เสี่ยวชิงสนิทสนมกับติงเหว่ยมากที่สุด เมื่อได้ฟังเช่นนั้นนางก็รีบพยักหน้ารัวราวกับไก่ไม่มีผิด “ตกลง ตกลง ทุกอย่างล้วนฟังพี่ติงทั้งหมด”
ติงเหว่ยเคาะหน้าผากเล็กๆ ของนางแล้วสวมผ้ากันเปื้อน จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้นและเริ่มเตรียมอาหาร
เสี่ยวชิงที่สองเดือนนี้ไปอยู่ครัวใหญ่ที่เรือนนอกก็ไม่ได้เสียเวลาเปล่า ป้าหลี่ปฏิบัติต่อนางราวกับเลี้ยงดูลูกสะใภ้ ไม่ว่าจะเป็ฝีมือการใช้มีด หั่นผัก หรือล้างผักต่างก็เชี่ยวชาญขึ้นเยอะ
เมื่อมีคนที่ใช้การได้เพิ่มอีกหนึ่งคน ทำให้ติงเหว่ยเองก็ผ่อนคลายลงมาก ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกัน จนกระทั่งทำอาหารเช้าเสร็จ เมื่อดูเวลาปรากฏว่าเสร็จเร็วกว่าเดิมถึงสองเค่อ
ติงเหว่ยกำชับสองสามประโยคแล้วก็ไปล้างหน้าใหม่อีกครั้ง นางเปลี่ยนเป็ชุดผ้าหยาบ ยังไม่ทันได้กอดลูกชายที่ยังนอนหลับอยู่ก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูเสียก่อน
อวิ๋นอิ่งเองก็แปลกใจ นางรีบม้วนผมขึ้นและไปเปิดประตู นางเห็นหลินลิ่วขอบตาดำคล้ำอุ้มห่อของยาวๆ มายืนอยู่ที่หน้าประตู
“อิ่งเอ๋อร์ แม่นางติงล่ะ นายน้อยให้ข้าเอาของมาส่ง”
ติงเหว่ยที่กำลังจะอุ้มอันเกอเอ๋อร์ออกมาเมื่อได้ยินเข้าก็รู้สึกสงสัย “นายน้อยมีเื่อะไรจะสั่งการหรือไม่?”
หลินลิ่วอ้าปากกำลังจะตอบ ทว่ากลับเป็การหาวเสียงดังออกมาแทน เขาตัดสินใจยื่นห่อของชิ้นนั้นเข้าไปไว้ในห้อง เขายกมือชี้ไปที่ผ้าเนื้อหยาบที่ใช้ห่อแล้วก็พูดออกมาว่า “เมื่อคืนนายน้อยสั่งให้ข้าทำหุ่นไม้จำลองจุดฝังเข็มให้เ้า ข้าหาช่างไม้หลายคนที่ฝีมือดีที่สุดทั้งในและนอกอำเภอชิงผิงมาทำทั้งคืน เพิ่งจะทำเสร็จ แม่นางลองดูหากมีตรงไหนไม่เหมาะสม ข้าค่อยให้คนทำมาให้ใหม่”
“หุ่นไม้จำลองจุดฝังเข็มอย่างนั้นหรือ?” ติงเหว่ยที่ได้ยินก็สับสน จนกระทั่งนางเปิดดูและพิจารณาอย่างละเอียด ที่แท้ก็เป็หุ่นไม้แกะสลักรูปคนเปลือยเปล่า ตอนนี้นางถึงได้เข้าใจ ของชิ้นนี้เหมือนหุ่นจำลองให้นักศึกษาแพทย์เรียนรู้ในยุคสมัยก่อนที่นางอยู่ไม่มีผิด จะต่างกันก็แค่ผิวััลื่นและไม่มีเส้นลมปราณเลยแม้แต่น้อย คล้ายว่าของจะไม่เหมือนกับชื่ออยู่สักหน่อย
หลินลิ่วเป็ผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตคำพูดและสีหน้า เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็รีบอธิบายอย่างรวดเร็วว่า “หุ่นไม้นี้ภายในมีน้ำมันอยู่ ทุกๆ ตำแหน่งจุดฝังเข็มจะมีรูเล็กๆ ส่วนนอกจะทาด้วยขี้ผึ้งหนาๆ เวลาที่แม่นางติงฝึกฝังเข็ม หากว่าทำถูกต้องจะมีน้ำมันไหลออกมา หากว่าทำผิดก็จะไม่มีน้ำมันไหลออกมา เช่นนี้จะสามารถฝึกได้อย่างสะดวกและง่ายดายที่สุด”
ติงเหว่ยยังไม่ทันจะได้พูดอะไร อวิ๋นอิ่งก็ตระหนักได้ขึ้นมา นางเสียใจไม่หยุด และพูดด้วยความโกรธอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก “เหล่าพี่น้ององครักษ์ต่างก็ใช้หุ่นไม้ในการฝึกอาวุธลับและกดจุด ทำไมข้านึกไม่ถึงมาก่อนนะ?”
