เช้าตรู่ เรือลำหนึ่งพุ่งทะยานอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวโพลนด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ
เรือลำนี้เป็เงินตลอดทั้งลำ ยาวประมาณห้าเมตร ไม่รู้ว่าสร้างมาจากวัตถุใด
ตรงพื้นเรือวางหินวิเศษกองไว้เป็พะเนิน เวลานี้หินวิเศษทุกก้อนล้วนเปล่งแสงแวววาว พลังิญญาไหลหายไปอย่างต่อเนื่อง
หัวมู่คอยหยิบเอาหินวิเศษออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วโยนลงไปที่พื้นเรือเป็ระยะ คล้ายว่าช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังิญญาให้กับเรืออย่างไม่ขาดสาย
เรือลำนี้แล่นทะยานได้เร็วยิ่งกว่าการบินของโครงกระดูกปีศาจเืเกือบเท่าตัว
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างกายข้างหัวมู่มองประเมินเรือเบาที่มีนามว่า “เรือสายฟ้า” อย่างสงสัยใคร่รู้พร้อมจุ๊ปากชื่นชมไม่หยุด
เขาเพิ่งตามหัวมู่ออกมาจากเมืองโบราณหินมรกตของสำนักภูตผีก็มองเห็นหัวมู่หยิบเอาเรือสายฟ้าลำนี้ออกมาจากในแหวนเก็บของ เมื่อเรือสายฟ้าแล่นฉิวออกไป พริบตาเดียวก็พาพวกเขามาไกลจากสำนักภูตผี
ตามคำบอกของหัวมู่ เรือสายฟ้าคืออาวุธวิเศษที่บินได้ มูลค่ามหาศาล แม้แต่หอหลิงเป่าของอาณาจักรหลีเทียนก็ยังไม่มีความสามารถสร้างอาวุธวิเศษบินได้แบบนี้ออกมา
เมื่อนั่งอยู่บนอาวุธวิเศษแบบบินได้ ผู้ฝึกลมปราณไม่จำเป็ต้องเผาผลาญพลังิญญาในร่างกายของตัวเอง ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดกำลังกาย ยังสามารถฝึกบำเพ็ญตบะ หรือทำความเข้าใจกับคาถาวิเศษบนอาวุธวิเศษแบบบินได้ด้วย
แต่อาวุธวิเศษแบบบินเช่นนี้มักจะต้องเป็ผู้ที่มีอิทธิพลแข็งแกร่งอย่างวิมาน์ อีกทั้งตัวผู้ยังต้องมีฐานะสูงส่งเท่านั้นถึงจะมีได้
หัวมู่ที่ความเป็มาลึกลับกลับอาวุธวิเศษแบบบินที่ล้ำค่าเช่นนี้อยู่ในมือ ทำให้เนี่ยเทียนตะลึงและแปลกใจอย่างมาก
เขามักรู้สึกเสมอว่าตำแหน่งของหัวมู่ในดินแดนดาวตก...ก็น่าจะเป็บุคคลที่มีหน้ามีตา และชื่อว่าหัวมู่นี้ก็อาจไม่ใช่ชื่อจริง
“สามคนนั้นลงมือพร้อมกันเลยทีเดียว”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังแอบครุ่นคิด หัวมู่กลับขมวดคิ้วน้อยๆ หันกลับไปมองยังที่ตั้งของสำนักภูตผีและกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าวิมาน์จะลงมือรวดเร็วขนาดนี้ ยังดีที่พวกเราเดินทางมาก่อน มิฉะนั้นหากเจอพวกฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งสกัดกั้นไว้คงมีปัญหาตามมาไม่น้อย”
“ก็ไม่รู้ว่าวิมาน์ส่งใครมา หากเขารู้ความเคลื่อนไหวของพวกเรา ต่อไปเ้าก็อาจจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก”
หัวมู่พึมพำ
“วังยมบาล สำนักภูตผีและสำนักโลหิตรู้ความเคลื่อนไหวของท่าน?” เนี่ยเทียนใน้อยๆ
หัวมู่ส่ายหัว “พวกเขาไม่ได้มาเพราะข้าหรอก ที่พวกเขาสามคนลงมือพร้อมกัน แน่นอนว่าเป็เพราะได้รับความกดดันจากวิมาน์ นับั้แ่ที่เ้าบอกว่ามีคาถาสะเก็ดดาวสองบทอยู่กับตัว ข้าก็เดาออกถึงการกระทำของวิมาน์แล้ว ข้าแค่คิดไม่ถึงว่าวิมาน์จะส่งคนมาเร็วขนาดนี้ ภูตผีปีศาจเพิ่งจะจากไป แต่พวกเขากลับมาปรากฏตัวในอาณาจักรหลีเทียนแล้ว”
