“ความคิดนี้ข้าเห็นด้วย ส่วนเื่ขนมกุ้ยฮวา กับขนมเถียนผิ่น ข้าจะทำเพิ่มขึ้นให้เพียงพอต่อความ้า ลูกสาวของแม่เก่งที่สุด” คำชมจากมารดาทำให้ซินหยางยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ ก่อนเสียงดนตรีครื้นเครงจะดังขึ้นอยู่ไกล ๆ ซินหยางรู้สึกสงสัยจึงเดินออกมาดู พบว่าฝูงคนกำลังมุ่งตรงไปยังจุดหมายหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน ซินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วรีบรั้งหญิงสาวคนหนึ่งไว้ พลันเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“มีงานอะไรงั้นเหรอ เหตุใดทุกคนจึงพร้อมใจกันเดินไปทางนั้น”
“เ้าไม่รู้เหรอ ว่าจวนสกุลหวงกำลังมีพิธีแต่งงาน” สิ้นเสียงของหญิงผู้นั้น ทำให้ซินหยางสัดส่ายสายตาไปมาด้วยความหวาดหวั่น
‘พิธีแต่งงาน? หรือว่าที่ฟางเหมยพูดเป็ความจริง! นางแต่งงานกับคุณชายหวงงั้นเหรอ ไม่! ข้าจะฟุ้งซ่านไปเองไม่ได้ ข้าต้องไปเห็นกับตา ว่าคุณชายหวง กล้ากลืนคำสัญญาของตัวเอง’ หญิงสาวนึกได้ดังนั้น จึงมุ่งตรงไปยังจวนสกุลหวงทันทีไม่รอช้า สองเท้าเล็กวิ่งฝ่าหิมะที่โปรยปรายลงมาด้วยหัวใจหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหยุดลงที่หน้าจวนสกุลหลี่ด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
เสียงดนตรีดังขึ้น พร้อมบริเวณรอบ ๆ จวน ถูกตบแต่งด้วยโคมไฟสีแดง ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูพิธีแต่งงานอันใหญ่โต
“นั่นไง เ้าสาว ข่าวว่าเป็คุณหนูคนใหม่ของสกุลหลี่ด้วยล่ะ” สิ้นเสียงของชาวบ้าน ซินหยางจึงเลื่อนสายตาตรงไปยังบ่าวสาวคู่นั้น ก่อนจะเห็นร่างของเ้าสาวในชุดสีแดงสด คลุมผ้าบังใบหน้ามิดชิด ทว่ารูปร่างและท่าทางอันคุ้นตาบ่งบอกว่านางคือฟางเหมยอย่างแน่นอน หัวใจของซินหยางหล่นวูบพร้อมสายตาสั่นไหว มองตรงไปด้านหน้าอย่างเงียบ ๆ
ท่ามกลางหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย คำสัญญาและความผูกพันที่หวงโจวเหรินพร่ำบอก ละลายกลายเป็อากาศ บ่าวสาวเดินออกมา เผยโฉมให้ชาวบ้านได้รับรู้ตามธรรมเนียม เสียงะโกึกก้องแสดงความยินดีดังขึ้น ซินหยางยืนมองทุกอย่างเงียบ ๆ หัวใจแตกสลายเป็เสี่ยง ๆ เสี้ยวเวลาหนึ่ง หวงโจวเหรินหันมาพบนาง สองสายตาผสานสบกันครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะเบือนหน้าไปทางอื่น ทิ้งความเ็ปให้ซินหยางแบกรับเพียงลำพัง
ทว่าขณะที่นางกำลังเ็ปจากภาพบาดใจนั้น กำไลวงเล็กที่ห้อยติดกาย ทำให้นางถูกจับตาจากใครบางคน ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“คุณชายมู่ ท่านมองอะไร” บ่าวรับใช้คนสนิทเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นาย จับจ้องไปยังกำไลวงเล็กตาไม่กะพริบ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาเป็ระยะ
