เมื่อกู่หลานเยว่ได้บางอย่างที่นาง้าจากอาณาจักรลับไปแล้ว เรือบินของตระกูลกู่ก็จากไปทันที ไม่หันหลังกลับมามองแม้แต่น้อย
แต่ก่อนที่กู่หลานเยว่จะจากไป นางได้หยุดยืนอยู่บนขอบเรือบิน ร่างของนางในชุดสีขาวสะท้อนแสงอ่อนภายใต้ท้องฟ้า ดวงตาของนางกวาดมองลงมายังผู้คนเบื้องล่างอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเื่เล็กน้อย
“ข้ารู้ว่าพวกเ้าโกรธและไม่พอใจกับเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่พวกเ้าอย่าลืมสิ”
เสียงนั้นไม่ดัง แต่กลับชัดเจนจนทุกคนได้ยิน
“เ้าผู้ฝึกตนปีศาจคนนั้น มันมีกระดูกศักดิ์สิทธิ์อยู่นะ”
บรรยากาศรอบข้างแข็งค้างราวกับเวลาถูกหยุดนิ่งในทันที
“พวกเ้าอาจสูญเสียอัจฉริยะแห่งการบ่มเพาะไปมากมายกับเ้าผู้ฝึกตนปีศาจนั้น แต่ด้วยกระดูกชิ้นนั้น เ้ายังสามารถสร้างอัจฉริยะที่เหนือกว่าพวกที่ตายไปได้หลายขั้นเลยนะ”
ผู้นำกองกำลังต่างๆ หลับตาลงอย่างไร้หนทาง กู่หลานเยว่ยิ้มบาง ๆ
“พวกเ้าไม่ต้องกลัวไป หากมีใครคนไหนที่กล้าวิจารณ์การกระทำของพวกเ้า ตระกูลกู่จะช่วยดูแลพวกมันเอง”
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้าไปในใจของผู้คนมากมาย ก่อนที่เรือบินของตระกูลกู่จะเคลื่อนตัวออกไปอย่างสง่างาม หายลับไปจากขอบฟ้าในพริบตา
จากคำพูดเพียงเล็กน้อยของกู่หลานเยว่มันส่งผลให้ไม่มีใครสนใจว่าคำกล่าวหาต่อจางหลินจะเป็จริงหรือไม่
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้ดี จางหลิน มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์อยู่จริงและนั่นก็เพียงพอแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น จางหลินที่เหมือนจะเข้าใจชะตากรรมของตนเอง ได้ติดต่อไปหาจางเหวินทันที และเปิดใช้งานหินวาร์ปเพื่อกลับไปที่ตระกูลทันที
ในขณะนั้น จางเหวินกำลังควบคุมการขุดเหมืองหินิญญาของตระกูลจางอยู่กลางูเา ลมเย็นๆ พัดผ่าน เหมืองเต็มไปด้วยเสียงจอบกระทบหิน แต่ในอ้อมแขนเสื้อของเขา หยดน้ำสื่อสารพลันสั่นไหว
หยดน้ำใสสะอาดนั้น เป็เครื่องสื่อสารที่มีเพียงเขาและจางหลินเท่านั้นที่ใช้กัน แม้แต่จางหลิงเยว่ก็ไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของมัน
เพียงไม่กี่ประโยค จางเหวินก็เข้าใจทุกอย่าง
หัวใจของเขาบีบรัดแน่น แต่สมองกลับเ็าจนผิดปกติ เขาไม่ลังเล เขาทิ้งงานทุกอย่างก่อนจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที
แต่ระหว่างทาง เขาไม่ได้กลับไปอย่างไร้การเตรียมพร้อม
เขาแอบวางเส้นทางหลบหนี เตรียมจุดซ่อน เตรียมทางถอยให้กับตนเองอย่างเงียบงัน ทุกก้าวที่เดินกลับเมืองหลวง ไม่ใช่เพียงการกลับไปเผชิญหน้า แต่เป็การเตรียมตัวเอาชีวิตรอด
เขาใช้เวลานานกว่าปกติ และเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง ภาพที่เห็นก็ยืนยันความคิดทั้งหมดของเขา
ภายนอกคฤหาสน์ตระกูลจาง เต็มไปด้วยกองกำลังที่แอบซุ่มอยู่แทบทุกมุม เงามืดเคลื่อนไหวอย่างระแวดระวัง แรงกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนขอเพียงแค่คฤหาสน์ตระกูลจางมีการเคลื่อนแปลกๆ ใดๆ ทุกกองกำลังก็พร้อมจะลบมันให้หายไปทันที
