3
จูบแรก
“คุณ...ถึงบ้านแล้วครับ”
มายาเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ดีที่ชายหนุ่มตัดสินใจให้เธอตั้งจีพีเอสตำแหน่งของบ้านเธอไว้ เขาถึงได้พาเธอมาส่งที่บ้านถูก
“คุณไหวใช่ไหม”
เบนถามเพราะเขามองหน้าหญิงสาว รู้สึกเหมือนเธอกำลังมีไข้
“ไหวค่ะ ขับรถกลับดีๆนะคะ ขอบคุณที่มาส่งฉันและดูแลทุกเื่ให้ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ”
มายาไม่ได้รู้สึกไหวอย่างที่ปากพูด แต่เธอส่งไลน์ไปหาแมนแฟนหนุ่มว่าเธอประสบอุบัติเหตุและเขากำลังจะมาหาเธอที่บ้าน หญิงสาวจึงกลัวว่าถ้าเธอบอกกับเบนไปว่าเหมือนจะไม่สบาย เขาอาจจะอยู่เป็เพื่อนเธอ
“คุณเข้าบ้านได้แล้ว ผมจะจอดรถรอจนกว่าคุณจะปิดบ้านเรียบร้อย” ชายหนุ่มเป็ห่วง
“กลับไปเถอะค่ะ ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปีแล้ว ไม่อันตรายอะไรแน่นอนค่ะ”
เบนพยักหน้าและยอมขับรถออกจากหน้าบ้านของมายา เพราะไม่อยากขัดใจเ้าของบ้าน ที่ดูอยากให้เขารีบกลับ
รถหรูถูกขับยังไม่ทันถึงหน้าหมู่บ้าน เบนก็เปลี่ยนใจขับกลับเพื่อไปดูที่หน้าบ้านมายาให้แน่ใจ ว่าเธอเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว
“รถใคร”
เบนมองรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ ที่จอดอยู่หน้าบ้านของมายาอย่างสงสัย เพราะหญิงสาวเพิ่งบอกกับเขา ว่าเธออยู่กับ นันทาแค่สองคน
ชายหนุ่มติดเครื่องจอดดูอยู่ในรถได้เพียงไม่นาน ก็เห็นชายหนุ่มที่ดูแล้วอายุน้อยกว่าเขาเดินออกมาจากบ้าน โดยมีมายาเดินตามมาและคว้าแขนของชายหนุ่มที่กำลังจะเปิดประตูรถ
เบนพยายามเพ่งมองดูผ่านกระจกหน้ารถ เพื่อจะเห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นให้ชัดที่สุด แต่เขาจอดรถห่างจากหน้าบ้านของมายาในระยะที่ไม่สามารถมองเห็นได้ถนัด
ภาพที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นเหมือนทั้งสองคนกำลังเถียงกัน ฝั่งของผู้ชายทำท่าจะขึ้นรถแต่มายาก็พยายามดึงแขนเขาไว้ แต่ในที่สุดรถคันนั้นก็ขับออกไป ทิ้งไว้แต่หญิงสาวที่เหมือนกำลังยืนร้องไห้ เพราะมือของเธอเหมือนเช็ดหน้าไปมา ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป
เบนจดเลขป้ายทะเบียนรถคันนั้นไว้ เพราะเขา้ารู้ข้อมูล ชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เขาถึงต้องอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใครมากขนาดนี้
‘นอนหรือยัง’
เบนขอเบอร์โทรศัพท์ของมายาไว้ และมันก็ขึ้นไลน์ชื่อของเธอขึ้นมา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจส่งข้อความไปหา
‘นอนแล้วค่ะ คุณถึงบ้านหรือยังคะ’ มายาตอบกลับมาในทันที
‘ถึงแล้วครับ’
เบนโกหกเพราะความจริงเขาเพิ่งขับรถออกมาจากบ้านของหญิงสาวได้เพียงไม่นาน
ข้อความที่เบนส่งไปถูกอ่าน แต่ไม่มีการตอบกลับมา ชายหนุ่มได้แต่มองหน้าจอโทรศัพท์แต่ไม่กล้ากดส่งข้อความไปอีก เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากคุยต่อ
หญิงสาวเวลานี้ เธอ้ากำลังใจ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่เธอคิด
มายานอนกอดตัวเองร้องไห้ ภาพเหตุการณ์ เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ
“ใจเย็นๆนะมายา แมนว่าพี่นันทาเขาไม่เป็อะไรหรอก”
ชายหนุ่มเข้าประคอง สวมกอดคนรักอย่างแแ่ มือหนาค่อยๆลูบผมของหญิงสาว ก่อนจะค่อยเลื่อนต่ำลง
“แมนทำอะไร!”
