“่นี้หนูรู้สึกว่าดวงดีเป็บ้าเลยล่ะค่ะลุง” ชูชิงเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างไม่ขัดเขิน “ั้แ่ได้เจอลุง กราฟชีวิตหนูก็พุ่งเอาๆ สงสัยลุงจะเป็ตัวนำโชคของหนูแน่ๆ ...ว่าแต่ หนูขอติดไปโรงงานทอผ้าด้วยได้ไหมคะ อยากไปดูวิธีเปลี่ยนฟิวส์สักหน่อย”
ต้าลี่ตอบรับทันที “ได้สิ แต่เดี๋ยวลุงขอจัดการเ้ากระต่ายป่านี่ให้แ่าก่อน กลัวมันตื่นขึ้นมาแล้วจะวิ่งเตลิดหนีไปเสียเปล่า”
ต้าลี่ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็มัดกระต่ายป่าจนดิ้นไม่หลุด สองลุงหลานเดินออกจากบ้าน ล็อคกุญแจรั้วอย่างแ่า แล้วมุ่งหน้าสู่โรงงานทอผ้าด้วยกัน
...
เมื่อทางสะดวก เถาอี้เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ก็ลอบเข้าไปในบ้าน ตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อสำรวจ ‘ผลงาน’ ชิ้นนั้น ใช่... มันคือกระต่ายป่าตัวจริงเสียงจริง เขาปีนกำแพงกลับออกมาพลางบ่นพึมพำในใจอย่างอดไม่ได้
“กระต่ายบ้านนี่มาจากไหนกัน โง่เง่าถึงขนาดวิ่งชนหินหน้าประตูจนสลบ... โบราณเขามีแต่เฝ้าต้นไม้รอจับกระต่าย แต่นี่คงต้องเรียกว่า ‘เฝ้าก้อนหินรอจับกระต่าย’ ซะแล้วมั้ง”
...
สิบนาทีต่อมา ชูชิงและต้าลี่ก็มาถึงโรงงานทอผ้า
ภาพที่เห็นคือกลุ่มหัวหน้างานและคนงานกำลังยืนมุงเครื่องจักรกันหน้าดำคร่ำเครียด แต่ทันทีที่เห็นต้าลี่ปรากฏตัว ฝูงชนก็แหวกออกเป็ทางโดยอัตโนมัติราวกับนัดกันไว้ หัวหน้าโรงงานรีบปรี่เข้ามาจับมือต้าลี่ด้วยความหวัง
“พี่ต้าลี่ ยอดคนเก่งของพวกเรา” หัวหน้าโรงงานเสียงตื่นเต้น “คนงานเราสลับกะกันรื้อกองขยะแทบพลิกแผ่นดิน ในที่สุดก็เจอฟิวส์รุ่นเดียวกันจนได้ ตอนนี้ทุกคนใจจดใจจ่ออยากเห็นวิธีซ่อมเ้าเครื่องจักรฝรั่งนี่เต็มแก่แล้ว อยากรู้จริงๆ ว่ามันต่างจากของบ้านเราตรงไหน”
ต้าลี่ตอบกลับอย่างถ่อมตน “จริงๆ หลักการมันก็เหมือนเครื่องจักรบ้านเรานั่นแหละครับหัวหน้า... แล้วฟิวส์อยู่ที่ไหนรึครับ?”
หัวหน้าโรงงานปล่อยมือแล้วชี้ไปที่กล่องไม้เล็กๆ บนพื้นข้างเครื่องทอผ้า “อยู่ในนั้นเลย ไม่ได้มีแค่อันเดียวนะ หาเจอตั้งสามอันแน่ะ”
ต้าลี่ก้มลงหยิบฟิวส์ทั้งสามชิ้นขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “โชคดีครับ... มีแค่อันเดียวที่ใช้ได้”
“โธ่ ดีใจเก้อเลย นึกว่าจะมีสำรอง” หัวหน้าโรงงานหน้าสลดลงทันตา
เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าคนงานเริ่มดังขึ้นรอบทิศ
“อ้าว แล้วถ้ามันเสียอีกจะทำยังไงล่ะทีนี้?”
“ปากเสีย แช่งให้เครื่องพังรึไง เดี๋ยวก็ได้หยุดงานอดตายกันพอดี”
“แล้วอีกสองอันนั่นซ่อมไม่ได้เลยเหรอ?”
