หลี่ชิงหยุนชื่นชอบกระบี่เล่มนี้อย่างมาก ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
"องค์หญิงน้อย นายน้อยหลี่ เกิดอะไรขึ้น!?" ลุงหลานวิ่งเข้ามาในห้องด้วยหน้าตาตื่น เพราะเมื่อครู่เขาััได้ถึงออร่าสังหารที่รุนแรงมาก
เขากลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสองคน ดังนั้นเขาจึงรีบเข้ามาโดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นทั้งสองคนสบายดี ลุงหลานก็รู้สึกโล่งใจ...
"ขออภัยผู้าุโหลาน ข้าเพิ่งปราบกระบี่เล่มนี้ได้ จิตสังหารของมันรุนแรงมากเกินไปจริงๆ" หลี่ชิงหยุนเล่นกระบี่อยู่ในมือของเขาด้วยท่าทางพึงพอใจ
"ห๊ะ!? กระบี่นั่นมัน..." ลุงหลานที่ได้เห็นภาพตรงหน้า เขาก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
[เกิดบ้าอะไรขึ้น! นั่นมันกระบี่กลืนิญญาไม่ใช่หรือ!?]
กระบี่กลืนิญญานั้นมีที่มาที่ไม่รู้จัก พระาาของเขาพบเจอกระบี่เล่มนี้โดยบังเอิญและเขานำมันกลับมาจากสนามรบโบราณในสมัยที่เขายังเป็เยาวชน เพียงแต่ไม่มีใครสามารถใช้หรือถือครองกระบี่เล่มนี้ได้ เพราะกระบี่เล่มนี้มีจิติญญาของมันเอง หากมีผู้ใดถือครองคนผู้นั้นจะเสียสติและอาจถึงขั้นเสียชีวิต สาเหตุมาจากจิติญญาของผู้ถือครองจะแตกสลายเพราะความหวาดกลัวสุดขีด นั่นคือที่มาของชื่อของกระบี่เล่มนี้...
กระบี่กลืนิญญา!
กระบี่เล่มนี้นับว่าเป็กระบี่ต้องคำสาปและมีอาถรรพ์ ดังนั้นมันจึงถูกทิ้งร้างไว้ที่นี่โดยไม่มีใครกล้าขยับหรือแตะต้องมัน
แม้แต่พระาาก็ยังไม่กล้าใช้กระบี่เล่มนี้ ต่อให้มันเป็กระบี่ที่ดีแค่ไหนก็ตาม
แต่ตอนนี้กระบี่กลับถูกปราบโดยชายหนุ่มตรงหน้าเขา เขาจะไม่ตกตะลึงได้อย่างไร อีกทั้งยังดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะสบายดีและไม่มีอะไรผิดปกติกับมัน
โมหยุนซีที่อยู่ด้านข้างเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา ก่อนหน้านี้นางมีความรู้สึกว่านางได้เห็นความฝันบางอย่างที่แปลกๆ
ชายหนึ่งคนกับกระบี่หนึ่งเล่ม กำลังฟาดฟันไปทั่วสนามรบ และเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูที่อยู่รอบๆราวกับผักปลา! สนามรบเต็มไปด้วยศีรษะและกองเื กองซากศพกระจายอยู่เต็มพื้นที่ราวกับเป็นรกบนดิน ภาพที่น่ากลัวก่อนหน้านี้ยังคงฝังลึกในจิตใจของนางอยู่!
"องค์หญิง ข้าชอบกระบี่เล่มนี้ ข้าขอเอามันออกไปได้หรือไม่?" หลี่ชิงหยุนหันมาคุยกับโม่หยุนซี ดวงตาของเขาเป็ประกายราวกับว่าเขารอไม่ไหวแล้วที่จะทดสอบกระบี่เล่มนี้โดยทันที
"เอ่อ... หลี่ชิงหยุน เ้าแน่ใจแล้วงั้นรึ?" โม่หยุนซีไม่อยากจะเชื่อว่าหลี่ชิงหยุนสามารถปราบกระบี่อาถรรพ์เล่มนี้ได้ นางหมดสติไปก่อนที่หลี่ชิงหยุนจะปราบมัน ดังนั้นนางจึงไม่ได้ัักับออร่าของหลี่ชิงหยุนเป็การส่วนตัว หากนางได้ััแรงกดดันของหลี่ชิงหยุนในขณะนั้น เกรงว่านางคงจะเสียสติไปแล้วอย่างแน่นอน
"ถูกต้องข้า ชอบมันมาก ราวกับว่ามันถูกสร้างมาเพื่อข้าโดยเฉพาะ" หลี่ชิงหยุนตอบแบบสบายๆ
โม่หยุนซีและลุงหลานมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ กระบี่ที่ผู้คนรังเกียจที่จะจับ แต่ชายหนุ่มถึงกับกล่าวว่ามันถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ นี่ไม่แปลกเกินหรอกไปหรือ?
