หลังจากสร้างบ้านใหม่เสร็จ หลี่ชิงหลิงก็เริ่มวางแผนจะซื้อูเา หากซื้อสำเร็จจะสามารถเพิ่มจำนวนไก่และกระต่ายได้
นางเตรียมจะร่ำรวยจากไก่และกระต่าย
เด็กสาวคุยกับหลิวจือโม่ เขาบอกไม่มีปัญหา อย่างไรเขาก็จะอยู่บ้านช่วยนาง หากทั้งสองคนยุ่งเกินไปก็สามารถจ้างคนมาช่วยได้
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกัน หลิวจือโม่ก็ไปหาผู้นำหมู่บ้าน เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้ยินความตั้งใจของหลิวจือโม่ หัวใจก็ะโขึ้นมา
เด็กคนนี้เพิ่งสร้างบ้าน และคราวนี้จะซื้อูเาอีก? ดูท่าแล้วสูตรแป้งทอดไข่นั่นคงขายได้เงินไม่น้อย
เมื่อนึกถึงตรงนี้ แววตาของผู้นำหมู่บ้านก็เปลี่ยนไป "จือโม่ แน่ใจหรือว่า้าซื้อูเานี้จริง ๆ คิดดีแล้วหรือ?” ูเานี้ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เขาจะซื้อมาทำไม?
หลิวจือโม่พยักหน้าหนักๆ พูดพลางหัวเราะว่าคิดดีแล้ว เขาจะซื้อ
เมื่อเห็นท่าทีที่แน่วแน่ของเขา ผู้นำหมู่บ้านที่เดิมทีอยากจะถามว่าเขาซื้อูเานี้ไปทำไมก็กลืนคำพูดลงไป
ไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะได้รู้ ไม่ถามเื่ส่วนตัวจะดีกว่า
"รีบใช้ไหม?"
“อืม…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้นำหมู่บ้านก็พาหลิวจือโม่ไปวัดขนาดของูเาหนิวโถวด้วยตัวเอง
การทำงานของผู้นำหมู่บ้านมีประสิทธิภาพมาก ใช้เวลาไม่นานนักก็วัดออกมาได้สามร้อยไร่
หลิวจือโม่มองดูที่ราบใกล้แม่น้ำ เขาจำได้ว่าหลี่ชิงหลิงบอกว่าอนาคตอยากจะเลี้ยงเป็ด ดังนั้นเขาจึงขอให้ผู้นำหมู่บ้านรวมพื้นที่ตรงส่วนนั้นเพื่อดูว่ามันใหญ่แค่ไหน
“ตรงนี้ปลูกอะไรก็ไม่ได้ จะเอาไปทำอะไร?” ผู้นำหมู่บ้านขมวดคิ้ว “จือโม่ มีเงินแล้วก็ไม่ควรใช้จ่ายแบบนี้นะ”
หลิวจือโม่รู้ว่าผู้นำหมู่บ้านเป็ห่วง เขาหัวเราะ “ท่านปู่ ข้ามีแผนจะใช้ ช่วยวัดให้หน่อย!" เขารู้ว่าหลี่ชิงหลิงจะต้องมีวิธีจัดการอย่างแน่นอน
เขาเชื่อใจหลี่ชิงหลิงอย่างไม่สามารถอธิบายได้
ผู้นำหมู่บ้านไม่สามารถห้ามหลิวจือโม่ได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ส่ายหน้าและวัดต่อไป
ที่ดินติดแม่น้ำมีเพียงสามสิบไร่
เนื่องจากที่ดินเหล่านี้มีมูลค่าไม่มาก ราคาไม่สูง ผู้นำหมู่บ้านจึงเก็บแค่สองร้อยตำลึง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือโม่ก็ยิ้มกว้าง ราคานี้ต่ำกว่าราคาที่เขากับนางคาดคะเนถึงห้าสิบตำลึง ได้กำไรแล้ว
“วันนี้ท่านว่างไหม? ถ้าว่าง ไปจัดการที่เมืองให้เสร็จได้ไหม”
“ได้ ข้าจะกลับบ้านไปเอาเกวียน”
หลิวจือโม่ขอบคุณผู้นำหมู่บ้านอีกครั้ง ถ้าผู้นำหมู่บ้านไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือ ูเาหนิวโถวก็คงไม่ถูกเช่นนี้
ผู้นำหมู่บ้านโบกมือ เอามือไพล่หลังเดินกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านเจอลูกชายก็ทอดถอนใจ
เมื่อลูกชายคนโตได้ฟังก็ถามเสียงแหบแห้ง เป็ไปไม่ได้น่า พวกเขามีเงินเยอะขนาดนั้นที่ไหนกัน?
