึงสิบหกเม็ด ซึ่งแลกไปในปริมาณครึ่งหนึ่งแล้ว ทำให้ผู้ที่ยังหาของวิเศษไม่ครบพอที่จะนำมาแลกยาอายุวัฒนะวิตกกังวลกันอย่างหนัก
หลังฟังคำแนะนำและข้อห้ามในการกินยาอายุวัฒนะของผู้เฒ่าตระกูลลู่แล้ว จึงมีนักพรตจำนวนไม่น้อยเดินทางมาพักฟื้นร่างกายตัวเองที่ตระกูลลู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากนั้นถึงจะไปที่ห้องเงียบสงบของตระกูลลู่เพื่อกินยาชิง์น้อย แม้จะมีขั้นตอนที่ดูยุ่งยากก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อมั่นในชื่อเสียงของตระกูลลู่อย่างสุดหัวใจ อีกอย่างหลังจากกินยาอายุวัฒนะก็บรรลุผลตามที่้า ดังนั้นจึงไม่มีคำตำหนิติเตียนอะไรต่ออีก
วังเทพอัคคีในแดนใต้ถูกสร้างขึ้นในูเาไฟขนาดใหญ่ บรรพบุรุษของวังเทพอัคคีใช้เวทมนตร์อันยิ่งใหญ่เพื่อกดพลังใตู้เาไฟ และนำเข้ามาในวังเทพอัคคี จึงกลายเป็แหล่งพลังงานของข่ายอาคมค่ายกลกระบี่ต่างๆ ของวังเทพอัคคี ในขณะเดียวกันยังเป็แหล่งพลังงานอันยอดเยี่ยมสำหรับนักพรตจากวังเทพอัคคีในการฝึกฝนวิชาธาตุไฟอีกด้วย
ูเาไฟทั้งหมดมีความสูงถึงเกือบพันฉื่อ มีสีแดงใส อีกทั้งยังมีความร้อนที่แผดเผาแผ่กระจายออกมา นับเป็ูเาไฟที่ใหญ่ที่สุดในแดนใต้ทั้งหมด วังอัคคีที่สร้างขึ้นภายในูเาไฟก็มีขนาดใหญ่เช่นกัน สำนักนี้ซึ่งสืบทอดกันมานานนับพันปี หากพูดในแง่รากฐานความเป็มานั้นดี หรือไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลใหญ่ระดับสูงไม่กี่ตระกูลที่จัดอันดับอยู่ต้นๆ เลยทีเดียว
แต่ใน่พันปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ค่อยๆ ตกต่ำลง ทว่าต่อให้ตกต่ำลง ก็ยังเป็ั์ใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าดูถูกอยู่ดี
“เช่นนั้น ครั้งก่อนที่เ้าไปร่วมมือกับตระกูลเมิ่ง และเขาหนิงชุยเฟิงเพื่อไปหาเื่ตระกูลลู่หรือ? พูดอีกอย่างคือหากข้าคิดจะไปแลกยาชิง์น้อยกับตระกูลลู่สักเม็ดคงไม่มีหวังแล้ว คงต้องนั่งรอความตายอยู่ที่นี่เท่านั้นใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงที่เ็าและเข้มงวดดังมาจากส่วนลึกของวังเทพอัคคี ซึ่งมองไม่เห็นตัว แต่ได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น
จินชื่ออวิ๋น ประมุขของวังเทพอัคคีที่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่หวาดกลัวมาก จนต้องคุกเข่าลงบนพื้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มหน้าผาก พร้อมกับก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขึ้นว่า “ศิษย์ทำเื่ผิดมหันต์สมควรตาย ช่างโง่เขลานัก สมควรตายจริงๆ อาจารย์ลุงโปรดลงโทษด้วย!”
