ในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศเงียบกริบ
เ้าเกาะทั้งสามต่างก็มีความคิดแตกต่างกัน จั๋วอวิ๋นเซียนยืนอยู่ด้านข้างเงียบๆ
“เฮ้อ!”
เหมยซิ้งหงส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ไป๋เฮ่อ ที่เ้าพูดมีเหตุผลมาก แต่ระหว่างพวกเราคงยากจะเชื่อใจเหมือนเมื่อก่อน ข้ารู้ว่าเ้าฉลาด คงจะไม่มาขอพบเราโดยไร้สาเหตุกระมัง? เ้าลองพูดมา เ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ข้าไป๋เฮ่อเป็เ้าหอหลางฮ้วน จึงต้องวางแผนเพื่อเกาะสามเซียนเป็ธรรมดา! ข้ารู้ว่าท่านเ้าเกาะทั้งสามกำลังปวดศีรษะเื่เกาะสามเซียนกับสัตว์ั์หุบเหว ที่มาเยือนครั้งนี้ก็เพราะคิดจะแก้ไขปัญหาเื่นี้”
“โอ้? เ้ามีวิธีแก้ไขปัญหาหรือ?”
เ้าเกาะทั้งสามมองหน้ากัน พวกเขาอดนึกถึงผู้แข็งแกร่งลึกลับเื้ัจั๋วอวิ๋นเซียนมิได้ จั๋วอวิ๋นเซียนอาจจะทำมิได้ แต่สตรีลึกลับผู้นั้นน่าจะทำได้
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างจริงจัง “ที่จริงแล้วท่านเ้าเกาะสามเซียนมิจำเป็ต้องโกรธเช่นนั้น ผู้าุโเฉียนโม่ผนึกหางของสัตว์ั์หุบเหวไปแล้ว มันมิอาจก่อความวุ่นวายได้อีก เื่นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเกาะสามเซียนและเมืองซานเซียน เกาะสามเซียนจึงไม่มีความจำเป็ต้องย้ายไปที่อื่น”
“ข้ารู้ แต่ก็ยังกลัวว่ามันจะเกิดขึ้น!”
เหมยซิ้งหงโบกมือด้วยสีหน้าขมขื่น “ต่อให้พวกเราเชื่อคำพูดของเ้า ยินยอมเลือกอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ คงไม่เชื่อพวกเรา”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “เช่นนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำตอนนี้มิใช่นั่งรอความตายหรือย้ายถิ่นฐาน แต่เป็การอยู่ที่นี่เพื่อสะกดซากร่างของสัตว์ั์หุบเหว จากนั้นรวบรวมขั้วอำนาจต่างๆ ก่อตั้งเป็พันธมิตร รักษาสมดุลอำนาจระหว่างเผ่าสมุทร สร้างกฎระเบียบในทะเลล่วนซิงขึ้นใหม่”
“อะ...อะไรนะ?”
เ้าเกาะทั้งสามตกตะลึง หากมิใช่เพราะรู้จักจั๋วอวิ๋นเซียน พวกเขาคงคิดว่าอีกฝ่ายเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ
ตอนนี้ทะเลล่วนซิงกำลังตกอยู่ใน่เวลาอ่อนไหว ไม่ว่าเป็เื่เล็กน้อยเพียงใดผู้คนล้วนคอยสังเกตการณ์ คอยเตือนสติกันอยู่ตลอด อีกทั้งเกาะสามเซียนในตอนนี้ยังอยู่ใน่ฟื้นฟู ดูแลตัวเองยังยาก จะมีเวลามาสอดมือยุ่งเื่ทะเลล่วนซิงได้อย่างไร
จั๋วอวิ๋นเซียนค่อยๆ เอ่ยว่า “ข้ารู้ถึงสิ่งที่เ้าเกาะทั้งสามหวาดกลัว ครั้งนี้เกาะสามเซียนสูญเสียอย่างสาหัส มิอาจรับความเสียหายได้อีกแล้ว แต่ขั้วอำนาจต่างๆ กังวลยิ่งกว่าพวกท่านเสียอีก เพราะเกาะสามเซียนยึดครองตำแหน่งที่สำคัญมาก หากเกิดปัญหากับพวกเรา ทั้งทะเลล่วนซิงจะไม่ปลอดภัย ดังนั้นขั้วอำนาจต่างๆ ต้องร่วมมือกับพวกเราแน่”
