“อือ”
สะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่าในผ้าห่มมีร่างอุ่นๆ ของใครในนั้นอีกทั้งมือเหนียวราวกับหนวดปลาหมึกกอดรัดเขาไว้แน่น
ผงกศีรษะมองหน้าก็รู้ว่านี่คือมีมี่ นางมานอนที่นี่ได้อย่างไร
“มูมู่มาให้กอดหน่อยจะหนีไปไหน”
มีมี่เองก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นคิดว่ากำลังกอดแมว อ๋องหรงแกะมือเหนียวออกแต่ไม่สำเร็จ
“หือ กอดนิดกอดหน่อยทำเป็โมโห พรุ่งนี้ไม่ต้องกินเปียกเลยนะ” บนงึมงำ
อ๋องหรงเป่ยหรางใจเต้นตึกตัก จะว่าไปคืนนั้นจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำแต่ทำไมพอโดนนางกอดอ้อมกอดอบอุ่นนี้กลับรู้สึกแปลกๆ ใจก็เต้นไม่เป็ท่า ก็เขาไม่เคยแนบชิดหญิงใดมาก่อนต่างหาก แค่เพียงรอว่าสักวันได้ได้เผยความในใจกับองค์หญิงสามอวี่หนิง
“ได้รับ1โอกาสพลังพิเศษ ทำให้ตัวร้ายใจสั่นอีกแล้วเย้ๆๆๆๆ”
“นอนๆๆๆ ฉันง่วงแล้ว”
ยกมือเกาที่คอให้อ๋องหรงตาก็ไม่ลืมอีกคนอยากจะปัดมือออกแต่พอเห็นดวงตาดำขลับที่หลับตาพลิ้มเคี้ยวปากจั๊บๆ ก็เลยสงสารไม่อยากปลุกปล่อยให้มี่มี่นอนกอดแบบนั้นมันก็รู้สึกดีไปอีกแบบ หากไม่รวมอาการใจเต้นตึกตักที่เป็อยู่ริมฝีปากแห้งผากและรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่เขาเป็บุรุษ ไม่สิจะเห็นแก่ตัวมากไปแล้วนางเป็หญิงนี่จะมาทำแบบนี้นางก็จะเสียหาย
“นี่เ้า เ้า นี่เ้าองค์หญิงเก้า”
มีมี่พลิกตัวนอนหงายเหยียดยาวบนที่นอนดวงตากลมโตหลับตาพลิ้มริมฝีปากบางแดงระเรื่อใบหน้าเรียบบเนียนแก้มสีชมพูบางๆ และยังร่างบางในอาภรณ์ชุดฮั่นฟูสีชมพูขาว นางนอนทั้งแบบนั้นไม่มีใครบอกนางหรือว่าควรจะถอดอาภรณ์ออกบางส่วน เอื้อมมือสั่นเทาคลายสายรัดเอวที่รัดแน่นออกให้เวลานอนจะได้ไม่อึดอัด มีมี่นอนหงายแผ่หลาด้วยความเคยชินไม่ระวังตัวทำเอาอ๋องหรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เ้าลูกชั่วลู่เหวินทำไมไม่บอกเขาว่ากระโจมหลังนี้เป็ขององค์หญิงเก้าเอ่อถัว ทำให้เขาเสียอาการจนได้
ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองก่อนจะ สะบัดผ้าห่มห่มคลุมร่างเหยียดยาวของมีมี่ไว้ ส่วนตัวเขาประสานมือที่ท้ายทอยนอนตาแข็งไม่อาจข่มตาหลับใหลลุกขึ้นตั้งใจจะไปหาที่นอนใหม่หรือไม่ก็ไปหากระโจมอีกหลังของเขา กว่าจะได้นอนคงอีกเกือบชั่วยาม
นั่นไม่ร้ายเท่ากับมีมี่พลิกตัวมาอีกครั้งมือบางกอดที่เอวหนาของเขาไว้แน่นใบหน้างามซุกอยู่ที่อกกว้างจำต้องเอามือที่ประสานกันออกมาประคองแผ่นหลังของมีมี่ไว้ ช่างเถอะ ไว้ค่อยคิดเื่นี้ไว้ค่อยแก้ไขเื่นี้อีกที
วังหลวง
“เสด็จพ่ออออออออ ท่านอาอ๋องหรงไม่สิอ๋องหรงเป่ยหลางกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหมลูกได้ยินพวกนางกำนัลเขาพูดกันว่าเสด็จพ่อกำลังจะแต่งตั้งสนมคนใหม่เพราะอ๋องหรงพาสนมคนใหม่มาส่งให้เสด็จพ่อที่วังหลวง”
อวี่หนิงที่ใบหน้างดงามผุดผ่องร่าเริงสดใสราวกับหิมะแรกวิ่งมากอดเอวฉีก้านด้วยท่าทีออดอ้อน
“อวี่หนิงสำรวมหน่อย” ส่งเสียงปรามไม่จริงจังนักก็รักลูกคนนี้กว่าใครเพราะนางคือลูกสาวคนเดียว จากฮองเฮาที่รัก และฟันฝ่าด้วยกันมาั้แ่แรก
ขันทีาุโรีบเดินไปสั่งให้นางกำนัลนำของว่างเข้ามาเพื่อเอาใจอวี่หนิง
