จวนขนาดใหญ่หลังหนึ่งในเมืองหลวง หรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งเ้าของจวนแห่งนี้ก็คือนายท่านอู๋เจียงสง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน อดีตผู้นำตระกูลที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว เคยมีโอกาสได้เป็วาณิชหลวง ส่งผ้าไหมและเครื่องประดับที่หายากถวายให้กับเชื้อพระวงศ์ ทำให้ตระกูลอู๋มีชื่อเสียงเหนือกว่าร้านค้าอื่น ๆ
จนมาถึงการเป็ผู้นำตระกูลอย่างอู๋เจียงสง เขาพอมีฝีมือด้านการเจรจาค้าขายอยู่บ้าง จึงทำให้ตระกูลยังคงชื่อเสียงอันดีงามเอาไว้ได้ อู๋เจียงสงแต่งงานฮูหยินเอกถางหย่าจือ นางให้กำเนิดบุตรชายคนโตคืออู๋ติ้งเกา เพราะการคลอดบุตรคนนี้ทำให้ร่างกายนางอ่อนแอจึงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก
จากนั้นนายท่านอู๋ที่เดินทางไปเจรจาค้าขายที่เมืองหย่งจิน บังเอิญถูกใจสตรีชาวบ้านนางหนึ่ง ที่มีใบหน้างดงาม นางมีชื่อว่าสวีเฟิงมี่ และยังขยันทำมาหากิน แม้ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่นายท่านอู๋ก็สู่ขอตบแต่งนางเข้าจวนในฐานะฮูหยินรอง
หนึ่งปีต่อมานางได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่นายท่านอู๋ นั่นก็คืออู๋ลู่เวิน แม้เรือนหลังจะมีอนุอีกหลายคนแต่ไม่มีผู้ใดตั้งครรภ์ บางคนพอตั้งครรภ์อ่อน ๆ ก็จะแท้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ใครจะรู้ว่าเื้ัเื่ที่เกิดขึ้นเป็ฝีมือของฮูหยินเอก ที่ไม่้าให้อนุเ่าั้มีบุตร เพื่อมาแย่งสมบัติของตระกูลอู๋จากบุตรชายของนาง แต่สวีเฟิงมี่กลับคลอดบุตรชายให้นายท่านอู๋ และยังมีเด็กที่รอดตายจากอนุสามอีกคน
บุตรชายทั้งสามของตระกูลอู๋ ถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกันเสียเหลือเกิน คุณชายใหญ่เป็เด็กขี้อิจฉาเอาแต่ใจ ไม่ค่อยสนใจการเรียนยามถูกบิดากล่าวตักเตือน ฮูหยินเอกจะออกตัวปกป้องทุกครั้ง แต่คุณชายรองนั้นกลับชอบอ่านตำรา พูดคุยกับทุกคนอย่างเป็กันเอง ผลการเรียนดีเยี่ยมจนได้รับคำชมจากคนเป็บิดาบ่อย ๆ ั้แ่เด็กจนโตสร้างความเกลียดชังให้กับฮูหยินเอกมาตลอด ส่วนคุณชายสามนั้นฮูหยินเอกมิได้ให้ความสำคัญนัก นางทำเพียงให้คนจับตาดูไว้เท่านั้น
จนกระทั่งคุณชายทั้งสองแต่งงานรับสะใภ้เข้าจวน ฮูหยินรองก็เริ่มมีอาการป่วยไม่ว่าจะใช้ยาราคาแพงก็ไม่ดีขึ้น หมอที่มีฝีมือการรักษาในเมืองหลวง ก็พามาตรวจรักษาแต่ไม่มีใครหาสาเหตุได้ว่านางป่วยเป็โรคอะไร สุดท้ายประคองอาการมาได้ปีกว่านางก็เสียชีวิต หลังจากนั้นคุณชายรองอู๋ ก็ตั้งใจช่วยงานกิจการของตระกูล ทำให้การค้ารุ่งเรืองได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะออกไปทำการค้าที่ใดมักจะได้สินค้าดี ๆ กลับมาทุกครั้ง ส่วนภรรยาก็คลอดบุตรชายบุตรสาวที่น่ารัก ครอบครัวเล็ก ๆ นี้อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็เป้าหมาย ให้คนเห็นแก่ตัววางแผนชั่วทำลายพวกเขาอยู่
