สุดท้ายแล้วเหล็กก้อนนี้ก็ถูกเต้าหลิงประมูลมาในราคาหกล้านเก้าแสน หลินซือซือค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจ นางนึกไม่ออกว่าเขาจะซื้อของสิ่งนี้มาทำอะไร
ไม่นานนักของก็ถูกส่งเข้ามา เต้าหลิงตรวจชั่งน้ำหนักพลางใช้มือลูบไล้ดู เพียงััใบหน้าของเขาก็เบิกบานปีติ เขารู้สึกได้ว่าของสิ่งนี้เหมือนกับใบกระบี่ของกระบี่หักมากจริงๆ
อู่อวี้เจ๋ออยากจะตรวจสอบดู ทว่าเมื่อเห็นเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วขึ้น แอบคิดว่าเต้าหลิงช่างเด็กน้อยเสียจริงๆ เป็แค่ของขยะแท้ๆ แต่กลับทำท่าทีคล้ายว่ามันเป็ของล้ำค่า หัวใจที่ระแวดระวังของเขาพลันผ่อนคลายลง เื่นี้ถ้าจะให้ดีไม่ต้องเอ่ยถึงจะดีเสียกว่า
งานประมูลดำเนินไปอย่างรวดเร็วมีสมุนไพริญญาจำนวนไม่น้อยถูกประมูลไปจนมาถึงดอกล้างไขกระดูก เต้าหลิงก็ใจสั่นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าราคาของมันทำให้เขาได้แต่ฝืนยิ้ม ในตอนนี้เขาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของสิ่งนี้
“นี่ก็คือพลังต้นกำเนิดที่เก็บมาจากสายฟ้า” ภายในติ่ง [1] สีขาวหยกมีพลังงานสีม่วงเส้นหนึ่งไหลเวียนอยู่มันทอประกายแสงสายฟ้า ทั้งยังอุดมไปด้วยพลังชีวิตมหาศาล ภายในแฝงไปด้วยเสียงร้องครืนครั่นกัมปนาท
“สายฟ้าต้นกำเนิด” สายตาของเต้าหลิงจับจ้องไปที่พลังต้นกำเนิดสีม่วงเขาััได้ถึงพลังรุนแรงร้ายกาจโดยเฉพาะพลังต้นกำเนิดชนิดนี้เป็พลังที่เก็บได้ยากเป็อย่างมาก มีเพียงยอดยุทธ์ผู้มีฝีมือที่จะสามารถเก็บมันมาจากสายฟ้าได้
หวังเทียนเฉินสายตาเป็ประกายเขายกมือขึ้นในทันทีเพราะขั้นฝึกฝนของเขานั้นเป็วิชาสายฟ้าโบราณและพลังงานนี้มีประโยชน์ต่อเขาเป็ที่สุด
ภายในงานประมูลมีของล้ำค่าพิสดารต่างๆ รวมไปถึงยาโอสถระดับหก บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เต้าหลิงเองก็ได้เปิดโลกกว้างในงานประมูลของคลังสมบัติ มีของล้ำค่ามากมายจนทำให้ผู้คนตาลุกวาวเหมือนกับแดน์เสียจริงๆ
เต้าหลิงได้รู้จักคนมีเงินมากหน้าหลายตาแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็คนที่มีฐานะร่ำรวยจนอดที่อยากจะปล้นสะดมพวกเขาไม่ได้ โดยเฉพาะซ่างกวานอวี่ที่ประมูลของไปเป็จำนวนนับไม่ถ้วน
“นี่ก็คือหินนภาเงินถึงแม้ว่าจะขนาดไม่ใหญ่มากนักน้ำหนักของมันหนักเพียงแค่หนึ่งชั่งเท่านั้นแต่ด้วยพลังอานุภาพของมันขอเปิดราคาเริ่มต้นที่สามสิบล้านเหรียญทอง”
ภายในมือของหญิงสาวปรากฏหินอัญมณีสีเงินอันหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่ประมาณนิ้วหัวแม่มือแสงสีเงินส่องประกายระยิบระยับมันเป็แร่หินล้ำค่าที่สามารถนำไปกลั่นหลอมเป็โอสถได้
“หินนภาเงิน” แววตาของเต้าหลิงส่องแสงสว่าง การฝึกฝนสามทิศกายทองคำขั้นที่สองจะต้องใช้แร่หินชนิดนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่ทว่าก็สามารถเอามาใช้ฝึกฝนขั้นแรกได้ซึ่งเป็ของที่เขา้าอยู่พอดี
ราคาพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วของสิ่งนี้สามารถนำไปหลอมเป็โอสถได้ เป็ผลให้มีนักปรุงโอสถไม่น้อยสนใจอยากจะได้มัน ซ้ำร้ายแต่ละคนต่างก็มั่งมีเงินทอง
“ห้าสิบล้าน” เต้าหลิงเอ่ยปากทำให้คนหลายคนสะดุ้งโหยง พวกเขาใช้สายตาแปลกๆมองไปยังเด็กหนุ่มเงินขนาดนี้ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เขาจะซื้อของชิ้นนี้จริงๆ อย่างนั้นหรือ
สีหน้าของซ่างกวานอวี่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ แร่หินชนิดนี้ส่วนมากมักเป็คนมีอายุถึงจะซื้อมันน้อยครั้งนักที่นางจะเห็นคนหนุ่มคนสาวซื้อของสิ่งนี้ไป
“รสนิยมของเ้าแปลกดีนะ จะซื้อของสิ่งนี้ไปหลอมอาวุธอย่างนั้นหรือ” หวังเทียนเฉินถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
อู่อวี้เจ๋อยืนนิ่ง ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มผุดขึ้นมา เมื่อครู่เขาได้ให้สหายของเขาหาโอกาสไล่เต้าหลิงออกไปเพื่อเขาจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหลินซือซือ เขาคิดว่าอีกฝ่ายเห็นว่าเขามีเงินทำให้ท่าทีของเขาเริ่มร้อนรนขึ้นมา
“หลอมอาวุธ?” สีหน้าของซ่างกวานอวี่พลันหนักอึ้งขึ้น นางเพิ่งเคยพบคนที่ทำเื่ลำบากๆ เช่นนี้เป็ครั้งแรก
หลินซือซือขมวดคิ้วพลางมองหวังเทียนเฉินที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็มาหาเื่ใส่ตัวแล้วจึงช่วยไขข้อข้องใจให้เขาฟัง “เขาเป็นักปรุงโอสถ”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของผู้คนก็พลันแปลกหนักขึ้นไป อีกสายตาของเขามองไปที่เด็กหนุ่มซึ่งยืนนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นักปรุงโอสถ
“อย่างนี้นี่เอง ไม่รู้ว่าเป็นักปรุงโอสถระดับไหนอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของอู่อวี้เจ๋อร้อนวาบด้วยโทสะ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นักปรุงโอสถ ถ้าจะให้กล่าวนักปรุงโอสถนั้นเป็บุคคลที่แทบจะไม่มีโอกาสเจอะเจอ
หลินซือซือสั่นศีรษะ นางรู้เพียงแค่ว่าเขาได้แย่งชิงเพลิงโอสถมาจากชิงอี้หยุน ดังนั้นวิชาการปรุงโอสถของเขาไม่น่าจะใช่ระดับต่ำๆ
“ไม่รู้?” หวังเทียนเฉินหัวเราะ “แม่นางซือซือโลกภายนอกนั้นมีคนที่จิตใจต่ำช้าโสมมอยู่มากอย่าหาเื่ใส่ตัวเลย เขาอาจจะเป็แค่ศิษย์ติดตามของนักปรุงโอสถก็ได้”
“เ้าไม่จำเป็จะต้องกังวลกับเื่นี้” หลินซือซือบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สีหน้าของหวังเทียนเฉินพลันเคียดขึง สายตาของเขามองไปยังเต้าหลิงแล้วแผดเสียงถาม “เ้าเป็นักปรุงโอสถระดับไหน อย่ามาหลอกข้าบอกว่าเ้าเป็นักปรุงโอสถระดับสูงล่ะ”
ไม่นานนักเต้าหลิงก็ได้หินนภาเงินมาในราคาเจ็ดสิบล้านเหรียญ เขาเหลือบสายตามองหวังเทียนเฉินแล้วยิ้มออกมา “ข้าจำเป็ที่จะต้องรายงานเ้าด้วยอย่างนั้นหรือ“