จั๋วอวิ๋นเซียนเว้นจังหวะครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวว่า “ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราเป็ฝ่ายเสนอให้ก่อตั้งพันธมิตร มิใช่เพราะยึดครองผลประโยชน์ของผู้อื่น อีกทั้งยังสอดคล้องกับผลประโยชน์ของผู้คนจำนวนมากอีกด้วย การที่ทะเลล่วนซิงสร้างกฎระเบียบขึ้นมา มีแต่จะนำพาผลดีมาให้ทุกคน ไม่มีขั้วอำนาจใดที่ไม่ชอบผลประโยชน์แน่...ทะเลล่วนซิงในอนาคตจะอยู่ในการควบคุมของพันธมิตร สามารถชำระบุญคุณความแค้นหรือต่อสู้กันได้ แล้วก็มิห้ามให้เกิดการสังหารหมู่ด้วยเช่นกัน”
“อืม ที่เ้าว่ามาไม่เลวเลย”
เ้าเกาะทั้งสามสบตากันพลางพยักหน้าเห็นด้วยกับคำอธิบายของจั๋วอวิ๋นเซียน
ในเวลานี้จวงซวี่เหยากลับขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “ไป๋เฮ่อ หากมีคนไม่ยอมเข้าร่วมพันธมิตรเล่าจะทำอย่างไร? ถึงอย่างไรความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจก็ยากจะเจรจากันได้ เช่นตัวปัญหาอย่างตำหนักเซวียนหนี่ว์”
จั๋วอวิ๋นเซียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เขาเผยสายตาเ็า “หากมีคนไม่ยอมเข้าร่วมพันธมิตรหรือจงใจทำลายการร่วมมือ ให้ลงมือปราบปรามทันที ดีกว่าวัวหายค่อยล้อมคอก”
“ซี้ด!”
เ้าเกาะทั้งสามสูดลมหายใจเข้า พวกเขาดูถูกความเด็ดเดี่ยวของจั๋วอวิ๋นเซียนมากเกินไป
แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของจั๋วอวิ๋นเซียน เ้าเกาะทั้งสามจึงมีความกล้าขึ้นมา มิใช่เพียงเพราะค่ายกลหอคอยรวมิญญาของสำนักเทียนกง ยังเป็เพราะเื้ัของจั๋วอวิ๋นเซียนที่มีผู้แข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัวอยู่อีกคนหนึ่ง
……
เมื่อมีแผนการของจั๋วอวิ๋นเซียน เื่ทุกอย่างบนเกาะสามเซียนจึงค่อยๆ กลับเข้าสู่ร่องสู่รอย ผู้คนก็เริ่มสงบใจลง
โดยเฉพาะหลังจากที่เ้าเกาะทั้งสามเสนอให้สร้างพันธมิตร เกาะสามเซียนจึงกลายเป็หัวข้อสนทนาของขั้วอำนาจต่างๆ ในทันที ปัญหาต่างๆ นานาถูกยกขึ้นมาถกเถียงกัน
จะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างไร? จะรักษากฎระเบียบอย่างไร? จะบริหารพันธมิตรอย่างไร? จะสนทนากับขั้วอำนาจอื่นอย่างไร? จะชำระบุญคุณความแค้นกันอย่างไร? จะวางแผนการค้ากันอย่างไร?
ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการแย่งชิงอำนาจ พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ใครจะเป็ผู้นำ? หากเกิดการแบ่งแยกหรือความขัดแย้งขึ้น ควรจัดการอย่างไร?
ปัญหามากมายถูกยกขึ้นมาพูด หากมิอาจทำให้ขั้วอำนาจต่างๆ พอใจได้ เื่พันธมิตรจะเป็เพียงแค่ลมปาก ไม่มีความหมายใด
……
อาทิตย์ตกดิน มหาสมุทรและท้องฟ้าติดกันเป็เส้นเดียว
ณ ท่าเรือของเกาะสามเซียน มีเงาสองเงายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน พวกเขาก็คือจั๋วอวิ๋นเซียนกับลวี่หยวนเจี๋ย
“ข้าควรเรียกเ้าว่าคุณชายไป๋เฮ่อ หรือจั๋วอวิ๋นเซียนดีเล่า?”