สองร้อยตำลึงเป็เงินจำนวนมากสำหรับพวกเขา!
เมื่อเห็นว่าลูกชายคนโตควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ผู้นำหมู่บ้านก็ถลึงตามอง “เ้าลืมเ้าของร้านฝูหมั่นโหลวที่มาวันนั้นแล้วรึ” ดูท่าแล้วหลิวจือโม่และเ้าของร้านฝูหมั่นโหลวสนิทกันไม่น้อย
หลังผู้นำหมู่บ้านเตือน ลูกชายคนโตก็นึกออก เขาพึมพำอย่างอิจฉาว่าได้รู้จักกับคนรวยนี่มันไม่เหมือนกันจริงๆ
ถ้าเขาได้รู้จักบ้าง เขาก็สามารถสร้างบ้านที่ใหญ่โตและสวยงามได้เช่นกัน
"เลิกเพ้อฝัน ใช้ชีวิตในความจริงเสีย” ผู้นำหมู่บ้านรู้ว่าลูกชายคนโตกำลังคิดอะไรจึงสั่งสอน ก่อนจะหันกลับไปเทียมเกวียนเข้าเมือง
เมื่อขับเกวียนวัวไปที่ทางเข้าหมู่บ้านก็เห็นหลี่ชิงหลิงยืนอยู่ข้างๆ หลิวจือโม่ เขาไม่ได้คิดมาก คิดแค่ว่าหลี่ชิงหลิงจะไปซื้อของในเมืองจึงให้ขึ้นมาด้วย
แต่เมื่อเขาไปที่เมืองและเห็นว่าหลี่ชิงหลิงเป็ผู้ลงนามในโฉนดที่ดิน ผู้นำหมู่บ้านก็อ้าปากค้าง
ไม่ใช่หลิวจือโม่ซื้อหรือ? ทำไมเป็ของหลี่ชิงหลิง?
หลังจากเดินออกจากศาลาว่าการ ผู้นำหมู่บ้านก็ถาม "จือโม่ เกิดอะไรขึ้น... นี่มันอะไรกัน"
หลิวจือโม่รู้ว่าผู้นำหมู่บ้านกำลังคิดอะไรอยู่ก็พลันหัวเราะ "ท่านปู่ ที่จริงแล้วเสี่ยวหลิงเป็คนอยากซื้อ” หลี่ชิงหลิงจ่ายเงินมากมายให้กับครอบครัวนี้ เขาคิดว่าให้นางลงชื่อในโฉนดที่ดินน่ะเหมาะแล้ว
ผู้นำหมู่บ้านชำเลืองมองเด็กสาวด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เขากระแอมถามเสี่ยวหลิงว่าซื้อูเานี้ไปทำไม ที่ดินบนูเานั้นบางจนไม่สามารถปลูกพืชได้
จือโม่ก็จริงๆ เลย เห็นเสี่ยวหลิงแบบนี้แล้วทำไมไม่ห้าม
หลี่ชิงหลิงไม่ได้ปิดบังความจริงจากผู้นำหมู่บ้าน พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "ท่านปู่ ข้าซื้อูเาหนิวโถวเพื่อเลี้ยงไก่กับกระต่าย" เื่นี้ปิดบังไม่อยู่ พูดตรงๆ เลยจะดีกว่า “ถ้าลานเลี้ยงไก่ข้าไปได้ดีแล้วต้องจ้างคน คนในหมู่บ้านเราจะเป็ตัวเลือกแรก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตาของผู้นำหมู่บ้านก็เป็ประกาย มองหลี่ชิงหลิงด้วยความกระตือรือร้น ถามนางว่าลานเลี้ยงไก่ประเภทไหน มั่นใจได้แค่ไหน? จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นจริงหรือ?
