การท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณีจัดขึ้นเพื่อคัดกรองผู้โดดเด่นที่สุดออกมา ดังนั้น การขึ้นยืนบนลานประลองไม่ได้หมายความว่าจะต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่ยังสามารถเปลี่ยนใจและเลือกจะยอมแพ้ได้ เจตนาเดิมของสวี่กวนเซิง้าให้ฉินอวี่ยอมบอกเขา ว่าตอบคำถามของผู้เฒ่าร้องไห้ไปอย่างไร และหวังให้ฉินอวี่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะกล้าต่อสู้กับตนเอง
ก่อนจะเริ่มการท้าประลอง สวี่กวนเซิงก็เคยได้ยินชื่อของฉินอวี่มาก่อน และได้ยินมาว่าเขาได้เริ่มชักชวนให้ศิษย์อัจฉริยะกว่าพันคนในงานเสี่ยงร่วมเดิมพันกับเขา และได้ยินมาเช่นกันว่าฉินอวี่สามารถเข้าใกล้แผ่นผนึกว่านเซี่ยงได้ในระยะรัศมีสองจ้าง
ดังนั้น สวี่กวนเซิงจึงไม่คิดจะดูถูกฉินอวี่ั้แ่ต้นแล้ว และแน่นอน นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เขาเรียกพยนต์มรณะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมา
และยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่สวี่กวนเซิงก็จับต้นชนปลายไม่ถูกเช่นกัน เมื่อเผชิญหน้ากับฉินอวี่ เขาก็มีความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอยู่เหมือนกัน เขาพอจะคาดเดาได้ว่า ผู้เฒ่าร้องไห้อาจจะทิ้งพลังที่ไม่อาจอธิบายได้บางอย่างเอาไว้ในร่างกายของฉินอวี่ ดังนั้น หากสามารถทำให้ฉินอวี่ยอมที่จะถอยกลับไปได้ สวี่กวนเซิงก็ไม่คิดจะสู้กับฉินอวี่
ฉินอวี่ไม่ได้สนใจกับความคิดของสวี่กวนเซิง ในตอนนี้เขามีความคิดแต่จะเข้าโจมตีอย่างจริงจัง เขาไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว มีแต่ต้องชนะเท่านั้นจึงจะมีชีวิตรอด!
จะจับโจรได้ต้องจับหัวหน้าก่อน สวี่กวนเซิงมีการเปิดผนึกะ และภัยคุกคามที่สำคัญของเขาส่วนใหญ่แล้วมาจากพยนต์มรณะ และแทนที่จะเอาชนะพยนต์มรณะ สู้เอาเวลาหาโอกาสสังหารเขาเสียดีกว่า!
ดังนั้น ความเร็วของฉินอวี่จึงเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในทันที เพื่อหลบหลีกชายชราที่ผอมแห้งคนนั้นและเถาอู้
“โฮก!”
ในขณะที่ฉินอวี่กำลังเข้าใกล้อย่างรวดเร็วนั้น เถาอู้ก็อ้าปากที่เต็มไปด้วยเืขึ้นอย่างรุนแรง พลางส่งเสียงคำรามขึ้นดังกึกก้องฟ้าดิน ไม่รู้เลยว่าเถาอู้ตัวนี้ได้ตายมานานกี่ปีแล้ว และคลื่นเสียงที่เกิดจากการอ้าปากร้องคำรามของมันนั้นได้กลายเป็คลื่นเสียงขนาดใหญ่ที่แพร่กระจายออกไป
เสียงคำรามอันทุ้มต่ำนี้ ทำให้ม่านพลังที่ปกคลุมลานประลองอยู่นั้นสั่นะเืเหมือนน้ำที่กำลังเดือด จนฉินอวี่เกือบจะปลิวไปตามคลื่นเสียง
“ยอมแพ้เสียเถอะ เ้าไม่มีทางผ่านแม้ด่านของเถาอู้ไปได้หรอก” สวี่กวนเซิงที่อยู่บนหลังของเถาอู้ทางด้านหลังของชายชราผอมแห้ง ได้พูดขึ้นอย่างเยือกเย็น หากไม่ใช่เพราะ้าได้คำตอบจากฉินอวี่ว่าตอบผู้เฒ่าร้องไห้ไปเช่นไร สวี่กวนเซิงก็คงสังหารฉินอวี่ไปแล้วอย่างไม่ต้องห่วง
ฉินอวี่ไม่ได้ตอบอะไร และขณะที่ถอยหลังออกไป อสุนี์ก็ปะทุออกมาจากร่างกายทันที
“ฉื่อ ฉื่อ!”