กลับมาที่ปัจจุบัน
จางเหวินที่เพิ่งได้สติเต็มที่ ค่อย ๆ รวบรวมความทรงจำที่ไหลบ่าผ่านจิตสำนึกอย่างสับสน แต่ไม่ว่าพยายามมากเพียงใด ภาพในอดีตบาง่กลับพร่าเลือนราวหมอกจาง ความทรงจำในวัยเด็กของเขาหายไปเป็่ ๆ ขาดหายอย่างไม่อาจปะติดปะต่อได้
เขาไม่แน่ใจในต้นกำเนิดของร่างกายนี้ แต่เขาค่อนข้างมั่นใจในตัวของจางหลินน้องชายที่อยู่ในอ้อมแขน ความทรงจำเกี่ยวกับการเติบโต การใช้ชีวิตร่วมกันในวัยเยาว์ ล้วนค่อนข้างชัดเจน
ในขณะที่จิตใจของเขายังไม่ทันได้หยุดคิด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องโถง
“จางเหวิน เ้าฟังแม่อยู่หรือไม่”
น้ำเสียงของจางหลิงเยว่เย็นเฉียบ แต่แฝงแรงกดดันที่กดทับลงมาที่จางเหวินโดยไม่ปิดบัง
“จงมอบจางหลินมาให้แม่ซะ เ้าอยากทำให้ตระกูลจางพินาศจริง ๆ หรือยังไงกัน”
คำพูดนั้นดังชัดเจน ราวกับค้อนหนักที่ทุบลงบนหัวใจของทุกคนในโถง
จางเหวินเงยหน้าขึ้น มองไปยังใบหน้าของสตรีที่นั่งอยู่บนที่นั่งผู้นำตระกูล ดวงตาของเขานิ่งสงบ ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความลังเล
จากความทรงจำที่เหลืออยู่ของร่างเดิม เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและจางหลิงเยว่ ไม่ได้เป็แม่ลูกตามสายเือย่างแท้จริง หากเป็เพียงญาติห่าง ๆ ที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษตระกูลจางสายเดียวกันเท่านั้น
หลังจากระดับการบ่มเพาะของเขาก้าวเข้าสู่ขั้นก่อตั้งจิติญญา เขาสามารถััได้ถึงพลังสายเืในร่างของตน และยิ่งััได้ชัดเจนเท่าใด ความจริงก็ยิ่งโหดร้ายเท่านั้น สายเืของเขากับจางหลิงเยว่ ห่างไกลกันอย่างยิ่ง
จางเหวินก้มมองร่างของจางหลินในอ้อมแขน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง มองตรงไปยังจางหลิงเยว่โดยไม่หลบสายตา เสียงของเขาดังขึ้นอย่างสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น
“ท่าน้าเอากระดูกของน้องชายข้าไป เพื่อประโยชน์ของตระกูล”
เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม
“หรือเพื่อเป้าหมายอื่นของท่านกันแน่”
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บรรยากาศในห้องโถงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
พลังการบ่มเพาะระดับนักบุญพุ่งทะลุออกมาจากร่างของจางหลิงเยว่อย่างไม่อาจควบคุม คลื่นพลังมหาศาลกดทับลงมา ราวกับูเานับหมื่นลูกถาโถมพร้อมกัน
ดวงตาของนางเ็าจนไร้ความรู้สึก มือเรียวยาวยกขึ้น ก่อนจะฟาดลงไปในอากาศ
คลื่นพลังหนึ่งส่วนร้อยจากพลังที่แท้จริงของนางพุ่งตรงไปยังพี่น้องทั้งสอง โดยไม่ปิดบังเจตนา นางตั้งใจจะทำให้พวกเขาพิการในทันที
แต่ก่อนที่คลื่นพลังนั้นจะปะทะร่างฟองน้ำสีใสก็ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน
มันโอบล้อมร่างของจางเหวินและจางหลินเอาไว้แ่า พลังสายน้ำหมุนวนอย่างเงียบงัน ก่อนที่ทั้งสองร่างจะถูกกลืนหายไปภายในฟองน้ำนั้น
ในพริบตาเดียว ทั้งสองก็หายไปจากห้องโถง
ตูมมมมม!!!!