“ศิษย์น้อง ชื่ออวิ๋นเองก็คงคิดไม่ถึงเช่นกันว่าตระกูลลู่จะฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้ง อีกทั้งยังหลอมยาอายุวัฒนะที่ท้าทาย์ซึ่งสามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยปีเช่นนี้ออกมาได้ด้วย! มันไม่ใช่เพียงนั้น เพราะแม้แต่เขาเองก็คิดไม่ถึงด้วยซ้ำ! โชคดีที่ตอนนั้นเขาเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ยังไม่ได้ทำให้ตระกูลลู่โกรธเคืองจนมองหน้ากันไม่ติด หากยอมจ่ายหนักกว่านี้ย่อมน่าจะแลกยาอายุวัฒนะมาได้อยู่” จู่ๆ อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา เสียงแก่ชราฟังดูทุ้มต่ำ เห็นได้ชัดว่าต้องเป็ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งแน่ๆ
วังเทพอัคคีมีรากฐานที่หนักแน่นและมั่นคง มียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าสองคน ที่อยู่ใน่กลางของพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าทั้งสองคน ผู้เฒ่าใหญ่ทั้งสองคนนั่งประจำตำแหน่งอยู่ในวังเทพอัคคีตลอด ล้วนแล้วแต่เป็บุคคลในรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้หนึ่งมีนามว่าไป๋เหยียนซง และอีกท่านมีนามว่าหลี่เทียนหั่ว
เพราะวังเทพอัคคีฝึกฝนทักษะธาตุไฟ หลังจากลูกศิษย์จำนวนมากเข้ามาเป็ศิษย์ในสำนัก ก็จะเพิ่มคำที่มีความหมายว่าไฟเข้าไปในชื่อของตัวเอง เพื่อแสดงถึงความแตกต่าง!
คนแรกที่ตำหนิประมุขจินชื่ออวิ๋นของวังเทพอัคคี คือหลี่เทียนหั่ว ตอนนี้อยู่ใน่หัวเลี้ยวหัวต่อพลังยุทธ์่กลางสู่่ปลายขั้นเกิดเทพเ้าที่อายุขัยกำลังจะใกล้สิ้นสุด หากสามารถก้าวผ่านอุปสรรคนี้ไป และเข้าสู่่ปลายของขั้นเกิดเทพเ้าได้ ก็จะมีอายุเพิ่มขึ้นไปอีกสองร้อยปี หากเขาสามารถได้ยาชิง์ที่ยืดอายุขัยสามร้อนปีของตระกูลลู่มาอีกเม็ด เช่นนั้นเวลาห้าร้อยปีก็จะทำให้เขามีโอกาสที่จะบรรลุพลังขึ้นไปถึงขั้นหวนสู่สัจธรรมได้มากยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความหวังนี้จะพังทลายลงเสียแล้ว
“หึ สิ่งที่ข้า้าคือยาชิง์ที่สามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยปี แม้ว่ายาเชิง์น้อยนั้นก็ดี แต่สามารถยืดอายุได้เพียงร้อยปีเท่านั้น ตอนนี้อายุขัยของข้าใกล้จะหมดแล้ว หากใช้ยาชิง์น้อย กลัวว่ามันอาจจะไม่พอใช้! เ้าว่าประมุขวังอัคคีอยู่ดีไม่ว่าดี จะไปเข้าร่วมกับเขาหนิงชุยเฟิงด้วยเหตุใด? เ้าจะได้ประโยชน์มาสักเพียงไหนกัน?”
ไป๋เหยียนซงเองก็กลัดกลุ้มกับเื่นี้ไม่น้อย แต่มันก็เป็เพียงเื่ราวมันเกิดขึ้นแล้ว โทษผู้อื่นไปมันก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็พูดขึ้น “เื่นี้ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ ยาชิง์ที่ตระกูลลู่นำมาขายในครั้งนี้มีเพียงเพียงเม็ดเดียว แม้ว่าวังอัคคีของเราจะมีทรัพย์สินของตระกูลอยู่บ้าง แต่หากคิดจะนำไปเสนอขาย ย่อมยังไม่ใช่คู่แข่งของตำหนักมหาเทพและเจ็ดตระกูลใหญ่ที่เหลือ คงทำได้เพียงลองเสี่ยงดวงดู สำเร็จหรือไม่นั้น ก็คงแล้วแต่โชคชะตา หากเป็ยาชิง์น้อยของตระกูลลู่ สามารถแลกเป็แต้มสะสมได้ แม้ว่าตระกูลลู่จะทำให้ลำบากใจอยู่บ้าง หากคนที่เราส่งตัวไปมีกิริยาท่าทีที่ดี เสนอสิทธิประโยชน์มากเพื่อให้ตระกูลลู่พอใจ และแสดงท่าทีตอบรับอีกครั้ง คิดว่าตระกูลลู่คงยอมปล่อยวางเื่ที่กัดลงได้”
