ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีกว่าเถาวัลย์ปีศาจ์จักเติบใหญ่เฉกเช่นนี้ได้ ยามนี้ดอกไม้โลหิตบานสะพรั่งทั่วทั้งต้น
เถาวัลย์ปีศาจ์ใช้ดอกไม้ของมันเป็สื่อกลางในการดูดซับพลังฟ้าดิน ตอนแรกเถาวัลย์ปีศาจ์มีดอกไม้เพียงดอกเดียว ความเร็วในการดูดซับพลังฟ้าดินจึงมีจำกัด ทว่าเพลานี้มันมีดอกไม้หลายร้อยดอก พลังฟ้าดินที่ดูดซับได้ในตอนนี้นั้นต่างจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
และเพราะเป็ท่ามกลางมหาสมุทร เถาวัลย์ปีศาจ์จึงกล้าดูดซับพลังฟ้าดิน ถ้าเป็แผ่นดินใหญ่ มันคงถูกขุมพลังอำนาจใหญ่ล้อมปราบไปนานแล้ว
ด้วยความสามารถพิเศษแสนพรรณนา ขุมพลังอำนาจเ่าั้ไม่มีทางฆ่าเถาวัลย์ปีศาจ์ลงได้ แต่ก็เป็ไปมิได้อีกเช่นกันที่มันจะได้เติบใหญ่อุดมสมบูรณ์เหมือนกับตอนนี้
ทันทีที่จูชิงเข้าใกล้ เถาวัลย์ปีศาจ์ก็สังเกตเห็นจูชิงแล้ว
เถาวัลย์นับสิบเถาพุ่งปราดปกคลุมฟ้าดิน แต่จูชิงมิได้หลบแต่อย่างใด เพราะเถาวัลย์ปีศาจ์มิได้มีเจตนามุ่งร้ายกับเขา
เถาวัลย์เลื้อยพันบนตัวจูชิง มันกำลังแสดงความโปรดปรานที่มีต่อเขา
“เ้าเติบโตได้ดีเลยนี่ ดูเหมือนที่นี่จะเหมาะสมที่สุดสำหรับเ้า” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
แม้ว่าเถาวัลย์ปีศาจ์จะสร้างภาระอันหนักอึ้งให้กับจูชิง ทว่ามันก็ช่วยชีวิตเขาเอาไว้เช่นเดียวกัน หากไม่มีเถาวัลย์ปีศาจ์อยู่ หลังจากที่เฒ่าปีศาจสำแดงพลานุภาพ กายาเขาก็คงแหลกสลายเป็เสี่ยงไปแล้ว
“เถาวัลย์ปีศาจ์โชคดียิ่งนัก เดาว่าขั้นพลังน่าจะเทียบเท่ากับขั้นสั่งสม” กระทั่งเฒ่าปีศาจยังใจหาย เถาวัลย์ปีศาจ์เป็ของล้ำค่าฟ้าดิน มิอาจใช้คำสามัญมาพรรณนาได้
เกรงว่าอีกไม่นานพลานุภาพของเถาวัลย์ปีศาจ์จะต้องสร้างความตกตะลึงไปทั่วแว่นแคว้นเป็แน่แท้ อาจเหนือกว่าเก้ามหันต์ กลายเป็ตำนานบทใหม่
“ข้าต้องไปแล้ว จากนี้พวกเราคงไม่ได้พบกันอีก!” จูชิงแตะร่างของเถาวัลย์ปีศาจ์
เถาวัลย์ปีศาจ์ตัวสั่นเล็กน้อย ดอกไม้ที่อยู่บนยอดสูงสุดร่วงหล่น ก่อนที่เมล็ดพันธุ์เปล่งแสงพริบพราวดั่งอัญมณีจะตกลงบนฝ่ามือของจูชิง
“เมล็ดพันธุ์ เ้าอยากให้เมล็ดพันธุ์นี้กับข้างั้นรึ?” จูชิงตะลึงงัน
เถาวัลย์ของเถาวัลย์ปีศาจ์สั่นสะท้านแสดงความรู้สึกของมัน
“น่าจะหาทางออกเผื่อไว้กระมัง” เฒ่าปีศาจกล่าว
“เ้าคิดเห็นเช่นไร?” จูชิงเอ่ยถาม
“ด้วยความเร็วในการเติบโตปัจจุบันของเถาวัลย์ปีศาจ์ มันจักต้องข้ามผ่านเก้ามหันต์ ทว่าเก้ามหันต์ใช่ว่าข้ามผ่านง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ มีเก้าคนจากสิบคนจบสิ้นชีวิตภายใต้เก้ามหันต์ ถึงจะเป็ของล้ำค่าฟ้าดินก็ใช่ว่าจะรอดจากเก้ามหันต์ได้ มันให้เมล็ดพันธุ์กับเ้าก็เพื่อทางรอดของตัวเอง สุดท้ายแล้วแม้มันจะตายในเก้ามหันต์ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง”
จูชิงมิได้ปฏิเสธ อย่างไร้เสียก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เขาเห็นความแข็งแกร่งของเถาวัลย์ปีศาจ์มากับตาแล้ว ตอนที่หล่อหลอมเถาวัลย์ปีศาจ์ กายาแกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิมระดับหนึ่ง ถึงหัวใจจะแหลกสลาย แต่ถ้ามีเถาวัลย์ปีศาจ์อยู่ย่อมไม่มีทางตายในทันที!