“เ้าบอกข้า ว่านี่เป็งานแต่งของคุณชายหวงกับคนสกุลหลี่ใช่หรือไม่” ชายหนุ่มหล่อเหลา ลักษณะผิวขาวละเอียด จมูกโด่งเป็สัน รูปร่างสูงโปร่งโดดเด่นเอ่ยถามบ่าวรับใช้ พร้อมสายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้เป็เ้าของกำไลวงนั้น ก่อนนางจะเบี่ยงตัวเดินฝ่าฝูงชนออกไป เขารีบเดินตามนางไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“คุณชายมู่ เดี๋ยวก่อน” เฉียนอี้ บ่าวรับใช้รีบเดินตามด้วยความรีบร้อน สองเท้าของชายหนุ่มเดินตามหลังหญิงสาวห่าง ๆ เก็บความสงสัยหลายอย่างไว้ แล้วมุ่งมั่นติดตามนางอย่างไม่ลดละ
“คุณชายมู่ เรากลับกันเถอะ” เฉียนอี้พยายามเหนี่ยวรั้ง หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังกำไลที่ห้อยติดกายนาง
“หญิงผู้นั้นไม่ใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาสามัญ!” อยู่ ๆ ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนบ่าวรับใช้จะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณชาย ต่อให้นางไม่ใช่หญิงชาวบ้าน แล้วมีเหตุผลใดต้องตามนางเช่นนี้ด้วย ตอนนี้หิมะเริ่มตกหนักแล้ว เรากลับโรงเตี๊ยมกันก่อนดีกว่า หากท่านเป็อะไรไปข้าจะรับผิดชอบไม่ไหว”
“เ้าเงียบปากหน่อย” เขาหันมาพูด ก่อนเฉียนอี้จะหุบปากลงในทันที พลันก้าวเท้าเดินตามผู้เป็นายไปอย่างเงียบ ๆ
ซินหยางกลับมาถึงร้าน นางเก็บความเ็ปไว้ภายในก่อนเข้าไปช่วยมารดาต้อนรับลูกค้า ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เ้าออกไปไหนมา ดูสิ เสื้อคลุมก็ไม่เอาออกไปด้วย หิมะตกเช่นนี้ ไม่หนาวรึ” นางถูกมารดาบ่นสองสามคำ เสียงของลูกค้าก็ะโดังขึ้น
“เอาชา และขนมเถียนผิ่นสองชิ้น” ซินหยางเบี่ยงกายไปหยิบขนมมาให้ลูกค้าพร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางสายตาของคุณชายมู่ที่เดินเข้ามาในร้าน แล้วย่อตัวลงนั่งอย่างเงียบ ๆ หญิงสาวละจากลูกค้าโต๊ะด้านข้าง เบี่ยงกายมาหาชายหนุ่มแล้วส่งยิ้มให้เขาเป็การต้อนรับ
“คุณชายทั้งสอง จะรับชาหรือขนมดีเ้าคะ” ภายใต้รอยยิ้มของนาง ทำให้ชายหนุ่มหวนนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ในวัยเด็ก
เด็กหญิงในชุดสีแดง ปักผมด้วยดอกไม้สด ข้อมือสวมกำไลหยกสีขาวสลักลายหงส์ วิ่งเข้ามาชนเขาจนล้มลง ก่อนจะร้องไห้ แล้วเอ่ยโทษว่าเขาเป็คนทำให้นางเจ็บตัว เสียงร้องไห้ของนางทำให้เด็กชายชะงักนิ่งครู่หนึ่ง ทว่ากลัวเป็เื่ใหญ่ จึงรีบพยุงนางขึ้น แล้วยื่นน้ำตาลปั้นให้เป็การปลอบใจ
“เ้าชอบหรือไม่” เมื่อเห็นน้ำตาลปั้นรูปผีเสื้อ เด็กหญิงจึงหยุดร้องไห้ ใบหน้าจิ้มลิ้มจับจ้องไปยังของหวานในมืออีกฝ่าย แล้วปัดน้ำตาออก
“เ้าให้ข้า?” นางถามพร้อมเปลี่ยนสีหน้า ขณะเดียวกันเฉียนอี้ ในวัยไล่เลี่ยรีบวิ่งเข้ามา ทำท่าจะพูดบางอย่าง
“เฉียนอี้ ไม่ว่าเ้าจะพูดสิ่งใด ให้เงียบปากลง” คำสั่งของเ้านายตัวน้อย ทำให้ผู้ติดตามชะงักนิ่ง ทว่ากลิ่นหอมของน้ำตาลปั้น ดึงสายตาของเด็กหญิงตัวน้อยตลอดเวลา
“ข้าให้เ้า ขอโทษที่ทำให้เ้าเจ็บตัว” คำพูดอ่อนโยน ทำให้เฉียนอี้มุ่ยหน้า
“ข้าเห็นอยู่ ว่านางเป็ฝ่ายวิ่งมาชนเอง”
“เงียบปากเถอะน่า” เมื่อโดนดุอีกครั้ง เฉียนอี้ถอนหายใจแล้วเดินหลบไปด้านหลัง
“ไฉนข้าจึงเป็ฝ่ายผิด อยู่ผู้เดียว” ผู้ติดตามตัวอวบอ้วนมุ่ยหน้าแล้วพึมพำ มองเ้านายยื่นน้ำตาลปั้นให้อีกฝ่าย เด็กหญิงตัวเล็กรับไป แล้วปล่อยยิ้มกว้างออกมา เฉกเช่นเดียวกับที่เขาเห็นนางในเวลานี้
