ขณะที่ทุกคนกำลังใอยู่นั้น ร่างของหลงเหยียนก็ปรากฏ ดวงตาแดงก่ำ รอบตัวปกคลุมไปด้วยพลังกายสายฟ้าที่โอบล้อมร่างเอาไว้
“ไอ้หนุ่ม ในที่สุดเ้าก็ออกมาแล้ว บังอาจนัก ถึงได้กล้าสังหารเซ่อเมียว วันนี้เ้าต้องตาย มอบลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูรเสียเถอะ”
ขณะที่ชายคนนั้นกำลังพูดอยู่นั้น หลงเหยียนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ดำสนิท ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เหมือนทำเป็ไม่ได้ยิน ใครจะรู้ว่าในเวลาที่ชายคนนั้นกำลังเดือดดาล กว่าจะััได้ว่ามีละอองโลหิตนั้นพุ่งเข้าร่างกาย คล้ายละอองโลหิตเ่าั้มีชีวิต
เห็นรอยยิ้มที่น่าพิศวงบนใบหน้าหลงเหยียน ทำให้เขายิ่งตกตะลึง ‘ดูเหมือนละอองโลหิตนี้จะเกี่ยวข้องกับเ้านั่น’
หลงเหยียนมองพวกเขา เพราะในตอนนี้เขามีพละกำลังที่แกร่งยิ่งขึ้น สังหารคนพวกนี้ได้ทั้งหมดแน่ ภายในกายของเขา ชีพมนุษย์ก็แดงยิ่งขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือดูเหมือนว่าักำลังดีใจมากไม่น้อย
หลงเหยียนรู้ดี หากชีพมนุษย์ถึงขั้นสูงแล้ว ไม่แน่ชีพมนุษย์ดวงนั้นอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพียงแค่ระดับนั้นห่างจากหลงเหยียนในตอนนี้มากจริงๆ
ระดับพลังมาถึงขีดกำจัดแล้ว หลงเหยียนก้าวเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างแล้ว
พลังของหลงเหยียนเพิ่มขึ้นแบบก้าวะโ ความแตกต่างของระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก กับชีพมนุษย์ขั้นล่างนั้นต่างกันเป็สิบเท่า
“ข้าในตอนนี้ ยังต้องกลัวพวกเ้าอีกหรือ?” หลงเหยียนยังไม่ได้เคลื่อนโลหิตพวกนั้น ปล่อยให้พวกเขาทำตัวจองหองไปอีกหน่อยแล้วกัน
เมื่อเห็นว่าเป็เพียงละอองโลหิตกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ทำร้ายผู้ใด ทำให้ชายที่เป็ผู้นำกลุ่มยิ่งแสดงท่าทางดุร้าย
“ไอ้หนุ่ม ตัวข้ากำลังพูดกับเ้า ไม่ได้ยินหรือ?”
หลงเหยียนยิ้มน้อยๆ ดูน่ากลัวกว่าเดิม ก่อนพูดขึ้นทีละคำๆ “พวกเ้าฟังข้าให้ดี ข้ามีนามว่าหลงเหยียน”
“หลงเหยียน? เรือนเหยากวาง? เป็ไอ้คนที่เทียนหลางอยากสังหารนี่”
ทันใดนั้นถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเป็เขา หากสามารถจับเ้าหมอนี่กลับไปได้ มอบให้หัวหน้าเทียนหลาง เทียนหลางต้องดีใจมากแน่
เมื่อนึกได้เช่นนั้น แววตาของชายผู้นั้นก็ประกายความโลภขึ้นมา เขาหวังตำราการต่อสู้และหยกิญญาเป็รางวัล ไม่แน่อีกหน่อยเขาอาจมีโอกาสได้เลื่อนขั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถือเป็กำไรชีวิตของข้าแท้ๆ ไม่เสียแรงเปล่าเลยจริงๆ กลับกลายเป็เ้า”
คนของหน่วยกฎระเบียบ เมื่อเจอตัวหลงเหยียน ก็เหมือนพบสมบัติอย่างไรอย่างนั้น
หลงเหยียนกำหมัดแน่น ก่อนที่พลังจากระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างจะะเิ
‘หากตอนนี้เทียนหลางอยู่ละก็ เชื่อว่าภาพที่เขาจะได้เห็นต่อจากนี้คงทำให้ใมากแน่’
เมื่อนึกเช่นนั้น หลงเหยียนก็อยากเจอเทียนหลางจนรอไม่ไหวแล้ว
“พี่ใหญ่ เ้านี่ประหลาดนัก พวกเราระวังตัวไว้จะดีกว่า”
“กลัวหรือ? พลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก” ขณะที่เขาพูดนั้น หลงเหยียนก็ปล่อยรังสีพลังออกมา
เขาตกตะลึงจนอ้าปากค้าง…
“เ้าหมอนี่ ขณะที่ข้าไม่รู้ตัว กลับเลื่อนพลังขึ้นถึงระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างแล้ว อย่างไรเสียเขาก็ต้องตาย”
แม้จะกำลังพูดอยู่ เขาไม่เว้นจังหวะให้หลงเหยียน รวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือก่อนจะกำหมัดแน่น
“ะเืพิภพ!”
ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงก็ะเิพลังการต่อสู้ออกมาเช่นกัน
“เทพคว้านนรก!”
ยอดฝีมือทั้งสองเริ่มทำการโจมตีหลงเหยียนทันที ดูเหมือนคงอยากรีบสังหารหลงเหยียน แล้วกลับไปรับรางวัลเต็มทีแล้ว
หลงเหยียนยกมุมปากขึ้น
“วิชาฝึกกาย… ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ…”
ทันใดนั้น หลงเหยียนแหวกว่ายอยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ พุ่งทะลวงอย่างต่อเนื่อง คนพวกนั้นก็หาร่องรอยของหลงเหยียนไม่เจอ
“ไอ้หนุ่ม เ้ามันน่ารังเกียจจริงๆ ถึงกับใช้วิชาฝึกกายเลยหรือ เ้านึกว่าข้าไม่มีบ้างหรืออย่างไร?”
“ฝีเท้าเหินฟ้า!”
ฝีเท้าเหินฟ้า มีหรือจะเทียบกับฝีเท้าซ่อนม่านเมฆได้
หลงเหยียนทะลุผ่านตัวพวกเขา คนเ่าั้ล้วนโมโหเดือดดาล ขณะที่พวกเขาไม่ทันระวังตัว หลงเหยียนก็เริ่มขับเคลื่อนพลังโลหิตแล้ว
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีใครรู้สึกตัว ยังตามหาร่องรอยของหลงเหยียนอย่างยากลำบาก หลงเหยียนนำพลังโลหิตที่คล้ายสายลมระลอกหนึ่ง พัดโลหิตที่อยู่ในตัวของพวกเขาออกมาอย่างช้าๆ แล้วดูดเข้าสู่ร่างกายตัวเอง
อากาศปกคลุมไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิต อย่างไรก็ตาม เพราะคนเ่าั้เต็มไปด้วยความโกรธ ไหนเลยจะรู้ตัว?
รวมทั้งความมืดในยามนิทรา ทำให้ยากที่จะพบความผิดปกติ
จำนวนคนเจ็ดถึงแปดคน กลับไม่มีใครพบร่องรอยของหลงเหยียนเลย เมื่อพวกเขาเหงื่อท่วมตัวเพราะความเหนื่อย หลงเหยียนหยุดลง แล้วแกล้งพวกเขาเล่น
นี่คือครั้งแรกที่ยอดฝีมือระดับสูงถูกหยามศักดิ์ศรีครั้งใหญ่สุด
“ไอ้หนุ่ม หากแน่จริงก็อย่าหนีสิ หรือว่าเ้าใช้เป็แค่วิชาฝึกกายเท่านั้น?”
ขณะที่พูดอยู่นั้น ข้างกายเขามีศิษย์ระดับต่ำคนหนึ่งล้มลงกับพื้นอย่างกะทันหัน
ศิษย์ที่ล้มลงบนพื้นขยับปากพะงาบๆ จากนั้นคนที่เหลือก็มองคนที่ล้มลงด้วยความกลัว ร่างกายของเขากำลังซูบลงเรื่อยๆ หลงเหยียนเพิ่มความเร็ว ดูดโลหิตออกมาเร็วยิ่งขึ้น
ร่างกายของชายบนพื้นซูบลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็ศพอย่างช้าๆ
ตูม!
