บนกำแพงเมืองบรรยากาศเงียบกริบ
ผู้คนไม่น้อยก้มหน้าก้มตาครุ่นคิด ต่างขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด
สำหรับท่าทีของหอการค้าต้าทง ทุกคนเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นในใจ ด้านหนึ่งเพราะพวกเขาไม่อยากให้หอการค้าต้าทงมีปัญหา อีกด้านหนึ่งพวกเขาก็มิอาจเชื่อหอการค้าต้าทงได้อีกแล้ว เดิมทีแค่สงสัย แต่ตอนนี้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่าหอการค้าต้าทงมีปัญหา อีกทั้งยังเป็ปัญหาที่ใหญ่ด้วย!
เมิ่งชิงชิงยืนเอามือไขว้หลังรออยู่เงียบๆ นางมิได้กล่าวเร่งรัดแต่อย่างใด เพียงแค่อยากฟังคำตอบ
……
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เหมยซิ้งหงส่ายศีรษะ “องค์หญิงสาม ข้าคิดว่าเื่นี้ต้องเป็การเข้าใจผิดแน่ มิเช่นนั้นก็คงมีผู้ใดเล่นตุกติก คิดจะทำให้เผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรขัดแย้งกัน เพื่อรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ภายหลัง”
“ใช่แล้ว!”
จวงซวี่เหยารีบกล่าวเสริม หลังจากนั้นอธิบายว่า “หากในงานประมูลมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรจริง ไม่มีทางปิดบังพวกเราได้แน่! แล้วก็องค์หญิงสามคิดว่าขั้วอำนาจใดที่จะกล้าเอาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เผ่าสมุทรของพวกท่านไป แบบนั้นเรียกว่าหาเื่ใส่ตัวมิใช่หรือ?”
ถึงแม้วัตถุศักดิ์สิทธิ์เผ่าสมุทรจะน่าเย้ายวนมากเพียงใด แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของตัวเองแล้ว เหมือนชีวิตจะสำคัญมากกว่า
หากเป็บนแผ่นดิน พวกเขาไม่เกรงกลัวเผ่าสมุทร สามารถประมูลสิ่งของของเผ่าสมุทรได้ตาม้า แต่ในทะเลล่วนซิงแห่งนี้ การวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรไปก็เท่ากับเป็ศัตรูกับเผ่าสมุทร ไม่ต้องพูดถึงขั้วอำนาจต่างๆ ไม่มีทางหาเื่ใส่ตัวแน่ ต่อให้เป็พวกไม่สนกฎเกณฑ์ไม่กลัวความตายก็มิกล้าทำอะไรบ้าบิ่นเช่นนั้น
“พวกเ้ายังคิดจะเล่นลิ้นอีกหรือ?”
เมิ่งชิงชิงขมวดคิ้ว สายตาเ็า “สายข่าวของข้าไม่มีทางผิดพลาดแน่ กระดูกิญญาัอยู่บนเกาะสามเซียน อยู่กับพวกเ้าสักคนหนึ่ง ตอนนี้ข้าให้โอกาสพวกเ้าเป็ครั้งสุดท้าย เอาสิ่งของทั้งหมดที่พวกเ้าประมูลออกมาดู ข้าสามารถแยกแยะได้เอง มิเช่นนั้นพวกเ้าคงมิอาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้”
“หุบปากเสีย!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนขมวดคิ้วพลางกล่าว “เห็นได้ชัดว่าพวกเ้ามาหาเื่! ตอนแรกก็โจมตีเมือง ผู้คนาเ็ล้มตายนับไม่ถ้วน สู้มิได้ยังกล้าใช้ข้ออ้างมาเจรจาอีกหรือ? ไม่มีทางเสียหรอก! มาอวดเบ่งอำนาจในถิ่นของเผ่ามนุษย์เราหรือ ยังคิดจะเดินจากไปเฉยๆ ได้เชียวหรือ?”
“ตำหนักเซวียนหนี่ว์หรือ? เป็พวกหยิ่งผยองจริงๆ!”
