จากนั้นร่างกายของหล่อนก็กระตุกเกร็งไม่ต่างจากเขา ทั้งสองรับรู้ถึงความร้อนผ่าวที่ฉีดพ่นออกมาผสานผสม น้ำเชื้อสีขาวข้นที่ทะลักออกมาจากลำกายของนายบัญชาถูกดูดซับเอาไว้ในโพรงเนื้อตอดรัดของนางวิไลทุกหยดหยาด
‘บ้าจริง... นี่เราดูอะไรอยู่เนี่ย’
ฟางข้าวนึกตำหนิตัวเองแล้วรีบชักสายตาออกมาจากผนังห้องด้วยความลืมตัว จู่ๆ ก็เกิดอาการร้อนวูบวาบที่ใบหน้า รู้สึกอับอายจนต้องวิ่งออกมาจากห้อง เพื่อหนีจากภาพที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบแล่นร้าวไปทั่วช่องท้องของเธอ
หญิงสาววิ่งหน้าตื่นลงมาถึงชั้นล่างของเรือนใหญ่ ก้าวยาวๆ จนไม่ทันได้ระมัดระวังว่าจะมีคนเดินสวนทางมา กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองรีบจนเกินเหตุก็ตอนที่ร่างบอบบางของเธอปะทะเข้ากับร่างกำยำใหญ่เหมือนั์ปักหลั่นของคนที่เดินผ่านมาถึงมุมเสาตรงหลังบ้านพอดี
“ว้าย... ”
สาวน้อยอุทาน ร่างต่างไซส์ปะทะเข้าด้วยกันอย่างจัง ทรวงอกอวบใหญ่ของฟางข้าวเบียดกระแทกเข้ากับลำตัวหนาของคนที่บังเอิญผ่านมาชนกันโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อฟางข้าวแหงนหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่าเ้าของร่างสูงใหญ่ที่เธอชนเข้าอย่างจังก็คือพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันนั่นเอง
“ผีหลอกมาหรือยังไง... วิ่งหน้าตื่นมาเชียว”
เขาเอ่ยขึ้นหลังจากคว้าร่างเอิบอิ่มของสาวน้อยมากอดเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่ฟางข้าวจะถลาลงไปในลำคูน้อยๆ ที่ทอดผ่านมาทางหลังบ้าน
“ปะ... เปล่าค่ะ”
ฟางข้าวส่ายหน้า ทรวงอกที่ยังเบียดกันแน่นทำให้เขตต์ตะวันรู้ว่าเธอคงเจอเหตุการณ์ระทึกใจอะไรมาสักอย่าง ไม่งั้นหัวใจคงไม่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก
“ยังจะมาปากแข็ง... อืม หน้าแดงแบบนี้ หัวใจเต้นแรงแบบนี้แสดงว่าคงไปเห็นอะไรเด็ดๆ มาละสิ”
พ่อเลี้ยงเหลือบมองไปยังชั้นสองของบ้าน เห็นบิดาของตนนุ่งผ้าขนหนูตัวเดียว เดินออกมายืนพุงพลุ้ยสูบไปป์ยาอยู่ที่ระเบียง ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่าฟางข้าวเพิ่งเห็นอะไรมา
“ฟาง... เอ่อ”
หญิงสาวยังคงอึกอัก
“สงสัยแม่เธอคงจัดหนักให้พ่อฉัน... ใช่มั้ย อย่าบอกนะว่าเธอแอบดูคนเอากัน”
คำพูดในเชิงปักปรำของเขตต์ตะวันทำให้ฟางข้าวเถียงออกมาด้วยความลืมตัว
“ฟางเปล่าแอบดูนะคะ... มันบังเอิญเห็นค่ะ ฟางไม่ได้ตั้งใจ”
เธอหลุดสารภาพออกมาจนได้