เมื่อพูดถึงผู้เฒ่าใหญ่แห่งวังเทพอัคคีผู้นี้ ดูเหมือนว่าไม่ได้พูดมากเช่นนี้นานแล้ว เขาจึงตั้งสติแล้วค่อยๆ พูดอีกครั้งว่า “หากเป็เช่นนี้ ไม่ว่าจะได้รับยาชิง์มาอยู่ในมือหรือไม่ก็ตาม ก็ควรซื้อยาชิง์น้อยมาสักสองสามเม็ดกันไว้ดีกว่าแก้! สิ่งที่สำคัญกว่าคือการพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลลู่ไว้ มันจะมีแต่ประโยชน์ที่ดีต่อเราในอนาคต”
แม้ว่าหลี่เทียนหั่วจะฝึกฝนวิชาธาตุไฟและมีนิสัยบ้าคลั่ง แต่ความเป็จริงหากฝึกฝนมาจนถึงขั้นพวกเขาแล้ว เมื่อพลังหยางถึงขีดสุด พลังหยินก็จะเกิดขึ้น หยินและหยางจะเปลี่ยนแปลงซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นย่อมไม่มีทางบรรลุขั้นเกิดเทพเ้าได้ ก่อนนี้เพราะถูกศิษย์ผู้นี้ทำให้โกรธ ถึงได้เกรี้ยวกราดด้วยอารมณ์เดือดดาลใส่ไปเช่นนั้น
ในเวลานี้ หลังจากฟังคำตักเตือนของศิษย์พี่แล้ว ก็รู้สึกคล้อยตาม ไม่นานเขาก็กล่าวตอบไปว่า “ไม่ใช่เพียงเพียงเื่นี้ ยาอายุวัฒนะทั้งห้าเม็ดที่สามารถยืดอายุได้ร้อยปีที่ตำหนักมหาเทพท่านนั้นแลกมาจากภายนอกมาได้นั้น ทุกคนย่อมรู้กันดีว่ามันมีราคาเท่าไร ตอนนี้เมื่อพวกเรามีโอกาสแลกเปลี่ยนมาได้ในราคาที่ต่ำเช่นนี้ นับว่าเป็โอกาสที่ดีมากแล้ว และสิ่งที่สำคัญก็คือ ยาอายุวัฒนะที่ยืดอายุชนิดเดียวกันไม่สามารถกินซ้ำกันได้ หากคนละชนิดกันเล่า? ขอเพียงมีสูตรยา มียาวิเศษ คุณสมบัติเช่นนายน้อยที่เหมือนสัตว์ประหลาดผู้นั้นของตระกูลลู่ หากคิดจะปรุงโอสถออกมามันคงไม่ใช่เื่ที่ยากอยู่แล้ว?”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ ไป๋เหยียนซงก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่งเช่นกัน ก่อนจะหัวเราะเสียงดังและพูดขึ้น “ศิษย์น้องยังคงฉลาดและมีไหวพริบ ไม่เหมือนข้าที่คิดแต่จะไปซื้ออายุวัฒนะทำให้ลืมเื่นี้ไป! ตอนนี้อายุขัยของข้าก็มีไม่มากแล้ว ดูเหมือนว่าเราคงต้องเืตกยางออกกันหนักแน่ ใครใช้ให้ตระกูลลู่โชคดีกันเล่า ฮ่าฮ่า!” พูดและหยอกล้อไปด้วยในตอนท้าย ทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
จินชื่ออวิ๋นที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างที่ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของอาจารย์ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวก็ค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ แต่ยังคงไม่กล้าเช็ดเหงื่อบนหน้าผากที่หยดลงมาบนพื้นอยู่ดี เห็นได้ชัดว่าอำนาจที่มีของผู้เฒ่าใหญ่ทั้งสองทำให้เขาไม่กล้าเสียมารยาทแม้แต่น้อย
“เอาละ เลิกเสแสร้งได้แล้ว คำพูดเมื่อกี้นี้ของเราทั้งสองเ้าก็ได้ยินแล้ว ต้องทำอย่างไรคงไม่ต้องให้ข้าพูดแล้วใช่หรือไม่? หากครั้งนี้เ้าทำพังอีกครั้ง…”
ก่อนที่หลี่เทียนหั่วจะพูดจบ จินชื่ออวิ๋นก็พูดชิงตัดหน้าออกมาก่อนแล้ว “อาจารย์ลุง ท่านไม่ต้องกังวล หากทำได้ไม่ดี ศิษย์จะแปลงร่างเป็เปลวไฟและะโเข้าไปในไฟเก้าโลกใต้พิภพ ยอมทนรับความทรมานในการฝึกฝนิญญาชั่วนิรันดร!”
