หลังเนี่ยนเมี่ยวชิงแต่งกายเรียบร้อย นางก้าวออกจากเรือนเพื่อกลับจวนตระกูลไป๋ ทว่าเมื่อผ่านศาลาหกเหลี่ยม พบว่าสามีของนางและหยวนโม่เจ๋อกำลังอ่านตำราอย่างคร่ำเคร่ง ร่างบางเหลือบมองและแอบยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะขึ้นรถม้าจากไป
กว่าครึ่งเดือนที่หยวนโม่เจ๋อพำนักอยู่ในจวนหลังเล็ก เสียงลมพัดผ่านต้นไผ่ดังแ่เบาในยามเช้า ทุกวันล้วนเป็วันที่เงียบสงบ ทว่าวันนี้...ไป๋มู่เฟิงกลับเดินถือม้วนตำราเข้าหาชายหนุ่มด้วยสีหน้าร้อนใจ
“สหาย เ้ายังนิ่งเฉยอยู่เช่นนี้ได้อย่างไร วันนี้...เราพี่น้องต้องรับมือบัณฑิตมากมายในเมืองหลวงนะ”
น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูกังวล
“มีอันใดต้องเร่งรีบ อีกตั้งหนึ่งชั่วยาม กว่าจะถึงเวลาชุมนุมบทกวี” ร่างสูงหุบพัดในมือ พร้อมทั้งยกจอกชาขึ้นละเลียดชิม
“ชาดี...” ชายหนุ่มเอ่ยชมอย่างจริงใจ
ชาที่เขาดื่ม ล้วนเป็ชาที่เนี่ยนเมี่ยวชิงสั่งให้อาหม่านส่งมาให้ เพราะตัวนางไม่สะดวกที่จะมาที่นี่บ่อยๆ
ถึงจะเป็จวนที่สามีซื้อเอาไว้เพื่อแสวงหาความสงบในการอ่านตำรา ทว่าที่นี่มีบุรุษอื่นอาศัยอยู่ หากมาเยือนบ่อยครั้ง ย่อมเป็ที่ครหา
ตลอด่เวลาที่ผ่านมา ไป๋มู่เฟิงมักจะมาที่นี่เพื่ออ่านตำรากับหยวนโม่เจ๋อเป็ครั้งคราว ทั้งสองสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นในบทกลอนและหลักปรัชญาอย่างลึกซึ้ง จนบางครั้งแสงตะวันลับขอบฟ้าโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนั้น...ยังมีหลายครั้งที่พวกเขาออกไปพบปะเหล่าสหายบัณฑิตตามโรงน้ำชา เพื่อสนทนาเื่บ้านเมืองและแิในการสอบใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน หยวนโม่เจ๋อสวมชุดผ้าแพรสีงาช้างอย่างที่ปกติมักจะสวมใส่ ส่วนไป๋มู่เฟิงแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินเข้ม รวบผมขึ้นทั้งหมดและสวมกวานหยกม่วง
บุรุษทั้งสองก้าวออกจากจวนพร้อมกัน ท่ามกลางแสงแดดยามสายที่ส่องลอดผ่านกิ่งไผ่ เสียงหัวเราะเบาๆ ของหยวนโม่เจ๋อดังขึ้นก่อนที่รถม้าจะเคลื่อนตัวออกจากตรอกแห่งนั้น
ปลายทางของวันนี้ คือศาลา “อวิ๋นหลิน” สถานที่ที่เหล่าบัณฑิตผู้มีชื่อเสียงมักมารวมตัวกัน ที่ซึ่งคำพูดเพียงประโยคเดียว อาจกลายเป็ผู้มีชื่อเสียง หรือเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางชีวิตของผู้ใดผู้หนึ่ง...