น้ำเสียงเนิบนาบทำให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องรับรองพลันเงียบสงัด สายตาประหลาดพิกลจับจ้องเต้าหลิงเป็จุดเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่สงบสุขุมเช่นเขาจะกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับหวังเทียนเฉิน
สีหน้าของหวังเทียนเฉินดุดันขึ้นฉับพลัน เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นในหัวใจ เขายังตะเบ็งเสียงลั่น“เ้าอยากจะประลองกับข้าอย่างนั้นหรือ!?“
กล่าวจบฝ่ามือของเขาก็กำแน่น พลังรุนแรงแผ่พุ่งออกไปที่อกของเต้าหลิงหมายจะอัดเขาให้กระเด็นเสีย
เต้าหลิงหมุนตัวตั้งรับการประทุษร้าย ฝ่ามือของเขายื่นออกไปจับกำปั้นของหวังเทียนเฉินเอาไว้แล้วเลื่อนต่ำลงมาที่ระยะข้อศอกก่อนที่จะออกแรงบิดแล้วแสยะยิ้ม “เ้าอยากจะประลองแบบไหนล่ะ?“
เด็กหนุ่มออกแรงข้อมืออีกนิด พลิกหมุนทำให้ร่างของหวังเทียนเฉินเหยียดฝีเท้าถอยหลังไปสามสี่ก้าวแล้วล้มลงนั่งลงกับพื้น จังหวะเดียวกันพลังปราณทั่วร่างก็เดือดปะทุ
“อะไรกัน?” ดวงตาคู่สวยของซ่างกวานอวี่มีแต่ความประหลาดใจ นางคิดไม่ถึงเลยว่าเต้าหลิงจะทำให้หวังเทียนเฉินเหยียดฝีเท้าถอยหลังไปจนล้มลงกองกับพื้น พลังการต่อสู้นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
ใบหน้าของอู่อวี้เจ๋อแข็งค้าง การโจมตีเมื่อครู่นั้นเต้าหลิงโจมตีออกไปแบบส่งๆ ทว่ากลับมีพลังมากขนาดนั้น แสดงว่าพลังการต่อสู้ของเขานั้นจะต้องไม่อ่อนแอ มิน่าล่ะเขาถึงได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับหลินซือซือ ที่แท้ก็เพราะมีพลังนี่เอง
“เ้าหาที่ตาย!” สีหน้าของหวังเทียนเฉินแดงก่ำเมื่อครู่เขาไม่ได้ตั้งตัวจึงเสียท่าไป ในขณะที่กำลังจะกระโจนเข้าห้ำหั่น ประตูกลับถูกเปิดออก
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใบหน้าของนางจึงเจื่อนซีดเล็กน้อย นางรู้สึกว่ามาผิดเวลาเสียจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ก้มหัวแล้วกล่าวธุระของตน “หินนภาเงินที่ท่านประมูลเ้าค่ะ“
“ของข้าเอง” เต้าหลิงโบกมือ หญิงสาวรีบเดินเข้ามาพลางวางของเอาไว้บนโต๊ะตรงหน้าของเขา ในเวลาเดียวกันนางพูดว่า “ทั้งหมดเจ็ดสิบล้านทองเ้าค่ะ“
เต้าหลิงนับบัตรเหรียญทองออกมาสี่ใบแต่ละใบมีเงินสิบล้านเหรียญทองหลังจากนั้นเขาก็หยิบแร่หินออกมาสามก้อนซึ่งเป็ของที่ได้มาจากสัตว์อสูรโบราณล้วนแล้วแต่เป็ของมีค่า
เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวก็รีบเอ่ยบอกอย่างร้อนรนว่า “คุณผู้ชายท่านจะต้องจ่ายเป็เหรียญเงินเจ็ดสิบล้านเหรียญเท่านั้นไม่สามารถใช้สิ่งของอย่างอื่นได้เ้าค่ะ“
หลินซือซือใช้สายตาประหลาดใจจ้องมองไปยังใบหน้าที่เริ่มแข็งทื่อของเด็กหนุ่ม เ้านี่ช่างสร้างเื่เก่งเสียจริงๆ
“ฮ่าๆๆ...เ้ายาจกไม่มีเงินแล้วจะประมูลมาทำไม?” หวังเทียนเฉินที่กำลังโกรธเกรี้ยวอารมณ์ของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายลมก่อนจะหัวเราะลั่นออกมาด้วยความสะใจ