ฮูหยินเอกและคุณชายใหญ่อู๋ ร่วมมือกันวางแผนโดยติดสินบนหลงจู๊ร้านค้าผ้าของตระกูล ทำบัญชีปลอมขึ้นมา คล้ายกับว่ามียอดเงินหายในแต่ละเดือนหลายร้อยตำลึงทองิ ถ้าหากนายท่านอู๋ตรวจบัญชีแล้วพบความผิดปกตินี้ ให้หลงจู๊บอกกับนายท่านว่า คุณชายรองเป็คนทำบัญชีนี้ด้วยตัวเอง
“ท่านแม่คิดว่าแผนนี้จะทำให้ท่านพ่อเชื่อว่า เป็ฝีมือของเ้ารองจริง ๆ หรือขอรับ” อู๋ติ้งเกากลัวว่าแผนนี้จะไม่ได้ผล
“เ้าเชื่อแม่เถิด แผนนี้ต้องกำจัดมันให้กระเด็นออกจากตระกูลได้แน่ จากนั้นก็จะมีเ้าเป็ผู้นำตระกูลคนต่อไปรวมถึงกิจการทุกอย่าง” ฮูหยินเอกมั่นใจกับแผนการครั้งนี้มากว่าต้องสำเร็จ
“ขอรับ ข้าแทบจะทนรอไม่ไหวอยากให้ถึงวัน ที่ครอบครัวของพวกมันถูกไล่ออกไปจากจวนแห่งนี้เสียที เห็นหน้าพวกมันทีไรข้ากินข้าวแทบไม่ลง” อู๋ติ้งเกาที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ พูดด้วยความรังเกียจน้องชายร่วมบิดา
“อดทนอีกสักหน่อยเถิดนะลูกแม่ อีกไม่กี่วันก็ถึงกำหนดการตรวจบัญชีประจำเดือนแล้ว” อีกไม่กี่วันต่อจากนี้ก็จะไม่มีพวกมันอยู่ให้เกะกะสายตานางกับบุตรชายอีกแล้ว
“ขอรับทานแม่”
เมื่อครบกำหนดการตรวจสอบบัญชีประจำเดือน หลงจู๊ของร้านค้าตระกูลอู๋จะรวบรวมบัญชีของร้าน มาส่งที่จวนเพื่อให้นายท่านอู๋ได้ตรวจสอบด้วยตัวเอง นายท่านอู๋ที่นั่งตรวจบัญชีไปสองสามเล่มก็รู้สึกผิดปกติ จำนวนเงินในบัญชีมันไม่ตรงกันหลายเล่มจึงถามกับหลงจู๊ที่ดูแลร้านค้า
“หลงจู๊จิว เหตุใดจำนวนเงินในบัญชีพวกนี้ไม่ตรงกัน เกิดอะไรขึ้น เ้ารู้เห็นเื่อันใดเกี่ยวกับบัญชีพวกนี้หรือไม่”
“เอ่อ นายท่านขอรับ อันที่จริงข้าเคยเห็นคุณชายรองทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่บ่อยครั้ง ไม่ทราบว่าจำนวนเงินในบัญชีที่เกิดขึ้น จะเป็ฝีมือของคุณชายรองที่ทำหรือไม่ขอรับ”
“ข้าเลี้ยงดูไม่ดีหรืออย่างไร ถึงได้กล้ายักยอกเงินของร้านค้ามากมายถึงเพียงนี้ พ่อบ้านไปตามคุณชายรองมาพบข้าเดี๋ยวนี้” นายท่านอู๋คิดว่าบุตรชายคนรอง กล้าทำเื่เช่นนี้ลับหลังเขาได้อย่างไร
รอเพียงไม่นานพ่อบ้านก็กลับมา พร้อมกับคุณชายรองที่ยังคงไม่รู้ตัวว่า ถูกคนวางแผนใส่ร้ายตนเองเข้าแล้ว
“ท่านพ่อให้คนไปตามข้ามาพบมีเื่อะไรหรือขอรับ”
“มีเื่อะไรงั้นหรือ? ั้แ่เล็กจนโตข้าเลี้ยงดูเ้าไม่ดีรึ เ้าถึงได้กล้าทำเื่ชั่ว ๆ ลับหลังข้าได้”