ยังไม่ทันที่เสียงถกเถียงจะจางหาย ต้าลี่ก็จัดการเปลี่ยนฟิวส์เสร็จสรรพ ทันทีที่เสียบปลั๊ก เสียงเครื่องจักรก็ครางกระหึ่มกลับมาทำงานตามปกติ เสียงโห่ร้องปรบมือด้วยความดีใจดังกึกก้องไปทั่วโรงงาน
ชูชิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เห็นขั้นตอนทั้งหมดชัดเจน มันไม่ได้ซับซ้อนเลย แค่วางลงในบล็อก ขันน็อตล็อกให้แน่น จบ... คนมีความรู้ช่างเห็นปุ๊บก็ทำเป็ปั๊บ แต่ปัญหาคือก่อนหน้านี้ไม่มีช่างคนไหนกล้าแตะ เพราะกลัวทำของหายากพังคามือ
หัวหน้าโรงงานกวักมือเรียกต้าลี่ไปคุยเป็การส่วนตัว
“ต้าลี่ พอจะรู้วิธีหาซื้อฟิวส์เมืองนอกแบบนี้ให้ได้ของไวๆ ไหม?”
ต้าลี่นิ่งคิด ไม่ตอบทันที
วิศวกรซ่อมบำรุงรีบเสนอหน้าเข้ามา “หัวหน้าครับ เราเขียนจดหมายไปถามผู้ผลิตสิครับ แล้วถือโอกาสแจ้งยกเลิกวิศวกรที่จะส่งมาด้วยเลย ประหยัดงบได้อีก”
หัวหน้าโรงงานยิ้มเนือยๆ “เราจะพึ่งจมูกคนอื่นหายใจไปตลอดไม่ได้หรอกนะ... อย่าเพิ่งขัด ฉันรอคำตอบจากต้าลี่อยู่”
ดวงตาของต้าลี่ฉายแววมุ่งมั่น “ถ้าอยากได้ไว... ทางเดียวคือประเทศเราต้องผลิตมันได้เองครับ”
“ฮ่าๆๆ ข้ารอประโยคนี้นี่แหละ” หัวหน้าโรงงานหัวเราะร่าตบเข่าฉาด “ต้าลี่ เอาไอ้ฟิวส์เสียสองอันนั้น กับซากอะไหล่ฝรั่งที่กองขยะกลับไปศึกษาซะ ดูซิว่าเราจะแกะสูตรผลิตมันออกมาได้ไหม เมืองเรายังขาดโรงงานผลิตชิ้นส่วนละเอียดอ่อนพวกนี้อยู่พอดี”
ชูชิงลอบมองหัวหน้าโรงงานด้วยความทึ่ง สมแล้วที่เป็ถึงระดับหัวหน้า วิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ
“ลุงคะ เอาไปลองเถอะค่ะ หนูว่าเผลอๆ เราอาจจะทำได้จริงก็ได้นะ”
ชิ้นส่วนจากต่างประเทศมีความแม่นยำสูง ขนาดกะทัดรัด และวัสดุดีกว่าของในประเทศ ต้าลี่มีทีท่าลังเลเล็กน้อย “แต่ชิงชิง... แบบนี้งานในไร่นาของเราจะเสียน่ะสิ”
หัวหน้าโรงงานรีบสวนทันควัน “เื่นาเดี๋ยวฉันส่งคนไปช่วยดูให้ ต้าลี่เอ๊ย... สมองระดับเอ็งเอาไปทำนาอย่างเดียวมันน่าเสียดายของ เอ็งต้องใช้พร์ให้ถูกที่ถูกทางสิ”
ต้าลี่ยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ “พร์ของผมคือแรงเยอะครับ เหมาะกับงานแบกหามทำนาที่สุดแล้ว ไม่ต้องรบกวนคนงานหรอกครับ”
หัวหน้าโรงงานไม่ยอมแพ้ ถามหยั่งเชิง “ติดขัดตรงไหนบอกมาสิ ฉันจัดการให้ได้หมด”
ต้าลี่ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “ถ้าผมผลิตชิ้นส่วนพวกนี้ได้... คุณต้องหาที่พักให้ครอบครัวผม”
“ครอบครัวคุณมีกี่คน?”