"ท่านพ่อของข้าได้พูดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว หากเ้าชอบมันก็เอาไปเถิด" โม่หยุนซีก็ไม่ได้ขัดข้องหากกระบี่เล่มนี้ไม่ส่งผลร้ายใดๆต่อหลี่ชิงหยุน
"ขอบคุณมาก องค์หญิง เช่นนั้นข้าขอดูสมุนไพรในตู้ได้หรือไม่?" หลี่ชิงหยุนพบบางอย่างที่สามารถใช้ปรุงยาเพื่อรักษาบิดาของเขาได้
โม่หยุนซีแค่พยักหน้าโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
หลี่ชิงหยุนกำลังเดินไปรอบๆชั้นวางของสมุนไพร เขาหยิบติดมือมาสองสามอย่าง หลังจากนั้นไม่นานเขาพบกับดาบสีขาวที่มีความบางและเบาแต่มีคุณภาพสูง เขาตั้งใจจะให้สิ่งนี้กับนาหลันเสี่ยวฉี ดังนั้นเขาจึงหยิบมันมาเช่นกัน
"องค์หญิง ขอบคุณท่านมาก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว" ในความเป็จริง หากไม่ใช่คลังสมบัติส่วนตัวของพระาา หลี่ชิงหยุนคงจะปล้นมันทั้งหมดแน่ๆ
"เอาล่ะ ในเมื่อเ้าพอใจแล้ว ไปกันเถอะ" โม่หยุนซี หลี่ชิงหยุนและลุงหลานออกมาจากห้องสมบัติพร้อมกัน
ก่อนจากไปหลี่ชิงหยุนไม่ลืมที่จะบอกลาโม่หยุนเทียนและหนานกงเสวี่ย ตอนนี้เขาต้องรีบไปที่ตระกูลเสิ่นต่อ
เมื่อเห็นว่าเขาจากไปแล้ว โม่หยุนเทียนจึงถามแก่โม่หยุนซีขึ้นมาในทันที "ซีเอ๋อร์ เขาได้รับอะไรไปบ้าง? มันเพียงพอสำหรับเขาหรือไม่?"
"ท่านพ่อ เขาเอาแค่กระบี่หนึ่งเล่ม ดาบหนึ่งเล่ม และสมุนไพรไม่กี่ชนิดเท่านั้น ดูเหมือนว่าสมุนไพรนั้นเขา้าใช้มันเพื่อรักษาบิดาของเขา" หากเป็ผู้อื่นเกรงว่าพวกเขาจะกรรโชกทรัพย์อย่างเต็มที่ โม่หยุนซีมีความประทับใจต่อหลี่ชิงหยุนมากยิ่งขึ้นกับเหตุการณ์นี้
"นะ-นี่...มันไม่น้อยไปหน่อยหรือ?" โม่หยุนเทียนเองคงคิดว่าหลี่ชิงหยุนน่าจะเอาสมบัติไปสัก 1 ใน 4 ของสมบัติทั้งหมด นี่เป็เื่คาดไม่ถึง จนคิดว่าหลี่ชิงหยุนสามารถหักห้ามใจตนเองได้เป็อย่างดี
"และอีกอย่างที่ข้าต้องบอก อาวุธที่เขานำออกไปคือดาบจันทราเยือกแข็งและกระบี่กลืนิญญา" โม่หยุนซีท่องรายการที่หลี่ชิงหยุนเอาไปให้โม่หยุนเทียนได้ฟัง
"อะไร!?"
เมื่อได้ยินรายการล่าสุดจากปากของบุตรสาว โม่หยุนเทียนสะดุ้งขึ้นมาจนเผลอลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างแรง "จะ-เ้าบอกว่าเขาเอา...กระบี่กลืนิญญาออกไปงั้นรึ?"
น้ำเสียงของโม่หยุนเทียนสั่นเครือราวกับว่าเขาไม่ยังเชื่อกับเหตุการณ์นี้
"ถูกต้อง ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนั้นจะยอมจำนนต่อเขาอย่างสมบูรณ์" โม่หยุนซีอธิบายเหตุการณ์ในห้องสมบัติก่อนหน้านี้
โม่หยุนเทียนและหนานกงเสวี่ยมองหน้ากันอย่างมึนงง ราวกับโลกของพวกเขาพลิกกลับอย่างเหลือเชื่อ
"ซีเอ๋อร์ ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวของกระบี่เล่มนั้นไม่ได้มีแค่อาถรรพ์เฉพาะของตัวมันเท่านั้น มันยังทำให้ผู้ใช้งานเกิดความกระหายเือย่างรุนแรง ป่าเถื่อน และคลุ้มคลั่ง นั้นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับกระบี่เล่มนั้น แม้แต่ข้าเองเคยถือครองมันไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้แตะต้องมันอีกเลย" โม่หยุนเทียนกล่าวอธิบาย เขากลัวว่าหลี่ชิงหยุนอาจจะได้รับผลกระทบจากมัน เนื่องจากเขาเคยััประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อนและมันแทบจะทำให้เขาเป็บ้า
"เอ่อ...นี่..." โม่หยุนซีเองก็ไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน "แล้วพวกเราควรจะเอามันกลับมาหรือไม่?"