คำสาบานที่แฝงไปด้วยคำสาปแช่งเช่นนี้ทำให้ผู้เฒ่าใหญ่ทั้งสองประหลาดใจไม่น้อย แต่เมื่อคิดดูแล้ว จินชื่ออวิ๋นก็ไม่ใช่คนโง่ เื่นี้ทำได้ง่ายดายอยู่แล้ว อย่างมากก็เพียงเสียหน้า และยอมเสียเปรียบสักหน่อยเท่านั้น
“ศิษย์พี่ เ้าใจกว้างกับเขาเกินไป โชคดีนะที่ครั้งนี้ไอ้สารเลวผู้นี้ไม่ได้ทำให้ตระกูลลู่ขุ่นเคืองในจนมองหน้ากันไม่ติด ไม่อย่างนั้นวังเทพอัคคีของเราคงจะไม่ถูกเขาหนิงชุยเฟิงลากไปเป็ศัตรูกับตระกูลลู่แล้ว? เดิมทีพวกเราและตระกูลลู่ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ แม้ว่าจะไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ แต่ก็ไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองใจกันเช่นนี้ ท่านดูสิว่าเ้าโง่ผู้นี้ทำอะไรลงไป เพื่อยาอายุวัฒนะขั้นต่ำนั้นเกือบจะกลายเป็มืออันธพาลให้สำนักเล็กๆ หนึ่งอย่างเขาหนิงชุยเฟิงแล้ว ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าวังเทพอัคคีของเราเสียจริงๆ!” หลี่เทียนหั่วระบายความโกรธออกมาหลังจากที่จินชื่ออวิ๋นออกไปแล้ว
เสียงที่แหบแห้งของไป๋เหยียนซงดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสิ้นหวัง “หากมีลูกศิษย์ที่โดดเด่นสักคนหนึ่งอยู่ในบรรดาหมู่ศิษย์คนอื่นๆ เ้าคิดว่าข้าจะยอมให้อภัยเขาหรืออย่างไร ความรุ่งโรจน์ที่มีมานับพันปีทำให้ลูกศิษย์แต่ละคนพวกนี้หยิ่งยโสโอหังกันไม่น้อย แต่หากในแง่ความสามารถกลับด้อยกว่าใคร ไม่เช่นนั้น ข้าคงปลดเขาจากตำแหน่งประมุขไปนานแล้ว ตอนนี้เพราะว่ายังไม่มีผู้ที่เหมาะสม! หากเ้าลงโทษมากเกินไป แล้วเขาเกิดไม่พอใจแค้นเคืองขึ้นมา อาจไม่เป็ผลดีต่อสำนักได้!”
หลี่เทียนหั่วเงียบไปนานหลังจากได้ยินเช่นนี้ ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “เหตุใดวังอัคคีของเราไม่มีลูกศิษย์ที่มีความสามารถเช่นนายน้อยของตระกูลลู่ผู้นั้นสักคน ดูเหมือนว่าเราสองคนจะคอยอยู่ปกป้องแต่ที่นี่ไม่ได้เสียแล้ว หากมีเวลาว่างเราน่าจะผลัดกันออกไปตามหาลูกศิษย์สักสองสามคน ไม่เช่นนั้น ต่อให้มียาอายุวัฒนะ ก็คงไม่สามารถทำให้สำนักยืนหยัดอยู่นาน!”
“อืม!”
หลังจากที่ผู้าุโสูงสุดสองคนของวังเทพอัคคีบรรลุปรึกษาหารือกันเรีบร้อย พวกเขาก็แยกย้ายกันฝึกฝนอย่างเงียบๆ ทำให้ตำหนักผู้เฒ่ากลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง บรรยากาศก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
จัตุรัสอวี้เ้าในเมืองเทียนอวิ๋นของตระกูลลู่
ในเวลาเพียงวันเดียว ตระกูลลู่ได้สร้างจัตุรัสหนึ่งขึ้นมาในเมืองเทียนอวิ๋น เพราะป้ายสาดแสงหยกจารึกวิเศษ จึงถูกตั้งชื่อว่าจัตุรัสอวี้เ้า จัตุรัสนี้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ตรงใจกลางทางตอนเหนือของเมืองเทียนอวิ๋น มีความยาวสามร้อยฉื่อ และมีความกว้างหนึ่งฉื่อพอดิบพอดี
ตรงกลางบริเวณทางด้านเหนือของจัตุรัส เป็สถานที่ที่จัดไว้เพื่อการต้อนรับแขกที่มีหน้าร้านกว่าสิบห้องที่ตระกูลลู่สร้างไว้ มีรูปทรงเรียบง่ายทว่าดูสง่างาม พื้นที่โดยรอบอีกสามด้านของจัตุรัสก็เปิดโล่ง ให้นักพรตผู้อื่นมาเช่าเพื่อใช้เปิดร้านค้าต่างๆ เพียงตอนนี้จัตุรัสอวี้เ้า เพิ่งสร้างเสร็จ ร้านค้าเหล่านี้ยังไม่ได้สร้าง ก็เลยยังดูโล่งอยู่บ้าง