"แน่นอนว่าได้ ถ้าข้าไม่แน่ใจ ข้าคงไม่กล้าใช้เงินมากมายขนาดนี้เพื่อซื้อูเาหนิวโถว" หลี่ชิงหลิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ ด้วยน้ำจิติญญาของนาง นางจะพัฒนาลานเลี้ยงไก่ได้ราบรื่นแน่ “แต่เื่นี้ท่านอย่าบอกคนอื่นนะ”
"ไม่บอก ไม่บอก" เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหลิงมีความมั่นใจมาก ผู้นำหมู่บ้านก็คิดว่าสิ่งที่หลี่ชิงหลิงพูดจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ราวกับได้กินยาเพิ่มความมั่นใจ
หลี่ชิงหลิงไม่้าเปิดเผยมากเกินไป ดังนั้นนางจึงแอบส่งสายตาให้หลิวจือโม่ หลังจากที่หลิวจือโม่สังเกตเห็นก็ชวนผู้นำหมู่บ้านไปกินข้าว
รบกวนขนาดนี้ก็ควรจะเลี้ยงข้าวเสียหน่อย
ผู้นำหมู่บ้านก็ไม่ปฏิเสธและตอบตกลง
ทั้งสองพาผู้นำหมู่บ้านไปที่ฝูหมั่นโหลวโดยตรง เมื่อผู้นำหมู่บ้านเห็นก็ส่ายหัว บอกว่าอาหารในฝูหมั่นโหลวแพงเกินไป ไปที่อื่นดีกว่า
หลิวจือโม่ปลอบโยนผู้นำหมู่บ้านด้วยรอยยิ้ม พวกเขาสนิทกับเ้าของร้านฝูหมั่นโหลวเลยพอจะลดราคาได้
พูดเสร็จก็ลากเข้าไปโดยไม่สนว่าผู้นำหมู่บ้านจะเห็นด้วยหรือไม่
ทันทีที่เ้าของร้านฝูหมั่นโหลวเห็นทั้งสามคนก็เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
"ท่านลุง เรามากินข้าว จัดอาหารแนะนำมาอย่างละหนึ่งที่เลยเ้าค่ะ!" หลี่ชิงหลิงมองเ้าของร้านและพูดอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้ยินก็รีบโบกมือ บอกให้ดูว่ามีอาหารอะไรบ้างก่อนที่จะสั่ง
เขาใกับท่าทางกล้าหาญของหลี่ชิงหลิงมาก
เ้าของร้านหัวเราะ "พวกท่านอุตส่าห์มาทั้งที ข้าขอเลี้ยงมื้อนี้เอง” เขาพาทั้งสามคนไปที่ห้องส่วนตัว เรียกเสี่ยวเอ้อให้มาบอกรายชื่ออาหาร จากนั้นยกอาหารออกมาอย่างรวดเร็ว
ผู้นำหมู่บ้านมองท่าทางสงบของทั้งสองคนพลันถอนหายใจในใจ เขานั่งตรงนี้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจมาก แต่เด็กสองคนนี้กลับสงบนิ่ง คุยกับเ้าของร้านอย่างชื่นมื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสี่ยวเอ้อรวดเร็วมาก ใช้เวลาไม่นานนักก็ยกอาหารทั้งหมดตามที่เ้าของร้านสั่ง
ผู้นำหมู่บ้านมองแล้วแอบกลืนน้ำลาย ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยเห็นอาหารจานดีๆ แบบนี้มาก่อน ดูน่ากินมาก
“เอาเลย พี่หลี่ ไม่ต้องเกรงใจ กินเลย ไม่พอค่อยสั่งอีก” เ้าของร้านรินเหล้าให้ผู้นำหมู่บ้านและทักทายเขาอย่างอบอุ่น
เมื่อเห็นว่าเ้าของร้านสุภาพกับเขามาก ผู้นำหมู่บ้านก็ใรีบยื่นมือไปรับเหล้ามาดื่มกับเ้าของร้าน
หลังจากดื่มเหล้าไปแก้วหนึ่ง เ้าของร้านก็พูดคุยอย่างสุภาพอีกเล็กน้อย ก่อนจะออกจากห้องส่วนตัวไป
