นางยกมือขึ้น เป่าลมผ่านนิ้วชี้ที่งอจรดริมฝีปาก
เสียงหวีดท่ามกลางความโล่งแจ้งรอบด้านช่างก้องกังวาน ชั่วขณะที่ตู้เจวียนตะลึง ม้าตัวหนึ่งวิ่งมาแต่ไกล มันคือม้าที่ใหนีไปเมื่อสักครู่นั่นเอง
ม้าตัวนี้ดูเหมือนมีปัญญาปราดเปรื่องยิ่ง เมื่อเข้าใจเสียงผิวปากของไป๋เซียงจู๋แล้ว มันก็วิ่งมาหานางโดยดี ไป๋เซียงจู๋ม้วนชายกระโปรงสอดไว้กับผ้าคาดเอว จากนั้นจึงดีดตัวะโขึ้นคร่อมหลังม้า
ท่วงท่าลื่นไหลคล่องแคล่ว สง่าผ่าเผยเหลือเกิน ตู้เจวียนที่มองอยู่ข้างๆ ตะลึงแล้วตะลึงอีก
ตู้เจวียนถามด้วยความประหลาดใจ “คุณหนู คุณหนูขี่ม้าเป็หรือเ้าคะ” ทำไมนางถึงไม่รู้ คุณหนูขี่ม้าเป็ั้แ่เมื่อไร
ไป๋เซียงจู๋เพียงแต่ยิ้มแล้วยื่นมือขาวเนียนให้ “มา ส่งมือให้ข้า!”
ตู้เจวียนเห็นไป๋เซียงจู๋มั่นใจถึงขนาดนี้ แม้ตนไม่เคยขี่ม้า ทว่าบัดนี้เผลอส่งมือให้โดยไม่รู้ตัวแล้ว ไม่นึกเลยว่าพอยื่นมือออกไป ไป๋เซียงจู๋ออกแรงดึง แล้วตนก็ขึ้นม้ามานั่งซ้อนหลังนางด้วยประการฉะนี้
“จับมั่นแล้วนะ” ไป๋เซียงจู๋กล่าวทิ้งท้ายแล้วลงแส้ ม้าออกวิ่งไปตามทางเพราะความเจ็บในทันที
จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูวัง พวกนางถูกกองทหารรักษาพระองค์ขัดขวางไว้
“หยุด! ผู้ใดบุกรุกพระราชวัง ทหาร คุมตัว!”
เมื่อทหารรักษาพระองค์เ่าั้เห็นไป๋เซียงจู๋ พวกเขาไม่ได้ดูประหลาดใจแม้แต่น้อย ทว่ากลับแห่กันมาขัดขวางไป๋เซียงจู๋โดยไม่ถามไถ่สักคำ แสดงว่ามีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว
ไป๋เซียงจู๋แสยะยิ้ม นางหวดแส้ม้าออกไปและตวาดเสียงดัง “หลีกไป! ข้าคือบุตรีคนโตแห่งจวนไป๋ ได้รับคำเชิญร่วมงานชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟย พวกเ้าหน้าไหนกล้าขวางทางข้า!”