เสียงแตกของสายฟ้าดังขึ้นอย่างกึกก้อง ฉินอวี่ะโขึ้นไปในอากาศ อสุนี์พุ่งเข้าใส่หมัดขวาของเขา ก่อนจะะเิพลังว่านจ้งออกไปอย่างดุเดือดทันที
หมัดะเิฟ้า!
หมัดหนักกว่าสิบครั้งกระแทกใส่ศีรษะของเถาอู้อย่างต่อเนื่อง และด้วยการโจมตีที่แฝงด้วยพลังของสายฟ้า เสียงนั้นดังสนั่นะเืฟ้าดินและมีพลังมหาศาล
“ตูม!”
เสียงะเิดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว กรงเล็บั์ของเถาอู้ฟาดลงมาจากฟากฟ้าราวกับูเาลูกใหญ่ กระแทกใส่หมัดะเิฟ้าของฉินอวี่จนแตกกระจาย
ฉินอวี่มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ขณะที่กรงเล็บของเถาอู้กำลังกดลงมานั้น ฉินอวี่ย่ำลงไปบนพื้นอีกครั้ง ก่อนจะะโลอยขึ้นไปในอากาศ เพลิงมรณะปกคลุมไปทั่วร่างกาย กลายเป็เปลวเพลิงสีเทาพุ่งตรงไปยังสวี่กวนเซิง!
จี้เปลวอัคคี!
หัวใจเพลิงมรณะควบแน่นขึ้นทันที ทำให้พลังของจี้เปลวอัคคีเพิ่มระดับขึ้นเป็อย่างมาก
สวี่กวนเซิงที่ยืนอยู่บนหลังของเถาอู้แหงนหน้าขึ้นบนฟ้ามองดูเปลวไฟขนาดั์ที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็ว เขาใเป็อย่างยิ่ง และความรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูกก็ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างอีกครั้ง
ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสวี่กวนเซิงจะััได้ถึงพลังปราณมรณะ
“เพลิงมรณะ!” จู่ๆ สวี่กวนเซิงก็เหมือนคิดอะไรได้ และพูดออกไปทันที!
ส่วนชายชราที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าของสวี่กวนเซิงกำหมัดขวาเอาไว้แน่น ดวงตาทั้งสองยังคงปิดสนิท ก่อนจะปล่อยหมัดตรงไปยังฉินอวี่ที่กำลังพุ่งลงมา
“ตูม!”
“เวร!” ฉินอวี่สบถออกมาอย่างโกรธเคือง
ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าก่อนจะเสียชีวิตชายชราคนนี้มีพละกำลังอยู่ในระดับใด แต่เมื่อเขาปล่อยหมัดออกมา รอยแตกที่หนาแน่นก็ปรากฏขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ ก่อนจะเริ่มมีการแตกร้าวขึ้นเล็กน้อย ฉินอวี่จึงรีบระงับการโจมตี แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
“เปรี้ยง ตูม ตูม!”
เสียงะเิดังสั่นะเืไปทั้งฟ้าดิน ฉินอวี่ตกลงมาราวกับดาวตกกระแทกลงบนม่านพลังที่ปกคลุมลานประลอง ทำให้ม่านพลังนี้เริ่มเดือดขึ้นอีกครั้ง
“เฮือก!” ฉินอวี่ตกลงมากระแทกพื้น กระอักเืออกมาคำโต พลังปราณเดือดพล่านไปทั้งร่าง ราวกับถูกูเาทั้งลูกกระแทกใส่อย่างจัง
น่ากลัวยิ่งนัก การโจมตีของชายชราคนนี้มีความน่ากลัวยิ่งนัก ซึ่งยังห่างไกลจากความสามารถในการต้านทานของฉินอวี่ในตอนนี้!