ศิษย์อีกคนก็ล้มลงบนพื้นเช่นกัน ลุกไม่ขึ้น ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็ศพ ซึ่งไม่ต่างไปจากศิษย์คนก่อนหน้านี้เลยสักนิด ภายในระยะเวลาไม่กี่ลมหายใจ ที่พื้นก็มีสองศพกองอยู่แล้ว
ยอดฝีมือระดับสูงทั้งสองเบิกตากว้าง มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความใ สิ่งที่อยู่ในสายตาคือความคาดไม่ถึง ทว่าในขณะที่เขารู้ตัว เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เขากลับพบด้วยความกลัวว่าแท้จริงแล้ว ร่างกายของทุกคนกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เืเนื้อบนตัวเริ่มยุบลงไปมาก
จนถึงตอนนี้ พวกเขาเพิ่งได้สติและนึกขึ้นได้!
ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว เพราะในมือหลงเหยียนปรากฏกริชเล่มหนึ่งแล้ว
แม้มันเป็กริชที่เล็กแหลม ก็ไม่อาจบดบังความคมคายของมันได้
“นี่ นี่ นี่เ้า เ้าทำอะไรกับร่างกายของพวกข้าน่ะ เหตุ… เหตุใดสภาพของข้าถึงเป็แบบนี้”
หลงเหยียนยังคงยิ้มไม่หุบ เพราะสำหรับคนไม่สำคัญแบบนี้แล้ว หลงเหยียนไม่อยากเสียน้ำลายพูดด้วย
“ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ” สามศพล้มลงบนพื้นอีกแล้ว ลูกตาถลน ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ ราวกับเป็ความกลัวสูงสุดในชีวิตพวกเขาเลยก็ว่าได้
ไม่อยากเชื่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เวลานี้ บนพื้นมีศพกองอยู่ห้าศพแล้ว คนที่หัวเราะเยาะหลงเหยียน เวลานี้ต่างก็ได้รับกรรมของตัวเองแล้ว
ลูกตาถลน ปากอ้าแข็งค้าง ศพทั้งห้าแห้งเหี่ยวเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก แขนและขาคล้ายกำลังตะเกียกตะกาย
คนที่ยังรอดชีวิตในตอนนี้ก็คือยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงสองคน ทว่าร่างกายก็ซูบผอมลงมาก เห็นเช่นนั้นหลงเหยียนก็หัวเราะเสียงดัง
เสียงหัวเราะที่เยือกเย็น ทำให้ชายสองคนแทบปัสสาวะราดกางเกง
ไม่นานพวกเขาก็นึกถึงศพที่แห้งเหี่ยวของปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สามสองตัวนั้น… จนถึงวินาทีนี้ พวกเขาเพิ่งเข้าใจ ที่จริงแล้วยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัว คือชายหนุ่มที่หน้าตาบริสุทธิ์และดูเหมือนไม่มีพิษภัยตรงหน้านี้เอง
“ฟึ่บ” ชายคนนั้นคุกเข่าลงบนพื้นแล้วคำนับ
“ขอร้องเ้า ไว้ชีวิตพวกข้าด้วยเถิด” เขารีบมอบลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูรที่ชิงไปก่อนหน้านี้คืนให้หลงเหยียน ไม่เพียงเท่านี้ ยังมอบถุงผ้าเฉียนคุนของตนให้กับหลงเหยียนอีกด้วย
หลงเหยียนปล่อยมือออกอย่างช้าๆ เดิมทีเขาอยากสังหารทั้งสอง ทว่าเมื่อนึกดูอีกที ใบหน้าของหลงเหยียนก็ประกายรอยมยิ้มที่มั่นใจและพิศวง
“อ๊าก… ไม่นะ ไม่นะ พวกข้ามอบของทั้งหมดให้เ้าไปแล้ว ยังมีพวกลูกแก้วปีศาจและิญญายุทธ์ของพวกเขา ทั้งหมดอยู่ในถุงผ้าเฉียนคุนนี้แล้ว”
--------------------