ภายในอุทยานหลวงในเวลาเดียวกัน ดอกเบญจมาศทั่วอุทยานบานสะพรั่งงดงามยิ่ง งานเลี้ยงชมดอกไม้จะเริ่มในไม่ช้า
ในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยบรรดาฮูหยินพระราชทาน [1] คุณหนูกุลสตรีจากแต่ละจวน นางสนมจากแต่ละตำหนัก เหล่าองค์หญิง แม้แต่องค์ชายบางพระองค์ก็ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย
ไป๋ชิงโหรวลงรถม้าพร้อมกับมู่จื่อรั่ว เดิมนางตั้งใจจะรออวี๋ซื่อ ทว่ากลับถูกมู่จื่อรั่วเชื้อเชิญเข้าไปข้างในก่อนอย่างมีไมตรีจิต
เมื่อไป๋ชิงโหรวเห็นมู่จื่อรั่วโดดเด่นสะดุดตาเช่นนี้ สัญชาตญาณก็บอกให้รักษาระยะห่างจากนาง แน่ล่ะ ถึงนางจะดื้อรั้นและเ้าอารมณ์ไปบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่านางโง่ มีมู่จื่อรั่วที่เปล่งประกายยืนอยู่ตรงนี้สักคน ทุกสายตาย่อมจับจ้องไปที่นาง ต่อให้ตนงามพียงใดก็พ่ายแพ้แก่นางแล้ว ถูกใช้เป็ใบไม้ [2] ประดับบารมีก็เท่านั้น
“ท่านพี่จื่อรั่ว ข้าคอยท่านแม่ดีกว่าเ้าค่ะ ท่านจวนจะมาถึงแล้ว” ไป๋ชิงโหรวเอ่ยปากด้วยความระวังยิ่ง อย่าหลงละเมอในภาพลักษณ์อ่อนหวานเป็มิตรของมู่จื่อรั่วเชียว แท้จริงแล้วนางมิใช่บุคคลที่ควรขัดใจ ไป๋ชิงโหรวรู้ดี ทว่าทำอะไรไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“ทำไมกันเล่า ข้าเชิญเ้าเข้าไปพร้อมข้าด้วยใจจริง ไม่ยินดีหรือ”
เป็ดังที่คิด มู่จื่อรั่วหน้าตึงทันที สายตาที่ชำเลืองมาทำเอาไป๋ชิงโหรวขนลุกชูชันโดยฉับพลัน ส่ายหน้าปฏิเสธซ้ำไปซ้ำมา
“โหรวเอ๋อร์มิกล้า ได้ติดตามข้างกายท่านพี่จื่อรั่วถือเป็บุญวาสนาของโหรวเอ๋อร์ จะไม่ยินดีได้อย่างไรเล่า” ไป๋ชิงโหรวฝืนยิ้มด้วยความอึดอัด ทั้งที่ในใจนั้นก่นด่ามู่จื่อรั่วเป็ร้อยเป็พันครั้งแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าทนทุกข์แต่ไม่กล้าพูดของไป๋ชิงโหรว มู่จื่อรั่วครึ้มใจเป็ที่สุด วันนี้ตนจะจรัสแสงแพรวพราว มีเพียงบุรุษที่ข้ามู่จื่อรั่วไม่คิดลดตัวไปแย่งชิงเท่านั้น ทว่าไม่มีบุรุษที่ไม่สวามิภักดิ์ต่อข้า
ขณะมู่จื่อรั่วย่างเยื้องเข้าอุทยาน ไป๋ชิงโหรวจงใจเดินช้ากว่าไปสองสามก้าว
ชุดสีขาวบริสุทธิ์เข้าคู่ดวงหน้าวิลาสล้ำ ทับด้วยเสื้อคลุมลายม่านเมฆ ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในชั่วพริบตา
แเื่พากันเงยหน้าขึ้นมองมู่จื่อรั่วที่กำลังกรีดกรายเข้ามา ผิวพรรณเนียนผ่องดุจหยกขาว คางเรียวเชิดพอดิบพอดี ริมฝีปากแดงอิ่มเอิบเม้มยิ้มเล็กน้อย ั์ตาใสหยาดเยิ้ม สุกสกาวราวดาราที่พร่างพราย อีกทั้งแฝงความเศร้าจางๆ สร้างเสน่ห์นุ่มนวลละมุนละไมเหลือล้น เร้าใจให้รู้สึกอยากคว้ามาแนบอ้อมอก ปกป้องทะนุถนอมเสียเดี๋ยวนี้
ปทุมบาท [3] คู่งามย่องเยื้องเบาๆ รูปโฉมขาวสะอาดหมดจดเสมือนเทพเซียนทำให้ทุกคนหยุดหายใจ ช่างสมตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง นี่คือนาง์เยือนแดนมนุษย์ อัศจรรย์ใจโดยทั่วกันจริงๆ
องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานจ้องมองอย่างหลงใหลจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า
มู่จื่อรั่วงดงามจับใจเช่นนี้เสมอ ทว่าทุกครั้งที่ปรากฏกายก็ทำให้เขาหลงอยู่ในภวังค์ได้นานแสนนาน
มู่จื่อรั่วสังเกตสายตาของทุกคน มุมปากยกยิ้มน้อยๆ นางมั่นใจว่าตนงามยิ่ง ไม่มีสตรีนางไหนที่มาร่วมงานในวันนี้สามารถต้านทานความงามของนางได้!
