เฉินเทียนเหลยเพิ่งเดินทางมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ด้านในก็มีคนพูดคุยกันถึงเื่นี้แล้ว “เหล่าเฉิน นั่นมันนายทหารที่มาคราวก่อนไม่ใช่หรือ?”
“ใช่ ครั้งก่อนผู้กำกับโมโหเพราะเื่นี้ด้วย” ตำรวจที่ถูกเรียกว่าเหล่าเฉินตอบ
สวีเถียนเดินออกไปต้อนรับ เขาเห็นเฉินเทียนเหลยในชุดทหารสีเขียวเดินหน้าเข้มเข้ามา
“สวัสดีครับท่านหัวหน้า” สวีเถียนวันทยหัตถ์แบบทหาร
เฉินเทียนเหลยวันทยหัตถ์ตอบ จังหวะที่สวีเถียนเงยหน้าขึ้น เขาเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายชัดว่ามีหน้าตาที่แข็งแกร่งเด็ดเดี่ยว คิ้วเข้มตาโต และผิวดำคล้ำเล็กน้อย
“คุณคือตำรวจที่จัดการคดีของฮั่วต้าซานเมื่อคราวก่อนใช่ไหม”
“เรียนท่านหัวหน้า ผมเองครับ”
เฉินเทียนเหลยโบกมือ “อยู่นอกค่ายทหาร เรียกผมว่าเหล่าเฉินก็พอ”
สวีเถียนยิ้มซื่อๆ “ผู้พันเฉิน”
เฉินเทียนเหลยพยักหน้า จังหวะที่เดินผ่านเขายกมือตบบ่าสวีเถียน แววตามีความชื่นชมอยู่ไม่น้อย
เขาค่อนข้างปลื้มใจที่คนจากกองทัพด้วยกันทำงานอย่างยุติธรรมและรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่
ชายคนหนึ่งกำลังรีบเดินออกจากห้อง มือสองข้างคอยจัดคอเสื้อไม่หยุด เขาถามตำรวจด้านหลังว่า “เสื้อผ้าของฉันเรียบร้อยดีไหม”
ตำรวจด้านหลังตอบอย่างจริงจัง “วันนี้ผู้กำกับดูกระปรี้กระเปร่ามากครับ”
เฉินเทียนเหลยนั่งลงที่เก้าอี้อย่างสบายๆ ส่งสายตาบอกให้สวีเถียนนั่งลงด้วย
สวีเถียนจะไปหยิบปากกากระดาษมาบันทึกคดี แต่ในเมื่อท่านหัวหน้าสั่งแบบนี้จึงไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี จังหวะที่เขากำลังลังเลว่าจะนั่งดีหรือไม่ ประตูก็ได้ถูกผลักเปิดออก
ชายรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับตำรวจสองสามนายตามมาด้านหลัง เฉินเทียนเหลยเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ เห็นอีกฝ่ายมีตำรวจห้อมล้อมก็รู้แล้วว่ามีตำแหน่งอะไร
เฉินเทียนเหลยยกน้ำชาบนโต๊ะขึ้นจิบอย่างเรื่อยเปื่อย
“ผู้กำกับหลิว ความสงบเรียบร้อยในเขตของคุณไม่ค่อยเท่าไร แต่ชากลับเป็ชาชั้นดี ผมนี่มีลาภปากจริงๆ”
ผู้กำกับรีบหยุดเดิน ตำรวจด้านหลังถอยออกไปเงียบๆ อย่างเป็อันรู้กัน สวีเถียนเองก็เดินออกไปเช่นกัน
“ท่านผู้พันล้อผมเล่นแล้ว พื้นที่ทุรกันดารเช่นนี้จะมีชาดีได้อย่างไร ส่วนเื่ความสงบเรียบร้อย เป็ความจริงว่าผมมีส่วนต้องรับผิดชอบ ที่นี่กว้างใหญ่ ผมไม่สามารถเดินตรวจตราได้ตลอด”
ผู้กำกับหลิวพูดด้วยสำนวนราชการ พยายามพูดให้สถานการณ์ดูเบาลง
หากเฉินเทียนเหลยคาดโทษให้เขาว่ารับสินบน ตำแหน่งผู้กำกับของเขาคงดำเนินมาถึงจุดจบแล้ว
“ผู้กำกับหลิวไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้มาตรวจสอบเพียงแต่พูดไปอย่างนั้น หวังว่าคุณจะให้ความใส่ใจมากขึ้น”
ผู้กำกับหลิวเบาใจลงเมื่อได้ยินดังนี้ เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก รีบพูดอย่างคล้อยตามว่า “ท่านผู้พันอบรมได้ถูกแล้วครับ”
เฉินเทียนเหลยชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “นั่ง”
เขาพูดเื่ที่ฮั่วเสี่ยวเหวินถูกขายไปเป็เ้าสาวเด็กและตอนนี้หายตัวไปให้ฟังแบบรวบรัด
ผู้กำกับหลิวรีบตอบ “เชิญท่านผู้พันนั่งพักที่นี่ก่อน ผมจะพาคนไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เฉินเทียนเหลยลุกขึ้น “ผมยังมีธุระ คุณจัดการให้เรียบร้อยก็พอ”
“จริงสิ” เฉินเทียนเหลยนึกอะไรขึ้นได้ “เมื่อวานมีตำรวจนายหนึ่งไปจัดการเื่นี้ แต่เขากลับบอกว่าคู่กรณีมีหลักฐานเป็ลายลักษณ์อักษร ทั้งยังให้ท้ายต่อเื่ประเภทนี้”
ถามว่าเฉินเทียนเหลยรู้เื่นี้ได้อย่างไร?