หลังจากที่เ้าของร้านออกไป ผู้นำหมู่บ้านก็ผ่อนคลายและหัวเราะ "ข้าไม่เคยได้ดื่มเหล้ารสดี หรือได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้มาก่อน ทั้งหมดต้องขอบคุณพวกเ้าแล้ว”
อาหารโต๊ะใหญ่นี้เทียบเท่ารายได้ของครอบครัวหนึ่งสามสี่ปี เขาจะจ่ายไหวได้อย่างไร!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือโม่ก็ขอให้ผู้นำหมู่บ้านกินเยอะๆ อย่ารอช้า
“เอาล่ะ พวกเ้าก็กิน อย่าเอาแต่ดูแลข้า” ผู้นำหมู่บ้านหัวเราะ
มื้อนี้ทำให้ผู้นำหมู่บ้านอิ่มจนเดินแทบไม่ได้ การได้กินของอร่อยแบบนี้คุ้มค่ากับชีวิตนี้มาก
ตอนจากไป หลี่ชิงหลิงบอกเ้าของร้านว่าวันพรุ่งนี้จะส่งกระต่ายมาให้
เ้าของร้านรู้สึกยินดีกับข่าวดีนี้เป็อย่างยิ่ง เขาไปส่งทั้งสามคนไปที่ประตูเป็การส่วนตัว
หลังเหตุการณ์นี้ ผู้นำหมู่บ้านให้ความสำคัญกับหลี่ชิงหลิงมากกว่าเดิม ไม่กล้าที่จะประเมินนางต่ำไป
บางทีเด็กคนนี้อาจพาชาวบ้านรวยได้!
เมื่อเขากลับถึงบ้าน เขาต้องบอกสมาชิกในครอบครัวว่าอย่าทำให้เทพเ้าแห่งความมั่งคั่งอย่างหลี่ชิงหลิงไม่พอใจเด็ดขาด!
หลี่ชิงหลิงไม่รู้ว่าผู้นำหมู่บ้านกำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้นางกำลังคิดซื้อไก่ไปเลี้ยงที่บ้านอีก
การเปิดลานเลี้ยงไก่ของนางไม่ใช่แค่พูด แต่นางคิดจะทำจริงๆ
"จะใช้ผืนน้ำตรงนั้นทำอะไร" หลิวจือโม่นั่งยองข้างๆ ถามนางเสียงเบา
หลี่ชิงหลิงหยิบไก่ขึ้นมาโดยไม่เงยหน้าขึ้น "ใช้เลี้ยงปลากับเป็ด" นางไม่ได้นึกถึงตรงนั้น เป็เขาที่นึกถึง สิ่งนี้ทำให้นางประหลาดใจและดีใจจริงๆ
เมื่อมีูเาและพื้นที่ริมน้ำ นางจะสามารถสร้างและพัฒนาการเพาะพันธุ์ได้
เลี้ยงปลา? ตรงนั้นเลี้ยงปลาได้? เลี้ยงอย่างไร?
เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในหัวของหลิวจือโม่ แต่เมื่อคิดว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่ดีในการพูดคุย เขาก็ระงับความอยากรู้อยากเห็น ไว้ไปถามเมื่อกลับถึงบ้าน
หลังจากที่หลี่ชิงหลิงเลือกลูกเจี๊ยบเสร็จก็เหลือบมองหลิวจือโม่ รู้ว่าเขาไม่เข้าใจจึงหัวเราะ "ไว้ถึงตอนนั้นจะรู้เอง”
"ได้ ข้าจะรอ" เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหลิงจ่ายเงินแล้ว หลิวจือโม่ก็เอื้อมมือไปหยิบเล้าลูกเจี๊ยบสองอันบนพื้นเตรียมกลับบ้าน
ผู้นำหมู่บ้านเห็นแล้วคิ้วกระตุก ถามหลี่ชิงหลิงว่าซื้อไก่มากี่ตัว?
หลี่ชิงหลิงบอกว่าซื้อร้อยตัวมาเลี้ยงดูก่อน ไว้ล้อมูเาเสร็จค่อยซื้ออีก
ผู้นำหมู่บ้านพลันชื่นชมเด็กสาวคนนี้ในใจ ไม่เพียงแต่มีความกล้าหาญ แถมยังมีมันสมอง
นางไม่ได้พูดเฉยๆ แต่นางลงมือทำหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
