หลังจากหันหลังให้กระจก คัง ซอฮยอน
เดินมานั่งที่เก้าอี้ พรางมองไปบนโต๊ะอาหารเล็กๆ
ที่นีน่านำอาหารมาเสิร์ฟ ั้แ่่ก่อนเที่ยง
ความเงียบในห้องไม่ทำให้เธออึดอัด ตรงกันข้าม
มันทำให้ความคิดชัดเจนขึ้น ประตูเปิดออกเบา ๆ
นีน่าเดินเข้ามาตามเวลาที่ควรจะมา
กิริยาเหมือนเดิม เสื้อผ้าเรียบร้อย ท่าทางไม่เร่งรีบ
สายตากวาดมองถาดอาหารแวบหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองเด็กบนเก้าอี้
“ไม่กินเหรอคะ”
น้ำเสียงเรียบ ไม่ตำหนิ ไม่ห่วงใย แค่ถามเพราะควรถาม
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นช้า ๆดวงตาสีแดงสบเข้ากับสายตาของนีน่าเป็ ครั้งแรก…
โดยไม่หลบ
“ซุปวันนี้ เค็มกว่าปกติ”นีน่าชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
แต่ไม่รอดสายตาคนที่เคยนั่งอ่านรายงานการเงินวันละหลายชั่วโมง
“งั้นหรือคะ”
นีน่ายิ้มบาง ๆ “อาจจะใส่เกลือเยอะไปนิด”
คำอธิบายง่ายๆ เหมือนทุกครั้งที่เคยใช้ คัง ซอฮยอนพยักหน้าเบา ๆ
ไม่ซัก ไม่โต้ แล้วก็พูดต่อเหมือนไม่มีอะไร “ขนมปังหายไปครึ่งชิ้น”
คราวนี้ นีน่าเงียบ เธอมองถาดอาหารเหมือนเพิ่งสังเกตว่ามันไม่ครบ
ทั้งที่จริง…เธอรู้ั้แ่แรก
“คงเป็ตอนครัวจัดเตรียมค่ะ”เสียงยังสุภาพ
แต่แววตาเริ่มแข็งขึ้นนิดหนึ่ง
“คุณหนูอย่าคิดมากเลย แค่นี้ก็พอแล้ว”
พอแล้ว..คำนี้เคยทำให้เอเลน่าคนก่อนเงียบเสมอ
เคยทำให้เด็ก8ขวบคนหนึ่งคิดว่า ตัวเองไม่ควรเรียกร้องอะไร
แต่เด็กตรงหน้านีน่า ไม่ใช่คนเดิม คัง ซอฮยอนลุกขึ้นจากเก้าอี้
ร่างเล็กกว่าคนรับใช้มาก แต่ท่าทางกลับนิ่งเกินวัย
“นีน่า”
แค่เรียกชื่อ ไม่ขึ้นเสียง ไม่กดน้ำหนัก
แต่คนถูกเรียกกลับรู้สึกเหมือนโดนสะกิดหลังคอ
“เงินค่าอาหารประจำสัปดาห์”คังซอฮยอนพูดต่อช้า ๆ
“อยู่ที่ไหน” นีน่าขมวดคิ้วทันที
“คุณหนูไม่ต้องกังวลเื่นั้นหรอกค่ะ เป็เื่ของผู้ใหญ่—”
“อยู่ที่ไหน”เสียงยังคงเรียบ แต่คราวนี้ ไม่มีช่องให้หลบ
ความทรงจำของเอเลน่าคนก่อนผุดขึ้นมา
จำนวนเงิน วันที่เบิก ตามที่พ่อของเธอเคยบอก
นีน่าหัวเราะเบา ๆพยายามกลบความไม่สบายใจ
“ทำไมวันนี้คุณหนูถึงถามอะไรแปลก ๆ ล่ะคะ”
ดวงตาสีแดงมองเธอ นานพอให้รอยยิ้มของนีน่าเริ่มแข็ง
“เพราะวันนี้ ฉันอยากรู้”ไม่มีคำขู่ ไม่มีอารมณ์
แต่ประโยคนั้น…ไม่ใช่คำพูดของเด็กที่ยอมจำนน
นีน่ารู้สึกได้ทันที ว่าบางอย่าง “ผิดที่ผิดทาง”
เด็กคนนี้ไม่เคยถามแบบนี้ ไม่เคยสบตาแบบนี้
ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเจรจา
“ฉันจะไปถามครัวให้ค่ะ”นีน่าพูดเร็วขึ้นเล็กน้อย
“คุณหนูพักผ่อนเถอะ”เธอหันหลังจะออกไป
“นีน่า”เสียงเรียกอีกครั้ง คราวนี้ นีน่าหยุดทันที
“ั้แ่พรุ่งนี้ ฉันจะจดทุกอย่าง”
ทุกอย่าง คำธรรมดา แต่หนักเหมือนหินกดอก
ประตูปิดลง ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง
คัง ซอฮยอนมองซุปตรงหน้า แล้วใช้ช้อนคนเบา ๆ ก่อนจะวางมันลง
เธอไม่กิน ไม่ใช่เพราะหิวหรือไม่หิว แต่เพราะการไม่แตะต้อง
คือการประกาศจุดยืนที่ชัดที่สุด
ในเกาหลี เธอเคยเริ่มจากการตรวจบัญชีเล่มเล็ก
ก่อนจะดึงคนทั้งฝ่ายการเงินลงมาได้
ที่นี่ก็ไม่ต่างกันนีน่าไม่ใช่ศัตรู...ยังไม่ใช่
เธอเป็แค่ “ตัวอย่างแรก” ว่าั้แ่วินาทีนี้ไป
เอเลน่า
จะไม่เป็เด็กที่ใครก็หยิบอะไรไปจากเธอได้อีก
และนีน่าเอง ก็จะเริ่มเข้าใจแล้วว่า
เด็กในตึกเล็กหลังนี้ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
คัง ซอฮยอนหันสายตาไปยังโต๊ะไม้เล็กข้างผนัง
ที่มีหนังสือเก่าไม่กี่เล่มวางเรียงอยู่
หนังสือเ่าั้ไม่ใช่ของเด็ก8ขวบ
เป็หนังสือประวัติศาสตร์ บันทึกการเดินทาง และเื่
ราวเกี่ยวกับโลกภายนอก ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่ทันตั้งตัว
ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง
น้ำเสียงนุ่มอ่านหนังสือให้ฟังมือใหญ่ลูบหัวเธอเบาๆ
พ่อ..
"เซเรน อาเชนวาลด์"
ความทรงจำของเอเลน่าตัวจริงชัดเจนอย่างเ็ป
พ่อเป็คนเดียวในตระกูลที่เรียกเธอว่า “ลูก”
อย่างเต็มปาก เป็คนเดียวที่ไม่เคยสนใจสีตาของเธอ
ไม่เคยถามว่าเธอ “เหมือนใคร”
เขาบอกว่าเธอสวย เขาบอกว่าไม่ต้องกลัว
เขาบอกว่าเขาจะกลับมา แต่...พ่อหายไป
ั้แ่เธออายุแค่หกขวบ
คัง ซอฮยอนกำมือแน่นเล็กน้อย หัวใจไม่ได้ร้อน
ไม่ได้โกรธ มีเพียงความสงสัยที่ค่อยๆ กัดกินอยู่เงียบๆ
ถ้าพ่อรักเธอขนาดนั้น ถ้าพ่อรู้ว่าที่นี่เป็ยังไง
รู้ว่าเธอถูกทิ้งไว้กับคนรับใช้แบบนี้ ทำไม…ถึงไม่กลับมา
หรือว่า
เขาไม่สามารถกลับมาได้ หรือจะตายไปแล้ว...
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปิดขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาสีแดงนิ่งสงบ เธอไม่รีบหาคำตอบ ไม่รีบโทษใคร
แต่ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป เธอจะเริ่ม “เก็บรายละเอียด”
เริ่มจากนีน่า เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ
และสักวันหนึ่ง…เธอจะรู้เองว่าการหายไปของพ่อ เป็การทอดทิ้ง
หรือเป็ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง...
