“ตัวข้าก็พอรับรู้ถึงพลังชั่วร้ายที่แผ่ซ่านนั้นมาถึงที่นี่เช่นกัน และคิดว่าเื่นี้จะต้องถูกเรียกขึ้นมาคุยกันระหว่างเ้าภพในอีกไม่นาน แต่เนื่องด้วยความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่ภพมนุษย์ และมีเหล่าเดรัจฉานมากมายที่สูญเสียและตายลงเช่นกัน ทำให้เื่การคืนิญญาเป็เื่ที่เร่งด่วนมากกว่า แต่มาจนตอนนี้ที่ทุกอย่างเรียบร้อยไปได้ด้วยดี เหล่าลูกๆ ของเราก็กลับมาที่นี่ด้วยประตูสู่ภพของสกุลเ้าพร้อมกับร่างต้นกำเนิดจากพลังแห่งเ้าภพุ์ก็ถือว่าทุกอย่างคลี่คลาย และก็คงถึงเวลาที่พวกเราต้องรับมือ และป้องกันการกลับมาของราชันย์กระโหลก เพราะการกลับมาของเ้าภพปีศาจนั้นหมายถึงความเป็ได้ของการดับสูญของทุกภพภูมิ” ฉีเทียนลู่เสียงกังวานและสงบเย็น ปากไม่ขยับ คล้ายการพูดผ่านความคิดเหมือนพระแม่แห่งจิติญญาแต่เสียงดังก้อง ปะปนเสียงแมกไม้ สะท้อนไหลเย็นดั่งสายน้ำ ออกมาด้านนอก
“พระแม่แห่งจิติญญาบอกพวกข้าว่า ที่ราชันย์กระโหลกนั้นเป็ะ เพราะมันถอดภวังคจิต และกระจายเก็บไว้ทั้งเก้าภพ พวกเราต้องหา และไล่ทำลายมันเพื่อลดทอนพลังเ้าปีศาจนั่นลง ท่านฉีเทียนลู่ ท่านพอทราบไหมว่าภวังคจิตอยู่แห่งใดในภพเดรัจฉานแห่งนี้” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ข้าย่อมรู้ ภวังคจิตของเย้าหลูกู่สถิตย์อยู่ใน “ดวงตา์า” สิ้นเสียงฉีเทียนลู่ ก็มีเสียงสั่นเคลือจากลำคอของฮวาเฟยฟา
“งั้นก็หมายความว่า ถ้าเราทำลายดวงตา์า ภพเดรัจฉานแห่งนี้ก็ต้องสั่นคลอนไปด้วยสิ”
“ดวงตา์า คือสิ่งใดกัน” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ภพเดรัจฉานแห่งนี้คือ “ดินแดนแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และพลังจักราโบราณ” นอกจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มากมายที่มีชีวิตอยู่มายาวนานมากกว่าหมื่นปี อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ภพภูมินี้แข็งแกร่งนอกจากจิติญญาแห่งสรรพสัตว์อย่างตัวข้า ก็คือดินแดนแห่งนี้เป็แหล่งกำเนิดของพลังจักรามากมาย พลังจักราล้วนถือกำเนิด และไหลเวียนวนแทรกซึมอยู่ทุกอณูของธรรมชาติทั้งภพนี้ และพลังจักราเหล่านี้ก็คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้พวกเราเหล่าเดรัจฉานนั้น วิเศษ อายุยืน และมีพลังจักราที่กล้าแกร่งและถนัดต่างกันไป “ดวงตา์า” คือสิ่งที่เป็เหมือนต้นกำเนิดควบคุมความสมดุลของพลังงานที่หมุนเวียนอยู่ในภพภูมินี้”
“ดวงตา์าแท้จริงแล้วก็เป็เหมือนหัวใจของภพเดรัจฉานแห่งนี้สินะ” หลิ่งกวางเอ่ยเสริม
“ถูก เ้าจิ้งจอกน้อย บรรพบุรุษของพวกเ้าก็ได้เข้าร่วมพิธีอัญเชิญและฝังดวงตา์าเมื่อหมื่นปีก่อนด้วย”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อหมื่นปีก่อน ทำไมดวงตาาของศักดิ์สิทธิ์ของภพเดรัจฉานถึงได้ไปตกเป็ภวังคจิตของปีศาจร้ายนั้นได้หล่ะ ท่านฉีเทียนลู่” ชิงหลงเอ่ยถาม