“เดี๋ยวนะขอรับท่านพ่อ ข้าไม่เข้าใจว่าที่ท่านพูดมามันคือเื่อะไร ท่านพอจะอธิบายให้ข้าเข้าใจได้หรือไม่ขอรับ” ลู่เวินไม่เข้าใจว่าบิดาจะต่อว่าเขาทำไม
“ตุบ ตุบ! งั้นเ้าก็ดูซะว่ามันคือเื่อะไร ดูแล้วมีข้อแก้ตัวอะไรก็พูดมา หากเป็ข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเ้าต้องได้รับบทลงโทษ”
นายท่านอู๋โยนสมุดบัญชีให้ลู่เวินได้ดู ลู่เวินหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดดูหลาย ๆ เล่มก็ใ ทำไมถึงเป็ลายมือเขาที่ทำเื่เลวร้ายเช่นนี้เล่า
“ท่านพ่อ!! ข้าไม่ได้เป็คนทำเื่นี้แน่นอนขอรับ ข้าช่วยงานของตระกูลด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด จะทำเื่เช่นนี้ลับหลังท่านได้อย่างไร”
“ถ้าเ้าไม่ได้ทำแล้วเป็ผู้ใดที่ทำ หลงจู๊จิวบอกว่าเห็นเ้าไปที่ร้านค้าบ่อย ๆ เ้ายังจะบอกว่าตนเองเป็ผู้บริสุทธิ์งั้นหรือ”
“ข้าเข้าไปที่ร้านค้าก็แค่เอาพวกผ้าไหม หรือสินค้าอย่างอื่นไปเก็บเท่านั้น และก่อนกลับออกมาก็ตรวจความเรียบร้อย แต่บัญชีพวกนี้ข้าไม่เคยแตะต้องเลยนะขอรับท่านพ่อ” เขาเองไม่เคยยุ่งเื่บัญชีพวกนี้
“มีหลักฐานอยู่ต่อหน้าทนโท่ขนาดนี้ เ้ายังจะปฏิเสธอีกจะให้ข้าเลี้ยงลูกอกตัญญูอย่างเ้าต่อไปได้อย่างไร พรุ่งนี้เ้ากับลูกเมียออกไปจากจวนหลังนี้ซะ ข้าจะเขียนหนังสือตัดขาดและลบชื่อพวกเ้าออกจากผังตระกูล โดยห้ามพวกเ้าหยิบสิ่งของในจวนติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว ออกไปได้แต่ตัวและเสื้อผ้าเท่านั้น กลับไปได้แล้วข้าไม่อยากเห็นหน้าลูกเช่นเ้าอีก” ลูกชั่วเช่นนี้จะเลี้ยงให้เสียข้าวสุกต่อไปทำไม
“ท่านพ่อ!!!” ลู่เวินพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว เขาไม่คิดว่าบิดาจะเชื่อคนง่ายเช่นนี้ไม่คิดจะตรวจสอบให้ดี ก็ตัดสินว่าเขาเป็คนผิดเสียแล้ว
ลู่เวินทำเพียงคุกเข่าคำนับบิดาเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของบิดาไป เมื่อมาถึงเรือนพักของตนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ทำให้ฟางซินผู้เป็ภรรยาถามขึ้นด้วยความห่วงใย
“ท่านพี่ ท่านพ่อเรียกท่านไปพบมีเื่อะไรหรือเ้าคะ”
“มีคนวางแผนใส่ร้ายว่า พี่เป็คนปลอมจำนวนเงินบัญชีร้านค้า ท่านพ่อโกรธมากไม่ยอมฟังพี่อธิบายอะไรเลย และท่านพ่อตัดสินใจไล่พวกเราออกจากจวน ทั้งยังตัดชื่อครอบครัวเราออกจากผังตระกูลพวกเราต้องเก็บเสื้อผ้าวันนี้ พรุ่งนี้เช้าเมื่อได้รับหนังสือตัดขาดก็ต้องออกจากที่นี่ทันที”
“ทำไมถึงเกิดเื่เช่นนี้ได้กัน ท่านพี่ช่วยงานของตระกูลมาตั้งหลายปี หากท่านจะยักยอกเงินของร้านค้ามา พวกเราคงใช้ชีวิตสบายกว่านี้ไปแล้ว” ฟางซินได้ยินที่สามีพูดก็ใ กับการตัดสินที่ไม่เป็ธรรมของพ่อสามี
