ข่าวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเฉินเฮ่อและซูฉิงเปรียบดั่งไฟลามทุ่งที่แผดเผาชื่อเสียงของเธอจนมอดไหม้ คนในโรงงานต่างพากันนินทาด้วยความคะนองปาก เื่ราวบานปลายจนมาถึงหูของผู้คนในหมู่บ้าน คนพวกนั้นบ้างก็ว่าเธอ "ใจง่าย" บ้างก็เย้ยหยันว่าคนสวยอย่างเธอท้ายที่สุดก็ตกเป็ของ "ช่างเครื่องกระจอกๆ" อย่าง เฉินเฮ่อ แทนที่จะมีวาสนาเป็สะใภ้ของคนที่มีฐานะ
ทันทีที่พ่อแม่ของซูชิงทราบเื่ก็ลมแทบจับ แม้จะชอบที่เฉินเฮ่อเป็คนขยัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ของซูชิงจะทนเห็นพวกเขาทำเื่ไร้ยางอายแบบนี้ได้ ซ้ำร้ายยังมีคนเห็นเหตุการณ์มากหน้าหลายตา ผู้คนเอามาเล่ากันปากต่อปากอย่างสนุกสนาน สร้างความอับอายให้กับบ้านตระกูลซูไม่น้อย
ั้แ่เกิดเื่ซูชิงก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เธอไม่ออกไปทำงานและยื่นหนังสือขอลาพักเพราะล้มป่วยมาสองสามวันแล้ว ข้าวปลาก็กินได้น้อยลง เฉินเฮ่อมาขอพบเธอก็ไม่ยอมพบหน้าเขา
หญิงสาวไม่ได้โกรธเฉินเฮ่อ แต่เธอโกรธตัวเองมากกว่า เธอไม่ควรไปดื่มเหล้าจนเมามายแบบนั้น แล้วยังชวนเฉินเฮ่อดื่มด้วย ชายหญิงสองคนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุรามาอยู่ด้วยกันในที่เปลี่ยวร้างย่อมเกิดเื่น่าอายขึ้น
ตอนนี้ซูชิงมืดแปดด้านเหลือเกิน เธอช้ำใจจากหลินอวี้ไม่พอ ยังมาเกิดเื่กับเฉินเอ่ออีก หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าตนเอง ในขณะที่เธอกำลังคิดไม่ตก แม่ก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับอาหารเหมือนเช่นทุกวัน
"ชิงชิง กินอะไรสักหน่อย ต่อให้ลูกจะอดข้าวจนตายมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกนะ หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือลูกต้องแต่งงานกับเฉินเฮ่อซะ อย่างน้อยเฉินเฮ่อก็เป็คนดี แม่เชื่อว่าเขาจะต้องดูแลลูกเป็อย่างดีแน่นอน"
ซูชิงไม่ได้ตกปากรับคำ เธอยังคงเอาแต่นั่งกอดเข่า จนแม่ของเธอทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมาเพราะสงสารลูกสาว ซูชิงที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาตนเอง ก่อนจะเอ่ย
“หนูจะไปหางานทำที่ต่างเมืองค่ะ ส่วนเื่แต่งงานกับอาเฮ่อ จะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะหนูไม่ได้รักเขา”
“เหลวไหล เท่านี้แกยังอับอายไม่พอเหรอ แกจะทำให้พ่อกับแม่ขายหน้าไปถึงไหน”
พ่อของซูชิงตวาดใส่ลูกสาวอย่างเหลืออด หลายวันนี้เขาแทบไม่กล้าเดินออกไปไหน เพราะไม่อยากได้ยินเสียงผู้คนเอ่ยต่อว่าบุตรสาว เขาเกรงว่าหากทนไม่ไหวจะพลั้งมือฆ่าคนตายเข้า
“แต่หนูไม่ได้รักอาเฮ่อ!”
“รักหรือไม่รักตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว แกเป็เมียเขาไปแล้ว!”
“หนูไม่แต่ง!”
“เด็กคนนี้ วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายเลย!”
เอ่ยจบคนเป็พ่อก็เดินไปคว้าไม้มาถือเอาไว้ ตั้งใจจะตีสั่งสอนซูชิงให้เข้าใจเื่ราวเสียที ในขณะที่ไม้กำลังจะฟาดเข้ามาที่กลางหลังของซูชิง เฉินเฮ่อก็ปรากฏตัวขึ้น เขาดึงเธอเขาไปกอดเอาไว้ และใช้แผ่นหลังกว้างใหญ่รับไม้นั้นแทนเธอ
เสียงไม้กระทบเข้ากับแผ่นหลังของเฉินเฮ่อดังพลั่ก ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับไม่ปริปากร้องออกมาสักคำ ทำเอาพ่อแม่ของซูชิงใจนทิ้งไม้ลงพื้น
ซูชิงเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าเฉินเฮ่อกำลังปกป้องตนเองเอาไว้ก็วางหน้าไม่ถูก เธอรีบผละออกจากเขาทันที
“ลุงซูป้าจางครับ ผมขอคุยกับชิงชิงเพียงลำพังจะได้ไหมครับ”
สองสามีภรรยาสบตากันไปมาครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้ายินยอม เมื่อเห็นว่าพวกเขาอนุญาตแล้ว เฉินเฮ่อจึงคว้ามือของซูชิงให้เดินเข้าไปสนทนากันในห้องทันที ซูชิงตอนนี้เหมือนคนไร้ิญญาไปเสียแล้ว จึงยอมให้เฉินเฮ่อจับจูงตามใจชอบ เขาพาเธอเข้ามาในห้องนอนของเธอเอง จากนั้นก็ปิดประตูห้อง และเดินมาคุกเข่าตรงหน้าเธอ
“จะตบจะตียังไงก็เชิญเลย ขอแค่เธอหายโกรธก็พอ”
ซูชิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองเฉินเฮ่อที่นั่งคุกเข่าอยู่ปราดหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอไม่ได้ตบตีเขาแต่กลับทิ้งกายลงนั่งตรงข้ามกับเขาอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ตีนายแล้วยังไง มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี อาเฮ่อนายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้รักนาย”
“รู้”
“แล้วนายก็รู้ใช่ไหม ว่าฉันมีความฝัน ฉันอยากเข้าเรียนมหาลัย อยากทำงานเก็บเงินให้มาก อยากเป็เ้าของร้านตัดเสื้อเล็กๆ แต่ตอนนี้ฉันไม่อาจสู้หน้าใครได้แล้ว ฉันไม่มีเรี่ยวแรงอยากจะทำอะไรอีกแล้ว มันจบสิ้นแล้ว”
ซูชิงพึมพำอย่างอ่อนแรง พลางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอาบใบหน้าสวยหวานของตนอย่างไม่อาจหักห้ามได้
“ฉันไม่อยากแต่งงานกับนาย เราสองคนไม่ได้รักกัน ชีวิตคู่ย่อมไปไม่ถึงฝั่งฝัน”
“ฉันรักเธอ!”
