บทที่ 36
เฉียนฟู่กุ้ย... แกเสร็จแน่
สำนักเต๋อเต๋าถัง
เฉียนฟู่กุ้ย แอบอยู่หลังประตู ยืดคอชะเง้อมองออกไปข้างนอก พอเห็นรถตำรวจแล่นผ่านไป เขาก็แอบรู้สึกผิดนิดๆ การแจ้งความจับเพื่อนร่วมอาชีพมันไม่ผิดกฎหมายก็จริง แต่มันผิดศีลธรรมและน่ารังเกียจ เด็กสาวคนหนึ่งหาเช้ากินค่ำลำบากแท้ๆ แต่เขากลับไปคว่ำหม้อข้าวเธอซะงั้น
แต่พอนึกอีกที... การรักษากฎหมายเป็หน้าที่ของพลเมืองดีนี่นา! ตอนเด็กๆ คุณครูสอนว่า "มีปัญหาให้หาคุณตำรวจ" เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
เฉียนฟู่กุ้ยตบหน้าอกตัวเอง ความรู้สึกผิดอันน้อยนิดหายวับไป เขาปิดประตูแล้วกลับเข้าบ้าน พอหยิบกุญแจมาเปิดห้อง ข้างในกลับมืดสนิท
จู่ๆ ความเย็นเยือกที่อธิบายไม่ได้ก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง ร่างอ้วนๆ ของเขาอดสั่นสะท้านไม่ได้ เฉียนฟู่กุ้ยถูแขนตัวเองไปมา
"แปลกแฮะ ทำไมอากาศมันเย็นลงฮวบฮาบแบบนี้ รีบอาบน้ำนอนดีกว่า"
เขาเปิดไฟ แสงสีขาวสาดส่องลงบนพื้น ลมหนาวพัดโชยเข้ามาในห้องราวกับมีสัตว์ร้ายซุ่มซ่อนอยู่ เฉียนฟู่กุ้ยรีบปิดประตูแล้วพุ่งตัวเข้าห้องน้ำทันที
พอน้ำอุ่นราดลงบนตัว ความหนาวสั่นก็ทุเลาลง เขาเริ่มฮัมเพลงอย่างสบายใจ
"รอคอยเธอมาพันปี~ ฉันไม่เสียใจ~ อ่าาาา~~"
พรึ่บ! ไฟดับวูบลง เฉียนฟู่กุ้ยชะงักกึก คำว่า "อ่า" ค้างอยู่ที่ลำคอ วินาทีต่อมาไฟก็ติดขึ้น แล้วก็ดับลงอีก ติดๆ ดับๆ สลับกันไปมาเหมือนอยู่ในผับ
ไฟช็อตเหรอวะ? เฉียนฟู่กุ้ยสั่นเป็เ้าเข้า รู้สึกว่าน้ำเริ่มเย็นเจี๊ยบขึ้นเรื่อยๆ เขาหยิบฝักบัวมารีบล้างฟองสบู่กะว่าจะโทรหาฝ่ายนิติอาคาร
จังหวะที่หันหลังไปนั่นเอง... เขาจ้องประสานสายตากับใบหน้าลางๆ ใบหน้าหนึ่ง! ผิวหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ แก้มสองข้างแต้มสีแดงสดเหมือนรอยเืที่ป้ายลงบนกระดาษ ดวงตาประหลาดนั่นจ้องเขม็งมาที่เขา พร้อมแสยะยิ้มสยองขวัญ
"เชี้ยยยยย!" เฉียนฟู่กุ้ยเผลอโยนฝักบัวทิ้ง ขาสองข้างหนีบกันแน่นด้วยความหวาดเสียว
พอหลับตาแล้วลืมขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างกลับดูเหมือนภาพหลอน ไม่มีใบหน้าประหลาด ไฟไม่กะพริบ ฝักบัวยังอยู่ในมือเขาเหมือนเดิม ความหนาวเหน็บเข้ากระดูกดำปกคลุมไปทั่วร่าง เฉียนฟู่กุ้ยพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ "เมื่อกี้... เมื่อกี้ฉันโยนฝักบัวทิ้งไปไม่ใช่เหรอวะ?"