โม่หยุนเทียนส่ายหัวทันที "ไม่จำเป็ หากเขาสามารถควบคุมกระบี่เล่มนั้นได้ เขาอาจจะมีพละกำลังที่ไร้เทียมทานในการต่อสู้... นั่นเป็เพราะกระบี่เล่มนั้นอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตั้งจิติญญาของมันแล้ว"
"กระบี่ระดับศักดิ์สิทธิ์!" โม่หยุนซีอ้าปากค้าง นางไม่เคยคิดเลยว่าห้องสมบัติของบิดาจะมีของระดับสูงเช่นนี้อยู่
"จากนี้เราคงต้องจับตาดูเขาต่อไป อย่าให้เขาคลุ้มคลั่งเป็อันขาด! เกรงว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เขาอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีก" โม่หยุนเทียนอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขึม
.
.
.
ด้านนอกพระราชวัง หลี่ชิงหยุนกำลังเดินออกจากวังและมุ่งหน้าตรงไปยังตระกูลเสิ่น
หลี่ชิงหยุนรู้อยู่แล้วว่ากระบี่กลืนิญญาเล่มนี้เป็กระบี่ระดับสูงที่ก่อตั้งจิติญญาแล้ว อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษในการพัฒนาอีกด้วย
ความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้ จะพัฒนาไปพร้อมๆกับผู้ใช้ หากเขาแข็งแกร่งขึ้น ความสามารถของกระบี่ก็จะยิ่งเพิ่มตามไปด้วย!
ส่วนดาบจันทราเยือกแข็งเองก็อยู่ในสภาพชำรุด เขาเพียงแค่ต้องหาโลหะระดับสูงเพื่อซ่อมและตีเพื่อปรับปรุงบางส่วน บางทีดาบนี้อาจจะพัฒนาและมีจิติญญาของมันเองด้วยก็ได้
หลังจากออกมาจากพระราชวังแล้ว หลี่ชิงหยุนกำลังนั่งรถม้าไปที่ตระกูลเสิ่นโดยตรง
ขณะนี้เป็เวลาใกล้มืดแล้ว เขาต้องไปที่ตระกูลเสิ่นให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนพวกเขามากเกินไป
เมื่อถึงที่หมายหลี่ชิงหยุนลงจากรถม้า พร้อมกับเดินตรงไปที่ตระกูลเสิ่นทางประตูหน้าอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง
ตรงหน้าของเขา มีประตูขนาดใหญ่สีแดงและรั้วกั้นรอบๆอาณาเขต บนที่สูงใกล้กับหลังคา มีป้ายสีทองขนาดใหญ่ติดประดับไว้ [ ตระกูลเสิ่น ]
หลี่ชิงหยุนเดินเข้าไปใกล้ประตูสีแดง แต่เขากลับถูกทหารยามหยุดไว้
"เ้าหนู เ้าเป็ใคร? มีธุระอะไรกับตระกูลเสิ่นในเวลานี้?" ทหารยามที่ถือหอกกำลังมองไปที่หลี่ชิงหยุนด้วยสายตาเหยียดหยาม
ขณะนี้หลี่ชิงหยุนกลับมาสวมชุดลำลองสีขาวตามปกติของเขาแล้ว ทหารยามที่เห็นว่าการแต่งตัวของหลี่ชิงหยุนยากจนเพียงใด เขาอดไม่ได้ที่จะดูถูกและเหยียดหยาม
"ข้าคือหลี่ชิงหยุน และข้ามาขอพบเสิ่นชิง" หลี่ชิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
"ไอ้หนู เสียมารยาท! เ้าจะพูดถึงคุณหนูน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร!?" ทหารยามรู้สึกโกรธเคืองกับชายหนุ่มผู้นี้ที่เรียกเสิ่นชิงอย่างสนิทสนม
"แค่ไปบอกนางว่าข้าหลี่ชิงหยุนมาเข้าพบ ส่วนเื่อื่นพวกเ้าไม่จำเป็ต้องกังวล" หลี่ชิงหยุนยังมีท่าทีสงบและไม่แยแสกับคำขู่
"เ้ากำลังรนหาที่ตาย!" ทหารยามคิดว่าหลี่ชิงหยุนมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา พวกเขาจึงใช้โอกาสนี้โจมตีเขาในทันที
หลี่ชิงหยุนขมวดคิ้วลึกๆเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของยามเหล่านี้