เทียบกันแล้ว ท่าทางของ 'หนึ่งดาบ' ยังคงเรียบเฉยและนิ่งสงบมาก
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ บนร่างของเขาไม่มีความผันผวนของคลื่นพลังใดๆ ปรากฏออกมา
อันที่จริงแล้ว แม้แต่สายตาของเขายังไม่เหลือบมองหน้าคู่ต่อสู้เลยด้วยซ้ำ เขายังคงจ้องไปที่ร่างสองร่างที่สวมฮู้ดสีดำที่ด้านล่างสนามประลองดาบโดยไม่ละสายตา คล้ายกับว่าเขากำลังครุ่นคิดเื่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้อยู่
“ไอ้ลูกสุนัข! ระหว่างสู้ยังจะแบ่งสมาธิไปสนใจอย่างอื่นอีก นี่เ้าจะดูเบาข้าอยู่งั้นหรือ? ตายเสียเถอะ!”
พลานิกตวาดออกมาด้วยความโมโห ร่างของเขากลายเป็ลำแสงพุ่งเข้ามาใกล้ 'หนึ่งดาบ' ดาบหนักในมือของเขาม้วนขึ้นสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากตัวดาบ เพียงพริบตา ระยะห่างยี่สิบเมตรก็ย่นเหลือเพียงหนึ่งเมตร
ในขณะที่ปลายดาบอันแหลมคมจะแทงไปที่ระหว่างคิ้วของ 'หนึ่งดาบ' แรงลมที่รุนแรงก็พัดผ่านหน้าของเขาไปวูบหนึ่ง ทำให้ปอยผมที่ถูกหมัดด้วยเชือกอย่างหลวมๆ ของ 'หนึ่งดาบ' ปลิวไปด้านหลังตามแรงลม
เป็การโจมตีที่เฉียบคมมาก
ซุนเฟยมองออกว่า นี่เป็ทักษะคลื่นพลังที่แข็งแกร่งมาก เพียงพริบตาก็เข้าประชิดร่างคู่ต่อสู้ได้ทันที
พลานิกทุ่มพลังทั้งหมดกับการโจมตีครั้งนี้
เมื่อเห็นปลายดาบกำลังจะแทงเข้ามาที่ระหว่างคิ้ว วินาทีนั้น 'หนึ่งดาบ' ก็ค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นมา การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า แต่กลับทิ้งเงารางๆ ราวกับภูติผีไว้ในอากาศ
แขนขวาของ 'หนึ่งดาบ' ยกขึ้นมา และเอื้อมไปแตะด้ามดาบขึ้นสนิมที่อยู่ด้านหลังของตัวเองอย่างช้าๆ
ชิ้ง!
วินาทีที่มือนั่นจับที่ด้ามดาบ คลื่นดาบสังหารสายหนึ่งก็แล่นออกมา
ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงเพลิงที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศก็พลันหยุดชะงัก
ดาบหนักในมือพลานิกที่ดูเหมือนจะผ่าท้องฟ้าออกจากกันได้ก็หยุดชะงักกลางอากาศ อีกแค่หนึ่งนิ้ว ปลายดาบก็จะแทงทะลุเข้าไปในระหว่างคิ้วของ 'หนึ่งดาบ' ถ้า 'หนึ่งดาบ' ผู้ที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ในราชอาณาจักรคนนี้ได้ตายลง ฉายาของเขาจากยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรรอร์ตี้พลานิกก็จะเปลี่ยนเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารพลานิกทันที
ถึงแม้จะห่างแค่หนึ่งนิ้ว แต่ก็ยากที่จะแทงผ่านเข้าไปได้
“เ้า…นี่...เป็ไปไม่ได้…” เืสายหนึ่งค่อยๆ ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของพลานิก สีแดงฝาดที่เคยเป็สีสันให้ใบหน้าของนักดาบผู้หล่อเหลาคนนี้ดูโดดเด่นพลันซีดเผือด ตอนนี้สีสันของชีวิตกำลังไหลทะลักออกจากร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาไม่อาจควบคุมได้
“อั่ก…”
มีเืไหลซึมออกมาจากหน้าอกของพลานิก พริบตาเดียว เขาก็กลายเป็มนุษย์โลหิต ร่างของเขาเริ่มสั่นสะท้าน น้ำเสียงแ่เบาที่แฝงไปด้วยความไม่อยากเชื่อดังขึ้นมา “ข้าสวม...ร้อย….ชุดเกราะร้อยา...ดาบกระบี่ใดก็แทงไม่เข้า…แต่…คาดไม่ถึงว่า...ชัก…ยังไม่ชักดาบ เ้า…”
“อย่างเ้า ไม่มีค่าพอให้ข้าชักดาบหรอก”
เมื่อ 'หนึ่งดาบ' พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินลงไปจากสนามประลองดาบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพียงเขายกมือขึ้นมาจับด้ามดาบเท่านั้น ไม่ได้ชักดาบออกมาเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็แบบนั้น แต่กลับทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่คู่ต่อสู้เตรียมการเอาไว้อย่างง่ายดาย ความแข็งแกร่งแบบนี้ช่างน่ากลัว
ตูม!