เพราะศาลาอวิ๋นหลินคือหอที่ไท่ซ่างหวง อดีตฮ่องเต้ผู้มีความรู้ความสามารถสร้างขึ้น และในทุกหนึ่งเดือน ศาลาอวิ๋นหลินจะให้มีการจัดงานชุมนุมกวีเพื่อค้นหาบัณฑิตผู้มีความสามารถ
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ ทางราชสำนักกำลังเฟ้นหาคนที่จะเข้าร่วมในอนาคต โดยที่ไม่จำเป็ต้องผ่านด่านการสอบจอหงวน เพราะบางครั้งการสอบมักถูกคนที่มีเส้นสายคว้าตำแหน่งไป
ส่วนบัณฑิตยากจน ก็ต้องกลับไปอย่างผิดหวัง ทว่าคนผู้นั้นที่ถูกเลือก ต้องผ่านเกณฑ์ที่ไท่ซ่างหวงตั้งเอาไว้
“ถึงแล้วขอรับคุณชาย” สารถีด้านนอกเอ่ยเตือนสองสหายที่นั่งอ่านตำราอยู่ภายในรถม้า
“เชิญเ้าก่อน” หยวนโม่เจ๋อให้เกียรติไป๋มู่เฟิงลงจากรถม้า
สองบัณฑิตอายุน้อยเดินเข้าไปด้านในหออวิ๋นหลินพร้อมกัน ด้านนอกมีข้ารับใช้ทำหน้าที่ตรวจเทียบเชิญ จะอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็เป็ของเชื้อพระวงศ์ มิใช่คนธรรมดาที่ไหนก็สามารถเข้าไปได้
เหล่าบัณฑิตมากมายที่ผ่านการตรวจสอบ นั่งเรียงรายอยู่ที่ลานด้านนอกห้องโถง งานเลี้ยงวันนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าปกติ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การสอบใหญ่ก็จะมาถึงแล้ว
นั่นหมายความว่า...ภายในหออวิ๋นหลินยามนี้ มีเฉพาะคนที่สอบผ่านระดับจ้งจี่ว์ หรือกลายเป็จี่ว์เหรินแล้วเท่านั้น
ร่างสูงโปร่งนั่งลงอย่างสงบ ทว่าสายตากลับเหลือบเห็นบางสิ่งที่คุ้นตาอยู่ไกลๆ ทันใดนั้น ความคิดอันเฉียบคมของหยวนโม่เจ๋อพลันวิเคราะห์อย่างฉับไว ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืนช้าๆ
“ไปไหนหรือ...อีกไม่นานงานก็จะเริ่มแล้ว” ไป๋มู่เฟิงถามสหายเมื่อเห็นความเคลื่อนไหวด้านข้าง
“ไปห้องน้ำสักหน่อย คนมากมายเช่นนี้ทำข้าตื่นเต้นไม่น้อย”
ชายหนุ่มเอ่ยแก้ตัวให้ตนเอง
ร่างสูงก้าวยาวๆ ไปยังเส้นทางที่เห็นร่างเล็กหายลับไป ทว่าเมื่อไปถึงที่นั่นกลับพบเพียงความว่างเปล่า และทันใดนั้นเอง...กลิ่นหอมที่แสนคุ้นเคยพลันพัดโชยเข้ามาในจมูก
“เ้ากระต่ายน้อย สถานที่แห่งนี้ห้ามสตรีเข้ามามิรู้หรือ” ร่างสูงหันกลับไปช้าๆ ทว่าพบเพียงข้ารับใช้หนุ่มน้อยหน้าตาหมดจด กำลังส่งสายตายั่วยวนกลับมา
“เ้าเข้าใจวิธีทำให้ข้ามีอารมณ์นะ” ชายหนุ่มดันหนุ่มน้อยรูปงามเข้าชิดผนัง ก่อนจะกดจูบริมฝีปากอวบอิ่มสีอิงเถาอย่างดูดดื่ม
สองลิ้นตวัดรัดพัวพันไม่ห่าง เสียงครางเล็กๆ ดังลอดออกมาจากลำคอขาวผ่อง จมูกโด่งซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอเล็ก สูดดมกลิ่นหอมที่มิได้ััมาหลายวัน
ขาเรียวยาวของหยวนโม่เจ๋อแทรกกลางเรียวขาหนุ่มน้อยหน้าใส พร้อมกับดันมันขึ้นเบาๆ และใช้หัวเข่านวดคลึงกลางกาย เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวซ่าน การกระทำของเขาเรียงเสียงครางดังแว่วออกมาเบาๆ
“เ้าแฉะแล้ว...”
ร่างสูงดึงสาบเสื้อสองข้างแยกออก สองเต้าพลันล้นทะลักออกสู่สายตา ลิ้นร้อนตวัดเลียดูดดึงจนยอดอกแข็งชูชัน สองมือนุ่มกำลังจะยกขึ้นขยุ้มเส้นผมเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน ทว่าหยวนโม่เจ๋อที่สายตาไวกลับเห็นเข้าเสียก่อน
“อ๊ะ! ทำเช่นนั้น ข้าได้ถูกผู้คนประณามแน่”
สองแขนเรียวเล็กถูกจับเอาไว้ด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือของชายหนุ่มดึงกางเกงตนเองลง ปรากฏเ้าแท่งร้องผงกหัวบานไหวๆ หยาดน้ำใสที่ซึมออกมา บ่งบอกว่าเขาเองก็มีอารมณ์ถึงขีดสุด