ติงเหว่ยหยิบเข็มเงินออกมาและแทงไปที่จุดฝังเข็มบริเวณริมฝีปาก ที่ปลายของเข็มมีน้ำมันไหลออกมาหนึ่งหยดทันทีอย่างที่คาดไว้ นางใช้มือถูเบาๆ รูเล็กของเข็มบนหุ่นไม้ก็กลับมาปิดสนิทอีกครั้ง ช่างสะดวกและใช้งานง่ายจริงๆ
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีความสุขและเอ่ยปากขอบคุณ “ลำบากท่านแล้ว ผู้ดูแลหลิน วันหลังข้าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้ท่านเพื่อเป็การขอบคุณ”
หลินลิ่วจะกล้ารับความดีความชอบแทนนายท่านได้อย่างไร เขารีบโบกมือและพูดชี้แจงว่า “แม่นางติง หากจะขอบคุณไปขอบคุณนายน้อยของพวกเราก็พอแล้ว ข้าแค่ทำตามคำสั่งและไปจัดการให้ก็เท่านั้น ข้าไม่อาจรับความดีความชอบนี้เอาไว้ได้”
ติงเหว่ยที่ได้ยินก็หน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อย แต่นางยังคงยืนกรานว่า “แน่นอนว่าข้าต้องขอบคุณนายน้อยอยู่แล้ว แต่ผู้ดูแลหลินเองก็ทำงานหนักมากเช่นกัน เดี๋ยวเย็นนี้ข้าจะตุ๋นหมูสามชั้นน้ำแดง ผู้ดูแลหลินมายกไปกินกับเหล่าพี่น้องและดื่มเหล้าสักจอกก็น่าจะดี”
เป็อย่างที่คาดไว้หลินลิ่วยิ้มจนตาหยี เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบรับว่า “งั้นข้าคงต้องขอบคุณแม่นางติงล่วงหน้าแล้ว”
หลังจากที่พูดจบเขาก็ขอตัวจากไปอย่างมีความสุข หากจะพูดขึ้นมาแล้วฝีมือของติงเหว่ยทุกวันนี้สามารถเอาชนะใจของเหล่าพี่น้ององครักษ์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะวันที่ทุกคนเพิ่งจะกลับมาและได้กินหมูสามชั้นน้ำแดงชามใหญ่นั้น ทำให้ทุกคนต้องน้ำลายไหลออกมาอย่างแน่นอน ในทุกๆ วันเหล่าพี่ใหญ่ที่เป็หัวหน้ากลุ่มต่างก็บากหน้ามาขอข้าวกิน ทำให้ถูกเหล่าพี่น้องอิจฉาจนต้อง “ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน” หากวันนี้ตอนเย็นเขายกหมูสามชั้นน้ำแดงไปด้วยถ้วยหนึ่งล่ะก็ รับรองว่าเขาจะสามารถ “ขู่กรรโชก” และได้รับของดีๆ กลับมามากมายอย่างแน่นอน
ยกตัวอย่างเช่น โสมป่าเก่าแก่ของหลินซาน หยกเนื้อดีชิ้นนั้นของเฟิงเอ้อร์
ไม่จำเป็ต้องพูดถึงว่าหลินลิ่ววางแผนจะปล้นของดีๆ จากเหล่าพี่น้องอย่างไร พูดถึงแค่ว่าติงเหว่ยได้รับ “ของขวัญแห่งความรัก” ก็อารมณ์ดีเป็อย่างมาก ไม่เพียงแต่นางจะตั้งใจฝึกจับจุดฝังเข็ม และดูแลกงจื้อิอย่างใส่ใจ แม้แต่คนอื่นๆ ต่างก็ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า บนโต๊ะอาหารสามมื้อในแต่ละวันครอบคลุมอาหารทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ประกอบด้วยอาหารเลิศรสนานาชนิด ขนาดกับข้าวและเครื่องเคียงที่กินคู่กับโจ๊กยามเช้ายังมีไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดอย่าง และยิ่งไม่ต้องพูดถึงของกินที่ทำจากแป้งหลากหลายรูปแบบของสกุลติงที่สืบทอดกันมา ไม่ว่าจะเป็เกี๊ยวนึ่ง ซาลาเปา หรือเกี๊ยวทอด แต่ละวันทุกคนล้วนกินอย่างพึงพอใจ และรูปร่างของพวกเขาก็พัฒนาออกทางด้านข้างเสียด้วย