“นี่เป็พลังเพียงห้าส่วน ตอนนี้เ้าจะตอบคำถามของข้าได้หรือยัง?” สวี่กวนเซิงยืนอยู่บนเถาอู้อย่างสง่างาม มองลงไปยังฉินอวี่ที่อยู่เบื้องล่าง ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
เพลิงมรณะ เขานึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะมีเพลิงมรณะ และยังเป็เพลิงมรณะที่มีผนึกะอันเป็ที่ใฝ่หาของผู้คน!
อย่างไรก็ตาม พยนต์มรณะนั้นศึกษามาจากความเป็ความตาย เป็สิ่งที่ขัดต่อ์ เป็จิติญญาที่สร้างขึ้นจากการหยิบยืมพลังมรณะ และเพลิงมรณะนี้เรียกได้ว่าเป็แก่นแท้ของพลังมรณะ มันถูกหล่อเลี้ยงมาจากเพลิงมรณะ หากสามารถเอามันมาได้ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็ผนึกะ ถึงตอนนั้น พยนต์มรณะที่สร้างขึ้นมาก็จะมีพลังใกล้เคียงกับตอนยังมีชีวิตได้มากขึ้น
ดังนั้น เพลิงมรณะนี้จึงเป็ความหวังของทุกคนในการกระตุ้นผนึกะ และเป็ความใฝ่ฝันของเหล่าพยนต์มรณะอีกด้วย หลายปีมานี้ สวี่กวนเซิงเคยได้ยินมาแต่ว่าทั่วทั้งแดนต้าโหมวเทียนมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีเพลิงมรณะ และคนผู้นั้นคือหยินหยางเต้าจวิน หนึ่งในสองเต้าจวินผู้ยิ่งใหญ่
แต่ในตอนนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าหลี่โหย่วฉายจะมีเพลิงมรณะเช่นกัน แล้วจะไม่ให้สวี่กวนเซิงแปลกใจได้อย่างไร?
“หากข้าได้รับเพลิงมรณะมา ก็เพียงพอจะช่วยกระตุ้นพลังก่อนตายของพยนต์มรณะได้ถึงสามส่วน! ถึงเวลานั้น แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับเต๋า ข้าก็ไม่เกรงกลัว!” สวี่กวนเซิงที่กำลังจิตใจปั่นป่วนได้รีบระงับความคิดในใจของตนเองทันที และมองตรงไปทางฉินอวี่ ครุ่นคิดถึงที่มาที่ไปของเพลิงมรณะในตัวเขา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้สวี่กวนเซิงกำลังคิดว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับผู้เฒ่าร้องไห้ เขาคิดว่า เพลิงมรณะของฉินอวี่คือสิ่งที่ได้รับมาจากผู้เฒ่าร้องไห้
สิ่งนี้ทำให้สวี่กวนเซิงเริ่มมีความอิจฉาขึ้นมาในหัวใจ
ทุกคนต่างรู้จักแต่เพียงว่าเขาคือสวี่กวนเซิง แต่กลับมีน้อยคนที่รู้ความเป็มาของเขา จนถึงกับ... ทั่วทั้งแดนต้าโหมวเทียนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ประวัติของเขา และสวี่กวนเซิงเองก็ไม่เคยพูดถึงประวัติและตัวตนแท้จริงของตนเองมาก่อนเลย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากพูดจากก้นบึ้งหัวใจ สวี่กวนเซิงนั้นรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในสถานะของตนเอง
เป็เพราะอาชีพการงานที่ต่ำต้อยที่สุดของแดนต้าโหมวเทียนคือคนขุดหลุมศพ และสวี่กวนเซิง... ในอดีตเขาโตมาจากสุสานฝังศพ และเป็คนขุดหลุมศพคนหนึ่งเช่นกัน!
ชีวิตของสวี่กวนเซิงก็แตกต่างจากคนอื่นๆ เขาไม่ได้อยู่ในสภาวะของการบีบบังคับที่ไม่สามารถทำอะไรเองได้ แต่เขาเกิดมาในเขตสุสานฝังศพ อีกทั้ง... ยังเกิดในโลงศพ และถูกคนเฝ้าหลุมศพพบเจอ ท้ายที่สุดคนเฝ้าหลุมศพจึงเลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ และด้วยคนเฝ้าหลุมศพนั้นมีแซ่สวี่ เขาจึงได้ชื่อว่าสวี่กวนเซิง!