“แสดงว่าต่อจากนี้ไป พวกเราจะไม่ใช่คนตระกูลอู๋แล้วใช่หรือไม่ขอรับท่านพ่อ” ลู่จื้อที่กลับจากสถานศึกษาพร้อมน้องชาย ก็มาทันได้ยินเื่ที่บิดาเล่าออกมาพอดี
“แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันขอรับ ถ้าหากออกจากจวนนี้ไปข้าวของมีค่าก็เอาติดตัวไปไม่ได้เลย” ลู่เสียนกังวลเื่ที่อยู่อาศัยของครอบครัว
“พวกเ้าอย่าได้คิดมากเื่ที่อยู่เลย พ่อจะพาทุกคนกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่านย่า ที่หมู่บ้านอันผิงตำบลหย่งฝู อาจจะใช้เวลาเดินทางหลายวันหน่อย” เขายังมีบ้านเดิมของมารดาให้กลับไปอยู่อาศัยได้
“ท่านพี่ข้าพอจะมีเงินที่เก็บเอาไว้ และสินเดิมที่ติดตัวมาพรุ่งนี้ก่อนจะออกเดินทาง พวกเราเอาไปขายคงพอเป็ค่าใช้จ่ายระหว่างทางได้ ส่วนตั๋วเงินที่เก็บไว้ได้เย็บติดเสื้อผ้าของชิงเอ๋อร์ตอนเด็ก น่าจะเพียงพอให้เรามีเงินกลับถึงบ้านท่านแม่ โดยไม่ลำบากมากนักเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อข้าจะช่วยท่านพ่อทำงานหาเงินเองเ้าค่ะ” ลู่ชิงในวัยสิบหนาวพูดปลอบบิดา
“ชิงเอ๋อร์เด็กดีขอบใจลูกมากนะ ตอนนี้พวกเ้าช่วยกันเก็บเสื้อผ้า เอาไปเท่าที่จำเป็ก็พอจะได้เดินทางได้สะดวก เดี๋ยวพ่อจะออกไปติดต่อจ้างรถม้ากับคนรู้จักเอาไว้ก่อน” ลู่เวินพอจะรู้จักกับคนที่รับจ้างส่งของอยู่บ้าง คงพอขอความช่วยเหลือให้พวกเขาไปส่งที่ตำบลหย่งฝูได้
“พวกเราจะช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย ท่านพี่ไปจัดการเื่รถม้าเถิดไม่ต้องห่วงทางนี้นะเ้าคะ”
“อืม พี่จะรีบไปรีบกลับ” ลู่เวินพูดจบก็ออกจากเรือนไปทันที
ฟางซินและลูก ๆ จึงเริ่มลงมือเก็บของ พวกเขาคัดเอาเฉพาะที่จำเป็จริง ๆเท่านั้น เพราะที่เรือนนี้ก็ไม่มีสมบัติอย่างอื่นให้พวกเขาเก็บไปอยู่แล้ว
ยามนี้ในเรือนของฮูหยินเอกกำลังหัวเราะอย่างมีความสุข เมื่อแผนการของนางกับบุตรชายนั้นสำเร็จ สามารถจัดการไล่ลู่เวินออกไปจากตระกูลได้
“บ่าวดีใจกับฮูหยินด้วยเ้าค่ะ ที่จัดการไล่คุณชายรองออกไปได้”
“ทุกอย่างของตระกูลอู๋ ต้องเป็ของบุตรชายข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น เื่อะไรจะปล่อยให้พวกมันมามีส่วนแบ่ง” อีแปะเดียวนางก็ไม่ยอมให้กระเด็นออกไปอย่างแน่นอน
“ตอนนี้คุณชายใหญ่กำลังทำอะไรอยู่งั้นหรือ”
“คุณชายใหญ่ยังไม่กลับจากข้างนอกเ้าค่ะ คงจะกลับมาหลังยามเว่ย บ่าวได้ยินว่าไปพบสหายพูดคุยเื่การค้าเ้าค่ะ”
“อืม ต่อไปเขาจะต้องช่วยงานของตระกูล ออกไปพบสหายเพื่อหาเส้นทางการค้าย่อมเป็เื่ดี” ฮูหยินเอ่ยชื่นชมบุตรชายของตน