"ภาพหลอน... มันคือภาพหลอน!" "อย่ากลัวๆ โลกนี้ไม่มีผีหรอก" เขาปลอบใจตัวเองรัวๆ รีบล้างตัวแล้ววิ่งตีนเปล่าเข้าห้องนอนทันที ั้แ่เปิดสำนักเต๋อเต๋าถังมา เขาไม่เคยเจอผีเลยสักครั้ง พวกที่เจอคงจะคิดไปเองหรือไม่ก็ตาฝาดทั้งนั้นแหละ
เฉียนฟู่กุ้ยมุดเข้าใต้ผ้าห่ม ความอบอุ่นทำให้เขารู้สึกดีขึ้น และในที่สุดเขาก็เคลิ้มหลับไป...
"ฮิฮิฮิ... พวกเรามาจับคุณแล้วนะ"
"อ๊ากกก! อย่า! อย่าตามฉันมาาา!!"
เฉียนฟู่กุ้ยวิ่งหนีสุดชีวิต ข้างหลังมีฝูงตุ๊กตากระดาษกลุ่มใหญ่วิ่งไล่ตาม ในมือพวกมันถืออาวุธครบมือ ทั้งมีด ปืน ขวาน ะเิมือ ไปจนถึงปืนกลแกตลิง! ฮือออ ถ้าโดนจับได้ฉันตายแน่!
ข้างหน้ามีแสงสว่างอบอุ่นเรืองรอง เฉียนฟู่กุ้ยตาเป็ประกาย "ทางออก! ต้องเป็ทางออกแน่ๆ!"
เขาคลานกระเสือกกระสนพุ่งเข้าไป แต่หลังจากโลกหมุนเคว้ง พอเงยหน้าขึ้นมา... รอบกายกลับเต็มไปด้วยเืสีแดงฉาน
ผนัง พื้น เพดาน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยรอยมือเืหนาแน่น ตุ๊กตากระดาษในชุดเ้าสาวสีแดงฉานแสยะยิ้มจ้องเขา
"ฮิฮิ... ฟู่กุ้ยจ๋า ฉันรอคุณมานานแล้ว มาเป็เ้าบ่าวของฉันเถอะนะ ฮิฮิ!"
"อ๊ากกกกกก!" เฉียนฟู่กุ้ยดิ้นรนจะคลานหนี แต่ขากลับถูกมือปริศนาจิกกระชากไว้ พอหันไปมองก็เห็นตุ๊กตากระดาษสีแดงนับไม่ถ้วนพุ่งถาโถมเข้ามาหาเขา
เขาขยับตัวไม่ได้เลย... "นี่คือความฝัน... มันคือความฝัน..."
เขาพยายามหยิกตัวเองแต่ไม่มีแรงแม้แต่นิดเดียว ความสิ้นหวัง อึดอัด และไร้ทางสู้เข้าเกาะกินหัวใจ... คราวนี้ตายแน่ๆ...
ในวินาทีสุดท้าย เขาก็สะดุ้งตื่น! เฉียนฟู่กุ้ยปาดเหงื่อเย็น "โชคดีที่เป็แค่ฝัน..." ทันใดนั้นเขาก็เอะใจ
"เดี๋ยวนะ! ฉันควรจะนอนบนเตียงดิ ทำไมมานอนอยู่ที่ทางเดินหน้าห้องวะ?!"
"ฮิฮิฮิ..." เสียงที่คุ้นเคยะเิขึ้นข้างหู เฉียนฟู่กุ้ยหนังหัวพองวาบ ออกวิ่งหนีตายสุดชีวิตอีกครั้ง! "นี่มันฝันหรือเื่จริงกันแน่วะเนี่ย?!"