เหล่าองครักษ์ก็ต้องออกไปขึ้นเขาลงห้วยเพื่อเพิ่มปริมาณการฝึกฝนให้หนักขึ้น ในบางครั้งพวกเขาก็จะขึ้นไปล่าสัตว์จำพวกสุนัขจิ้งจอก กวางป่า เพื่อฝึกปรือฝีมือสักหน่อย จากนั้นก็เอากลับมาทำเป็อาหารเลิศรสบนโต๊ะ
แต่คนที่ไม่เก่งเื่วรยุทธ์และเรียกตนเองว่าเป็นักวิชาการเ้าสำราญอย่างคุณชายฟางนั้นกำลังบีบคางสองชั้นและห่วงยางที่เอวของเขา จากนั้นก็รู้สึกกังวลไม่น้อย
เขาจึงเสนอตัวเป็พี่เลี้ยงเด็ก เขาพาอันเกอเอ๋อร์และต้าหวากับเอ้อร์หวาของสกุลเฉิงเล่นทั้งวัน เดิมทีเขาก็เป็คนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่แล้ว นิสัยก็เข้ากับคนได้ง่าย วันนี้พาเด็กทั้งสามคนไปแหย่รังมด พรุ่งนี้พาไปเก็บไข่นก วันต่อมาอุ้มเด็กวางไว้บนบ่าและวิ่งไปทั่วทั้งลานสนาม
ดังนั้นเพียงผ่านไปไม่กี่วัน เมื่อเด็กทั้งสามเห็นเขา พวกเขาก็จะกระตือรือร้นมากกว่าการได้พบกับแม่ของตนเองเสียอีก
เฉิงเหนียงจื่อเองก็หวาดกลัวอยู่ไม่น้อย นางเกรงว่าลูกชายทั้งสองของตนจะทำให้ “ผู้สูงศักดิ์” ท่านนี้ขุ่นเคือง อีกใจหนึ่งก็กลัวอันเกอเอ๋อร์จะไม่สนิทสนมกับนางจนทำให้นางต้องเสียงานนี้ไป ส่งผลให้นางคอยตามอย่างอกสั่นขวัญแขวนตลอดทั้งวัน
ติงเหว่ยกลับไม่มีเวลามาหวงลูกชายของนางที่ “ชอบของใหม่เบื่อของเก่า” เนื่องจากนางยุ่งจนตัวเป็เกลียวไม่ได้หยุดเลยทั้งวัน
ดังคำกล่าวที่ว่า เพียงมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทความเพียรพยายามอย่างจริงจัง ก็จะสามารถพัฒนาทักษะที่แท้จริงและบรรลุเป้าหมายได้ ภายในครึ่งเดือนติงเหว่ยก็สามารถจำเส้นลมปราณและจุดฝังเข็มได้ทั้งหมด แม้นางหลับตาก็ยังสามารถหาจุดฝังเข็มได้อย่างแม่นยำ หากลืมตาอยู่ก็ยิ่งไม่มีข้อผิดพลาดอย่างแน่นอน
แม้แต่ผู้าุโเหว่ยผู้เข้มงวดเองก็เอ่ยปากชมลูกศิษย์ของเขาสองสามประโยคอย่างหาได้ยาก จากนั้นก็โยนหนังสือสมุนไพรที่หนักราวกับอิฐและหนาจนน่าใออกมา ดังนั้นติงเหว่ยจึงกลับเข้าสู่วังวนแห่งการอ่านท่องจำอย่างหนักอีกครั้ง
……
แต่ละวันค่อยๆ ผ่านไปในแบบที่ทุกคนกำลังยุ่งและอยู่ท่ามกลางความคาดหวัง เพียงชั่วพริบตาเดียวกงจื้อิก็ดื่มและแช่สมุนไพรมากว่าครึ่งเดือนแล้ว
วันนี้หลังจากแช่น้ำสมุนไพรแล้วก็ถึงเวลาฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเืเช่นเดิม ติงเหว่ยเล่าเื่อยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นก็รู้สึกปากแห้งลิ้นแห้งนางจึงรินชาออกมาดื่มให้ชุ่มคอสักหน่อย ฟางซิ่นยังคงนึกถึงสติปัญญาลึกล้ำดั่งเทพของขงเบ้ง เขาก็เลยไม่ได้มาตอแยเพื่อให้นางเล่าเพิ่มอีกสักสองสามประโยค ซึ่งเป็เื่ที่หาได้ยากมาก
คิดไม่ถึงว่าทันทีที่เข็มทองคำของผู้าุโเหว่ยแทงลงไป จู่ๆ กงจื้อิกลับร้องออกมาอย่างอึดอัดหนึ่งคำ ทำให้ทุกคนต่างก็ใ หยุดทำงานในมือของตนเองและรีบรวมตัวกันเข้ามาดู
ผู้าุโเหว่ยค่อยๆ ขยับเข็มทองคำอย่างช้าๆ แล้วถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “เ้ารู้สึกเ็ปเล็กน้อยใช่หรือไม่?”
