ไม่นานทุกคนก็มาถึงลานอสูร ที่นี่เลี้ยงปีศาจอสูรเพื่อใช้เป็ม้านั่งนานาชนิด สำนักตงฟางส่งตัวแทนไปแปดคน ตงจวินเป็ผู้นำสำนักตงฟาง พวกเขาทั้งหมดเก้าคนนั่งอินทรีทอง มุ่งหน้าไปยังหุบเขาเหล่าเทพ บนท้องนภา ดวงอาทิตย์แขวนบนนั้น พวกเขาพุ่งผ่านก้อนเมฆ มาพร้อมคลื่นลมที่รุนแรง ดึงดูดความสนใจของประชาชนในเมืองจำนวนมาก
“นี่ก็คือยอดอัจฉริยะแห่งตระกูลอู่ตี้หรือ? พวกเขาต้องกำลังไปเข้าร่วมการต่อสู้เข้าชั้นในตระกูลแน่…” ทุกคนประกายสายตาชื่นชม
ใจกลางเมือง กลิ่นอายแห่งเทศกาลเต็มล้น หรือบางครั้งนี่อาจเป็ปีที่มีจำนวนคนมากที่สุดก็ได้ คาดว่าสำนักต่างๆ ในเมืองหยุนจงคงกำลังรับสมัครคนอายุน้อยมากความสามารถเข้าเช่นกัน ถึงกระนั้น สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องสงสัยคือตระกูลอู่ตี้เด่นและใหญ่ที่สุด
หลงเหยียนสร้างผลงานอันน่าประหลาดใจในสำนักตงฟางเสมอมา ไม่รู้ว่าครั้งนี้ผลจะออกมาแบบที่ทุกคนตั้งตารอหรือไม่ เมื่อนึกถึงระดับพลังของหลงหยียน ระดับชีพธรณีเริ่มแรก ทุกคนก็อดกังวลไม่ได้
กายข้างหลงเหยียนคือหลิ่วหยุนซวี่ บนตัวสวมชุดสีเทาอ่อน มือทั้งสองข้างกอดอก ใบหน้าเยือกเย็น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนที่งดงามได้ไม่น้อย เดิมทีหลงเหยียนอยากผู้มิตรกับนาง หยอกล้อกันเล่น ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เข้มขรึมของนางแล้ว เขาก็ส่ายหน้า
มารดาเว่ยเวยและผู้นำทั้งหลายมองศิษย์ที่บินลอยออกไปไกล อธิษฐานเผื่อพวกเขาในใจ
“เหยียนเอ๋อ แม่เชื่อมั่นใจตัวเ้า เ้าต้องทำสำเร็จแน่ หลังจากเข้าสู่ชั้นในตระกูลแล้ว ข้าจะถอนตัวจากตำแหน่งผู้นำ กลับไปอยู่เคียงข้างท่านพ่อเ้า หลงอี ความจริงข้าคิดถึงท่านมาก!”
หุบเขาเหล่าเทพเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อินทรีทองบินเข้าใกล้ขึ้น ทุกคนก็ตื่นเต้นมากขึ้นเช่นกัน หลงเหยียนเห็นเมฆดำที่ปกคลุมบนหุบเขาเหล่าเทพแล้ว และบนเมฆดำนั้น เขาเห็นนกสายฟ้าหลายตัว
เมฆดำอยู่เหนือหุบเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น คล้ายปกคลุมเพียงหุบเขาเหล่าเทพ ดูเหมือนหลงเหยียนกับพวกคงโชคไม่ดีเท่าไร สภาพแวดล้อมของสถานที่นั้นชั่วร้ายนัก สายฟ้าผสานกัน เสียงปีศาจอสูรคำราม สภาพอากาศที่สดใสถูกเมฆดำกดทับลงแล้ว
ทุกคนขมวดคิ้วมุ่น มีเพียงหลงเหยียนเท่านั้นที่หลับตาเพื่อพักสายตา บ้างก็สามารถเห็นสายฟ้าผ่าลง ก่อให้เกิดประกายไฟ เกรงว่ามันคงสามารถทำลายได้ทุกสิ่ง! หุบเขาแห่งนี้น่ากลัวมากจริงๆ
กระทั่งหลงเหยียนยังถอนหายใจเบาๆ ตระกูลอู่ตี้แห่งนี้ช่างเลือกที่ได้เก่งจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่เลือกไปยังโลกเฉียนคุนในการเลือกคนเข้าสู่ชั้นในตระกูล
“สถานที่ที่มีพลังสายฟ้าช่างเหมาะสมกับข้าหลงเหยียนไม่น้อย หากเป็ไปได้ เมื่อตัวข้าไปถึงที่นั่น ยังสามารถผสานสายฟ้าได้ต่อ ไม่สิ มีหญิงสาวติดตามมาด้วย ข้าจะผสานพลังอย่างไร ข้าควรชิงเถาวัลย์เจ็ดสีของคนอื่นอย่างรวดเร็วที่สุด กลายเป็ยอดราชันให้จงได้ หากเสียเถาวัลย์เจ็ดสี เช่นนั้นก็เท่ากับตกรอบ”