เมิ่งชิงชิงเค้นเสียงเย็น นางข่มขู่ออกไปตรงๆ “ไม่ว่าอย่างไรกระดูกิญญาัก็คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทร หากพวกเ้าไม่ยอมส่งมอบมันมา เผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรจะเปิดากันเต็มรูปแบบ…ท้ายที่สุดหากมิใช่มนุษย์สูญสิ้นก็เป็เผ่าสมุทรที่ต้องดับสูญ”
เมื่อกล่าวจบเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมเหนือเมืองซานเซียน ล่องลอยกลางอากาศ
“ตูมมม!”
เสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่ม พายุโหมกระหน่ำ
ในเมฆฝนมีสัตว์ขนาดตัวมหึมาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า เปิดเผยร่างจริงของตัวเองออกมา มันคือเต่าั์! ด้านหลังยังแบกเกาะที่ปกคลุมด้วยหมอกเอาไว้ ให้ความรู้สึกน่าใมาก!
“เต่าะ!”
พวกเหมยซิ้งหงสีหน้าเปลี่ยนไป จั๋วอวิ๋นเซียนขมวดคิ้วแน่น
‘เต่าะ’ คือพาหนะส่วนตัวของราชันสมุทรในทุกรุ่น เล่าขานกันว่ามันมีชีวิตมายาวนานนับหมื่นปีแล้ว มีอายุขัยยืนยาวมาก และมีพลังที่ลึกล้ำมิอาจคาดเดา
เพียงแต่การเคลื่อนไหวของเต่าค่อนข้างเชื่องช้า ทุกครั้งที่ต่อสู้ล้วนสูญเสียอายุขัยไปมาก จึงไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น แม้แต่ราชันสมุทรก็มิอยากใช้มัน ในเวลาปกติจะให้มันเป็เพียงพาหนะเท่านั้น
ในฐานะที่เมิ่งชิงชิงเป็องค์หญิงสามแห่งเผ่าสมุทร การตัดสินใจของนางเป็ตัวแทนของปณิธานเผ่าสมุทร มิอาจตั้งข้อสงสัยได้ ดังนั้นการปรากฏตัวของเต่าะก็เป็การตัดสินใจของเมิ่งชิงชิง เกรงว่าคงคิดจะเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!
“ช้าก่อน!”
มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาแทรกบรรยากาศเคร่งเครียด
ภายใต้สายตามึนงงของทุกคน จั๋วอวิ๋นเซียนเข็นรถเข็นค่อยๆ เข้าไปกล่าวว่า “ทุกคนใจเย็นก่อน เื่นี้เป็เื่ใหญ่มาก พวกเราอย่าตกหลุมพรางของคนอื่น”
พวกเหมยซิ้งหงเงียบไม่พูดจา เมิ่งชิงชิงมองจั๋วอวิ๋นเซียนอย่างเรียบเฉย “เ้าก็คือไป๋เฮ่อหรือ? ผู้สืบทอดสำนักเทียนกง? ที่เป็ต้นเหตุทำให้กองทัพเผ่าสมุทรของเราเสียหายอย่างหนัก?”
เมื่อกล่าวจบแรงกดดันน่ากลัวปกคลุมจั๋วอวิ๋นเซียนเอาไว้ แต่เขากลับไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด
“เอ๊ะ!”
เมิ่งชิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนพบเื่แปลกประหลาดอะไรเข้า ขณะที่นางเตรียมตัวลองเชิงจั๋วอวิ๋นเซียน กลับคิดไม่ถึงว่าพวกเหมยซิ้งหงจะออกมาบังหน้าจั๋วอวิ๋นเซียนเอาไว้
“ท่านทำเกินไปแล้ว!”