จูชิงผสานเมล็ดพันธุ์ลงไปในตันเถียนของตัวเองเบื้องหน้าเถาวัลย์ปีศาจ์ เมื่อได้รับการหล่อเลี้ยงจากลมปราณ เถาวัลย์ปีศาจ์ก็หยั่งรากอยู่ในตันเถียนของจูชิงแล้วเริ่มกลืนกินลมปราณ
ครั้นมองตันเถียนของตัวเองจูชิงก็ยิ้มเจื่อนออกมา มีตัวดูดลมปราณเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว โชคดีที่เขามีโลกหินโลหิต์ ถ้าเป็คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางรับไหวอย่างแน่นอน
ในการหล่อหลอมเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์ปีศาจ์ต้องใช้ลมปราณจำนวนมาก ดอกไม้นับร้อยที่อยู่บนต้นเริ่มดูดซับพลังฟ้าดิน มันเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง มันอาจกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ก็เป็ได้
จูชิงก้าวเท้าไปบนเกลียวคลื่นอีกครั้ง อาศัยพลังของเทพสมุทรออกเดินทางกลับสู่แผ่นดินใหญ่
คลื่นพลังของเทพสมุทรคงอยู่นานกว่าครึ่งเดือน ภายใต้การควบคุมของัคะนองน้ำน้อย ในที่สุดจูชิงก็มองเห็นแนวชายฝั่ง
สำนักผีราชันประสบกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเพราะการล่าสังหารของเทพสมุทร เรือรบเหล็กทมิฬทั้งหมดสิบลำ มีแค่สองลำเท่านั้นที่หนีรอดออกมาได้ จอมยุทธ์ที่เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้เหลือรอดอยู่แค่ไม่กี่คน ถ้ามิใช่เพราะผู้พิทักษ์ลัทธิปีศาจมาถึงทันเวลา ร่วมผนึกกำลังกันต่อต้านเทพสมุทรสำเร็จ สำนักผีราชันก็คงถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์
“บ้านคน!” จูชิงสืบเท้าขึ้นจากมหาสมุทร ขณะนั้นเขาเห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากเกาะแห่งหนึ่ง
พอขึ้นมาบนฝั่งเขาเห็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ ทุกๆ บ้านล้วนมีอวนตากเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่หาปลาเป็หลักในการเลี้ยงชีพ
ที่นี่อยู่ใกล้ทะเล ทว่าแทบไม่มีร่องรอยของสัตว์อสูรทะเลอยู่เลย ดังนั้นชาวบ้านบนเกาะก็เลยหาปลาด้วยเรือประมงที่ทำขึ้นจากไม้
“เ้าเป็ใคร? เ้าไม่ใช่คนของหมู่บ้านเรานี่?” เด็กชายมัดจุก ขี้มูกไหลเยิ้ม สวมกางเกงเปิดเป้าจับจ้องมองจูชิง
จูชิงยิ้มให้กับเด็กน้อยแล้วพูดว่า “ข้าแค่ผ่านมาโดยบังเอิญ เลยอยากจะพักสักคืนหนึ่ง”
“ท่านแม่ มีแขกมา!” ทันใดนั้นเด็กน้อยก็ะโเสียงดัง
ผู้หญิงวัยกลางคนเปิดประตูออกมา ครั้นเห็นจูชิงยืนอยู่ นางก็รีบบอกให้เขาเข้ามานั่งข้างใน
ยิ่งเป็หมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งซื่อสัตย์มากเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักจูชิงมาก่อน ทว่าก็ยังคงต้อนรับเด็กหนุ่มอย่างอบอุ่น
ไม่ใช่แค่แม่ของเด็กชายตัวเล็กๆ เท่านั้น พอชาวบ้านคนอื่นได้ยินว่ามีคนนอกมาที่หมู่บ้าน พวกเขาก็รีบวิ่งกรูกันเข้ามา เป็ครั้งแรกเลยที่จูชิงถูกคนมากมายรายล้อม ถึงจะผ่านประสบการณ์อะไรมามากก็ตาม แต่พอเป็สถานการณ์เช่นนี้แล้วจูชิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
ที่นี่เป็หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ คนหนุ่มสาวกับคนวัยกลางคนจะออกไปหาปลาแล้วนำไปขายที่ท่าเรือใกล้ๆ จากนั้นก็ซื้อของใช้ที่จำเป็กลับมา มีบางคนที่ทั้งชีวิตไม่เคยออกไปจากหมู่บ้านเกินร้อยลี้
เป็เวลาเกือบเย็นแล้ว นอกจากผู้ชายที่หาปลาอยู่ข้างนอกคนอื่นล้วนกลับมาที่หมู่บ้าน เด็กชายตัวเล็กจับมือแม่ของเขาและมองไปที่ชายทะเล เฝ้ารอพ่อกลับมา
ชีวิตที่สุดแสนเรียบง่ายทำให้จูชิงรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย คนเหล่านี้ไม่จำเป็ต้องคิดเื่การไล่ล่าศัตรู ทั้งยังไม่ต้องประเมินความแข็งแกร่งของคนอื่น เป็ชีวิตที่เรียบง่ายไม่หวือหวา ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
ถ้าเป็ไปได้จูชิงเองก็อยากใช้ชีวิตแบบนี้ ใช้เวลากับครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข
หากแต่จูชิงรู้ดีว่าหลังจากที่เขาปืนออกมาจากหลุมศพ ทุกอย่างได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว!
“ทำไมท่านพ่อยังไม่กลับมาล่ะ?” ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความกังวล ปกติแล้วคนที่ไปหาปลาน่าจะกลับมาใน่เวลานี้
ยิ่งรอก็ยิ่งร้อนใจ ครึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดก็มีเรือไม้ลำเล็กหลายลำประจักษ์ที่ผิวทะเล ชาวบ้านบนเกาะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
ทว่าจูชิงกลับขมวดคิ้ว เขาได้กลิ่นเืลอยโชยออกมาจากเรือไม้ลำหนึ่ง มีคนบนเรือได้รับาเ็ ทั้งยังาเ็สาหัสอาจถึงชีวิต!
เป็ดังคาด เมื่อเรือประมงเทียบท่า ชายสองสามคนก็รีบประคองร่างชายคนหนึ่งลงมาจากเรือด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ต้าจู้จึ เกิดอะไรขึ้น!” ชายผู้นั้นมีาแขนาดใหญ่กลางหน้าอก ถึงแม้จะพันผ้าพันแผลไว้แต่ก็ยังไม่สามารถห้ามเืได้ เืสีแดงสดยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย
“ต้าจู้จึ!”
“ท่านพ่อ!”
หญิงวัยกลางคนกับเด็กชายตัวเล็กรีบวิ่งเข้าไปหา พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเสาหลักของครอบครัวจะพังทลายลง!
าแที่หน้าอกเห็นได้ชัดว่าเป็ฝีมืุ์ ทั้งยังเป็จอมยุทธ์ เพราะจูชิงััได้ถึงเศษเสี้ยวลมปราณ
าแที่เกิดจากจอมยุทธ์นั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ เพราะลมปราณที่ติดอยู่ทำให้าแไม่สามารถสมานตัวเอง
“พรรคซี่ผิง พวกเขาอยากได้ปลาของต้าจู้จึ ต้าจู้จึก็เลยเข้าไปพูดคุยเสนอราคา แต่กลับถูกฟันเสียอย่างนั้น!” ชายที่อยู่ข้างๆ เล่าเื่ที่เกิดขึ้น
“พรรคซี่ผิง!” พอได้ยินชื่อนี้ คนในหมู่บ้านประมงก็เบิกตาทั้งสองกว้าง
พรรคซี่ผิงเป็ผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ พวกเขาควบคุมท่าเรือสองแห่ง ซึ่งธุรกิจทั้งหมดบนท่าเรือล้วนถูกควบคุมโดยพรรคซี่ผิงทั้งสิ้น สำหรับชาวบ้านหมู่บ้านชาวประมงพรรคซี่ผิงคือผู้ยิ่งใหญ่ ห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด คนที่ฟันต้าจู้จึคือพรรคซี่ผิง ดังนั้นถึงต้าจู้จึจะตายก็คือตายเปล่า
จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ชาวบ้านต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น แล้วจะให้เขายืนมองคนในหมู่บ้านตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร!
เขาแทรกตัวผ่านฝูงชน แล้วปัดมือหนึ่งครั้งบริเวณาแ ลมปราณบริสุทธิ์พลันแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของต้าจู้จึ
พริบตาเดียวเืที่ไหลก่อนหน้านี้ก็หยุดทันที จากนั้นแผลก็ค่อยๆ สมานตัว!
ชาวบ้านมองจูชิงด้วยความตกตะลึง แค่ปัดมือครั้งเดียวก็รักษาแผลได้แล้วงั้นรึ นี่คนหรือว่าเทพ์?
“เ้า...!” ชายชรามองจูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“เขาไม่เป็อะไรแล้ว รักษาตัวสักเดือนก็หาย” จูชิงพูด
“จอมยุทธ์ เขาเป็จอมยุทธ์!” ชายชราคนนั้นะโเสียงดัง
ในอดีตจอมยุทธ์คือผู้ที่มีสถานะสูงส่งยวดยิ่งในทวีปเฉียนหยวน เพราะทวีปเฉียนหยวนถูกปกครองโดยจอมยุทธ์ สำหรับคนธรรมดา จอมยุทธ์มิต่างอันใดกับเทพ์
“ข้าแค่เรียนมานิดๆ หน่อยๆ” จูชิงยิ้มบางๆ
“เ้าเป็จอมยุทธ์จริงๆ หรือ!” เด็กน้อยดึงชายเสื้อของจูชิงด้วยความตื่นเต้น
“ใช่แล้ว ข้าจะโกหกทำไมล่ะ” จูชิงยิ้ม
“เสี่ยวจู้ทำตัวดีๆ หน่อย เดี๋ยวท่านจอมยุทธ์ก็เป็โทสะเอาหรอก!” ชายชราตำหนิเด็กน้อย
จอมยุทธ์คือผู้สูงศักดิ์ ถ้าพวกเขาล่วงเกินจอมยุทธ์ มีแต่ต้องตายสถานเดียว!
จูชิงยิ้ม “ไม่เป็ไร เสี่ยวจู้เป็เด็กน่าเอ็นดู!”
“พรรคซี่ผิงที่พวกท่านพูดถึงเป็ใครหรือ เหตุใดถึงทำอะไรรุนแรงเช่นนี้?” จูชิงเอ่ยถามชายสองสามคน
“พรรคซี่ผิงเป็ผู้มีอิทธิพล สมาชิกของพวกเขาทั้งหมดเป็จอมยุทธ์ ควบคุมท่าเรือสองแห่ง!” พอได้ยินท่านจอมยุทธ์ถาม พวกเขาก็รีบตอบทันที
“พรรคงั้นรึ!” จูชิงกระตุกยิ้มอย่างไม่แยแส
พรรคกับสำนัก ถึงจะดูคล้ายคลึงกัน ทว่าความจริงแล้วนั้นต่างกันยิ่งราวฟ้ากับเหว พวกที่ตั้งตัวเป็พรรคล้วนแล้วเป็ขยะชั้นต่ำ หัวหน้าพรรคบางแห่งเป็แค่ศิษย์สามัญที่ถูกไล่ตะเพิดออกมา พวกเขาจึงใช้วิชายุทธ์ที่ร่ำเรียนมาเพียงน้อยนิดก่อตั้งพรรค เื่พวกนี้จูชิงเคยได้ยินมาก่อนจากขุนเขากระบี่เทียนหยวน