เป็เพราะเขาเติบโตมาจากในสุสาน สวี่กวนเซิงจึงรู้จักสุสานฝังศพแห่งนั้นเป็อย่างดี รวมถึงผู้เฒ่าร้องไห้
ในตอนที่เขายังเป็เด็ก มี่เวลาหนึ่งที่เขาชอบแอบวิ่งไปหาผู้เฒ่าร้องไห้ และมีครั้งหนึ่ง เขาต้องเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าร้องไห้ ในครั้งนั้น ทำให้เขาจดจำได้อย่างชัดเจน นั่นเป็ครั้งแรกที่เขาได้เผชิญหน้ากับเพลิงมรณะ และผู้เฒ่าร้องไห้ก็เกือบจะตบเขาจนตาย
แต่ในขณะที่เขากำลังลงถึงพื้น ผู้เฒ่าร้องไห้กลับหยุดลงมือ และพูดประโยคหนึ่งที่ยากจะอธิบาย “คนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่จำเป็ต้องตายอีก” จากนั้นก็จากไป
ในตอนนั้นเขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจอะไร แต่ไม่เพียงแค่เขาจะโชคดีรอดชีวิตมาได้ แต่กลับชอบวิ่งไล่ตามผู้เฒ่าร้องไห้ ทว่าเขาในตอนนั้นไม่สามารถไล่ตามผู้เฒ่าร้องไห้ไปได้?
เมื่อสวี่กวนเซิงเติบโตขึ้น ก็เริ่มรับรู้ถึงสถานะและความเป็มาของผู้เฒ่าร้องไห้ สวี่กวนเซิงผู้้าความแข็งแกร่งเคยคิดว่าผู้เฒ่าร้องไห้ไม่มีวันฆ่าเขาแน่นอน และยังคิดจะฝากตัวเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ แต่ผู้เฒ่าร้องไห้ไม่เคยตอบรับเลย และเป็เพราะพร์อันน่าใ เมื่อสวี่กวนเซิงเปิดผนึกะออกมาแล้ว ก็ถูกผู้เฝ้าสุสานส่งตัวเข้าอยู่ในกองทัพ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ทำลายความคิดของสวี่กวนเซิงที่จะขอฝากตัวเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้
หลายปีมานี้ สวี่กวนเซิงเคยกลับไปยังสุสานฝังศพ และเคยได้พบกับผู้เฒ่าร้องไห้ แต่ผู้เฒ่าร้องไห้ก็ยังคงเพิกเฉยต่อเขาเช่นเดิม
เดิมทีคิดว่าผู้เฒ่าร้องไห้น่าจะบ้าๆ บอๆ จึงไม่รับตนเองเป็ศิษย์ แต่ไม่กี่วันมานี้กลับได้ยินมาว่าผู้เฒ่าร้องไห้รับศิษย์แล้ว สิ่งนี้ทำให้สวี่กวนเซิงรู้สึกอิจฉาเป็อย่างมาก และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาคิดจะจัดการฉินอวี่ั้แ่ต้น อีกทั้งเขาก็ยังอยากฟังจากปากฉินอวี่ว่าทำอย่างไรจึงกลายเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ได้
“ขอพูดเหมือนเดิมแล้วกัน หากเ้าอยากรู้ ก็ยอมแพ้เสียก่อน หรือไม่ก็แสดงพละกำลังของเ้าออกมา หรือว่า เ้ายังไม่แข็งแกร่งพอจะเอาชนะข้าได้!” ฉินอวี่ค่อยๆ ลุกขึ้น พูดด้วยเสียงแหบแห้ง เพลิงมรณะแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างของเขาทันที
อสูรธรณีทุกคนที่อยู่บนยอดเขาต่างจ้องตรงไปยังเพลิงมรณะที่ล้นออกมานอกร่างกายของฉินอวี่ ผู้มีความชำนาญจะรู้ได้ทันทีว่านี้คือเพลิงมรณะ และต้องใอย่างไม่มีอะไรเทียบได้
“นั่นเพลิงมรณะ! ์ นึกไม่ถึงว่าจะเป็เพลิงมรณะ หลี่โหย่วฉายมีเพลิงมรณะ!”