“เ้าทำบ้าอะไรไม่มีเงินก็อย่าประมูลส่งเดชสิ ที่นี่เป็ห้องรับรองพิเศษนะฮึ!” ทันใดนั้นอู่อวี้เจ๋อก็รีบพูดต่อว่าเพื่อที่จะให้หลินซือซือมองฝ่ายนั้นในทางไม่ดี
เมื่อได้ยินเสียงของผู้คนรอบๆ ที่กล่าวออกมา หญิงสาวรับใช้ใเป็อย่างมากหากนำของกลับไปจะต้องถูกตำหนิเป็แน่
“เ้านำของไปประมูลใหม่เถอะ ส่วนค่าเสียหายข้าจะรับผิดชอบเอง” อู่อวี้เจ๋อกล่าวออกมาอย่างใจกว้าง
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ ท่านช่างเป็คนดีเสียจริง” หญิงสาวตอบรับด้วยความซาบซึ้ง
“ฮ่าๆ...เื่เล็กน้อยไม่ต้องขอบใจหรอก” อู่อวี้เจ๋อโบกมือและชายสายตาเย้ยหยันมองไปที่เต้าหลิง “เ้าคงจะไม่มีความเห็นอะไรสินะ”
“รอเดี๋ยวก่อน พวกเรามีเหรียญทองไม่ต้องนำไปประมูล” หลินซือซือฝืนยิ้มพลางนำบัตรเหรียญทองออกมา
ประโยคดังกล่าวทำให้ใบหน้าได้ใจของอู่อวี้เจ๋อแข็งกระด้าง ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างทำให้อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่เขาหมายปองออกตัวช่วยเหลือเด็กหนุ่มจะให้เขาไม่โกรธได้อย่างไร
“ไม่เป็ไรซือซือ” เต้าหลิงเม้มปาก ภายในมือมีเหรียญตราอยู่อันหนึ่ง เขาบอกกับสาวรับใช้ว่า “ไปตามคนดูแลที่นี่มา”
สีหน้าโกรธของอู่อวี้เจ๋อได้แปรเปลี่ยนเป็ความขำขันพลางกล่าวถากถาง “เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครถึงได้นึกอยากจะเรียกใครก็เรียกได้อย่างนั้นหรือ ช่างโอหังเสียจริงๆ แม่นางซือซือคนเช่นนี้ไม่เหมาะสมที่จะให้เ้าช่วยเหลือหรอก”
“ใช่แล้วผู้ดูแลของคลังสมบัติไม่ใช่ใครก็จะสามารถพบได้” หวังเทียนเฉินปรามาส
หญิงสาวรับใช้รู้สึกกรุ่นโมโหขึ้นมาเล็กน้อยทว่าเมื่อเห็นเหรียญตรานั่นแล้ว สีหน้าของนางกลับจืดเจื่อน นี่ไม่ใช่เหรียญตราผู้ยิ่งใหญ่หรอกหรือ เหตุใดถึงได้มาอยู่ในมือของเด็กหนุ่ม เหงื่อเย็นไหลออกมาทั่วใบหน้าของนาง “ข้าจะมาโดยเร็วท่านผู้ยิ่งใหญ่กรุณารอสักครู่เ้าค่ะ”
บรรยากาศภายในห้องกลับกลายเป็เงียบสงัด ผู้คนในห้องต่างก็อ้าปากค้างพูดไม่ออก สายตาของพวกเขามองไปยังเด็กหนุ่ม เมื่อครู่เขานำอะไรออกมากัน ทำไมหญิงสาวรับใช้ถึงได้ใขนาดนั้น
“ที่แท้เ้าเองก็มีเหรียญตราแขกรับรองพิเศษ” อู่อวี้เจ๋อส่งเสียงฮึ เขารู้ว่ามีเพียงเหรียญตราแขกรับรองพิเศษเท่านั้นที่จะสามารถเรียกพบผู้ดูแลของคลังสมบัติได้ และนั่นทำให้เขาประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เ้านั่นมีเหรียญตราระดับสูง เขาจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ไม่น้อย
หลินซือซือถลึงตามองเขาด้วยความขุ่นเคือง เขามีเหรียญตราอยู่แล้วยังจะมากับคนพวกนี้ทำไม
เต้าหลิงหัวเราะออกมา เขายอมเข้ามาพร้อมกับอู่อวี้เจ๋อเพราะ้าเสาะหาข่าวคราวของอู่ตี้ ถึงแม้ว่าจะได้อะไรไม่มากแต่เขาก็ได้รับรู้ระดับพลังของอู่ตี้นั้นแข็งแกร่งมากจนไม่อาจจะหยั่งถึง
----------------------------------------
[1] ติ่ง鼎กระถางโลหะเป็ภาชนะสมัยโบราณ