ข้างหลังนาง ไป๋ชิงโหรวมองมู่จื่อรั่วที่เป็จุดรวมความสนใจของผู้คน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขุ่นเคือง แต่แล้วจะทำเช่นไรได้ ต่อให้ตนออกไปตอนนี้ก็ไม่พ้นกลายเป็ไม้ประดับขับเน้นให้มู่จื่อรั่วยิ่งโดดเด่นเท่านั้น
“โหรวเอ๋อร์ นิ่งอยู่ทำไมเล่า ยังไม่เข้าไปอีกหรือ”
อวี๋ซื่อรีบตามมาจากด้านหลัง พอเห็นบุตรสาวยืนเฉยอยู่อย่างนั้น นางก็รู้สึกปวดศีรษะกะทันหันอย่างช่วยไม่ได้ น้ำเสียงก็บ่งบอกว่ากำลังตำหนิ
“ท่านแม่ มู่จื่อรั่วเพิ่งเข้าไป นางสวยขนาดนั้น ข้าเข้าไปจะไม่ถูกหัวเราะเยาะหรือ” ไป๋ชิงโหรวเบะปากด้วยความหงุดหงิด มู่จื่อรั่วก็หน้าตาพอดูได้นั่นแล ตนไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เสียหน่อย แค่ไร้ฐานะสูงศักดิ์เช่นนาง หากตนเป็ธิดาคนโตในเหิงชินอ๋องบ้าง หากตนมีปิ่นแปดสหายนั่นอยู่บนศีรษะบ้าง เสริมด้วยชุดนี้ นางต้อง...
“กลัวอะไร อย่าลืมสิว่าชุดที่ลูกสวมอยู่น่ะสุดแสนจะหายากเชียวนะ มีคนตั้งเท่าไรที่อยากสวมมัน แม้เด่นกว่าสักเพียงใด หญิงงามอันดับสองยังคงเป็เ้าอยู่ดี มีองค์ชายเยอะแยะปานนั้น มู่จื่อรั่วนางจะเหมาเอาไปคนเดียวทั้งหมดหรือไร” อวี๋ซื่อยื่นมือมากระทุ้งไป๋ชิงโหรว พูดด้วยอารมณ์ไม่ได้ดั่งใจ
ไป๋ชิงโหรวสะดุ้งเจ็บ ทว่านางเริ่มตระหนักได้ ใช่ วันนี้นางมาเพื่อเฟิ่งเจาเกอ ร่ำลือกันว่าเขาไม่ใฝ่ใจในสตรี เป็ไปได้ว่าเพราะไม่ชอบผู้หญิงที่อวดตนเรียกร้องความสนใจประเภทนี้ บางทีอาจจะชอบอย่างนางก็ได้
ไป๋ชิงโหรวถอดความไม่พอใจบนใบหน้าทิ้งโดยพลัน เปลี่ยนเป็รอยยิ้มแช่มชื่นแทน และเงยหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง “ท่านแม่พูดถูกเ้าค่ะ โหรวเอ๋อร์จะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
อีกด้านหนึ่ง มู่จื่อรั่วค่อยๆ เยื้องกรายมายังหน้าพระสนมเสียน ทำความเคารพด้วยกิริยาสุภาพนอบน้อม “ถวายพระพรพระสนมเสียนเฟย ขอให้ท่านป้าอายุมั่นขวัญยืน อ่อนเยาว์นิจนิรันดร์เ้าค่ะ ”
คำอวยพรท่านป้าทำให้เสียนกุ้ยเฟยเบิกบานเป็อย่างยิ่ง ประคองหลานสาวแท้ๆ คนนี้ให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง “รั่วเอ๋อร์ของพวกเรายิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ สมกับเป็ยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวง หรานเอ๋อร์ ลูกว่าใช่หรือไม่”