เวลานี้เอง ใต้เท้าตงจวินะโเสียงดัง “ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม กำลังจะถึงหุบเขาเหล่าเทพแล้ว เตรียมตัวลงจอด!” ขณะที่พูด อินทรีทองก็หยุดอยู่บนท้องฟ้า ห่างจากพื้นดินประมาณหนึ่งร้อยเมตร
เขาะโลง ก่อนที่ศิษย์ทุกคนจะะโลงตาม…
ฟึ่บๆๆๆ เงาของคนกะพริบวาบ
“อ๊าก!” อินทรีทองหมุนตัวบนท้องฟ้า หลิ่วหยุนซวี่มองหลงเหยียนแวบหนึ่ง “ไม่กล้าะโลงไปหรือ คงไม่ใช่เพราะกลัวแม้กระทั่งความสูงแค่ร้อยเมตรหรอกนะ หากเป็แบบนั้น ข้าว่าเ้ากลับไปดีกว่า” ขณะที่พูดอยู่นั้น ร่างนางก็กะพริบ ก่อนพุ่งตรงลงไปเบื้องล่าง จากนั้นเงาที่งดงามก็นำลมระลอกหนึ่งโรยตัวลงกับพื้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรบมือชื่นชม
หลงเหยียนยกมุมปากขึ้น “กระจอก” เมื่อนึกขึ้นได้ ตนจะวางตัวองอาจต่อหน้าหญิงคนนี้เสียหน่อย นางะโลงไป การเคลื่อนไหวช่างงดงาม กลับทำให้ทุกคนเฮสนั่น
“เอาละ เงียบกันหน่อย คนของสำนักอื่นมาถึงกันหมดแล้ว เหล่าผู้าุโจากชั้นในรอพวกเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว ข้าจะนำพวกเ้าไปเอง”
สายฟ้าบนชั้นเมฆผสานและบดขยี้กัน ไม่นาน หลงเหยียนกับพวกก็เห็นผู้าุโสองคนรออยู่เบื้องหน้า
หลงเหยียนเดาว่าพวกเขาต้องเป็ผู้าุโจากตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์กระมัง ถึงกระนั้น หลงเหยียนคุ้นเคยคนผู้หนึ่งในนั้นมาก เป็ท่านผู้าุโฉินกว่างนั่นเอง
หลงเหยียนมาถึงที่นี่ ไม่เสียชื่อหุบเขาเหล่าเทพเลย อยู่ด้านนอก พวกเขาเห็นโครงกระดูกของปีศาจอสูรร่างใหญ่มากมาย แลดูน่ากลัวมากจริงๆ
ส่วนเบื้องล่างหุบเขามีต้นหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ยิ่งสร้างความน่ากลัวให้มากยิ่งขึ้น กลิ่นอายแห่งความตายก็หนายิ่งขึ้น
หุบเขาเหล่าเทพไม่ได้มีเหวเพียงแห่งเดียวเท่านั้น กลับเป็หลุมใหญ่ที่มองไม่เห็นก้นเหว เทือกเขายาวต่อเนื่อง ยอดเขาสูงตระหง่าน ทันใดนั้น สายฟ้าระลอกหนึ่งก็ผ่าลงไม่ไกลจากหลงเหยียน ทำให้ทุกคนสะดุ้ง
ที่นี่อันตรายมาก ตนต้องระวังความปลอดภัยทุกเมื่อหากยังอยู่ในหุบเขาเหล่าเทพ
ไม่นานผู้าุโจากชั้นในตระกูลทั้งสองท่านก็เป็คนนำผู้ปกครองสี่สำนัก พาทุกคนมายังขอบเขตของหุบเขาเหล่าเทพ ที่นี่ได้สร้างจวนขนาดใหญ่ของตระกูลอู่ตี้ขึ้น มันถูกเรียกว่าจวนเขาอู๋เก๋อ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของหุบเขา
จวนเขาอู๋เก๋อไม่มีประตูทมิฬ ปีศาจอสูรที่อยู่รอบๆ หรือสายฟ้าที่พิศวง ไม่สามารถสร้างความเสียหายแห่งจวนเขาอู๋เก๋อแห่งนี้ได้
“เอาละ วันนี้ฟ้ามืดแล้ว วันนี้ทุกคนพักอยู่ที่จวนเขาอู๋เก๋อคืนหนึ่งเถิด แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มเข้าสู่ด่านแรก”
ทุกคนมุ่งหน้าไปยังจวนเขาอู๋เก๋อ สภาพแวดล้อมที่นี่ ต้นไม้แห้งเหี่ยว ศพคนเกลื่อนกลาด บ้างก็มีเสียงร้องคำรามของปีศาจอสูร ห้วงอากาศมีไอเย็นะเืบินผ่าน
ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ คล้ายเบื้องหน้ามียอดฝีมือระดับสูงสองท่าน ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง
“เหยียนเอ๋อ รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“ท่านตา วางใจเถิด ถึงแม้ข้าเกิดในบ้านเล็กๆ ถึงอย่างไรก็มีประสบการณ์ไม่น้อย สภาพแวดล้อมแบบนี้ ข้ายังรับมือได้”
“เช่นนั้นก็ดี!”
