เจียงเฉิงพยักหน้า จังหวะที่กำลังจะลุกออกไป เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงกลับร้องเรียกเขาไว้อีกครั้ง “เปิ่นกงจะอยู่ที่นี่อีกสักระยะ”
เจียงเฉิงตื่นใทันที “ที่นี่ไม่ปลอดภัย เหนียงเหนี่ยงไม่ควรรั้งอยู่นานพ่ะย่ะค่ะ”
“คนของหร่วนเฟยคิดจะสังหารเปิ่นกง เปิ่นกงอยากเห็นนักว่าพวกเขาจะมีความสามารถเพียงใด เ้าจงไปบอกให้คนของทางราชการตรวจสอบเื่นี้โดยไว เปิ่นกงอยากกรู้ว่าคนพวกนี้จะใช้วิธีอะไรอีก”
เจียงเฉิงพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง “เหนียงเหนี่ยง ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็ต่างถิ่น ศัตรูอยู่ในที่ลับ พวกเราอยู่ในที่แจ้ง เราไม่ควรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้กระทำการอันใดอีก เหนียงเหนี่ยงควรรีบกลับเมืองหลวงจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าวางใจเถิด เปิ่นกงไม่ตายง่ายๆ แน่ หากตายง่ายขนาดนั้นจริงคงตายั้แ่ยามที่อยู่ในวังแล้ว เอาละ พรุ่งนี้ส่งผู้ใต้บังคับบัญชาของเ้ามาก็พอ พาเจียงเสี่ยวเตี๋ยมาด้วย เด็กคนนี้ชอบออกมาเที่ยวเล่นนอกเมืองหลวงอยู่เรื่อย”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงพูดถึงตรงนี้แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้อย่างฉับพลัน “นางมาตามหาเ้าใช่หรือไม่? เด็กคนนี้ชอบพอเ้ามาโดยตลอด”
เจียงเฉิงพลันแน่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”
“ครานี้เปิ่นกงกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดค่อนข้างนาน ถึงกระนั้นก็พอจะรู้เื่ภายในเมืองหลวงอยู่บ้าง ได้ยินว่าอยู่ๆ เ้าก็หายตัวไป เื่นี้เป็ความจริงหรือ?”
เจียงเฉิงพยักหน้าอีกครั้ง “เป็ความจริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถูกลอบโจมตีระหว่างออกปฏิบัติภารกิจข้างนอก ด้วยเหตุนี้จึงมาอยู่ที่นี่ แต่คนที่เมืองยังไม่ทราบที่อยู่กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงเผยยิ้มบางๆ “อย่างไรเ้าก็เป็แม่ทัพคนโปรดของฝ่าา หากเ้าหายตัวไปฝ่าาต้องร้อนพระทัยแน่นอน เ้าจะปล่อยให้ฝ่าาทรงรอไม่ได้”
ครั้นได้ยินดังนั้น เจียงเฉิงจึงประสานมือ “เมื่อกระหม่อมสะสางกิจธุระที่นี่เรียบร้อยแล้วจะกลับไปขอรับโทษพ่ะย่ะค่ะ”
“รับโทษอันใดกัน เปิ่นกงจะกลับไปกราบทูลฝ่าาให้ก่อนว่าเ้ามีงานต้องจัดการ ไว้เ้ากลับไปแล้วค่อยไปอธิบายด้วยตัวเอง”
เจียงเฉิงคุกเข่าลงอีกครั้ง “ขอบพระทัยเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง”
“ออกไปได้แล้ว เปิ่นกงจะพักผ่อน” เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงกล่าวเพียงแค่นั้น ก่อนหันตัวเดินกลับเข้าไปยังห้องชั้นในภายใต้การปรนนิบัติของนางกำนัล
คืนนั้นเจียงเฉิงเดินทางตรงกลับไปยังหมู่บ้านที่หลี่อันหรานอาศัยอยู่ในทันที เมื่อเขากลับไปถึง ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว ทว่าเมื่อเข้ามาในหมู่บ้านเขากลับััได้ถึงบรรยากาศกดดันอึดอัดบางอย่าง
ตามท้องถนนมีผู้คนน้อยมาก ทั้งที่ปกติแล้วนี่เป็เวลาที่ชาวบ้านตื่นออกไปทำนา
เขาเดินอยู่นานแต่ก็ยังไม่พบผู้ใด ขณะที่กำลังสับสนงุนงงนี้เอง เขาก็เห็นเสิ่นอิ๋นหวนกำลังยืนคุยกับท่านลุงจางอยู่หน้าบ้านไกลๆ จึงพลันตรงเข้าไปหา
เสิ่นอิ๋นหวนหันมาเห็นเขาก็รีบปรี่มาหาเช่นกัน เจียงเฉิงใเมื่อเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้านาง “ท่านป้า เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? เหตุใดจึงร้องไห้เช่นนี้?”