ต้าลี่ยกนิ้วขึ้นมานับทีละนิ้ว “หนึ่ง สอง... รวมเจ็ดคนครับ”
ปัง
หัวหน้าโรงงานตบโต๊ะเสียงดังฟังชัด “โรงงานเรามีบ้านพักว่างอยู่หลังหนึ่ง เป็บ้านปูนหลังใหญ่ สี่ห้องนอน สองห้องโถง มีครัว มีห้องน้ำครบ ยัดคนเจ็ดคนลงไปได้สบาย ฉันขอประกาศต่อหน้าพยานทุกคนตรงนี้เลยว่า ถ้าต้าลี่หาวิธีสร้างอะไหล่พวกนี้ได้ ฉันยกบ้านหลังนั้นให้เป็ของต้าลี่ไปเลย”
ชูชิงถึงกับบางอ้อ ที่แท้ลุงก็วางแผนเพื่อหาที่ทางขยับขยายให้ครอบครัวนี่เอง ที่อ้างเื่ทำนาก็แค่ลูกล่อลูกชน
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่คนงาน
“แค่เศษเหล็กพวกนี้แลกบ้านได้ทั้งหลังเลยเหรอ?”
“โรงงานทอผ้าก็ดีอยู่แล้ว จะไปเปิดไลน์ผลิตอะไหล่ทำไมให้ยุ่งยาก”
หัวหน้าโรงงานยกมือห้ามทัพ “เงียบก่อน อย่าดูถูกชิ้นส่วนเล็กๆ พวกนี้เด็ดขาด ของพวกนี้คือหัวใจสำคัญ ถ้าเทคโนโลยีเราล้าหลัง เราก็จะโดนต่างชาติจูงจมูกอยู่แบบนี้ แค่ฟิวส์เส้นเดียวเกือบทำเราเสียเงินฟรีๆ สองพันเหรียญ แต่เพราะต้าลี่ กับพวกเราช่วยกันหาจนเจอ
เราถึงประหยัดเงินก้อนนั้นไว้ได้... แต่วันหน้าล่ะ? ถ้ามีตัวอื่นเสียอีก เรามิต้องเสียเงินก้อนโตอีกหรือ? ถ้าเราผลิตเองได้ เราก็สร้างเครื่องจักรเองได้ นี่แหละคือการสร้างชาติ”
สิ้นเสียงคำประกาศ ทุกคนต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม
คนงานหลายคนขันอาสาจะไปช่วยดูนาให้ต้าลี่ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ตอนนี้เขาได้หลักประกันเื่บ้านแล้ว ความพอใจฉายชัดบนใบหน้า ขากลับ ต้าลี่พาชูชิงหอบหิ้วชิ้นส่วนอะไหล่กลับบ้านอย่างมีความสุข
ระหว่างทาง ชูชิงมองลุงด้วยสายตาชื่นชม “ลุงคะ ลุงเท่สุดๆ ไปเลย”
ต้าลี่ยิ้มเขินๆ “จริงๆ แล้ววิธีผลิตพวกนี้ ฉันไม่ได้คิดเองหรอก... เป็เ้าอี้เฉินที่คิดได้ั้แ่เด็กๆ นู่น สมัยพ่อเขายังอยู่ เขาก็ชอบยืมเครื่องมือพ่อมาประดิษฐ์นั่นนี่ หมอนั่นน่ะหัวกะทิมาั้แ่เกิดแล้ว”
ชูชิงอุทานตาโต “พี่เถาอี้เฉินเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ อิจฉาสมองเขาจัง”
...ในมุมมืด เถาอี้เฉินที่แอบตามมาได้ยินบทสนทนานั้นเข้าพอดี ความรู้สึกอิ่มเอิบใจพลันผุดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เมื่อกลับถึงบ้านเช่า ต้าลี่วางกล่องอะไหล่ไว้กลางบ้านแล้วแยกตัวไปจัดการกับกระต่าย ชูชิงล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าของเถาอี้เฉินออกมาจากกระเป๋า
“เกือบจะลืมซักคืนเขาซะแล้ว”
เธอหยิบกะละมังเดินไปรองน้ำที่ลานบ้านเพื่อซักผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น... โดยไม่รู้ตัวเลยว่า เถาอี้เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด กำลังลอบมองเธอด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