“เสด็จพ่อก็ลูกดีใจนี่เ้าค่ะ ท่านอาอ๋องหรงใจดีที่สุดจะต้องมีของฝากมากมายแน่ๆ ว่าแต่ท่านอาหาไข่มุกัพบไหม”
ฉีก้านยิ้มน้อยๆ วางพู่กันลง
“องค์หญิงสามของพ่อสนใจเื่ไข่มุกัด้วยหรือ”
“เพคะ ลูกลองอ่านตำราโบราณเกี่ยวกับไข่มุกัแล้ว มันก็แค่เื่เล่า” ฉีก้านยิ้มน้อยๆ
“จะจริงหรือหลอกอ๋องหรงก็ยังไม่พบ เห็นหรือไม่ว่าอ๋องหรงไม่ได้เื่เพียงใด”
“ท่านอาเพิ่งจะยี่สิบอายุมากกว่าข้าแค่สามปี เสด็จพ่อเขาเป็น้องท่านเป็น้องท่านถึงจะไม่ได้ร่วมบิดาก็ร่วมมารดา ท่านควรดีกับเขาหน่อย”
“ข้าไม่ดีกับเขาตรงไหนกัน เอาอย่างนี้กลับมานี่จะให้เขาอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกดูแลห้องเก็บตำราดีไหม”
“เสด็จพ่อใจดีที่สุดเลย ดีเลยข้าชอบไปที่ห้องเก็บตำราจะได้เจอท่านอาบ่อยๆ” ฉีก้านขมวดคิ้ว
“เ้าชอบไปห้องเก็บตำราั้แ่เมื่อไหร่กัน”
ตั้งใจจะจับอวี่หนิงแยกกับอ๋องหรงแต่กลับทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน นี่แหละเขาเรียกว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้แป้นพิมพิ์นักเขียน
เช้าสดใสมีมี่บิดี้เีอยู่บนแท่นนอน
“สบายจัง เมื่อคืนนอนกอดมูมู่ทั้งคืนเลยยิ้มแก้มปริ
“องค์หญิงเ้าขา ตื่นแล้วหรือเ้าค่ะ” ซูเอ่อนำน้ำอุ่นเข้ามาให้ล้างหน้าอีกคนปิดปากหาว
“วันนี้ไม่เอาไก่ย่างแล้วเบื่อแล้ว” ซูเอ่ออมยิ้ม
“วันนี้เห็น ท่านอ๋องไปสั่งคนทำอาหารให้ทำข้าวต้ม” มีมี่พยักหน้า
“ไม่อยู่ท้องแต่ก็ดีกว่าไก่ย่างแหละ”
“อะอะ องค์หญิงเ้าขา…เอ่อ..เอ่อ…ซูเอ่อบังอาจถาม” เอ่ยปากด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
“ว่ามาอ้ำอึ้งอะไรอยู่” ซูเอ่อก้มหน้า
“เมื่อคืนท่านอ๋องนอนข้างๆ เช้านี้องค์หญิงไม่รู้สึกว่าเมื่อยหรืออ่อนเพลียอะไรบ้างหรือท่านอ๋องถึงกับต้องสั่งข้าวต้มแต่องค์หญิงนี่หน้าตาสดชื่นดูดีมากเลยเ้าค่ะ หรือว่าองค์หญิงเอาเปรียบนอนมองเพดานกระโจมอย่างเดียวปล่อยให้ท่านอ๋องออกแรงเพียงลำพัง”
มีมี่อ้าปากค้าง
“หา”
“ไม่หาเ้าค่ะเมื่อเช้าซูเอ่อเข้ามาข้างในก็เห็นองค์หญิงกับท่านอ๋องนอนกอดกันกลมท่านอ๋องยังเสียสละแขนของท่านอ๋องให้องค์หญิงหนุนด้วยเ้าค่ะ เป็อ๋องที่ดีจริงๆ แต่รับรองเ้าค่ะซูเอ่อไม่พูดเื่นี้กับใครแน่ๆ”
มีมี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“ระบบบบบบออกมาเดี่ยวนี้ทำไมไม่เตือนฉัน”
“เ้าค่ะท่านผู้ใช้สามโอกาสพลังพิเศษทำให้ตัวร้ายกอดได้เ้าค่ะ”
“เฮอะๆๆๆ ท่าจะบ้าไปใหญ่แล้วได้แต้มด้วยเหรอ”
“ก็ต้องได้สิเ้าคะเพราะนี่คือระบบตัวร้ายกลับใจ” มีมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
วังหลวง
“อู้หู นี่หรือวังหลวง”
มีมี่ยื่นหน้าออกมาจากเกี้ยวจ้องมอง กำแพงสูงใหญ่ที่ห้อมล้อมเขตวังหลวงไว้
“ฉันจะลงแล้วนะ”
หันมองอ๋องหรงที่เอาแต่กำปิ่นปักผมที่ห่อไว้ด้วยผ้าไหมอย่างดีในมือ
“นี่นายฉันจะลงแล้วนะได้ยินไหม”
อ๋องหรงเป่ยหลางถอนหายใจยาวราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ ยัดห่อผ้าที่พับเก็บอย่างดีลงในอกเสื้อ
“ดูแลตัวเอง ั้แ่นี้ไปเ้าเป็คนของฝ่าาข้ามีหน้าที่เพียงมาส่งเ้า….เท่านั้น”
มีมี่ขมวดคิ้ว