แรงะเิจากคลื่นพลังที่ฟาดลงมาโดยไร้เป้าหมาย ทำให้คฤหาสน์ตระกูลจางสั่นะเือย่างรุนแรง พื้นหินแตกละเอียด เศษซากปลิวกระจาย ผู้าุโตระกูลจางที่อยู่ในโถงต่างตื่นตะลึง ทำอะไรไม่ถูก
จางหลิงเยว่มองไปยังพื้นที่ที่แตกพัง ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย ความเงียบงันปกคลุมห้องโถง
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพึมพำขึ้นในใจอย่างแ่เบา เสียงนั้นเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน แต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืน
“ส่งหน่วยลับอีกาดำของตระกูลจางออกไปตามหาพวกเขาทั้งสองคนซะ”
ภายในห้องโถง ผู้าุโตระกูลจางทั้งหมดต่างตกอยู่ในความมึนงง หน่วยลับอีกาดำไม่ใช่กองกำลังธรรมดา พวกเขาคือเงามืดที่ตระกูลจางใช้ทำงานสกปรกทุกชนิด ลอบสังหาร วางยาพิษ กระจายข่าว ไม่มีคำว่าถูกหรือผิดสำหรับพวกเขา มีเพียงผลลัพธ์เท่านั้นที่สำคัญ
เมื่อจางหลิงเยว่ออกคำสั่งนี้ มันทำให้หัวใจของผู้าุโหลายคนสั่นสะท้าน
บางคนตีความว่า จางหลิงเยว่กำลังเปิดทางให้เด็กทั้งสองหนีไป โดยแกล้งทำเป็ต่อสู้กันเอง แต่บางคนกลับรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก เนื่องจากภาพเมื่อครู่ยังติดตา พลังที่จางหลิงเยว่ฟาดออกไปนั้นไร้ความลังเล แม้นางจะไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่จิตสังหารที่นางปล่อยออกมาเมื่อครู่มันคือตั้งใจจะทำลายทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน
เสียงลมหายใจในห้องโถงหนักขึ้น ผู้าุโแต่ละคนต่างตีความหมายของคำสั่งนั้นไปในแบบของตน ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม ไม่มีใครกล้าแสดงความเห็น
และในขณะที่ความลังเลยังไม่ทันคลี่คลาย จางหลิงเยว่ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาอันเ็าของนางจับจ้องไปทั่วห้องโถง ก่อนจะะโขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“เร็วสิ! รออะไรกันอยู่”
เพียงคำเดียว ผู้าุโทั้งหมดก็สะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบขยับตัวออกไปทันที ไม่มีใครกล้าชักช้า ร่างมากมายหายวับออกจากห้องโถงอย่างเร่งรีบ
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการ จางหลิงเยว่จึงหันหลัง เตรียมเดินกลับไปยังที่พักของตน แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปไกล เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายนอกคฤหาสน์
“ตระกูลจาง จงส่งตัวจางหลินออกมาซะ”
เสียงนั้นก้องกังวาน ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางอากาศ
ในวินาทีเดียวกัน คลื่นพลังระดับนักบุญหลายสิบสายก็ปรากฏขึ้น ลอยนิ่งอยู่รอบคฤหาสน์ตระกูลจาง พลังอันมหาศาลกดทับลงมาจากทุกทิศทาง ฟ้าเหนือเมืองหลวงสั่นไหว ลมพายุปั่นป่วน ราวกับ์เองกำลังจ้องมองลงมา
แรงกดดันนั้นรุนแรงจนผู้าุโหลายคนต้องหน้าซีด หัวใจเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
จางหลิงเยว่หยุดก้าวเดิน นางหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นกลับมานิ่งสงบอีกครั้ง ราวกับทุกอย่างอยู่ในการควบคุม