เมื่อ 'หนึ่งดาบ' เดินไปได้สี่ก้าว บนสนามประลองดาบก็เกิดหมอกเืกระจายออกมา
ร่างของพลานิก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรรอร์ตี้พลันะเิออก ไม่ว่าจะชุดเกราะหรือเืเนื้อต่างกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ดาบหนักที่หนากว่าห้านิ้วร่วงลงมาปักพื้นจนเกิดเสียงดังซวบ จากนั้นเสียงเปรี๊ยะก็ดังขึ้นมาเบาๆ ดาบหนักที่สร้างขึ้นจากโลหะชั้นดีก็แยกออกเป็สองส่วนทันที ั้แ่ด้ามดาบไปจนถึงปลายดาบ
คลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ใช้เมื่อครู่นี้สามารถผ่าดาบหนักให้กลายเป็สองส่วนได้ในพริบตา แต่เพราะคลื่นดาบที่เร็วเกินไปจนเหมือนลำแสงวิ่งผ่าน ทำให้ตัวดาบทั้งสองส่วนยังคงยึดติดกันแน่น ดังนั้น เมื่อดาบั์ร่วงลงสู่พื้น ดาบก็แยกออกจากกันตามรอยตัดทันที
ซุนเฟยหลับตาลง ในหัวของเขายังคงนึกถึงคลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ปล่อยออกมาเมื่อครู่
ความรู้สึกเดียวที่มีคือ...เร็ว!
เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
ในบรรดาฝูงชนทั้งหมด มีเพียงซุนเฟยเท่านั้นที่มองเห็นการต่อสู้ทั้งหมดระหว่างสองฝ่ายอย่างชัดเจน
ในจังหวะที่ 'หนึ่งดาบ' จับที่ด้ามดาบ เขาชักดาบขึ้นสนิมออกมาแค่ครึ่งเดียวอย่างรวดเร็ว คลื่นดาบสายหนึ่งถูกยิงออกมาจากดาบขึ้นสนิม คลื่นดาบตัดผ่านปลายดาบในมือของพลานิกที่จ่อหน้า นอกจากจะผ่าดาบหนักเหล็กกล้าได้แล้ว ยังตัดผ่าร่างของพลานิกได้อีกด้วย ถึงแม้ว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรรอร์ตี้จะสวมชุดเกราะร้อยาที่สามารถต้านทานการโจมตีของคลื่นพลังและอาวุธต่างๆ ได้ดี แต่มันกลับไม่อาจต้านทานคลื่นดาบของ 'หนึ่งดาบ' ได้
คลื่นดาบนั่น ธรรมดามาก
จะคนหรือดาบ ภายนอกไม่มีส่วนไหนที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจ มีเพียงแสงสว่างเป็ประกายที่พอถูๆ ไถๆ มองได้ แต่อย่างไรก็ตาม พลังทำลายของมันกลับทรงอำนาจมาก ไม่มีสิ่งใดที่ไม่สามารถตัดผ่านได้
ซุนเฟยจำลองสถานการณ์ขึ้นมาในหัว หากเป็ตัวเองจะสามารถต้านทานมันได้หรือไม่ ผลสรุปในตอนท้ายคือไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะรับคลื่นดาบนั่นได้
คนน่ากลัว
ดาบน่ากลัว
คลื่นดาบก็น่ากลัว
ซุนเฟยอดที่จะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินพวกวีรบุรุษในใต้หล้าของที่นี่ต่ำเกินไป
“ข้ารอที่จะได้สู้กับเ้า!” บนสนามประลองดาบ จู่ๆ 'หนึ่งดาบ' ก็หยุดเดินขึ้นมากะทันหันและพูดประโยคนี้ออกมา 'หนึ่งดาบ' ก้มมองลงมาที่ด้านล่าง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของคนคนหนึ่ง ทันใดนั้นแขนของเขาก็ขยับอย่างว่องไว คลื่นดาบสายหนึ่งที่ไร้ซึ่งจิตสังหารก็ถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว
ติ้ง!