เสิ่นอิ๋นหวนคว้าแขนเขาหมับด้วยมือสั่นเทา “เกิดเื่ใหญ่แล้ว คนในหมู่บ้านถูกทางการจับตัวไปหลายคนมาก อันหรานก็ถูกจับไปด้วย ป้าจะทำเช่นไรดี”
เจียงเฉิงใกับสิ่งที่รู้ไม่น้อย “ท่านป้า ท่านค่อยๆ พูดขอรับ เื่ราวเป็มาอย่างไรกันแน่ เหตุใดอันหรานจึงถูกจับไปได้?”
เสิ่นอิ๋นหวนพูดตะกุกตะกักอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ ต้องให้ท่านลุงจางที่อยู่ด้านข้างช่วยเล่าให้แทน “ได้ยินว่าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงถูกปองร้ายในวันที่พวกเราไปไหว้พระบนูเา คนของทางการได้รับคำสั่งให้ตามจับคนร้าย แต่ไม่รู้เหตุใดมาถึงหมู่บ้านเราแล้วจึงจับกุมมั่วไปหมด แม้แต่อันหรานก็ถูกจับไปด้วย”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วยุ่งเหยิงทันที “นางจะเกี่ยวข้องกับเื่นี้ได้อย่างไร? เหตุใดคนของทางการจึงจับกุมมั่วแบบนี้?”
เสิ่นอิ๋นหวนเอ่ยเสียงสั่นเครือ “อันหรานไม่มีทางทำเื่แบบนั้น นางไม่มีทำเื่แบบนั้นเด็ดขาด”
“ท่านป้าทำใจให้สบายก่อนขอรับ ข้าจะลองไปดูให้ หากพวกเขาจับผิดคนจะบอกให้ปล่อยอันหรานแน่นอน”
เขาพูดจบแล้วเร่งร้อนเดินทางไปฝ่ายราชการทันที เมื่อมาถึง เขาพบว่าทหารของทางการได้ขังประชาชนจำนวนมากไว้ในห้องขัง
ประชาชนที่ไร้ทางสู้เหล่านี้ต่างร่ำร้องว่าตัวเองบริสุทธิ์
เจียงเฉิงเดินหน้าเครียดเข้าไปในศาลาว่าการ ยามนี้นายอำเภอกำลังสอบปากคำประชาชนจำนวนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการใช้ทัณฑ์ทรมานอีกด้วย
เจียงเฉิงรีบะโร้องห้ามเสียงดังทันที “หยุดเดี๋ยวนี้ เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนเหล่านี้แม้แต่น้อย พวกเขาเป็ประชาชนผู้บริสุทธิ์ จะปองร้ายเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงได้อย่างไร”
นายอำเภอเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินดังนี้ “เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร? เ้าต้องเกี่ยวข้องกับเื่นี้เป็แน่ ทหาร จับตัวเขาไว้”
แววตาของเจียงเฉิงแข็งกร้าวขึ้นฉับพลัน ข้าราชการโง่ผู้นี้ไม่ตรวจสอบอะไรเลยก็จับคนแล้ว ทันใดนั้นเอง กระบี่ยาวก็ถูกชักออกมาเบื้องหน้าโดยพลัน “ข้าราชการสุนัขโดยแท้ ไม่แยกแยะถูกผิด ไม่มีสมอง นอกจากกดขี่ประชาชนแล้วคนเช่นเ้ายังทำอะไรเป็อีกบ้าง?”