ต้องเริ่มเล่าจากตอนที่หลี่อวิ๋นกลับบ้านมาด้วยความโมโหเมื่อวาน หัวหน้าหมู่บ้านไม่สบายใจที่เห็นลูกชายเป็เช่นนี้ เขานั่งสูบบุหรี่บนเตียงอิฐสักพักก่อนจะพูดกับลูกชายว่า “ฮั่วเสี่ยวเหวินมีลุงที่รับราชการทหารอยู่ ถ้าแกอยากช่วยเด็กคนนี้ก็โทรศัพท์หาคุณลุงของหล่อนดู”
หลี่อวิ๋นรู้จากพ่อว่าจางเจียิอาจมีหมายเลขโทรศัพท์จึงออกไปขอมา
“ฮัลโหล ผู้พันเฉินใช่ไหมครับ เกิดเื่กับฮั่วเสี่ยวเหวินแล้ว…”
แต่เสียงที่ดังขึ้นอีกฝั่งกลับเป็เสียงของชายหนุ่ม “รอสักครู่ ผมจะทำการโอนสายให้ท่านผู้พันเฉิน”
หลี่อวิ๋นเล่าเื่ของฮั่วเสี่ยวเหวิน เขาเล่าว่าตำรวจนายนั้นเลวร้ายอย่างไรด้วยความโมโห เฉินเทียนเหลยฟังแล้วเดือดดาลมาก บอกว่าจะไปหาทันที
ที่หน้าสถานีตำรวจผู้กำกับหลิวจงใจเดินรั้งท้าย ถามตำรวจด้านหลังว่าเมื่อวานใครเป็คนจัดการคดี
เฉินเทียนเหลยไม่สนใจเื่พวกนี้ ตอนนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินหายตัวไป เขาอยากรีบไปตามหาหลานสาวกลับมาให้เร็วที่สุด
ตำรวจสิบกว่านายเดินทางมาที่หมู่บ้านทำให้ชาวบ้านพากันนั่งไม่ติด พวกเขาเดินตามตลอดทางแม้สภาพอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน จนตอนนี้จำนวนคนเพิ่มขึ้นเป็สี่สิบกว่าคนแล้ว
คนจำนวนมากขนาดนี้เดินไปบนท้องถนน เป็ภาพที่ยิ่งใหญ่ตระการตามาก
ตำรวจถือปืนและไม้ตะบองสิบกว่าคนเดินบุกเข้าบ้านเ้าเป๋สามขา หญิงวัยกลางคนกำลังร้องไห้แบบมืดฟ้ามัวดินบนเตียง ส่วนเ้าเป๋ถูกพ่อตีจนล้มลงพื้น
ชาวบ้านมองเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ มีคนสรุปว่า “คนเขามีข้าราชการทหารเป็ที่หนุนหลัง ใช่คนที่คุณจะล่วงเกินได้หรือ?” คนอื่นพากันเห็นด้วย
ตำรวจสวมกุญแจมือให้ทั้งสามคน ผู้กำกับหลิวสั่งให้คนไปค้นูเาต่อ เขาะโเสียงดังว่า “พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน หากผู้ใดพบเบาะแสของฮั่วเสี่ยวเหวิน ผมยินดีตอบแทนเป็เงินสิบหยวน”
“ผู้กำกับหลิวคนนี้ใจกว้างไม่เบาเลย สิบหยวนเชียวนะ ซื้อบุหรี่ชั้นดีสูบได้เป็เดือน”
มีค่าตอบแทนเช่นนี้รออยู่ ชาวบ้านแทบทั้งหมดต่างออกไปตามหา มีเพียงแม่ของเ้าเป๋ที่ร้องเสียงดังว่า “คุณตำรวจ พวกฉันถูกกลั่นแกล้ง ยายแก่ฮั่วกลั่นแกล้งพวกเรา คุณไม่ไปจับหล่อนแต่มาจับฉันเนี่ยนะ?”