“เื่มันค่อนข้างยาว ประการที่หนึ่งคือการแตกออกของภพ และประการที่สองคือดวงตา์าถูกขโมย อย่างที่พวกท่านรู้ว่าเย้าหลูกู่นั้นเมื่อหมื่นปีก่อนยังไม่ถือกำเนิดในนามกู่เห้อลี่ที่เป็มนุษย์ แต่การกำเนิดของจิตด้านมารดวงนี้ ผนวกกับพลังด้านมืดขององค์พระแม่แห่งจิติญญานั้นถูกสั่งสมมาช้านาน นั่นหมายถึงการมีอยู่ของปีศาจร้ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อหมื่นปีมาแล้ว รวมถึงการถอดภวังคจิตนั้นก็ย่อมต้องถูกจิติญญาปีศาจร้ายนั้นวางไว้ั้แ่อดีตกาลยาวนาน เพราะวัตถุ หรือ กายหยาบ ที่สามารถทานทนต่อพิธีใส่ภวังคจิตนั้นหาแทบไม่มีในเก้าภพ ดังนั้นของที่เป็หนึ่งในสิ่งที่ทรงพลานุภาพที่สุดอย่างดวงตา์ย่อมเป็หนึ่งในที่หมายของการถอดภวังคจิต ก่อนที่ข้าจะเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น ข้าอยากจะบอกให้พวกเ้าสบายใจก่อนว่าตัวข้านั้นได้ใช้พลังแห่งเจ้ าภพในการกักภวังคจิตของเย้าหลูกู่เอาไว้ ทำให้พลังด้านมืดนั้นไม่สามารถแสดงและหลับไปช้านาน ส่วนพลังที่หล่อเลี้ยงสร้างความสมดุลแก่ภพภูมินี้ั้แ่อดีตมาจนตอนนี้คือพลังด้านสว่างของดวงตา์า”
ในขณะที่กำลังจะเล่าต่อ ฉีเทียนลู่ก็เปิดประตูนำพาทั้งสี่ไปลานประชุมใหญ่หน้าหินผาเพื่อไปพบเหล่า สัตว์วิเศษ ที่มีอายุยืนอยู่มายาวนาน เสมือนเป็บรรพบุรุษ และผู้ปกป้องภพเดรัจฉานแห่งนี้มาช้านาน ในภพเดรัจฉานแห่งนี้มีสัตว์ดึกดำบรรพ์มากมายที่มีรูปลักษณ์ผสมผสานและทรง พลัง พวกเค้าไม่เพียงมีสติปัญญาล้ำลึก แต่ยังสามารถพูดภาษามนุษย์ และพลังจักราที่แตกต่างกัน
“ให้ข้าได้แนะผู้คนที่อาจจะเป็กำลังสำคัญให้พวกท่านได้ในวันหน้า แต่ละตนล้วนมีทักษะที่ต่างกัน และ ทักษะเหล่านี้ก็เป็พลังเริ่มต้น เฉกเช่นพวกเ้า ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากภพเดรัจฉานภพกำเนิดแห่งนี้
“ทางด้านนั้น โบ่วเหลียง (ัเต่าโบราณ) มีร่างกายขนาดใหญ่เท่าูเาลูกเล็ก ส่วนบนของร่างกายเป็ัโบราณสีทองอมเขียว มีเขาคู่ยาวบิดเป็เกลียวคล้ายเขาแกะ เกล็ดแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า ส่วนล่างเป็กระดองเต่าั์สีดำสนิทประดับด้วยลวดลายคล้ายแผนที่ดวงดาว มีอายุนับหมื่นปี และเป็หนึ่งในสัตว์เดรัจฉานที่เก่าแก่ที่สุดในภพนี้ โบ่วเหลียงมีเสียงทุ้มต่ำกังวาน พูดช้าๆ และชอบใช้โคลงกลอนโบราณ เขาเป็ผู้พิทักษ์ "ทะเลสาบเก้าดาว" อันเป็จุดศูนย์กลางของภพเดรัจฉาน พลังจักรา "ธาตุดิน" ที่สามารถควบคุมแผ่นดินและูเาได้ตามใจปรารถนา
“เสี่ยวอิ้งหลง (นกัไฟ-น้ำแข็ง) เป็สัตว์ผสมระหว่างนกฟีนิกซ์และัน้ำแข็ง มีร่างกายขนาดเท่ากับม้า ส่วนหัวเป็นกแต่มีเขาน้ำแข็งยาวแหลมโค้งไปด้านหลัง ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีแดงเพลิงที่ลุกโชนตลอดเวลา แต่ปลายขนกลับเป็ผลึกน้ำแข็งที่ไม่ละลาย ปีกคู่ใหญ่สามารถกางออกได้กว้างถึงสิบเมตร ส่วนหางยาวคล้ายัและปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้า นิสัยกระฉับกระเฉง พูดเร็ว และมักจะหงุดหงิดง่าย เธอพลังจักรา "ธาตุไฟและน้ำ" ที่ขัดแย้งกันแต่กลับรวมอยู่ในร่างเดียว ทำให้สามารถสร้างพายุน้ำแข็งเพลิงที่ทั้งเผาไหม้และทำให้แข็งตัวในเวลาเดียวกัน
