ที่แท้หล่อนก็โทษตัวเธอเช่นกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินปวดใจ หรือทุกคนจะมองว่าเธอเป็คนทำให้หยางซวี่ตาย?
แต่ว่าก็เป็ความจริงไม่ใช่หรือ? ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินหัวใจของฮั่วเสี่ยวเหวิน หากเธอฝากหยางซวี่ให้คุณปู่คุณย่าของเขาช่วยดูแล เื่นี้คงไม่เกิดขึ้น
นึกถึงเื่เมื่อตอนกลางวัน ฮั่วเสี่ยวเหวินสำนึกเสียใจ ทว่ามันสายไปเสียแล้ว
หลังจากพ่อของสวีเถียนได้ฟังเื่ที่เธอพูดก็รีบไปหาลูกชาย บวกกับฮั่วเสี่ยวเหวินพอจะรู้นิสัยของสวีเถียนอยู่บ้าง
เื่ราวดำเนินมาถึงจุดที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้แล้ว แต่ต่อให้สวีเถียนไม่รายงานความผิดของหยางเสวียเหวินแล้วอย่างไร? คิดว่าหากไม่รายงานแล้วเธอจะไม่ต้องรู้สึกผิดหรือ?
เมื่อกลับไปที่บ้านหยางในตอนกลางคืนเธอถูกด่าตามที่คาดไว้ แม่ของหยางเสวียเหวินถนัดด้านการด่าเป็ที่สุด ส่วนหยางเสวียเหวินถนัดด้านการลงมือ
เจ็บ เจ็บเข้ากระดูก
ฮั่วเสี่ยวเหวินเช็ดเืมุมปาก ฉีกยิ้มอย่างหมดแรง “ฟาดฉันให้ตายเลยเถอะ!”
เธอจะได้ไม่ติดค้างผู้ใดอีก
“ได้”
หยางเสวียเหวินยิ่งฟาดแรงที่ใช้ก็ยิ่งแรงขึ้น จนหวางเจาหวาทนมองไม่ไหวอีกต่อไป “ถ้าคุณอยากเข้าคุกนักก็ตีเธอให้ตายไปเลย”
มือของเขานิ่งค้างกลางอากาศ อาจเพราะยังไม่ได้ระบายความขุ่นเคืองใน่หลายวันมานี้จึงฟาดฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างไม่ยั้ง แต่ตอนนี้เขาจำใจต้องลดมือลงอย่างแข็งทื่อ ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่ฮั่วเสี่ยวเหวินที่กำลังขดตัวเป็ก้อน
ในหมู่บ้านมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ เด็กที่อายุสั้นต้องได้รับการฝังโดยเร็วที่สุด
หยางเสวียเหวินสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เทียบกับหวางเจาหวาที่ร้องไห้น้ำตานองแล้ว เขาดูทำอย่างขอไปทีกว่ามาก เพียงแค่บีบน้ำตาสองสามหยดปลอบใจหวางเจาหวา
หวางเจาหวาสงบลงเช่นกัน หล่อนพิงศีรษะกับหน้าอกของสามี และต้องค้นพบด้วยความใว่าหน้าอกของเขาอบอุ่นขนาดนี้ ทั้งยังทำให้สบายใจได้มากถึงเพียงนี้
พวกเขาจ่ายเงินก้อนโตให้กับร้านโลงศพทำโลงศพสำหรับเด็ก จากนั้นก็ทำพิธีฝังศพภายในคืนนั้น
การสูญเสียลูกในวัยกลางคนทำให้เศร้าโศกเสียใจไม่น้อย หยางเสวียเหวินจึงโทรศัพท์ไปลาหยุดยาวกับผู้บังคับบัญชา
เขาสูญเสียลูกในวัยกลางคนก็จริง แต่ไม่ได้เ็ปเสียใจขนาดนั้น วันต่อมาเขาก็เสียใจต่อไม่ออกแล้ว
เขาออกไปเล่นไพ่โป๊กเกอร์กับคนอื่นทั้งวัน ตอนกลับมามีรอยยิ้มบนใบหน้า คงจะได้เงินมาไม่น้อย
เมื่อกลับมาเห็นภรรยาตัวเองใต้ตาดำคล้ำ หยางเสวียเหวินจึงเดินเข้าไปกอดหล่อนด้วยหน้าตาเศร้าๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก
หยางเสวียเหวินไม่เข้าใจภรรยา ก็แค่ลูกที่ไม่สมประกอบคนหนึ่ง แม้จะรู้สึกไม่คุ้นชินที่ลูกชายไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว แต่การที่เขาจากไปไวก็เป็ผลดีต่อทุกคนไม่ใช่หรือ?