อู๋ติ้งเกามีบ่าวในจวนมาแจ้งแล้วว่า น้องชายต่างมารดาถูกกำจัด ตามแผนของตนกับมารดาเรียบร้อยแล้ว ทำให้อารมณ์ดีเป็พิเศษถึงกับเอ่ยปากบอกสหายว่า วันนี้ตนจะเป็คนเลี้ยงอาหารเอง
ปลายยามเหม่าของเช้าวันต่อมา ครอบครัวของลู่เวินต่างยืนอยู่ด้านหน้าจวนเงียบ ๆ พร้อมห่อสัมภาระเล็ก ๆ น้อย รอเพียงไม่นานพ่อบ้านก็นำหนังสือตัดขาดมายื่นให้กับลู่เวิน หลังจากนี้ไปครอบครัวเขา จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนตระกูลอู๋แห่งนี้อีก ลู่เวินพาครอบครัวขึ้นรถม้า ออกเดินทางกลับบ้านเดิมของมารดาทันที
ั้แ่ลู่เวินออกจากตระกูลอู๋ไป คนที่ช่วยงานร้านค้าแทนก็คืออู๋ติ้งเกา เขาเข้ามาช่วยงานก็จริงอยู่ แต่ไม่มีความรู้ความสามารถเท่าลู่เวิน ทำให้คู่ค้าหลายคนยกเลิกสัญญาซื้อขาย รายได้ที่เคยเข้ามาจึงลดลงไปจำนวนมาก แทบจะหากำไรไม่ได้จากการเข้ามาช่วยงานของอู๋ติ้งเกา นายท่านอู๋ต้องตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อการค้าขายของตระกูลอู๋เริ่มไม่มีความน่าเชื่อถือ พวกเขาจึงคิดหวังพึ่งอำนาจของเชื้อพระวงศ์เข้ามาช่วย ซึ่งฮูหยินเอกบอกกับนายท่านอู๋ว่า ให้ส่งแม่สื่อไปทาบทามท่านหญิงเซียว และทำการหมั้นหมายเอาไว้ก่อน อีกหนึ่งปีท่านหญิงก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ค่อยแต่งเข้าตระกูลขอเพียงมีการหมั้นหมายเกิดขึ้น
พวกเขาก็สามารถอาศัยอำนาจของจวนชินอ๋อง ทำการค้าขายของตระกูลอู๋ได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะส่งแม่สื่อไปกี่ครั้ง จวนชินอ๋องก็ขับไล่พวกนางออกมาหมดทุกคน ถึงกับมีประกาศออกมาว่า หากยังส่งแม่สื่อจากตระกูลอู๋มาที่จวนอีก ชินอ๋องจะลงมือจัดการด้วยพระองค์เอง ทำให้แม่สื่อทั้งหลายไม่กล้ารับงานนี้จากตระกูลอู๋อีก
ภรรยาของอู๋ติ้งเกาเองก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ที่บุตรชายถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะตระกูลสามี้าพึ่งอำนาจของชินอ๋อง นางจึงคิดวางแผนบุรุษช่วยสาวงามขึ้นมา โดยให้บ่าวคนสนิทของสามีไปจ้างอันธพาล ทำทีเข้าไปหาเื่ท่านหญิงระหว่างทาง และจะเป็บุตรชายของนางเข้าไปช่วยเหลือ ระหว่างนั้นบุตรชายจะต้องช่วยโดยััโดนตัวท่านหญิง เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้เป็ข้ออ้างในการหมั้นหมายได้แล้ว
แต่หม่ารั่วชิงคงต้องผิดหวังกับแผนของนาง เพราะเซียวหนิงหลงได้เพิ่มคนติดตามน้องสาว จากสองคนเป็สี่คนและทั้งสี่คนยังเป็ผู้ที่บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงทั้งหมด คนที่นางส่งไปก็แค่แมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟตายแบบไม่รู้ตัวเท่านั้น