เห็นดังนี้ นายอำเภอจึงร้อนรนขึ้นมาทันที “พวกเ้ามัวทำอันใดอยู่? ยังไม่รีบจับกุมเขาอีก กล้าด่าข้าแบบนี้ รอดูเถอะว่าจะโดนอะไรบ้าง”
ทว่าทหารพวกนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเฉิง พวกเขาพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว กระนั้นเจียงเฉิงก็ยังไม่กลับในทันที เขาต้องตามหาหลี่อันหรานให้เจอก่อน
เจียงเฉิงเดินตรงไปหานายอำเภอสุนัขผู้นั้น พอเห็นดังนั้น นายอำเภอจึงหันตัวกลับวิ่งหนีไปยังห้องโถงด้านหลังทันที เขาวิ่งไปด้วย ร้องะโโหวกเหวกให้ช่วยไปด้วยอย่างขลาดเขลา
ข้าราชการผู้หนึ่งกำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ลานกว้างด้านหลัง เขาถูกเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงส่งมาช่วยจับกุมคนร้าย เมื่อได้ยินนายอำเภอร้องเอะอะโวยวายเสียงดังก็อดตำหนิออกมาไม่ได้ “เอะอะโวยวายอะไรกัน?”
ยามนี้เป็เวลาเช้าตรู่ เมื่อวานทำการจับกุมชาวบ้านทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ในที่ฐานะที่เป็ข้าราชการของเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงเขาจึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากตามจับคนร้ายตัวจริงไม่ได้ พวกเขาจึงต้องจับชาวบ้านที่หน้าตาดุร้ายมาแก้ขัดไปก่อน
“แย่แล้ว แย่แล้วขอรับ คนร้ายตัวจริงบุกมาแล้ว คนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงอยู่ข้างนอกนี่แล้ว”
ข้าราชการผู้นี้ตื่นใฉับพลัน “จริงหรือ เ้าแน่ใจหรือว่าเขาคือคนร้าย?”
ยามนี้นายอำเภอหวาดกลัวจนแทบปัสสาวะราด “ขอรับ ต้องเป็เขาแน่นอน เขาพกกระบี่มาด้วย ทั้งยังรู้เื่ที่เกิดขึ้นด้วยขอรับ”
ขณะที่กำลังพูด เจียงเฉิงก็เดินจากห้องโถงมาถึงด้านในแล้ว ด้านหลังมีเ้าหน้าที่นักการกลุ่มหนึ่งรีบรุดตามมาด้วย เ้าหน้าที่เหล่านี้เป็ชาวบ้านในท้องถิ่น พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้เจียงเฉิงแต่อย่างใด เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง
เจียงเฉิงเดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างผ่าเผย
ข้าราชการผู้นั้นร้องขึ้นทันทีว่า “โอหัง กล้าดีอย่างไรมาปองร้ายเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง” แต่แล้วเมื่อเห็นหน้าเจียงเฉิงหลังจากพูดจบ เขากลับต้องคุกเข่าลงพื้นทันที “คารวะท่านแม่ทัพ”
เจียงเฉิงชำเลืองตามองอย่างเ็า ก่อนตรงไปนั่งที่เก้าอี้กลางห้องโถง พร้อมกับวางกระบี่เล่มยาวลงบนโต๊ะ
นายอำเภอผู้นั้นเห็นว่าข้าราชบริพารของเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงมีท่าทีตื่นใขนาดนี้ก็รู้ในทันทีว่าบุรุษผู้นี้ต้องเป็บุคคลสำคัญเป็แน่ เขารีบคุกเข่าตาม แนบศีรษะจรดพื้น ไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้ามองด้วยซ้ำ
“คนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงไม่ใช่ประชาชนผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ จงปล่อยพวกเขาไปเสีย พวกเขาจะปองร้ายเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงได้อย่างไร พวกเ้าทำงานประสาอะไรกัน? นอกจากกดขี่ประชาชนแล้วทำงานอย่างอื่นไม่เป็ใช่หรือไม่?”
ข้าราชการของเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงพลันหน้าซีดเผือด เขานึกไม่ถึงว่าจะได้พบกับแม่ทัพใหญ่ที่นี่
“ข้าน้อยไม่ได้ตรวจสอบโดยไร้เหตุผล มีประชาชนจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเื่นี้จริงๆ ขอรับ พวกเขาอาจไม่ได้เป็ผู้ลอบปลงประชนม์เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงเพราะไม่มีวรยุทธ์ก็จริง แต่พวกเขาต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนเ่าั้แน่นอน หรือไม่ก็อาจทำหน้าที่เปิดเผยตำแหน่งของเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงก็เป็ได้ เชื่อว่าหากสืบค้นต่อไปต้องพบคนร้ายแน่นอน”
เจียงเฉิงตบโต๊ะเสียงดังลั่นทันที “โง่เขลานัก”