หลงเหยียนนึกในใจ ‘ดูเหมือนข้าไม่เพียงต้องปรับตัวรับมือกับสภาพแวดล้อมแล้ว แต่ยังต้องปรับตัวกับนางอีกด้วย’ เบื้องต้นหลงเหยียนยังไม่ได้พูดคุยกับนาง ความจริงการสื่อสารถึงจะเป็การทำความรู้จักที่ดีที่สุด ถึงรู้ว่าฝ่ายตรงข้าม้าอะไรในเวลาสำคัญ หรือได้รับการช่วยเหลือ
หลงเหยียนเองก็กังวล กลัวนางเป็ตัวถ่วง การคัดเลือกเข้าชั้นในตระกูลครั้งนี้ สำหรับหลงเหยียนแล้วมันสำคัญมาก
“หากตอนนี้มีเสี่ยวหลิงอยู่ด้วยก็คงดี เ้าสิงโตน้อยเอาแต่เกียจคร้าน นอนไม่ยอมตื่นเลย ฉวยโอกาสที่เขาหลับ ทำอะไรหน่อยดีกว่า มันจะได้ไม่ไปฟ้องเสี่ยวหลิงทีหลัง”
หลงเหยียนถอยหลังไม่กี่ก้าว เข้าใกล้หลิ่วหยุนซวี่ “นี่ แม่สาวงาม พูดได้หรือไม่? หรือเ้าอยากอยู่กับข้าเงียบๆ ต่อไปเช่นนี้ อย่าลืมเสียล่ะ ตอนนี้เราสองคนถูกมัดอยู่ด้วยกันแล้ว”
หลิ่วหยุนซวี่มองหลงเหยียน ครั้งนี้นางฝืนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด “เ้าดูไม่ตื่นเต้นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ ด้วย หากมาเป็ตัวถ่วง ข้าจะทำให้เ้าเสียใจที่มาอยู่กับข้า ฉวยโอกาสตอนที่ยังไม่ได้เริ่มต้น หาคู่เปลี่ยนก็ได้นะ ข้าไม่ว่าหรอก”
“ล้อเล่นน่ะ เปลี่ยนคนหรือ? ในนี้ นอกจากข้าแล้ว ยังมีใครเหมาะสมกับเ้าอีก?” เมื่อหลงเหยียนพูดจบ สายตาเขาก็ประกายรอยยิ้มที่ดูน่ารังเกียจ
หลิ่วหยุนซวี่ยิ้มเย็นเยือก “คนอย่างเ้ายังคิดใฝ่สูงอีกหรือ”
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น หลงเหยียนก็เริ่มมีน้ำโหแล้ว “หืม? แม่สาวน้อย เ้ายกระดับตัวเองสูงไม่ใช่น้อย ประเมินคนอื่นต่ำเกินไปไหม จะว่าไปแล้ว สัดส่วนร่างกายก็ดึงดูดคนไม่น้อย ฮึๆ หากได้บีบสักครั้ง คิดว่าคงนุ่มไม่เลวกระมัง”
“นี่ นี่เ้าพูดอะไรน่ะ ทุเรศ!” หลิ่วหยุนซวี่หน้าแดงเล็กน้อย อายุขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับนางมาก่อน เ้าหนุ่มตรงหน้ามีพลังต่ำกว่า ทว่ากลับแสดงท่าทางเช่นนี้ คงไม่ถึงกับทุเรศ กลับทำให้นางรู้สึกดี
ขณะที่พูดอยู่นั้น พวกเขาก็มาถึงจวนเขาอู๋เก๋อแล้ว
--------------------