ทั้งคืนนั้น เฉียนฟู่กุ้ยเล่นเกม "วิ่งไล่จับ" กับตุ๊กตากระดาษจนสติหลุด เขาแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอันไหนความจริงอันไหนความฝัน แค่ได้ยินเสียง "ฮิฮิฮิ" หรือเห็นกระดาษ เขาก็จะสั่นเป็เ้าเข้าโดยสัญชาตญาณ
"อ๊ากกกก!" เฉียนฟู่กุ้ยสะดุ้งตื่นเป็รอบที่ 49 พอเห็นแสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง เขาก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ "แม่จ๋าาา ฉันรอดแล้ววว กลับมาแล้ววว!"
เขาวิ่งตีนเปล่าบึ่งตรงไปที่ถนนของเก่าทันที พอเห็นหลินซี เขารู้สึกเหมือนเห็นแม่พระมาโปรด! เฉียนฟู่กุ้ยะโลั่นจนเสียงหลง
"ท่านอาจารย์หลิน ช่วยด้วยยย! ช่วยชีวิตผมด้วยยย!!"
หลินซีนั่งนิ่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก "อาจารย์เฉียน แต่เช้าเลยนะ ลนลานอะไรขนาดนั้น?"
"ผมไม่ใช่พระอาจารย์หรอกครับ ท่านสิครับคือพระอาจารย์ตัวจริง!" เฉียนฟู่กุ้ยกลืนน้ำลายเอื๊อก
"อาจารย์หลินครับ ผมเจอผีหลอก! ขอร้องล่ะครับช่วยผมด้วย ผมยังมีแม่แก่อายุแปดสิบต้องดูแล มีลูกเมียที่ยังเล็ก..."
หลินซีขัดคอทันควัน "พ่อแม่คุณเสียไปนานแล้ว คุณยังไม่แต่งงาน และไม่มีลูกสักคน"
เฉียนฟู่กุ้ยหน้าแห้ง... ซวยละ! ดันติดนิสัยพูดบทหลอกกินตังคนอื่นมาใช้ เขาหัวเราะแห้งๆ
"อาจารย์หลินครับ เื่ก่อนหน้านี้ที่ผมล่วงเกินไป โปรดอย่าถือสาเลยนะครับ"
หลินซีจ้องหน้าเขา "ครั้งไหนบ้างล่ะ?"
เฉียนฟู่กุ้ยรีบสารภาพ "เื่อู๋เต๋อ แล้วก็ครั้งล่าสุดนั่นด้วย ฝีมือผมเองครับ ผมมันสมควรตาย ผมมันคนใจแคบ สันดานโจร!"
"ขอโทษจริงๆ นะครับอาจารย์หลิน"
หลินซียิ้มละไม "หมดหรือยัง?"
เฉียนฟู่กุ้ยสบตาที่ดูเรียบเฉยนั้นแล้วเหงื่อแตกพลั่ก
พวกคุณป้าคุณลุงที่มุงดูอยู่เริ่มซุบซิบ "ไอ้ฟู่กุ้ย เื่เมื่อวานแกลืมแล้วเหรอ? ถ้าแกไม่แจ้งความจับเขา อาจารย์หลินจะโดนลากไปโรงพักเรารึไง?"