อยู่ๆ เฉินเฮ่อก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซูชิงลืมตาขึ้นมามองเฉินเฮ่อด้วยความใ ก่อนจะพบว่าตอนนี้เขากำลังใช้สายตาที่แน่วแน่มองเธออย่างตั้งใจ
“ชิงชิงฟังนะ ฉันรักเธอมานานมากแล้ว แต่ไม่เคยบอกเธอ เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉันและฉันก็ไม่เคยคิดฝันให้เธอมารักฉันตอบ แต่ตอนนี้พวกเรามาถึงจุดที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้แล้ว และฉันก็ไม่อาจปล่อยให้เธอเผชิญกับสายตาดูถูกจากผู้คนเพียงลำพังเด็ดขาด ฉันจะอยู่ข้างเธอ จะแต่งงานกับเธอ จะปกป้องเธอ หากเธออยากเรียนมหาวิทยาลัย อยากเปิดร้านตัดเสื้อ ฉันจะทำงานเยอะๆ แล้วหาเงินมาส่งเธอเรียน เธอจะทำอะไรก็ได้ฉันจะไม่ขวางเด็ดขาด”
“แต่ฉันไม่ได้รักนาย”
“หนึ่งปีชิงชิง ขอเวลาฉันหนึ่งปี ตอนนี้พวกเราแต่งงานกันเพื่อหน้าตาของพ่อแม่ไปก่อน ฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องเธออีกเด็ดขาดหากเธอไม่เต็มใจ หนึ่งปีหลังจากนี้ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้ แต่ถ้าครบหนึ่งปีแล้ว เธอไม่อาจรักฉันได้จริงๆ ฉันก็จะยอมแพ้ และจะปล่อยเธอไป พวกเราจะหย่ากัน และฉันจะบอกกับทุกคนว่าฉันเป็ฝ่ายทำผิดต่อเธอ ฉันทำไม่ดีต่อเธอ เธอจึงขอหย่ากับฉัน ดีไหม?”
ซูชิงอึ้งงัน นี่เป็ครั้งแรกที่เฉินเฮ่อเอ่ยประโยคพวกนี้กับเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีความคิดลึกซึ้งเช่นนี้ต่อเธอ
“อาเฮ่อ นาย?”
“เธอคิดดูให้ดี พวกเราแต่งงานกันไม่ใช่เพื่อพ่อแม่ แต่เพื่อตัวเธอด้วย อย่างน้อยพวกเราก็ทำให้ถูกจารีตประเพณีเพื่อลดคำครหา เช่นนี้ชีวิตจึงจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้ หากเราแต่งงานกันคนอื่นๆ ก็จะว่าพวกเราไม่ได้ เธอก็ยังสามารถทำในสิ่งที่เธอฝันได้โดยไม่ต้องสนใจคำพูดใคร ขอร้องล่ะ ให้โอกาสฉันหน่อยเถอะ ถ้าหนึ่งปีต่อจากนี้เธอไม่อาจรักฉันได้จริงๆ ฉันจะเป็ฝ่ายไปจากเธอเอง แต่ตอนนี้ให้โอกาศฉันได้ปกป้องเธอและครอบครัวเถอะนะ”
ซูชิงมองเฉินเฮ่อด้วยดวงตาที่แดงก่ำ มีหรือเธอจะไม่เข้าใจว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไรก็ต้องจบลงด้วยการแต่งงาน เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่อาจทำใจยอมรับได้ก็เท่านั้น
“อาเฮ่อ ถ้าครบสัญญาหนึ่งปีแล้ว ฉันไม่อาจรักนายได้ นายจะโกธรฉันไหม”
“ไม่เลย”
เขาตอบเธอด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ซูชิงเม้มริมฝีปากแน่น เธอชั่งใจคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจผงกศีรษะยินยอม
“เช่นนั้น ฉันตกลง”
เฉินเฮ่อได้ฟังก็ระบายยิ้มเต็มใบหน้า เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอด แต่ใจไม่กล้า จึงทำได้เพียงนั่งอยู่ข้างๆ หญิงสาวไม่ห่าง