“ท่านแม่กล่าวได้ประจวบเหมาะนัก น้องรั่วเอ๋อร์งามเด่นยิ่งกว่าเมื่อครั้งงานชมดอกไม้ปีก่อนเสียอีก โดยเฉพาะเ้าปิ่นแปดสหายนี้ มันส่งเสริมความงามของน้องให้สมบูรณ์แบบที่สุด”
เหยียนอี้หรานรีบพยักหน้าเห็นชอบ ตาทั้งสองข้างไม่ละไปจากมู่จื่อรั่วแม้แต่น้อย ลิ้นเริ่มพันกัน อยากจะนำถ้อยคำสละสลวยทั้งหมดมาบรรยายความงามของมู่จื่อรั่วเสียให้ได้
ในสายตาของเขา น้องสาวคนนี้งามเลิศ จะนำทุกถ้อยคำสุนทรมาพรรณนาชมเชยมู่จื่อรั่วก็ไม่ถือว่าเกินสมควร
มู่จื่อรั่วแสร้งก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ท่านป้ามีความตั้งใจจะให้ตนแต่งงานกับองค์ชายห้า ทว่าโอรสนางองค์นี้มีปรีชาสามารถอยู่ในระดับธรรมดา รูปร่างหน้าตาและบุคลิกท่าทางก็หล่อเหลาสง่างามสู้องค์ชายคนอื่นไม่ได้ นับประสาอะไรกับเฟิ่งเจาเกอ ผู้ชายแบบนี้ต่อให้เป็ถึงโอรสของกุ้ยเฟย ต่อให้เป็ถึงองค์ชายห้า ก็มิใช่ประเภทที่นาง้าอยู่ดี
ถึงกระนั้นก็เถอะ กุ้ยเฟยมีใจมุ่งหมายจะจับคู่นางให้องค์ชายห้า แม้ตอนนี้นางไม่พอใจก็ไม่สามารถแสดงอาการออกมาได้ คงไม่ดีที่จะเป็ปฏิปักษ์ต่อพระสนมกุ้ยเฟยในตอนนี้ ท่านแม่สัญญาแล้วว่าจะหาวิธีผัดผ่อนพระสนมเื่วิวาห์ไว้ให้นานที่สุด นางลวงล่อเฟิ่งเจาเกอจนหลงใหลได้เมื่อไร ถึงเวลานั้นกระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่กล้าทัดทานอันใดหรอก
น่าขันนัก ใครจะกล้าพิพาทเื่เล็กน้อยเหนือประเทศชาติ เว้นแต่ว่า้ายั่วยุให้เกิดาระหว่างสองแว่นแคว้น แม้เผ่าอี้เป็ชนชาติที่ไม่เหมือนใคร ทว่าพวกเขามีกองกำลังที่แข็งแกร่ง เชี่ยวชาญในสมรภูมิ หากต้องสู้กันจริง ต้าฉีไม่น่าได้ประโยชน์ใดๆ
มารดาบอกนางไว้ ขอให้นางใส่ใจกับเฟิ่งเจาเกอเป็พอ ส่วนคนอื่นนั้นแค่รับหน้าเป็พิธี โดยเฉพาะองค์ชายห้าผู้นี้ เขาเทิดทูนนางยิ่งกว่าอะไรดี ในอนาคตจะช่วยนางจัดการได้หลายเื่ทีเดียว
เชิงอรรถ
[1]诰命夫人 ฮูหยินพระราชทาน คือ ยศที่ฮ่องเต้ประทานแก่มารดาและภรรยาของเหล่าขุนนางขั้นหนึ่งถึงขั้นห้า (ทั้งชั้นเอกและโท) โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็ฮูหยินพระราชทานจะมียศขั้นเดียวกับขุนนางผู้เป็ลูกหรือสามี การเป็ฮูหยินพระราชทานจะได้รับเงินเดือนและสิทธิพิเศษบางประการ แต่ไม่มีอำนาจทางการปกครองที่แท้จริง
[2]绿叶 ใบไม้ หมายถึง นักแสดงสมทบ
[3]莲足 ปทุมบาท คือ คำอุปมาอุปไมยเรียกเท้าที่มีลักษณะสวยงามของผู้หญิง ซึ่งก็คือเท้าที่เล็กและบางเหมือนดอกบัว อันเป็มาตรฐานความงามในสมัยโบราณ