เฉียนฟู่กุ้ยสะดุ้งโหยง! ฉิบหาย! เื่นี้เธอก็รู้ด้วย! ทั้งที่เขาให้ลูกน้องผมทองเป็คนแจ้งแท้ๆ แต่เธอดันเดาถูกเป๊ะ
วินาทีนี้เฉียนฟู่กุ้ยเสียใจสุดซึ้ง ไม่น่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปแจ้งความเลย ท่ามกลางสายตารุมประณามนับสิบคู่ เฉียนฟู่กุ้ยขาอ่อนฮวบ ลงไปคุกเข่าดัง ตุ้บ! น้ำตาไหลพรากเป็สายเื
"อาจารย์หลิน ผมผิดไปแล้ววว ฮือออออ..." ชายร่างั์สูงร้อยแปดสิบ หนักร้อยแปดสิบโล ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนจมูกแดง
หลินซีไม่นึกว่าเขาจะถึงขั้นร้องไห้โฮขนาดนี้ เมื่อคืน เสี่ยวจิน กับ เสี่ยวถู่ อาสาไปขู่เขาเอง ไม่รู้ว่าตุ๊กตากระดาษสองตัวนั้นไปทำอีท่าไหน เขาถึงได้ขวัญหนีดีฝ่อขนาดนี้
หลินซีบอก "ลุกขึ้น แล้วหุบปาก ห้ามร้อง"
เฉียนฟู่กุ้ยรีบเอามืออุดปากตัวเอง ปลอบใจตัวเองเบาๆ "ไม่ร้องๆ ฟู่กุ้ยต้องไม่ร้อง..."
หลินซีเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ "ฟู่กุ้ย คุณจะไม่เห็นผีอีกแล้วล่ะ ต่อไปอย่ามาลอบกัดลับหลัง มีปัญหาอะไรก็เดินมาท้าดวลกับฉันตรงๆ"
เฉียนฟู่กุ้ยส่ายหน้าจนหัวแทบหลุด "ไม่ครับ ไม่! อาจารย์หลิน ต่อไปท่านคือลูกพี่ของผม คือขาใหญ่ประจำถนนของเก่าเส้นนี้เลยครับ!"
หลินซีบอกเรียบๆ "ฉันไม่รับลูกน้อง กลับบ้านไปเถอะ"
เฉียนฟู่กุ้ยไม่ยอมไป "อาจารย์หลินครับ งั้นรบกวนช่วยออก 'ยันต์คุ้มครอง' ให้ผมสักใบได้ไหมครับ?"
หลินซีปรายตามอง "ฉันบอกแล้วไงว่าคุณจะไม่เจอผีอีก ดวงคุณยังแข็งอยู่"
"งั้นผมก็ไม่ไปครับ"
เฉียนฟู่กุ้ยดึงขอบกางเกงให้เข้าที่ แล้วถอยไปยืนยิ้มแป้นตากแดดอยู่ข้างๆ อยู่ใกล้ๆ อาจารย์หลิน แสงแดดดูอบอุ่นขึ้นเยอะเลยแฮะ
หลินซีไม่สนใจเขาและเริ่มดูดวงต่อ ทันใดนั้น ชายในชุดสูทเนี้ยบคนหนึ่งเบียดฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางโอหัง "ท่านประธานหวัง้าพบคุณ ตามผมมา!"
หลินซีไม่แม้แต่จะเงยหน้า "จะดูดวงไปต่อแถวข้างหลัง ถ้าไม่ดูดวงก็ไสหัวไป"
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว "คุณรู้ไหมว่าท่านประธานหวังมีฐานะอะไร?"
หลินซีตอบเรียบๆ "ไม่รู้ และไม่อยากรู้ด้วย"
"แก...!"
ชายคนนั้นยื่นมือจะมากระชากตัวเธอ แต่เฉียนฟู่กุ้ยรีบก้าวมาขวางไว้ทันที
"หูหนวกหรือไงไอ้หนุ่ม? อาจารย์หลินบอกให้ไปต่อแถว!"
"ไปๆๆ ไปข้างหลังโน่น!"
ชายชุดสูทจ้องมองไอ้อ้วนตรงหน้าด้วยความรำคาญ "แกเป็ใครวะ?"
เฉียนฟู่กุ้ยเชิดหน้า ยืดอก แล้วพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน "มาถนนของเก่าเส้นนี้ ไม่เคยได้ยินชื่อ 'เฉียนครึ่งเทพ' หรือไงวะ?!"