แค่รู้รายละเอียดเล็กน้อย หัวมู่ก็มองออกถึงแผนการของวิมาน์อย่างทะลุปรุโปร่ง และรู้การกระทำของทางฝ่ายสำนักภูตผี
“ตราประทับสะเก็ดดาวสำคัญมากขนาดนั้นจริงๆ หรือขอรับ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“อืม”
หัวมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็อธิบายให้เนี่ยเทียนฟังด้วยคำพูดแบบเดียวกับที่หนิงหยางกล่าวกับพวกฉางเซินสามคน
บอกเขาว่าหลังจากที่คาถาสะเก็ดดาวทั้งสามบทรวมกัน จะสามารถปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เกิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยได้ ทั้งยังอธิบายด้วยว่าการดำรงอยู่ของรอยแยกห้วงมิติทั้งสามจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงเพียงใดต่อทั้งสามอาณาจักรใหญ่
เมื่อเนี่ยเทียนตระหนักได้ถึงความสำคัญของตราประทับสะเก็ดดาว หลังได้รู้ว่าหากปล่อยให้ปราณปีศาจไหลซึมออกมาจากรอยแยกใหญ่ทั้งสามอย่างต่อเนื่องจะทำให้ปราณปีศาจกลืนกินอาณาจักรหลีเทียนจนมิด เขาก็หน้าเปลี่ยนสีทันใด
“เ้าไม่ต้องตื่นตระหนกไป” หัวมู่คล้ายจะมองความคิดของเขาออกจึงกล่าวว่า “อาณาจักรหลีเทียนที่เล็กที่สุด ต่อให้ถูกปราณปีศาจกลบทับจนมิดจริงๆ อย่างน้อยก็ยังจำเป็ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปี อาณาจักรเชียนเจวี๋ยและอาณาจักรเสวียนเทียนกว้างขวาง หากปราณปีศาจคิดจะครอบคลุมไปทั่วทุกมุมจริงก็ยังจำเป็ต้องใช้เวลาประมาณห้าสิบปี”
“แต่เ้า้าเวลาแค่ห้าหกปีเท่านั้นก็สามารถฝึกหลอมตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสอง และทำความเข้าใจจนบรรลุคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางได้”
“ถึงเวลานั้นวิมาน์เองก็ไม่สามารถบังคับกรีดเถือเอาตราประทับทั้งสองไปจากตัวเ้าได้”
“มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นวิมาน์ถึงจะยอมถอยให้และเลือกรับเ้าเข้าไปอยู่ในสำนัก ให้เ้าได้ตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองบทนั่นต่อ”
“เวลาห้าหกปี อาณาจักรหลีเทียนยังทนไหว ต่อให้อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำลายรากฐาน”
“และเ้าก็จะเป็ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด”
กล่าวมาถึงตรงนี้ หัวมู่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด “เนี่ยเทียน ในเมื่อเ้าเหยียบลงมาบนเส้นทางแห่งการฝึกตนแล้วก็จำเป็ต้องคิดถึงตัวเองให้มาก หากเ้ายอมละทิ้งตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองนั้นไป เ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต! ตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสองคือสิ่งที่เ้าต้องต่อสู้สุดชีวิตเพื่อ่ชิงมา เหตุใดต้องส่งมอบให้วิมาน์เปล่าๆ ด้วย?”