กงจื้อิเลิกคิ้วราวกับว่าเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออดกลั้นบางสิ่งบางอย่าง ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา แล้วพูดว่า “จู่ๆ ข้าก็รู้สึกเหมือนกับมีกระแสความร้อนพุ่งวูบวาบออกมา มันรู้สึกเ็ปมาก”
“ดี ช่างเยี่ยมไปเลย!” ผู้าุโเหว่ยเปลี่ยนท่าทีจากเคร่งขรึมเมื่อสักครู่เป็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “นี่เป็สัญญาณว่าได้ทะลวงเส้นลมปราณที่ไร้ความรู้สึกได้แล้ว! นี่เพิ่งเป็แค่จุดแรก ต่อไปจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าพลังลมปราณทั้งหมดจะทะลวงถึงกัน พิษนี้ก็จะหายไปอย่างสิ้นเชิง!”
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนต่างก็พากันดีใจ อวิ๋นอิ่งและเฟิงจิ่วคุกเข่าลงเพื่อแสดงความยินดี คุณชายฟางเองก็ตบแผ่นหลังสหายที่เปลือยเปล่า ส่วนติงเหว่ยที่รู้สึกสงสารก็ขมวดคิ้วและเอ่ยปากเร่งว่า “ท่านอาจารย์ ถือโอกาสนี้รีบฝังเข็มต่อเถอะ ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะทะลวงเส้นลมปราณได้เพิ่มอีกหลายจุด!”
กงจื้อิเงยหน้าขึ้นมองนางแล้วก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ติงเหว่ยหน้าแดงแล้วรีบหยิบเข็มทองคำออกมาส่งให้อาจารย์
ผู้าุโเหว่ยเห็นสีหน้าของทั้งสองคนในแววตาของเขา ในใจมักจะรู้สึกว่าสองคนนี้มีอะไรแปลกๆ แต่ยามนี้โอกาสไม่รอใคร ดังนั้นเขาจึงรีบฝังเข็มทองคำต่ออย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าเป็ผลของการแช่น้ำสมุนไพรที่ผ่านมาหรือคำพูดอันเป็มงคลของติงเหว่ยกันแน่ ภายในไม่ถึงหนึ่งเค่อเส้นลมปราณของกงจื้อิก็ถูกทะลวงเพิ่มอีกสามจุด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็กำลังใจที่ดีที่สุด ทำให้ทุกคนในจวนอวิ๋นต่างมีความสุขขึ้นมา เช่นเดียวกับูเาและป่าไม้ด้านนอกที่เขียวขจีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างต่างก็เจริญงอกงาม…
……
ในวันนี้ สมุนไพรในห้องเก็บของมีไม่ครบ ซานอีจึงถูกผู้าุโเหว่ยไล่ให้ไปตามหายาต่างๆ ในเมือง โดยให้เลือกสมุนไพรที่คุณภาพดีสักหน่อยกลับมา
ติงเหว่ยกังวลว่านางไม่ได้ไปดูร้านเถาเป่านานแล้วก็เลยขอติดรถม้าไปวนดูสักรอบหนึ่ง เมื่อตอนที่นางกลับมา นางเห็นห้องตรงมุมลานของเรือนด้านในที่ถูกเปลี่ยนให้เป็ห้องอบสมุนไพรมีไอน้ำจางๆ ลอยออกมา นางเดาว่ากงจื้อิคงกำลังแช่สมุนไพรอยู่ ดังนั้นนางจึงรีบเข้าไปโดยไม่มีเวลาได้เปลี่ยนชุด
เป็อย่างที่คาดไว้ เฟิงจิ่วกำลังช่วยประคองกงจื้อิขึ้นมาจากอ่างน้ำ ติงเหว่ยรีบก้าวเข้าไปข้างหน้าเพื่อช่วยประคอง แล้วก็ถามด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้แช่น้ำสมุนไพรครบกำหนดเวลาแล้วหรือ?”