เฉินหลงกู่ (เสือัโบราณ) มีร่างกายเป็เสือโบราณขนาดใหญ่ มีความสูงถึงสามเมตรเมื่อยืนสี่ขา ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีดำสนิทที่มีลายเส้นสีขาวคล้ายรอยแตกของหิน ที่หลังมีแผงหนามแหลมคล้ายกับั ใบหน้าเป็เสือแต่มีเขาคู่สั้นและเคราที่เป็พวยควันสีเทา ดวงตาเป็สีเขียวมรกตและเรืองแสงในความมืด สัยดุดัน เด็ดเดี่ยว และมีความภาคภูมิใจสูง เขาเป็นักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งภพเดรัจฉาน พลังจักรา "ธาตุไม้" ที่สามารถควบคุมพืชพันธุ์และป่าเขาได้ทั้งหมด เขาสามารถทำให้ต้นไม้เติบโตอย่างรวดเร็วหรือกลายเป็อาวุธได้ในพริบตา”
หลิวอวี่หลาน (งูจิ้งจอกัฟ้า) หลิวอวี่หลานมีร่างกายส่วนบนเป็หญิงสาวผู้งดงาม แต่ใบหน้ามีลักษณะคล้ายจิ้งจอกผสมกับงู มีเขี้ยวเล็กๆ โผล่ออกมาเวลายิ้ม ส่วนล่างของร่างกายเป็งูั์สีฟ้าอมเงิน ยาวกว่าสิบเมตร มีเกล็ดเรืองแสงคล้ายดวงดาว บนหลังมีปีกสีขาวบริสุทธิ์คล้ายปีกนกอินทรี สามารถพับเก็บได้ นิสัยเ็า ฉลาดหลักแหลม และมีเสน่ห์น่าหลงใหล เธอเป็ราชินีแห่ง "หุบเขาพิษมรณะ" ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตธรรมดาใดกล้าย่างเท้าเข้าไป พลังจักรา "ธาตุลม" ที่สามารถสร้างพายุและควบคุมสายลมได้ตามใจปรารถนา นอกจากนี้ยังมีพิษร้ายแรงที่ไม่มียาใดรักษาได้”
จิ่วเทียนโหลว (กระบือสมุทรทะเลทราย) เป็สัตว์ผสมระหว่างกระบือโบราณและสัตว์ทะเลลึกลับ ร่างกายมีขนาดเท่ากับช้างสามตัวรวมกัน ส่วนหัวเป็กระบือมีเขาใหญ่โค้งงอคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีทรายทองที่แข็งแกร่งราวเกราะเหล็ก มีครีบตามแนวสันหลังคล้ายปลา ที่คอมีเหงือกซึ่งสามารถหายใจได้ทั้งในน้ำและบนบก ส่วนขาทั้งสี่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง มีเกือกเท้าที่แข็งแกร่งราวกับเพชร” นิสัยสุขุม ใจเย็น และเป็มิตร แม้ร่างกายจะใหญ่โตแต่กลับมีจิตใจอ่อนโยนและชอบช่วยเหลือผู้อื่น เขาเป็ผู้พิทักษ์ "ทะเลทรายมายา" ที่กว้างใหญ่สุดขอบฟ้า พลังจักรา "ธาตุทอง" ที่สามารถสร้างและควบคุมทรายและโลหะได้ตามใจปรารถนา
"เหล่านี้คือผู้นำผู้กล้าของภพเดรัจฉาน ระหว่างที่พวกท่านอยู่ที่นี่พวกเค้าอาจจะให้คำแนะและความช่วยเหลือกันได้ ทุกท่านข้าขอแนะให้รู้จัก คุณชายเ้าวั่งซูเ้าแห่งภพมนุษย์ผู้ถือครองเคียวสู่ภพ องค์ชายฮวาเฟยฟาั์ผู้กระบี่สุสานั และสหายทั้งสอง หลิ่งกวางจิ้งจอกดำเก้าหาง และ ัขาวไป่ชิงหลง ทั้งสี่มาที่นี่เพื่อตามหา ภวังคจิตของราชันย์กะโหลก” เมื่อสิ้นเสียงฉีเทียนลู่ เสียงกระซิบดังอื้ออึงกระหึ่มในลานประชุม