มายาผลักตัวเองออกจากอ้อมกอดของแฟนหนุ่ม เมื่อรู้ตัวว่า คนที่กำลังกอดเธอ้าอะไร
“เฮ้ย! ทำไมต้องโวยขนาดนี้ คบกันมาจะสามปีแล้ว จะเก็บไว้ให้ใคร ถึงได้หวงเนื้อหวงตัวแบบนี้”
ชายหนุ่มอารมณ์เสียสุดขีด เมื่อถูกแฟนสาวที่คบมาหลายปี ปฎิเสธที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้แแ่กว่าเดิม
“แมน วันนี้มายากำลังทุกข์ กำลังเครียด เธอยังมีจิตใจจะมาคิดเื่แบบนี้อีกเหรอ ถ้ามันอยากมาก ก็กลับไป ไปหาผู้หญิงที่มันพร้อมจะมีอะไรกับเธอ กลับไป”
แมนกำมือแน่น หันหลังเดินออกจากบ้าน อย่างที่ไม่คิดจะง้อหรือขอโทษหญิงสาว
“แมน แมน มายาขอโทษ ”
เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ง้อเธอแน่ มายาก็เป็ฝ่าย วิ่งไปดึงแขนแมนไว้ เพื่อไม่ให้เขาไปจากเธอจริงๆ
“ปล่อย บอกให้ปล่อย”
แมนตะคอกเสียงใส่แฟนสาวอย่างเสียงดัง พร้อมกับสะบัดมือเล็กของเธอออกจากแขนของเขา และขับรถออกไปทันที
น้ำเสียงของแฟนหนุ่ม ยังดังอยู่ก้องหูของมายา เธอนอนร้องไห้อยู่บนเตียง เสียใจที่แมนไม่เป็ห่วงเธอเลย แต่ลึกๆหญิงสาวก็คิดโทษตัวเอง ที่เธอคบกับเขามาหลายปี แต่กับไม่ยอมมีอะไรด้วย
“ฮัลโล คุณเบนใช่ไหมคะ”
มายาทนไม่ไหวที่ต้องอยู่คนเดียว เธอพยายามโทรศัพท์หาแมนหลายครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมรับสายของเธอ
“ใช่ครับ มายาคุณเป็อะไรหรือเปล่า”
เบนบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเธอไว้ เขาจึงรู้ั้แ่รับสายแล้ว ว่าคนที่โทรมาคือใคร
น้ำเสียงที่ฟังดูออก ว่าคือน้ำเสียงของคนที่กำลังร้องไห้ ทำให้เบนตัดสินใจที่จะถามตรงๆออกไป แบบไม่รอให้อีกฝ่ายพูดธุระ
“เอ่อ....ตอนนี้คุณอยู่ไหนคะ” มายาถามแบบกล้าๆกลัว
เมื่อได้ยินคำถาม ชายหนุ่มผุ้ผ่านหยิงสาวมามากมาย ก็อ่านออกทันที ว่าเวลานี้ คนที่โทรมาอยากให้เขาไปหา
“ผมยังอยู่แถวๆบ้านคุณ แวะดินเล่นหาอะไรกิน”
ชายหนุ่มไม่ได้โกหก เพราะเขาเพิ่งออกจากบ้านหญิงสาวมาไม่นาน
“เอ้า!..แล้วไหนคุณส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว” มายาย้อนถาม
“ผมคิดว่าคงจะกลับบ้านดึกๆ เลยส่งบอกคุณเพื่อให้คุณไม่ต้องเป็ห่วง ผมขอโทษนะที่โกหก”
น้ำตาไหลอาบแก้มมายาอีกรอบ เมื่อได้ยินคนในโทรศัพท์ พูดคำว่าขอโทษ ทั้งที่เขากับเธอเพิ่งจะรู้จักกันเอง ในขณะที่แมน ชายหนุ่มที่คบกันมาหลายปี นอกจากจะไม่รู้สึกผิด ยังกลายเป็ฝ่ายโกรธเธออีกต่างหาก
“คุณร้องไห้ เดี๋ยวผมไปหานะ อีกไม่เกินยี่สิบนาทีเจอกัน”
เบนวางสายจากมายาและรีบกลับรถ เพื่อย้อนกลับมาที่บ้านของหญิงสาวอีกครั้ง
“ขอบคุณนะคะ ที่กลับมาอยู่เป็เพื่อนฉัน”