หยางซวี่ไม่ต้องใช้ชีวิตภายใต้การดูถูกของทุกคน หยางเสวียเหวินไม่ต้องคอยเลี้ยงดูตามใจเขา สักวันตัวเขาก็ต้องแก่ และทุกคนต่างก็มีลูกเอาไว้เพื่อดูแลตนในยามแก่ แต่นี่ขนาดเขาแก่แล้วแต่ก็ยังต้อง ‘ดูแล’ ลูกอยู่
อีกทั้งหลังจากเหตุการณ์นี้หวางเจาหวาก็ปฏิบัติต่อเขาดีขึ้นมาก หล่อนไม่ทำตัวห่างเหินกับเขาอีกต่อไป หยางเสวียเหวินถึงเพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วหล่อนอ่อนโยนเพียบพร้อมถึงเพียงนี้
หวางเจาหวาซบอกหยางเสวียเหวิน หล่อนพูดเสียงแหบแห้ง “เสวียเหวิน พวกเรามีลูกอีกสักคนเถอะ!”
หยางเสวียเหวินเกือบหัวเราะออกมา แต่รู้สึกไม่เหมาะสมเมื่อเห็นภรรยายังคงจมอยู่กับความเสียใจ เขาหุบยิ้มอย่างแเี และตอบกลับเสียงเบา “เจาหวา คุณอย่าเพิ่งคิดเื่นี้ ดูแลร่างกายให้ดีก่อน อย่าให้ตัวเองเสียใจเกินไป”
……
เวลาพลิกตัวต้องระวังให้มาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังโดนจุดที่เจ็บอยู่ดี ฮั่วเสี่ยวเหวินกัดฟันด้วยความเ็ป
นี่คงเป็เวรกรรมสินะ ฮั่วเสี่ยวเหวินคิด เพราะความประมาทเลินเล่อของเธอเป็เหตุให้หยางซวี่ต้องตาย เมื่อเช้าเธอเจอหวางเจาหวา ภายในเวลาสองวัน หล่อนดูแก่ขึ้นเป็สิบปี
และทั้งหมดนี้ มีต้นเหตุมาจากตัวเธอ
แต่เหตุใดหยางซวี่จึงไปที่หน้าผา หรือว่า…
ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกถึงจางเจียิขึ้นมา มิเช่นนั้นเหตุใดเขาต้องคอยแอบตามเธอลับๆ ล่อๆ ทุกวัน?
ที่สำคัญคือเธอนึกถึงเื่นั้น
วันนั้นเธอกลับจากตลาดนัดและผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า เมื่อตื่นขึ้นมากลับเห็นว่าเ้าอ้วนไม่อยู่แล้ว ส่วนจางเจียิก็หน้าบวมจมูกช้ำ ถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ
ต่อมาเธอไปสอบถามจากเ้าอ้วน เขาต้องนึกอยู่นานกว่าจะนึกออก พูดเลียนแบบจางเจียิให้เธอฟังว่า “อยู่ให้ห่างจากเสี่ยวเหวินหน่อย”
ต่อมาเขาลืมเื่ราวทุกอย่างไปจนหมดสิ้น แต่เธอยังจำได้ชัดเจน เขาอายุแค่นี้แต่กลับรู้จักการหึงหวงแล้ว
ช่างเถอะ ไว้มีโอกาสค่อยถามก็แล้วกัน แต่ถ้าเขาโกหกไม่ยอมบอก เธอถามไปก็เท่านั้น ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะอย่างขมขื่น ตอนนี้ถามไปจะมีความหมายอะไรอีก?