เหมยซิ้งหงตำหนิอย่างเ็า ไม่สนว่าต้องต่อกรกับเมิ่งชิงชิงหรือไม่ แม้แต่จั๋วอวิ๋นเซียนก็คิดไม่ถึงว่าเ้าเกาะทั้งสามจะออกหน้าเพื่อเขา
เดิมทีจากสถานะของจั๋วอวิ๋นเซียน ไม่มีสิทธิ์พูดคุยกับองค์หญิงสามเผ่าสมุทรด้วยซ้ำ แต่พวกเหมยซิ้งหงยอมรับการเคลื่อนไหวของเขาแล้ว คนอื่นๆ จึงมิได้กล่าวอะไร
เมื่อได้สติกลับมา จั๋วอวิ๋นเซียนค่อยๆ เอ่ยปากว่า “แพ้หรือชนะเป็เื่ปกติในา และบนสนามรบก็มีเพียงความตายและการเอาชีวิตรอด…เหตุผลนี้คิดว่าองค์หญิงสามน่าจะรู้ดีเสียยิ่งกว่าข้า”
จั๋วอวิ๋นเซียนทำเพื่อเผ่ามนุษย์ของตัวเอง เขาจึงมิได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
เช่นเดียวกันนั้นเมิ่งชิงชิงทำเพื่อชิงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรกลับมา การก่อาจึงค่อนข้างสมเหตุสมผล
ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครถูกผิด เพียงมีจุดยืนไม่เหมือนกันเท่านั้น
“……”
เมิ่งชิงชิงไม่พูดไม่จา จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวต่อว่า “องค์หญิงสาม ที่จริงแล้วเ้าเกาะของเรามิได้โกหก ที่งานประมูลมีผู้คนมากมายมาเข้าร่วม พวกเราไม่เคยเห็นกระดูกิญญาัมาก่อนจริงๆ ดังนั้นข้าจึงสงสัยมาก พวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรอยู่ในงานประมูล? หากมีเื่เช่นนั้นจริง พวกเราต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้ว หากฟังจากสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวมาด้านเดียว อาจจะเป็แผนสร้างความขัดแย้งก็ได้ องค์หญิงสามโปรดไตร่ตรองด้วย”
“หากไม่มั่นใจร้อยส่วน ข้าคงไม่เคลื่อนไหวเช่นนี้!”
เมิ่งชิงชิงพลิกเข็มทิศสีม่วงอันหนึ่ง ด้านนอกดูเก่าแก่ ด้านในเต็มไปด้วยแสงิญญา ดูไปแล้วน่าจะเป็สมบัติที่เก่าแก่มาก
“ของสิ่งนี้เรียกว่าเข็มทิศัิญญา มันคือสมบัติสืบทอดของเผ่าสมุทร วันที่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ถูกขโมยไป ข้าใช้ของสิ่งนี้ช่วยนำทางมาที่นี่ แต่น่าเสียดายหลังจากที่มาถึงทะเลล่วนซิงแห่งนี้แล้ว เข็มทิศัิญญากับกระดูกัถึงได้ถูกตัดขาดการเชื่อมต่อไปแล้ว”
เมิ่งชิงชิงเว้นจังหวะพูดเล็กน้อยกล่าวต่อว่า “ก่อนหน้านี้ไม่นาน ข้าได้รับข้อมูลลับจากคนในเผ่าว่า กระดูกิญญาัเคยปรากฏในงานประมูลบนเกาะสามเซียน แต่ข้ายังมิทันได้ถาม สายลับของข้าก็ถูกคนฆ่าปิดปากเสียแล้ว ตายโดยไม่มีหลักฐาน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงยกกองทัพเผ่าสมุทรมาที่นี่ และดังคาด หลังจากที่ข้าเข้าใกล้ที่นี่ เข็มทิศัิญญาก็เกิดปฏิกิริยาอีกครั้ง”
เมื่อผู้คนหันไปมอง กลับเห็นใจกลางของเข็มทิศัิญญาเป็สีขาวสลับดำวนเวียนกันอย่างต่อเนื่อง เหมือนกำลังหาบางสิ่งบางอย่าง
เมื่อเห็นภาพนี้พวกเหมยซิ้งหงมองหน้ากัน เผยสายตาขมขื่น ตอนนี้ต่อให้พวกเขาพูดเหตุผลอะไรไปก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว
“ตอนนี้พวกเ้ายังมีสิ่งที่อยากพูดอีกหรือไม่?”
เมิ่งชิงชิงมองคนตรงกลางหอคอยอย่างเยือกเย็น เหมือนเตรียมตัวต่อสู้ตลอดเวลา
้ามีเต่าะสะกดข่ม ด้านล่างมีกองทัพเผ่าสมุทร และมียอดฝีมือมากมายอย่างยอดฝีมือเผ่าสมุทรกับยอดฝีมืออย่างองค์หญิงสามอีกด้วย
หากต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ ใครชนะใครแพ้คงยากจะคาดการณ์ได้