หญิงสาวโผเข้ากอดชสายหนุ่มผู้เป็เ้านายพี่สาวทันที ที่เขาลงจากรถและเดินตรงมาหาเธอ
“มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม ใจเย็นๆนะ ผมว่าเราเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า”
เบนเดินตามหญิงสาวที่กำลังปาดน้ำตาที่ไหลมาอย่างไม่ยอมเลิกรา เข้าไปในบ้าน เพราะมืดแล้ว ยืนคุยกันหน้าบ้านคงไม่ดีแน่ๆ
“ไหนเราให้ผมฟังสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” คนแก่กว่าเริ่มถามทันที เมื่อทั้งคู่นั่งลงบนโซฟากลางบ้าน
มายาไม่รู้เหมือนกัน ว่าเพราะอะไรเธอถึงยอมเล่าทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟัง ทั้งที่เขากับเธอเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน อาจจะเป็เพราะความช่วยเหลือ ที่เขามีต่อเธอและพี่สาว เื่อุบัติเหตุ เธอถึงรู้สึกไว้ใจเขา
มายาเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอ ให้ชายหนุ่มฟัง ด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้น ปนกับเสียงพูดตลอดเวลา
“ฉันผิดเหรอคะ คนรักกันต้องมีอะไรกันทุกคนเลยใช่ไหม”
เบนมองหน้าคนถาม เขาััได้ ว่าหญิงสาวตรงหน้าถามออกมาจากความรู้สึกอยากรู้ของเธอจริงๆ
“ใช่ ถ้ามันเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การบังคับฝืนใจกัน มายาคุณไม่ผิด หยุดโทษตัวเองสักที”
ชายหนุ่มดึงร่างบางที่ร้องไห้ จนดวงตากลมโตแดงกร่ำมากอดไว้แน่น
เบนแปลกใจที่การกอดครั้งนี้ เขากลับไม่รู้สึกถึงเื่อย่างว่า ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมา เขาคงไม่หยุดแค่กอดแน่ๆ แต่การกอดครั้งนี้ เขากลับรู้สึกอยากปกป้อง มากกว่าอยากทำลาย
“อย่าไปกอดใครเขาแบบนี้อีกนะ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคน จะอดทนให้ผู้หญิงมากอดแนบเนื้อแบบนี้แล้วไม่ทำอะไร”
คนพูดก็ยังไม่แน่ใจตัวเองด้วยซ้ำไป ว่าถ้าครั้งต่อไป เขาได้กอดมายาแบบนี้ เขาจะยังยับยั้งหัวใจได้เหมือนตอนนี้ไหม
“อื้อออ..คุณทำอะไรของคุณ”
เบนจับตัวหญิงสาว ให้ออกจากตัวเขา เมื่ออยู่ดีๆ มายาก็เอาปากบางของเธอมาประกบปากเขาอย่างคนที่จูบไม่เป็
“ทำไม คุณไม่อยากมีอะไรกับฉันเหรอ ผู้ชายชอบผู้หญิงง่ายๆไม่ใช่เหรอ” คนพูดมองหน้าเบนอย่างโมโหแล้ท้าทาย
ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับใช้ปากหนาของเขาบดขยี้ ปากบางของเธอ อย่างช่ำชอง จนคนตัวเล็ก แทบจะหายใจไม่ทัน
“เขาจูบกันแบบนี้”
ชายหนุ่มหยุดจูบและพูดกับหญิงสาวตรงหน้า ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ก่อนจะลงมือจูบอย่างดุเดือดอีกครั้ง