ฝ่ามือข้างหนึ่งถูกยื่นออกมาคว้าคลื่นดาบไว้
ทันทีที่คลื่นดาบกับฝ่ามือปะทะกันก็เกิดเสียงใสกังวานราวกับโลหะกระทบกันดังขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่คลื่นดาบจะถูกฝ่ามือนั่นบดขยี้จนแตกกระจายคามือ จากนั้นคลื่นดาบก็สลายไปอย่างไร้ร่องรอย ซุนเฟยชักมือกลับมาดึงหมวกคลุมหัวของตัวเองลงพลางยิ้มน้อยๆ “อยากท้าประลองกับข้า? รอให้เ้ามีคุณสมบัติเข้ารอบการแข่งขันการจัดอันดับให้ได้เสียก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูด!”
“เอ๋? นั่นคือ… 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแซมบอร์ด?” บางคนที่จำหน้าซุนเฟยได้ก็ร้องอุทานออกมาอย่างตื่นใ
เดิมทีคนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ด้วยนิสัยหยิ่งยโสของ 'หนึ่งดาบ' ไม่มีทางที่เขาจะเป็ฝ่ายเริ่มท้าทายใครก่อน และยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่ามีคนใช้มือเปล่าๆกำคลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ยิงออกมาจนแตกกระจาย
แต่ทันทีที่พวกเขาได้ยินใครบางคนอุทานประโยคนี้ออกมา แต่ละคนต่างเข้าใจทันทีว่าทำไม
ที่แท้คนที่สวมฮู้ดสีดำและยืนดูการต่อสู้อยู่ข้างๆ ตัวเองอย่างเงียบๆ เมื่อครู่นี้ก็คือ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแซมบอร์ด บุรุษที่สั่นคลอนตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบแห่งคนนั้นนั่นเอง
สมแล้วที่เป็ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า'
สามารถทำลายคลื่นดาบของ 'หนึ่งดาบ' ได้ด้วยมือข้างเดียว ทุกคนก็รู้แล้วว่าความแข็งแกร่งของาาแซมบอร์ดมีมากขนาดไหน
หลังจากที่าาแซมบอร์ดแสดงความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งออกมา หลายคนก็คาดเดาว่า ไม่ช้าก็เร็ว การต่อสู้ระหว่างเขากับ 'หนึ่งดาบ' จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…นี่คือโชคชะตาของนักรบ
ดูเหมือนว่า การพบหน้ากันในครั้งนี้จะเป็สัญญาณบ่งบอกว่า การต่อสู้ที่ใครหลายๆ คนต่างคาดการณ์และเฝ้ารอ ในที่สุดก็ใกล้จะมาถึงแล้ว
ในเมื่อสถานะของตัวเองถูก 'หนึ่งดาบ' เปิดเผยแล้ว จะอยู่สังเกตการณ์ต่อก็ถูกคนอื่นเอาแต่จ้องมาไม่หยุด เหมือนตัวเองเป็หมีแพนด้าที่หาดูได้ยาก เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย บวกกับการที่ได้เห็นทักษะดาบลึกลับของ 'หนึ่งดาบ' นั่นเท่ากับว่าเขาได้บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว อยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นซุนเฟยจึงจูงมือแองเจล่าเดินออกจากกลุ่มฝูงชนทันที ผู้ชมทุกคนที่อยู่รอบๆ พากันมองร่างของทั้งสองคนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสงสัย ในขณะเดียวกันก็รีบเปิดทางให้กับพวกเขาสองคน
ร่างที่สวมฮู้ดสีดำทั้งสองคนต่างเดินจากไปอย่างช้าๆ ไม่รู้ทำไม แค่พวกเขากะพริบตาสองสามครั้ง ร่างของคนที่สวมฮู้ดสีดำก็หายไปจากคลองจักษุของทุกคนเสียแล้ว ดวงตาของแต่ละคนเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน พวกเขาพยายามมองหารอบๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ
บนสนามประลองดาบ 'หนึ่งดาบ' เห็นซุนเฟยกับใครอีกคนกลืนหายไปในฝูงชน สีหน้าของเขาก็ขรึมลง เขาหันหน้าไปกวาดสายตามองนักรบทุกคนในเขตที่พักของอาณาจักรรอร์ตี้ ไม่มีนักรบคนไหนกล้าสบตากับเขาแม้แต่คนเดียว
ความเป็ไปได้และข้อได้เปรียบที่อาณาจักรรอร์ตี้เพียรพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากก็หายไปในพริบตา ราวกับหิมะที่โดนแสงอาทิตย์แผดเผาจนละลาย
ในการแข่งขันแบบเดี่ยว อาณาจักรเม็ตซ์สามารถเอาชนะไปได้สองรอบติดกัน ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถพลิกโฉมความพ่ายแพ้สู่ชัยชนะด้วยซ้ำ
ในการแข่งขันแบบกลุ่ม คนส่วนใหญ่ต่างคาดไม่ถึงว่า 'หนึ่งดาบ' จะยอมลงมาบัญชาการกองกำลังด้วยตัวเอง ขวัญกำลังใจของเหล่านักรบทั้งสี่สิบเก้าคนจากอาณาจักรเม็ตซ์ก็ทะยานถึงขีดสุด พวกเขาทำตามคำบัญชาของ 'หนึ่งดาบ' อย่างฮึกเหิม และโจมตีกองกำลังอาณาจักรรอร์ตี้จนแตกพ่าย สามารถคว้าชัยชนะมาได้ทั้งสี่รอบ
จบการแข่งขัน อาณาจักรเม็ตซ์สามารถก้าวเข้าสู่สิบสองลำดับแรกของเขตาภาคตะวันตก
วันเวลาที่ 'หนึ่งดาบ' กับ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' จะได้พบกันในสนามประลองใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
……
……
เมื่อออกมาจากสนามประลองดาบของอาณาจักรรอร์ตี้กับอาณาจักรเม็ตซ์ ซุนเฟยเห็นว่าเวลายังเช้าอยู่จึงตัดสินใจเดินดูข้าวของต่างๆ ต่อ นี่เป็ครั้งแรกที่ซุนเฟยกับแองเจล่าออกมากันแค่สองคน พวกเขาจูงมือเดินเล่นอย่างสนุกสนานไม่เร่งรีบ บนท้องถนนจะเห็นพวกพ่อค้าแม่ค้ากำลังะโเรียกลูกข้าและผู้คนมากมายสัญจรไปทั่ว แองเจล่าชอบบรรยากาศความคึกคักแบบนี้ นางจึงลากซุนเฟยเดินเล่นไปทั่วถนนอย่างตื่นเต้น ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างทางอย่างมีความสุข
แองเจล่ารู้จุดประสงค์ที่ซุนเฟยพาออกมาในวันนี้ดี ดังนั้นนางจึงไม่โลภเที่ยวเล่นมาก หลังจากที่เดินเล่นในเขตตลาดได้สักพัก นางก็ดึงมือซุนเฟยเดินเข้าไปยังเขตาตะวันออก ตอนนี้การแข่งขันเป็ไปอย่างดุเดือด
“ฮ่าๆๆๆ พวกมดแมลงที่กล้าท้าทายข้า…” เสียงแสบแก้วหูและโอหังดังออกมาจากสนามประลองดาบ ซุนเฟยและแองเจล่าพากันเงยหน้าขึ้นมอง พวกเขาเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดเกราะหรูหราสีเงินยืนเอามือเท้าเอวตัวเองบนสนามประลอง ตรงข้ามกับเขา มีร่างของนักรบคนหนึ่งล้มลงอยู่ที่พื้น ที่ลำคอของเขาเป็แผลเหวอะหวะและมีเืทะลักออกมาไม่หยุด
“พวกเ้าจงฟังข้าให้ดี ไม่ว่าจะเป็าาแซมบอร์ดหรือ 'หนึ่งดาบ' ข้าจะใช้นิ้วของข้าบดขยี้พวกมันให้ตายคามือ คนที่กล้าท้าทายข้าไม่เคยรอดเลยสักตัว เป้าหมายของข้าคือ นักรบอันดับหนึ่งของราชอาณาจักร!” เด็กหนุ่มในชุดเกราะหรูหรายืนอยู่บนสนามประลองดาบประกาศออกมาเสียงดังฟังชัด เขาไม่ปกปิดความคิดบ้าๆ ของตัวเองเลยสักนิด
“ใช้นิ้วสังหาราาแซมบอร์ดกับ 'หนึ่งดาบ' เนี่ยนะ? เ้านั่นมันพูดโม้เกินไปหรือเปล่า ใครบ้างที่ไม่รู้ตำนานของพวกเขา? นี่มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา?” ฝูงชนที่อยู่ด้านล่างสนามประลองดาบพากันหัวเราะเยาะออกมาอย่างเหยียดหยาม
--------------------------