วันหยุดยาวผ่านไปไวมากหวางเจาหวาซื้อยาให้ฮั่วเสี่ยวเหวินหลังจากรู้สึกดีขึ้น แต่ชัดเจนว่าหล่อนไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้กับฮั่วเสี่ยวเหวินอีกแล้ว
ในเวลาสี่ทุ่มหยางเสวียเหวินยังไม่กลับมา หวางเจาหวาจึงไม่ได้รออีก หล่อนเรียกฮั่วเสี่ยวเหวินออกมากินข้าวแล้วเดินไปนอนที่ห้องหอของพวกเขา
เมื่อก่อนต่อให้ร่างกายเจ็บระบมก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับหวาดกลัวที่จะต้องนอนบนเตียงหลังนี้คนเดียว
บนเตียงมีกลิ่นอายเฉพาะตัวของหยางซวี่หลงเหลืออยู่ เธอจะชอบนึกถึงเื่ที่เขาะโบนเตียงเป็ครั้งคราว บางครั้งก็ฝันถึงเขา
‘ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ’ ประตูเปิดหลังจากฮั่วเสี่ยวเหวินเคาะอยู่นาน หวางเจาหวาถามอย่างเ็า “มีอะไร?”
“ฉันกลัวค่ะ” ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบเสียงเบา ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองหล่อน เอาแต่จ้องเท้าที่สวมรองเท้าผ้าฝ้ายของอีกฝ่าย
มีพวกที่คลั่งเท้าบอกว่าเท้าของผู้หญิงสวยงามที่สุด ขนาดในสมัยโบราณยังมี ‘ประเพณีรัดเท้า’ เลยไม่ใช่หรือ? ทั้งที่เท้าเธอใหญ่ขนาดนี้ แต่หน้าตากลับธรรมดา ธรรมดาแบบที่เข้าไปยืนในฝูงชนแล้วก็หาไม่เจอ
“หรือว่าต่อไปนี้ฉันต้องนอนกับเธออีกหรือไร?” หวางเจาหวาพูดเสียงเรียบ เห็นชัดว่าไม่พอใจ
ถึงอย่างไรเธอก็เป็เพียงผู้หญิงธรรมดา เมื่อนึกถึงว่าลูกชายต้องตายเพราะความเลินเล่อของฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอก็รู้สึกดีต่อฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ลง
ได้ยินดังนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ก้มหน้าต่ำกว่าเดิม การมาที่นี่คือความผิดพลาด เธอถูกถากถางโดยไม่มีสาเหตุ ต่อให้ครั้งหน้าต้องคลุมโปงใต้ผ้าห่มทั้งคืนก็จะไม่มาหาหล่อนอีกแล้ว
แต่สุดท้ายหวางเจาหวาก็ยอมให้เธอเข้าห้อง ทั้งสองหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน โดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักคำ
หากบอกว่าการไม่กลับบ้านคืนแรกเป็เพราะหยางเสวียเหวินไปนอนบ้านคนอื่นหรือติดงานยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เขาไม่กลับบ้านเลยติดต่อกันถึงสองคืน
หวางเจาหวาใจเย็นไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็มีท่าทีเศร้าซึม
อะไรที่ควรเกิดสุดท้ายก็ต้องเกิด หวางเจาหวารู้มาโดยตลอดว่าหยางเสวียเหวินใช้หน้าที่การงานหาประโยชน์เข้าตัว เธอเคยเตือนหลายครั้งแล้วแต่หยางเสวียเหวินมีแต่รับปากอย่างเดียว เธอพูดจนี้เีพูด…สุดท้ายก็มีปัญหาจนได้
“คุณน้าหวาง เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้เื่จากบทสนทนาระหว่างหวางเจาหวากับพ่อแม่ของหยางเสวียเหวิน
ตอนแรกจะปลอบใจสักสองสามประโยค ทว่าคำที่หลุดออกมากลับเป็คำที่ตัวเองต้องนึกย้อนเสียใจทีหลัง “คุณน้าหวาง อาจยังพอมีทางออกอยู่บ้างหากนำของขวัญไปมอบให้ผู้บัญชาการของเขา”
หวางเจาหวาใ “เธอรู้เื่นี้?”