“ของที่อยู่ในมือข้าแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลที่ต้องยกให้กับคนอื่น!” เนี่ยเทียนกล่าวเสียงกร้าว
หัวมู่ยกยิ้ม กล่าว “แบบนี้สิถึงจะถูก เ้าวางใจได้เลย ท่านตาและท่านป้าใหญ่ที่เ้าเป็ห่วงต่างก็อยู่ที่สำนักหลิงอวิ๋น มีอูจี้อยู่ด้วย วิมาน์ย่อมไม่กล้าทำให้พวกเขาลำบากใจแน่นอน และวิมาน์ก็ต้องควานหาตัวเ้าไปทั่ว แต่หากหาไม่เจอจริงๆ ก็จะค่อยๆ ถอดใจไปเอง”
“อีกสามถึงห้าปีให้หลัง รอจนเ้าบรรลุและผสานรวมความลับในตราประทับสะเก็ดดาวได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เ้าก็สามารถกลับมาอาณาจักรหลีเทียนได้อย่างเปิดเผย หรือจะไปปรากฏตัวอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียนก็ยังได้”
“ถึงเวลานั้น พวกเขาก็ได้แต่พึ่งพิงเ้า จะขอร้องให้เ้าเข้าไปอยู่ในวิมาน์ ทั้งยังต้องทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อปลูกฝังเ้าด้วย”
เนี่ยเทียนพยักหน้า กล่าว “ข้าจะทำตามแผนการของท่าน ข้าเชื่อว่าท่านไม่มีวันทำร้ายข้า”
“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่คิดร้ายต่อเ้า” หัวมู่ตบไหล่เขา “หากข้าอยากทำร้ายเ้า ก็ไม่รู้ว่าเ้าต้องตายไปแล้วกี่ครั้ง ลำพังเพียงแค่เื่เกราะัเพลิงก็สามารถทำให้เ้าตายได้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว คราวนี้หากเ้ามอบตราประทับสะเก็ดดาวให้กับพวกเขา ลำพังแค่อูจี้และหลีจิ้ง เกรงว่าก็คงไม่สามารถสกัดกั้นเ้าคนของอาณาจักรอั้นิผู้นั้นได้”
“เขาคือใครหรือ?” เนี่ยเทียนถามด้วยความสงสัย
“อาณาจักรอั้นิมีสำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ๆ สองสำนัก แบ่งออกเป็ตำหนักเทพเพลิงและวังิญญา ล่ายอี้ ถังหยางล้วนมาจากตำหนักเทพเพลิง เกราะัเพลิงที่อยู่กับเ้า ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่ผสานรวมกับแกนเืก็เป็ของเหยียนเสินผู้เป็เ้าตำหนักเทพเพลิง เพื่อเอาเกราะัเพลิงที่ไม่มีแกนเืมา เหยียนเสินต้องจ่ายค่าตอบแทนไปมากมหาศาล”
“ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าเกราะัเพลิงรวมเป็หนึ่งกับแกนเืจนสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงแล้ว มีหรือที่เหยียนเสินจะไม่อยากได้?”
“เพื่อเกราะัเพลิงแล้ว เขาอาจจะมาเยือนอาณาจักรหลีเทียนด้วยตัวเองและตามหาเ้าเช่นเดียวกับวิมาน์ อาณาจักรหลีเทียนที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความอันตรายทุกย่างก้าว แล้วเ้าควรจะอยู่ต่ออีกหรือ?”
“ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว”
คนทั้งสองพูดคุยกันพลางนั่งอยู่บนเรือสายฟ้าที่แล่นผ่านไอหมอกขาวโพลน บินห่างจากสำนักภูตผีไปเรื่อยๆ
หนึ่งวันหลังจากนั้น
ขณะที่สีท้องฟ้าค่อยๆ มืดดำ เรือสายฟ้าก็แล่นผ่านเหนือท้องฟ้าของอารามเสวียนอู้มาปรากฏอยู่เหนือมหาสมุทรกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง
มหาสมุทรแห่งนี้มีเกาะมากมายกระจัดกระจายเหมือนดาวดารดาษ เกาะหลายแห่งล้วนไม่มีเงาผู้คนให้เห็น มีเพียงเกาะน้อยนิดที่มีชาวประมงใช้ชีวิตทำกิจกรรมกันอยู่บนนั้น
เรือสายฟ้าแล่นไปอีกระยะหนึ่ง แล้วลดตัวลงที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งไม่สะดุดตา เกาะนี้เป็รูปวงรี มีขนาดไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเมืองเฮยอวิ๋น
ูเาเตี้ยๆ ลูกหนึ่งแทบจะกินอาณาเขตไปเกินครึ่งเกาะ
เรือสายฟ้ามาหยุดอยู่ตรง่กลางของูเาลูกนั้น หัวมู่ยื่นมือออกมาชี้ แสงวิเศษเส้นหนึ่งก็วาบผ่าน เห็นเพียงว่ามีก้อนหินก้อนหนึ่งที่เรียบลื่นราวหยกขยายตัวออกไปสองข้างฝั่ง ปรากฏให้เห็นเป็ประตูหินหนึ่งบาน
หัวมู่จับตัวเนี่ยเทียนะโเข้าไปในประตูหินบานนั้น เก็บเรือสายฟ้ากลับมา แล้วจึงพาเนี่ยเทียนเดินเข้าไปข้างใน
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น ถ้ำหินกว้างขวางแห่งหนึ่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียน บนผนังของถ้ำหินมีไข่มุกที่ฝังเลื่อมเอาไว้เปล่งประกายแวววาว ทำให้ถ้ำหินสว่างไสวราวกับเป็เวลากลางวัน
ตรงกลางถ้ำหิน มีเพียงค่ายกลนำส่งขนาดเล็กอยู่แห่งหนึ่ง
หัวมู่เดินมาหยุดอยู่หน้าค่ายกลแล้วกล่าวว่า “สถานที่ที่พวกเราจะไปค่อนข้างวุ่นวาย ที่นั่นก็อยู่ในดินแดนดาวตกเหมือนกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือเดิมทีที่นั่นคืออาณาจักรที่สิบของดินแดนดาวตก เพียงแต่ว่าเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ จึงทำให้สำนักใหญ่ที่แข็งแกร่งของเก้าอาณาจักรละทิ้งที่แห่งนั้น และมันก็ไม่เหมาะให้คนธรรมดาและผู้ฝึกลมปราณทั่วไปอยู่อาศัย”
“ทว่าผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในเก้าอาณาจักรไม่ได้ หรือไม่ก็เป็คนที่เคยทำผิดร้ายแรงจนถูกแต่ละสำนักขับไล่ รวมไปถึงพวกคนที่ฝึกเวทลับก็มักจะไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น”
“ข้าแค่รับผิดชอบพาเ้าไปส่งเท่านั้นและจะจากไปทันที เ้าจำเป็ต้องอาศัยกำลังของตัวเองใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นให้ได้”
“แต่ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ “อาณาจักรที่สิบของดินแดนดาวตก?”
“ถูกต้องแล้ว เป็สถานที่ที่พิเศษมากแห่งหนึ่ง ค่อนข้างอยู่ใกล้กับอาณาจักรป่ายจั้น แต่ก็ห่างกัน่ระยะหนึ่ง” หัวมู่ยิ้มน้อยๆ “ที่นั่นเป็ที่ที่วิมาน์ยากจะเอื้อมมือไปถึง เ้าแค่ระวังไว้ว่าอย่าเปิดเผยความลับของตัวเองให้ใครรู้ และไม่ต้องกังวลว่าวิมาน์จะหาตัวเจอ”
“อีกอย่างหนึ่งก็คือคนของที่นั่นล้วนไม่ใช่คนดี เ้าต้องระวังทุกคน!”
“ตกลง” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ได้ยินท่านพูดเช่นนี้ อยู่ๆ ข้าก็รู้สึกสนใจมากๆ เลยล่ะ”
“ฮ่าๆ ข้าเองก็รู้สึกว่าที่นั่นเหมาะสมกับเ้า” หัวมู่ชี้นิ้วไปยังค่ายกลนำส่งเล็กๆ นั่น บอกเป็นัยให้เนี่ยเทียนเข้าไป
เมื่อเนี่ยเทียนเข้าไปยืน หัวมู่ก็เดินตามมาด้วย และกระตุ้นใช้ค่ายกลทันที
ทันใดนั้นเนี่ยเทียนและหัวมู่ก็ถูกม่านแสงเจิดจ้ากลุ่มหนึ่งห่อหุ้มร่างเอาไว้ รอจนม่านแสงจางหาย คนทั้งสองก็หายตัวไปจากอาณาจักรหลีเทียนอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
-----
