“ลูกเป็อะไร เกิดอะไรขึ้น เหตุใดข้าจึงไม่ได้เห็นหน้าลูกเสียที” เมื่อชายหนุ่มไม่อาจปิดบังความจริงต่อไปได้ จึงจำใจยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับนาง
“เ้าจงอ่านจดหมายนี่ แล้วจะเข้าใจทุกอย่าง”
“ถ้าอยากได้ลูกสาวคืน ให้นำเงินหนึ่งชั่งมาแลกกันที่ตลาดบริเวณร้านผ้าฝ้าย หลังตะวันลับฟ้าไปแล้วสองชั่วยาม” กระดาษค่อย ๆ ถูกหญิงสาวกำจนแน่นหลังจากอ่านจบ เยว่ซินในตอนนั้นปล่อยโฮออกมาด้วยความเป็ห่วงลูกสาว นางรีบดันตัวสามีออกเพื่อที่จะวิ่งไปยังตลาดที่ว่านั้น หากแต่ถูกตงซันและบ่าวไพร่ต่างดึงตัวนางไว้ได้ทัน
“ปล่อยข้า ข้าจะไปหาลูก” นางสะบัดตัวสุดแรงก่อนจะหมดกำลัง ทรุดลงกองแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ป ก่อนที่สามีจะค่อย ๆ ประคองนางแล้วโอบกอดด้วยความรัก เขาเองเ็ปไม่ต่างจากภรรยาในตอนนี้เท่าใดนัก
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะพยายามตามลูกของเรากลับมา” ตงซันพูดด้วยแววตามุ่งมั่น
“ข้าเป็ห่วงลูก ไม่รู้ว่าป่านนี้นางจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร”
“ข้ารู้” เขากระชับกอดแน่นมากขึ้น พลางจูบที่ศีรษะของภรรยาเพื่อปลอบโยน
เมื่อถึงเวลานัดหมาย สองสามีภรรยาไปตามเวลาพร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง ทว่าั้แ่ตะวันตกดิน จวบจนเวลาล่วงเลยไปถึง่เช้า ก็ยังไม่มีวี่แววของผู่เล่อและบุตรสาว ตงซันนั่งโอบกอดภรรยาของเขาไว้ทั้งคืนด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนที่เยว่ซินจะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ทอขึ้นพ้นขอบฟ้า
“ผู่เล่อล่ะท่านพี่” คำถามของนางพร้อมกับท่าทางกระวนกระวาย ทำให้ชายหนุ่มก้มหน้าลง ไม่มีคำตอบให้ เพียงเยว่ซินเห็นท่าทางของสามี ก็พอเดาได้ว่าเหตุการณ์เป็เช่นไร หญิงสาวค่อย ๆ ก้มหน้าปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ
“นางไม่ยอมเอาลูกเรามาคืน เหตุใดนางจึงไม่ยอมเอาลูกเรามาคืน” ชายหนุ่มเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้ ก่อนจะพูดบางอย่างขึ้นมา
“เ้าไม่ต้องห่วง คืนนี้ข้าจะพาเ้ามารอผู่เล่ออีก ข้าจะพาเ้ามาทุกคืน จนกว่านางจะพาลูกของเรามาคืน” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับประคองร่างของภรรยากลับจวนไปพักผ่อน
วันเวลาผันเปลี่ยนไป ทั้งนางและตงซันออกมารอคอยผู่เล่อทุกคืนติดต่อกันนานนับเดือน แต่ก็ไร้วี่แววและการติดต่อกลับจากนาง จึงทำให้เยว่ซินค่อย ๆ ทำใจได้ไปทีละนิด และเป็ฝ่ายขอร้องให้ตงซันเลิกตามหานางด้วยเช่นกัน เพราะหากผู่เล่อทำตามสัญญาจริง นางคงทำั้แ่วันแรกที่เขียนจดหมายมา
หญิงกลางคนนั่งมองถุงเท้าในมือพร้อมกับแสงของดวงดาวทอดลงมาประทับ ก่อนนางจะก้มหอมถุงเท้านั้นพร้อมกับน้ำตา
