“แดดร้อนจัง… ฉันไปดีกว่า”
หล่อนไม่อาจเก็บอาการเขินอาย…
หมุนตัวเดินกลับไปตามทิศทางเดิม รู้สึกแก้มร้อนผ่าว เสียววาบเข้ามาที่ง่ามขาอย่าหาสาเหตุไม่ได้ รีบก้าวยาวๆ หนีออกมาจากจุดที่ลุงดินน์กำลังยืนมองหล่อนไม่ละสายตา
“ขอบคุณสำหรับน้ำเย็นนะครับ… ”
เสียงเข้มะโตามหลัง…
ไม่รู้ว่าทำไมน้ำเย็นของคุณนายที่ได้ดื่มเข้าไปเมื่อครู่ยิ่งทำให้รู้สึกว่าร่างกายรุ่มร้อนขึ้นมาแปลกๆ
ดวงตาคมกริบของลุงดินน์ยังจับจ้องมองสะโพกเย้ายวนของคุณนาย
พอดีกับจังหวะที่สายลมสาดเข้ามากระทบเรือนร่างของหล่อน กางเกงผ้าแพรขาสั้นพลิ้วบางแนบไปกับกลีบก้นกลมกลึงตึงแน่น เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในเป็รูปเป็ร่าง ทำเอาบางอย่างในร่างกายของลุงดินน์สั่นกระตุก ตื่นตัวแข็งเป็ลำขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ในเวลาต่อมา
ขณะที่คุณนายกำลังเดินกลับเข้ามาแต่ยังไม่ถึงบ้าน บังเอิญผ่านเรือนไม้หลังเล็กที่พักของลุงดินน์แล้วเหลือบไปเห็นเถาแตงกวาที่ป้านวลเอาเมล็ดมาหว่านไว้ริมรั้วไม้
สิ่งที่คุณนายมุกดาสะดุดตาไม่ใช่รั้ว แต่เป็แตงกวาสีเขียวลูกยาว ขนาดใกล้เคียงกับกล้วยหอม รูปลำกลมกลึงทำเอาหล่อนรู้สึกหวิววาบในอารมณ์ขึ้นมาแปลกๆ
ตอนแรกหล่อนก็เกือบจะเดินผ่านไปแล้วเชียว…
แต่ด้วยอารมณ์บางอย่างที่ไม่อาจสลัดออกไปจากหัวได้ง่ายๆ และยังคงรบกวนอยู่ในใจ ซึ่งตัวของหล่อนเท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไร
ทำให้มุกดาตัดสินใจก้าวเดินไปเด็ดแตงกวาแล้วหลบเข้ามาอยู่ในห้องน้ำข้างรั้ว เป็ห้องน้ำที่ลุงดินใช้อยู่เป็ประจำ สร้างเอาไว้นอกบ้านสำหรับคนงาน
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องน้ำ…
คุณนายรีบเอามือดึงประตูกดล็อก ซ่อนตัวเองจากโลกภายนอก จากนั้นรีบถอดกางเกงซึ่งเป้าเปียกเป็รอยชื้นเพราะเกิดอาการน้ำเดินั้แ่ตอนที่ยืนคุยกับลุงดินน์เมื่อครู่
หล่อนขึ้นมานั่งบนอ่างปูนใส่น้ำ ความสูงแค่เอวพอดี เอนหลังพิงไปกับผนังในท่ากึ่งนั่งกางนอน
ก่อนจะจับแตงกวาแกว่งน้ำล้างจนสะอาดแล้วค่อยๆ ยัดเข้ามาในสองกลีบสีชมพูปลิ้นอ้าเป็ร่องโหนกนูนขึ้นมาท่ามกลางเส้นไหมสีดำระยับ
“อ๊ะ… อ๊า… ”
มุกดาสะดุ้ง…
เอวบิดร่อน…