ผู้กำกับหลิวจนปัญญา ต้องไปพายายแก่ฮั่วออกมาจากบ้านที่ถูกเผาจนเกรียม
มีคนช่วยตามหาเยอะขนาดนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่มีทางซ่อนตัวได้ เธอถูกเจอตัวอย่างรวดเร็ว
จางเจียิรีบวิ่งมาหาอย่างบ้าคลั่งเมื่อทราบข่าว “เสี่ยวเหวิน เธอปลอดภัยดีไหม หนาวหรือเปล่า”
ได้ยินจางเจียิเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ ผู้กำกับหลิวคิดว่าเขาเป็ครอบครัวของเฉินเทียนเหลยเช่นกันจึงไม่ได้ให้คนห้ามไว้
ฮั่วเสี่ยวเหวินนอนอยู่บนเตียงในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแต่ยังคงหนาวจนตัวสั่น มีเฉินเทียนเหลยกับหลี่อวิ๋นคอยอยู่เฝ้าเป็เพื่อน
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงของจางเจียิ เฉินเทียนเหลยตำหนิอย่างหงุดหงิด “นายอย่ามารบกวนเธอ”
จางเจียิหยุดนิ่งอยู่กับที่ ครู่หนึ่งจึงเบียดตัวเข้ามาหา ฮั่วเสี่ยวเหวินลืมตาขึ้นมาแต่เธอกลับหันไปทางอื่นเมื่อเห็นเขา
จางเจียิเหมือนโดนฟ้าผ่า เดินถอยออกไปอย่างโซเซ
ฮั่วเสี่ยวเหวินอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวมานานแต่กลับมีภูมิต้านทานดีมาก พักผ่อนเพียงวันเดียวก็ลุกขึ้นกินข้าวได้แล้ว
“คุณลุง” เธอร้องเรียกเสียงอ่อน มีคนตามหาเธอเยอะขนาดนี้ต้องเป็ฝีมือของคุณลุงแน่อย่างไม่ต้องสงสัย
“เสี่ยวเหวิน” เฉินเทียนเหลยกุมมือของฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยความปวดใจ “เหตุใดหลานจึงเอาแต่ปฏิเสธที่จะไปอยู่ในเมืองกับลุงอยู่เรื่อย? ที่นั่นมีป้าสะใภ้ที่จะรักและปกป้องนะ ลุงเองก็จะแวะเวียนไปหาบ่อยๆ เช่นกัน หลานดูสิว่าเพิ่งผ่านมาไม่นานก็เกิดเื่มากมายขนาดนี้แล้ว”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเอาแต่ส่ายหน้า “หนูไม่อยากไปอยู่บ้านคุณลุงค่ะ”
เฉินเทียนเหลยถอนหายใจ “หลานเหมือนแม่มาก ดื้อเหมือนกันไม่มีผิด”
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธออยากอยู่ที่นี่ก็ให้เธออยู่ไปก็แล้วกัน เฉินเทียนเหลยออกไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านและหลี่อวิ๋นที่ห้องโถงก่อนจะเดินทางกลับ
ฮั่วเสี่ยวเหวินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคุณลุงมีปัญหาเพราะเื่นี้ นึกไม่ถึงว่าคุณลุงจะไม่บังคับเธอแม้แต่ประโยคเดียว
ขณะที่ฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังแอบดีใจ หลี่อวิ๋นก็เดินเข้ามาพูดว่า “ต่อไปนี้เธออยู่บ้านของพวกเรานั่นแหละ เมื่อครู่คุณลุงของเธอฝากฝังไว้แล้ว เขาบอกว่าไม่วางใจที่ต้องทิ้งให้เธออยู่ในหมู่บ้านคนเดียว”