กงจื้อิยกมือขึ้นและวางมือบนไหล่ของติงเหว่ย กลิ่นหอมจางๆ ราวกับความสดใสบนร่างกายนางที่ไม่เคยหายไปทำให้เขาอารมณ์ดี เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แช่ครบหนึ่งชั่วยามแล้ว เ้าล่ะ เพิ่งกลับมาอย่างนั้นหรือ? กิจการที่ร้านยังดีเหมือนเดิมหรือเปล่า?”
เมื่อพูดถึงร้านค้า ติงเหว่ยก็ยิ้มแจ่มใสออกมามากกว่าเดิม ถึงแม้ร้านเถาเป่าจะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่เป็เพราะของเล่นที่ผลิตออกมาต่างก็มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ และที่สำคัญที่สุดก็คือการจำกัดปริมาณในการขาย ซึ่งทำให้สามารถดึงดูดผู้คนได้เป็อย่างดี ไม่ต้องพูดถึงเหล่าคุณหนูและคุณชายตระกูลชนชั้นสูงในอำเภอ ยังมีพ่อค้าที่มาสั่งของเพื่อเอาไปขายต่อในฝู่เฉิงและซีจิง
ติงเหว่ยเองก็มีเงินทองไหลมาเทมา กระเป๋าเงินของนางจึงเต็มไปด้วยเงินไปโดยปริยาย
“กิจการดีจนไม่อาจดีได้มากกว่านี้แล้ว เฉิงต้าโหย่วพูดหลายครั้งแล้วว่าเขา้าจะเพิ่มสินค้าสักหน่อยในทุกๆ เดือน”
กงจื้อิเดินไปที่ม้านั่ง และส่ายหัวพร้อมแนะนำว่า “ไม่จำเป็ต้องเพิ่ม แค่นี้ก็พอแล้ว”
ติงเหว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “นั่นสิ ของยิ่งหายากยิ่งล้ำค่า หากว่าทุกคนสามารถซื้อได้ด้วยเงินย่อมไม่ใช่ของหายาก”
เมื่อเฟิงจิ่วเห็นเ้านายของเขาคุยกันอย่างสนุกสนาน เขาก็เลยหันหลังออกจากประตูเพื่อไปเชิญผู้าุโเหว่ยมาฝังเข็ม
คิดไม่ถึงว่าจะมีเื่บังเอิญขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามีแอ่งน้ำอยู่ข้างๆ ม้านั่งไม้ั้แ่เมื่อไร กงจื้อิยังยืนได้ไม่มั่นคง เมื่อเขาเหยียบลงไปก็ลื่นล้มไปข้างหลัง
ติงเหว่ยใเป็อย่างมาก นางยื่นมือออกไปจับอ่างน้ำโดยไม่รู้ตัว ปรากฏว่าอ่างไม่สามารถรับน้ำหนักของทั้งสองคนเอาไว้ได้และคว่ำล้มลงมา ทำให้น้ำอุ่นราดไปที่ทั้งสองคนจนเปียกชุ่มเหมือนไก่ตกน้ำในทันที
เนื่องจากเป็่กลางฤดูร้อน ในตอนเช้าติงเหว่ยเพิ่งจะเปลี่ยนเป็ชุดกระโปรงผ้ามุ้งสีแดง ตอนนี้จู่ๆ ก็เปียกไปทั้งตัว
ติงเหว่ยพยายามลุกขึ้นและถามอย่างร้อนรนออกไปด้วยว่า “นายน้อย ท่านได้รับาเ็จากการล้มหรือไม่?”
หลังจากพูดจบนางก็จะะโขอความช่วยเหลือ แต่กงจื้อิกลับยกมือขึ้นมาปิดปากของนางเอาไว้
ติงเหว่ยใมาก...