“แม่ขอโทษ ที่ไม่อาจดูแลเ้าได้ ป่านนี้เ้าจะเป็เช่นไรบ้าง” ไป่หลานที่แอบมองเยว่ซินอยู่นานแล้ว เมื่อเห็นน้ำตาของมารดา หัวใจอันบอบบางนั้นจึงอดเป็ห่วงไม่ได้ ยอมออกจากมุมแล้วเดินเข้ามาหามารดาด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ท่านแม่” หญิงสาวเอ่ยเรียก พร้อมกับเลื่อนสายตาไปยังถุงเท้าเด็กคู่นั้น ก่อนจะนั่งลงด้านข้างพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีแสงดาวระยิบ
“ท่านกำลังคิดถึงลูกสาวของท่านอยู่ใช่ฤาไม่” เยว่ซินปาดน้ำตาแล้วรีบเก็บถุงเท้าเข้าซอกเสื้อ ด้วยกลัวว่าไป่หลานจะคิดน้อยใจ
“ทำไมเ้ายังไม่นอนอีก ดึกมากแล้ว มาเดินเล่นเช่นนี้ จะไม่สบายเอาได้” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ก่อนไป่หลานจะหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตากลับมา
“เหตุใดท่านแม่กับท่านพ่อจึงดีต่อข้านัก ดีจนข้านึกเสียใจที่ไม่ได้เกิดมาเป็ลูกแท้ ๆ ของพวกท่าน ข้าบอกตามตรง ว่าคิดอิจฉาลูกสาวของท่านอยู่ตลอดเวลาจนถึงตอนนี้” ไป่หลานพูดด้วยน้ำเสียงบางเบา
“เด็กโง่ ไม่ว่าเ้าจะเป็ลูกข้าฤาไม่ พ่อกับแม่ก็รักเ้าไปแล้วทั้งดวงใจเช่นกัน ข้าเลี้ยงเ้ามาั้แ่แบเบาะ เ้าเองก็เปรียบเสมือนลูกสาวอีกคนของข้า หากเ้าเป็อะไรไปหัวใจของข้าก็คงแตกสลายไม่ต่างกัน” ว่าแล้วเยว่ซินก็ดึงร่างของไป่หลานเข้ามาสวมกอดด้วยความรัก ก่อนที่ไป่หลานจะเข้าใจทุกอย่าง นางปาดน้ำตาแล้วพูดบางอย่างออกมา
“ยายฝูบอกว่านางชื่อหลันฮวา” หญิงกลางคนขมวดคิ้วพลางถอนกอดออกด้วยความแปลกใจ
“นี่เ้าได้ยิน..”
“ข้าได้ยินทั้งหมด เพราะถือวิสาสะแอบฟังพวกท่านคุยกันในวันนั้น ข้าบอกตามตรง ว่ารู้สึกกังวลใจหลายอย่าง พอมาทบทวนดูแล้ว สิ่งที่ข้าหวั่นใจก็เป็เพียงความเห็นแก่ตัวที่อยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่รักข้าแต่ผู้เดียว และมันเป็สิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก ตอนนี้ข้าอยากทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่มีความสุข” เยว่ซินตั้งใจฟัง ไป่หลานระบายออกมาอย่างเงียบ ๆ
“ท่านแม่..ยายฝูบอกว่านางชื่อหลันฮวาใช่ฤาไม่” หญิงกลางคนยกมือลูบศีรษะนางแล้วพยักหน้า
“ข้าจะออกตามหานางด้วยอีกแรง ข้าอยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่มีความสุขจริง ๆ เสียที”
“ไม่ได้นะ โลกภายนอกนั้นอันตรายเกินกว่าหญิงเช่นเ้าจะออกไปได้” หญิงกลางคนรีบห้ามทันทีด้วยความเป็ห่วง
“ให้ข้าได้ตอบแทนความเมตตาของท่านบ้างเถิด ข้าอยากไปช่วยท่านแม่ตามหาลูกสาวตัวจริง” แม้ไป่หลานจะแสดงความประสงค์ด้วยความมุ่งมั่น ทว่าเยว่ซินไม่อาจปล่อยให้นางทำตามใจได้ จึงเลื่อนไปจับมือนางด้วยความเมตตา