ลวี่หยวนเจี๋ยมองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยรอยยิ้มแห้ง ในใจรู้สึกปลงตก
ในฐานะที่เป็นายน้อยแห่งสมาคมการค้าห้าแคว้น สายข่าวของลวี่หยวนเจี๋ยจึงรวดเร็วมาก เขาจึงคาดเดาถึงสถานะของจั๋วอวิ๋นเซียนไว้นานแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เขามั่นใจยิ่งขึ้น
กล่าวตามตรง ลวี่หยวนเจี๋ยติดตามบิดาเดินทางไปใต้จรดเหนือ เคยเห็นบุตรแห่ง์มามากมาย และตัวเขาเองก็เป็คนที่มีความภาคภูมิใจมากคนหนึ่ง ต่อให้เผชิญหน้ากับเซียวอี้หรานกับเถี่ยมู่จ้านเฟิง เขาก็มิเคยเปลี่ยนสีหน้า
แต่ในเวลานี้เมื่อยืนอยู่ข้างกายจั๋วอวิ๋นเซียน ลวี่หยวนเจี๋ยไม่กล้าภาคภูมิใจแม้แต่น้อย กลับรู้สึกกระเทือนจิตใจเสียมากกว่า
เมื่อนึกถึงตัวเองตอนอายุสิบหกสิบเจ็ดปีเขากำลังทำอะไรอยู่? ใช้ชีวิตอิสระตระเวนไปทั่ว หากมิใช่เพราะเขามีพร์สูง และมีทรัพยากรนับไม่ถ้วนจากสมาคมการค้าห้าแคว้น เกรงว่าเขาคงกลายเป็คนไร้ค่าไปนานแล้ว
เมื่อนึกถึงประสบการณ์ของจั๋วอวิ๋นเซียน ก่อนอายุสิบสองปีเขายังไร้ชื่อเสียง ถูกผู้คนครหาว่าเป็ขยะก็ยังไม่เคยล้มเลิกการบำเพ็ญเซียน แต่เมื่อเขาปรากฏตัวก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง พลิกแผนการชั่วร้ายของตระกูลซีโหลว ่ชิงโอกาสรอดมาให้ตระกูลจั๋ว...ต่อจากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนก็เตรียมทางหนีทีไล่ให้พี่สาว ส่วนตนพาพ่อบ้านหนีตาย จนมาเกิดเหตุการณ์สังหารในท่าเรือหลงหยา ะเืทั่วห้าแคว้น
หากเพียงแค่นี้ลวี่หยวนเจี๋ยอย่างมากก็เพียงใหรือตะลึงเท่านั้น คงไม่มีอารมณ์อื่น แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า หลังจากเก็บซ่อนตัวมาสามปี จั๋วอวิ๋นเซียนได้ปรากฏตัวอีกครั้งด้วยนามของไป๋เฮ่อะเืทั่วทะเลล่วนซิง ส่วนพลังที่เขาแสดงออกมากลับน่ากลัวยิ่งกว่า โดยเฉพาะความอดทนและสติปัญญาของเขา ไม่เหมือนกับชายหนุ่มอายุราวสิบหกถึงสิบเจ็ดปีแม้แต่น้อย หากกล่าวว่าเป็จิ้งจอกเฒ่าอายุหกสิบเจ็ดสิบปีก็ไม่เกินจริง
……
จั๋วอวิ๋นเซียนไม่สนใจอารมณ์ซับซ้อนของลวี่หยวนเจี๋ย เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “มิต่างกัน ไป๋เฮ่อก็คือจั๋วอวิ๋นเซียน จั๋วอวิ๋นเซียนก็คือไป๋เฮ่อ”
‘กระเรียนขาว’ คือตราประทับจิติญญาของตระกูลจั๋ว และเป็ตัวแทนเจตจำนงของจั๋วอวิ๋นเซียน ชื่อนี้จึงมีความหมายต่อเขาอย่างลึกซึ้ง
“ก็ได้ เช่นนั้นข้าขอเรียกเ้าว่าไป๋เฮ่อแล้วกัน!”
ลวี่หยวนเจี๋ยถอนหายใจยาว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปว่า “ไป๋เฮ่อ เ้านัดข้าออกมามีเื่อันใดหรือ? คงมิใช่ว่าเ้าเกาะทั้งสามให้เ้ามาส่งสมาคมการค้าห้าแคว้นกระมัง? จิ้งจอกเฒ่าสามตนนั้นมิได้เป็คนใจกว้างเพียงนั้น”
จั๋วอวิ๋นเซียนมิได้ปิดบัง เขากล่าวตามตรงว่า “ข้าอยากจะทำธุรกิจกับสมาคมการค้าห้าแคว้นของพวกเ้า”
“โอ้!” ลวี่หยวนเจี๋ยหูผึ่งทันที “ธุรกิจอะไรหรือ?”
“ไม่ทราบว่าคุณชายลวี่สนใจมรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงหรือไม่?”
“อะไรนะ! มรดกสืบทอดสำนักเทียนกงหรือ?”
ลวี่หยวนเจี๋ยสีหน้าเปลี่ยนไป เขาเหม่อมองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยความตกตะลึงทันที
