ด้วยระยะทางระหว่างเมืองใบเหลืองกับเมืองดาบ์นั้นยาวไกลเกินกว่าจะบินตรงไปได้ แม้ัวารีจะรวดเร็วเพียงใด แต่การเดินทางต่อเนื่องหลายวันย่อมสิ้นเปลืองพลังอย่างมหาศาล จางเหวินจึงตัดสินใจพาิหยวนแวะเข้าเมืองระหว่างทาง เพื่อค้นหาเมืองที่มีประตูมิติเคลื่อนย้ายระยะไกล
ก่อนเข้าเมือง ทั้งสองหยุดพักอยู่กลางหุบเขาที่เงียบสงบ จางเหวินยกมือขึ้น พลังวารีแผ่ซ่านออกมาอย่างแ่เบา น้ำใสบริสุทธิ์ไหลวนรอบใบหน้าของทั้งคู่ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนโครงหน้า รูปคิ้ว สันจมูก และลักษณะผิวให้แตกต่างไปจากเดิมอย่างแเี ไม่ถึงกับเปลี่ยนเป็คนละคนโดยสิ้นเชิง แต่เพียงพอให้แม้แต่ผู้รู้จักใกล้ชิดก็ไม่อาจจำได้ในทันที
จากนั้นจางเหวินจึงซ่อนออร่าการบ่มเพาะทั้งหมดเอาไว้ พลังนิพพานถูกกดจนเหลือเพียงคลื่นปราณอ่อนบาง ราวกับเป็เพียงผู้ฝึกตนธรรมดา ส่วนิหยวนเองก็ทำเช่นเดียวกัน
เหตุผลที่จางเหวินไม่ได้สร้างรูปแบบเคลื่อนย้ายระยะไกลเหมือนตอนป่าอสูรโบราณด้วยตัวเองนั้นเรียบง่ายมาก
เขาไม่มีพลังพอแล้ว การเคลื่อนย้ายจากป่าอสูรโบราณมายังดินแดนใต้สุดก่อนหน้านี้ เขาใช้พลังชีวิตของนักบุญทั้งสิบเก้าคน รวมถึงพลังนักบุญปลอมของตนเองเป็เชื้อเพลิง บังคับเปิดรูปแบบเคลื่อนย้ายระยะไกล
แม้ตอนนี้การบ่มเพาะของเขาจะเพิ่มขึ้นมาถึงระดับนิพพานแล้ว แต่พลังต้นกำเนิดของเขายังไม่เพียงพอจะทำเื่เช่นนั้นได้อีกครั้งในเวลานี้
หลังจากนั้นไม่นานนัก ทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงเมืองขนาดกลางแห่งหนึ่ง กำแพงหินสีเทาดำสูงตระหง่าน ลวดลายอาคมสลักแ่า เหนือประตูเมือง มีตราสัญลักษณ์ประตูมิติเรืองแสงสีฟ้าอ่อน หมุนวนช้า ๆ บ่งบอกถึงการมีอยู่ของรูปแบบเคลื่อนย้ายระยะไกล
เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงเมืองแล้วพวกเขาก็ถูกยามตรวจสอบแต่ก็ไม่ได้พบปัญหาอะไร พวกเขาสามารถเข้าเมืองได้ หลังจากเข้าเมืองมาแล้วทั้งสองตรงไปยังหอการค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนหินิญญาสำหรับค่าเดินทาง จางเหวินไม่ได้นำสมบัติล้ำค่ามาแลกโดยตรง เขาเลือกขาย ความรู้ ที่เขามี โดยให้ิหยวนเป็คนต่อราคา
สูตรโอสถโบราณระดับนักบุญบางส่วน โครงสร้างรูปแบบอาคมที่หายาก หลักการปรับเสถียรภาพโอสถระดับสูง
ทั้งหมดล้วนเป็ความรู้ที่เขาได้รับการถ่ายทอดมาจากตระกูลจาง ซึ่งในโลกชะตาฟ้านี้ นับว่าเป็ของล้ำค่าในระดับหนึ่ง
เพียงไม่กี่ชั่วยาม พวกเขาก็ได้รับหินิญญาระดับสูงสุดมารวมกันมากกว่าหนึ่งหมื่นก้อน พวกเขาได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ ทั้งสองจึงมุ่งหน้าไปยังลานประตูมิติของเมือง
พื้นที่นั้นกว้างใหญ่ กำแพงหินสูงล้อมรอบ ตรงกลางตั้งแท่นอาคมวงแหวนขนาดั์ ลวดลายซับซ้อนนับหมื่นเส้นส่องแสงสลับสี มีผู้ฝึกตนยืนต่อคิวเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย
หลังการตรวจสอบตัวตนและจ่ายค่าผ่านทาง ไม่นานหลังจากนั้นแสงของประตูมิติก็สว่างจ้าขึ้น ร่างของจางเหวินและิหยวนถูกกลืนเข้าไปในกระแสมิติในพริบตา เมื่อแรงบิดของห้วงมิติหายไป ทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ตรงหน้า… คือเมืองแห่งดาบ์
ทันทีที่เท้าแตะพื้น พลังิญญาหนาแน่นก็พุ่งเข้าปะทะร่าง ราวกับทะเลหมอกปราณที่ไหลเวียนอยู่ทั่วเมือง หายใจเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกว่าปราณในร่างถูกชำระให้บริสุทธิ์ขึ้นเล็กน้อย
ตัวเมืองกว้างใหญ่สุดสายตา ถนนหลักปูด้วยศิลาเงินิญญา ตัดเป็เส้นตรงยาวไปถึงใจกลางเมือง อาคารสูงตระหง่านเรียงรายเป็ระเบียบ หลังคาเป็ทรงดาบแหลมชี้ฟ้า สะท้อนแสงอาคมเป็ริ้วสีเงิน
หลังออกจากลานประตูมิติ เมืองแห่งดาบ์เต็มไปด้วยผู้คนมากมายไม่ขาดสาย กลิ่นอายพลังิญญาหนาแน่นปะปนกับเสียงผู้คนจากทั่วสารทิศ แต่จางเหวินกลับไม่ได้มุ่งไปหาหอการค้าใบเมเปิ้ลในทันที แต่เขาเดินลัดเลาะเข้าไปในย่านเก่าทางทิศเหนือก่อนจะวนมาทิศตะวันตกของเมืองเพื่อหาอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นเขาเดินเข้าไปในซอกซอยที่แคบลงเรื่อย ๆ อาคารเริ่มเก่า ผนังหินแตกร้าว
สิ่งที่จางเหวินกำลังหาอยู่ก็คือกองกำลังที่สร้างขึ้นมาเพื่อขายข่าวกรองต่างๆ สมาคมหนูท่อ โดยมันเป็กองกำลังที่มีฐานอยู่แทบทุกเมืองของโลก ซึ่งจางเหวินรู้จักพวกเขาผ่านหน่วยลับอีกาดำมาก่อน
หลังจากหามาได้สักพัก พวกเขาก็หยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมไม้เก่าแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้านสีซีด ตัวอักษรหลุดลอก เหมือนสถานที่ที่ใครก็มองข้าม หากไม่ตั้งใจหา ต่อให้เดินผ่านสิบครั้งก็อาจไม่สังเกตเห็น
จางเหวินใช้เวลามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภายในเงียบผิดปกติ โต๊ะไม้เก่ามีเพียงสองสามตัว ตั้งกระจัดกระจาย ไร้ซึ่งแขกคนไหนๆ กลิ่นสุราจาง ๆ ลอยคลุ้ง มีเพียงชายชราคนหนึ่งนั่งพิงโต๊ะ เคาะนิ้วช้า ๆ ศีรษะก้มพับเหมือนกำลังงีบหลับ
จางเหวินเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“มีห้อง 777 ว่างไหม”
ชายชรานิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“้าหมอนกับผ้าห่มกี่ใบ”
จางเหวินก้มหน้าครู่หนึ่ง พร้อมนับบางอย่างในใจ ก่อนจะตอบอย่างสงบ
“อย่างละแปด”
ชายชราพยักหน้า ไม่ถามต่อ มือเหี่ยวย่นสะบัดออก กุญแจไม้สีดำสนิทลอยมาหาจางเหวินพอดี
“เชิญขึ้นบันไดขวา”
ิหยวนยืนมึนงงอยู่ด้านหลัง แต่ก็เดินตามขึ้นไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อทั้งสองขึ้นมาถึงชั้นสอง ทางเดินแคบมืดสลัวมีเพียงตะเกียงน้ำมันส่องแสงอ่อน ๆ ตรงสุดทาง ประตูมิติสีเทาหม่นกำลังก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า
จางเหวินไม่ลังเล เขาใช้กุญแจสีดำเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปทันที ิหยวนเองก็เดินตามไปเช่นกัน
โลกหมุนกลับด้านชั่วพริบตา ก่อนที่ทั้งสองจะปรากฏตัวในห้องรับแขกขนาดใหญ่ พื้นปูด้วยหยกดำ ผนังประดับอาคมส่องแสงเบา เฟอร์นิเจอร์หรูหรา กลิ่นชาหอมๆ ลอยอ่อน ๆ ทำให้จิตใจสงบลงโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เงาดำหนึ่งก็ทะลุออกมาจากความว่างเปล่า ชายสวมชุดคลุมดำสนิทคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงสุภาพ
“ยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง… สู่สมาคมหนูท่อ”
ิหยวนเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาเคยได้ยินชื่อกองกำลังนี้ มันเป็สมาคมข่าวกรองใต้ดินอันดับต้น ๆ ของโลก ผู้คนรู้จักชื่อ แต่มีน้อยคนนักที่จะเคยพบพวกเขา
จางเหวินนั่งลงโดยไม่เกรงใจ ก่อนจะเอ่ยถามทันที
“เ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับหอการค้าใบเมเปิ้ลในเมืองดาบ์รึเปล่า”
ชายชุดดำเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“ท่านหมายถึง… หอการค้าัขาวในปัจจุบันงั้นเหรอ?”
จางเหวินเงยหน้าเล็กน้อย
“มันเคยเป็หอการค้าใบเมเปิ้ลมาก่อนหรือไม่”
“ใช่” ชายชุดดำตอบ
“ราคาเท่าไหร่” จางเหวินพูดต่อทันที “ข้า้ารายละเอียดของผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด ใครเป็ผู้นำคนปัจจุบัน ความแข็งแกร่ง กองกำลังพันธมิตร และข้อมูลของกองกำลังที่ปกครองเมืองดาบ์ทั้งหมด”
ชายชุดดำยิ้มบาง ๆ ใต้หน้ากาก
“มันไม่ใช่ความลับใหญ่อะไรนัก… 500 หินิญญาระดับสูงสุด”
จางเหวินไม่ต่อราคา เขาสะบัดมือ หินิญญาส่องแสงนับร้อยก้อนลอยออกมาวางเรียงอย่างเป็ระเบียบ การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นในทันที
ชายชุดดำเริ่มรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เมืองดาบ์ถูกปกครองโดยจวนเ้าเมือง ผู้ครองเมืองมีการบ่มเพาะระดับนักบุญขั้นที่ 4 ใต้การปกครองยังมีตระกูลใหญ่ 2 ตระกูล ซึ่งแต่ละตระกูลก็มีนักบุญเช่นกัน โดยตอนนี้ทั้ง 2 ตระกูลกำลังวางแผนที่โค่นล้มอำนาจของจวนเ้าเมืองอยู่ สถานการณ์ในเมืองตอนนี้พร้อมเกิดการปะทะได้ทุกเมื่อ”
“ส่วนหอการค้าัขาว… เดิมคือหอการค้าใบเมเปิ้ล ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองดาบ์”
ิหยวนกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ผู้นำรุ่นก่อนและภรรยา เสียชีวิตด้วยน้ำมือของผู้าุโตระกูลหวัง เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากนั้น รองผู้นำหอการค้า เจินอี้และผู้บริหารอีกสี่คนจึงต้องเข้ามาควบคุมหอการค้าแทนก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อหอการค้าเพื่อหนีแรงกดดันจากตระกูลหวัง”
“ผู้นำคนปัจจุบัน เจินอี้มีการบ่มเพาะระดับถ้ำ์ขั้นที่หนึ่ง แต่การบ่มเพาะกำลังพังทลายเนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเขาถูกโจมตีโดยหอการค้าเมฆา ส่วนผู้บริหารอีกสี่คนอยู่ระดับนิพพานขั้นสูง”
ชายชุดดำเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ
“เมื่อวันก่อน เกิดการต่อสู้กันระหว่างหอการค้าัขาวและหอการค้าเมฆา บทสรุปคือหอการค้าัขาวพ่ายแพ้และทรัพยากรส่วนใหญ่ล้วนถูกแย่งชิงไป”
“สถานการณ์ของหอการค้าัขาวในตอนนี้… กำลังจะใกล้ล้มละลาย เนื่องจากเป็หอการค้าที่พึ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นานและไม่มีพื้นหลังที่แข็งแกร่ง ไม่มีนักบุญค้ำจุน จึงถูกหอการค้าอื่นแย่งสินค้า พนักงาน และลูกค้าไปเกือบทั้งหมด ตอนนี้ทั้งหอการค้ามีคนเหลืออยู่เพียง 5 คนเท่านั้น”
ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบ ข้อมูลทุกคำ… เหมือนมีดคมกริบกรีดลงในความทรงจำของิหยวน
จางเหวินพยักหน้าเบา ๆ สายตานิ่งสงบ ทว่าลึกลงไปคลื่นความคิดกำลังปะทะกันอย่างเชี่ยวกราก