“เ้าใจกล้ามากนะ ที่กล้าปลอมตัวเข้ามาที่นี่...ชิงเอ๋อ”
เอ่ยจบ แท่งเนื้อที่มีเส้นเอ็นปูดโปน พลันถูกแทงสวนเข้าไปจนสุดโคน เรียกเสียงคราวหวานจากริมฝีปากอวบอิ่ม
“อ๊าาา! ซี๊ดดด! เสียวจัง ท่านพี่โม่เจ๋อ ท่านช่างเก่งกาจนัก”
หญิงสาวผู้ไม่สนกฎเกณฑ์และความผิดใด แต่งกายเป็ข้ารับใช้ชายเพื่อเข้ามาในงาน ทุกอย่างก็เพราะความตื่นเต้นที่นาง้าจากบุรุษตรงหน้า
ขาเรียวเล็กถูกยกขึ้น เอวสอบขยับช้าๆ เพื่อมิให้เป็ที่สังเกต แม้ที่นี่มิใช่ที่ที่มีคนเดินผ่านไปมาบ่อยนัก ทว่าก็มิอาจทำเื่นี้อย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป
“พับ! พับ! พับ! อ๊าา! ซี๊ดด! ชิงเอ๋อ รูเล็กๆ ของเ้าช่างตอดแน่นนัก ข้าแทบทนไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มย่อกายสอดส่ายแท่งร้อนเข้าออกเนิบช้า เป็จังหวะ ยิ่งช้าเท่าไหร่ ความเสียวซ่านก็ยิ่งทวีคูณ
ทันใดนั้น! เสียงเดินจากที่ไกลๆ ก็พลันดังเข้ามาให้ได้ยิน ร่างสูงหยุดขยับกาย ทว่ากลับจับร่างเล็กอุ้มขึ้น ทั้งที่แก่นกายของเขายังคงเสียบติดแน่นอยู่ภายในรูสวาทของนาง
“ไม่นะท่านพี่! ท่านทำเช่นนี้ข้าจะแตกแล้ว อ่าาา!” เสียงครางของหญิงสาวถูกกลืนกินโดยชายหนุ่ม สองปากประกบเข้าหากันพร้อมตวัดดูดเลียลิ้นร้อน น้ำหวานฉ่ำเยิ้มของนางไหลหยดลงมาราวกับหยาดน้ำฝน
หยวนโม่เจ๋ออุ้มหญิงสาวขยับออกเล็กน้อย ทว่าแท่งเอ็นส่วนหัวยังคงติดตรึงอยู่ที่รูของนาง ก่อนจะเสียเข้าช้าๆ พร้อมกับเดินหลบเข้าไปด้านหลังที่เป็พุ่มไม้ เพื่อรอให้สองข้ารับใช้ผ่านไป
แต่ระหว่างนั้น เขากลับจับนางแทงเข้าออกเพื่อคลายความกำหนัดของตน เนี่ยนเมี่ยวชิงกอดชายหนุ่มแน่น เพราะความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มมอบให้ หลังสองข้ารับใช้เดินผ่านไป ชายหนุ่มก็ไม่คิดรั้งรอ
“พับ! พับ! พับ! อ๊า! อ๊า! ซี๊ดดด! เสียวเหลือเกิน ชิงเอ๋อ! พี่ชายจะแตกแล้ว!” หยวนโม่เจ๋อกัดฟันแน่น ขยับเอวสอบรัวเร็ว แทงเข้าออกรูสวาทของนางอย่างรุนแรง ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวขุ่นล้นทะลักออกมา
“อ่าาา!”
ภายในช่องทางรักของนางขมิบตอดรัวๆ บ่งบอกว่าเนี่ยนเมี่ยวชิงเองก็เสร็จสมไม่ต่างกัน หยวนโม่เจ๋อถอนแก่นกายออก ทว่าส่วนหัวที่ยังอ่อนไหว ยังคงผงกไปมา และน้ำสีขาวขุ่นก็ยังคงพุ่งไม่หยุด
ชายหนุ่มวางหญิงสาวลง และจับหัวของนางกดลงไปเพื่อดูดเลียและกลืนกินส่วนที่ยังเหลืออยู่ หญิงสาวเองก็รีบทำตามที่ชายหนุ่ม้าอย่างเต็มใจ
“พอใจหรือยัง...พี่ชายต้องกลับไปแล้ว ไม่เช่นนั้น...สามีของเ้าต้องสงสัยเป็แน่” แท่งเอ็นที่ยังไม่อ่อนตัว ถูกถูไถไปบนอาภรณ์ที่เนี่ยนเมี่ยวชิงสวมใส่ เพื่อทำความสะอาด จากนั้นจึงถูกเก็บเข้าที่เช่นเดิม
หญิงสาวที่เสร็จสมไปหลายครั้ง ใช้นิ้วมือนุ่มหยุ่นปาดน้ำรักที่เลอะใบหน้า เข้าไปในปากของตนอย่างยั่วยวน ก่อนทั้งสองจะจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้งเพื่อบอกลา
“สหาย...เ้าหายไปนานนะ ข้านึกว่าจะไม่กลับมาเสียแล้ว”
ไป๋มู่เฟิงเอ่ยอย่างเคืองๆ
“ไม่มีอะไร ที่นี่กว้างไปหน่อย เลยเดินหาทางกลับอยู่พักหนึ่ง”
ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ หลังจากนั้น ผู้ทำหน้าที่เปิดงานก็ได้ก้าวเข้ามา ทำให้การสนทนาของบุรุษทั้งสองหยุดชะงักลง
