ถังฮ่าวประกาศท้าทายผู้วิวัฒนาการยี่สิบคนจากสมาพันธ์พยัคฆ์คลั่งและสมาคมซูจิ้นพร้อมๆ กันอย่างแข็งกร้าว และข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วฐานที่มั่นซูหนานอย่างรวดเร็วราวกับพายุ
ฝูงชนหลั่งไหลกันเข้ามาอย่างท่วมท้น
เย่ชิงเฉิงและคนอื่นๆ ขับรถสามคันมาจอดที่ลานกว้าง และนี่ก็เป็สถานที่ที่ถังฮ่าวเลือกใช้ประลองกับเกอหย่งและจั่วชิวเหว่ยเย่
“หนึ่งต่อยี่สิบ แถมยังเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ถึงสองคนอีก พี่ว่าหัวหน้าถังจะชนะไหม” จ้าวเสี่ยวเยว่เอ่ยถามเย่ชิงเฉิง
“ในเมื่อเขากล้ารับคำท้า แสดงว่าต้องมั่นใจ” เย่ชิงเฉิงกล่าวอย่างใจเย็น
“ว้าว! หนึ่งต่อยี่สิบเลยเหรอ อาถังเก่งเกินไปแล้ว! น้าครับ ถ้าผมโตขึ้น ผมก็จะเป็วีรบุรุษแบบอาถังฮ่าวให้ได้!” หลานชายของแบงก์กิ้งกล่าวด้วยความตื่นเต้นและชื่นชม
“พี่จือ พี่ว่าหัวหน้าจะสู้ไหวไหม นี่มันหนึ่งต่อยี่สิบเลยนะ แถมยังมีผู้วิวัฒนาการระดับ 4 อีกตั้งสองคน” ชิวอวิ๋นเอียนเอ่ยถามจางอวิ๋นจือด้วยความกังวล
“เธอไม่รู้ความสามารถของหัวหน้าหรือไง ก็แค่ยี่สิบคนเท่านั้น ต่อให้เพิ่มอีกเท่าตัว หัวหน้าก็ชนะได้อย่างแน่นอน” จางอวิ๋นจือกล่าวอย่างมั่นใจ
“พี่มั่นใจในตัวหัวหน้าขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ได้การแล้ว พี่ต้องตกหลุมรักหัวหน้าเข้าแล้ว จนกลายเป็สาวน้อยคลั่งรักไปแน่”
“เธอต่างหากที่ตกหลุมรักเขา!” จางอวิ๋นจือหน้าแดงเล็กน้อย เธอรู้สึกดีกับหัวหน้าก็จริง แต่เธอก็รู้สถานะของตัวเองดี ที่เธอได้รับชีวิตใหม่นี้มาได้ก็เพราะหัวหน้าและเจ้ใหญ่อย่างเชียนมู่เซวี่ย ดังนั้นไม่มีวันที่เธอจะเป็มือที่สามที่ทำลายความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเด็ดขาด เธอจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจ และจะทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยเหลือหัวหน้ากับเจ้ใหญ่
“ใช่สิ ฉันตกหลุมรักเขาแล้ว” ชิวอวิ๋นเอียนถอนหายใจ
“ยัยนี่ อย่าลืมนะ พวกเราคือ... คนของพี่เซวี่ยนะ” จางอวิ๋นจือร้องอย่างใ
“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ดีน่า ที่บอกว่าตกหลุมรักน่ะ ไม่ได้หมายถึงหัวหน้านะ แต่ฉันหมายถึง… ฉันตกหลุมรักพี่จือต่างหาก!” ชิวอวิ๋นเอียนหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยื่นมือทั้งสองไปบีบหน้าอกของจางอวิ๋นจือ
“ยัยบ้าเอ๊ย!”
จางอวิ๋นจือไม่ทันระวังจึงถูกจู่โจมเข้าให้ ใบหน้าจึงขึ้นสีแดงเรื่อ ก่อนจะรีบปัดมือคู่นั้นออกและเอ็ดเบา
ทางฝั่งของถังฮ่าว โดยเฉพาะคนกลุ่มแรกๆ ที่ติดตามเขาต่างก็เชื่อมั่นว่าถังฮ่าวจะต้องชนะ แต่สำหรับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ในฐานที่มั่นซูหนานแล้วกลับไม่คิดเช่นนั้น
บัดนี้คนส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าถังฮ่าวกำแหงเกินไป และจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเกอหย่ง จั่วชิวเหว่ยเย่และคนอื่นๆ อย่างแน่นอน
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังไม่ด่วนสรุป และพวกเขาจะตัดสินก็ต่อเมื่อได้เห็นการต่อสู้ก่อน
ณ ลานประลองกว้าง ตอนนี้ได้มีการกั้นพื้นที่ว่างเปล่าขนาดประมาณสามร้อยตารางเมตรเอาไว้ และบริเวณรอบๆ ก็มีฝูงชนหกถึงเจ็ดร้อยมุงล้อมอยู่สามชั้น
“ลูกพี่ แค่ฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดเชือดวัวเล่า เดี๋ยวผมจะไปจัดการกับไอ้หนุ่มนั่นเอง!” จางหยุนหาวกล่าวพร้อมกับงอมือใหญ่จนเป็หมัดแน่น
จางหยุนหาวเป็ผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลังระดับ 3 และทักษะพิเศษของเขาก็คือผิวแกร่งดุจหินผาพอใช้ทักษะผิวแกร่งดุจผาหินระดับ 3 แล้ว ิัทั้งตัวก็จะแข็งแกร่งราวกับหิน แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นฟันแทงไม่เข้าก็ตาม แต่ถังฮ่าวบอกเองว่าจะไม่ใช้อาวุธอื่นช่วย โดยจะต่อสู้ด้วยมือเปล่า และจางหยุนหาวก็จัดเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดด้านหมัดมวย
พออยู่ในพรรคาาหมีแล้ว จางหยุนหาวก็เป็รองแค่เกอหย่งที่เป็หัวหน้าสมาพันธ์เท่านั้น
“ดี ระวังตัวด้วย!” เกอหย่งพยักหน้า
ในเมื่อถังฮ่าวกล้าพูดจาใหญ่โตแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 แล้วแน่ บางทีอาจจะเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ที่กล้าแกร่งด้วยซ้ำ หากส่งคนทั่วไปสู้ก็คงไม่มีประโยชน์!
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
หากเขากับจั่วชิวเหว่ยเย่พาลูกน้องไปรุม แต่กลับพ่ายแพ้ละก็ แบบนั้นคงได้ขายหน้าตาย!
ทางด้านจั่วชิวเหว่ยเย่ก็หันไปเอ่ยสั่งลูกน้อง
“เสียงเฟย นายขึ้นไปพร้อมกับจางหยุนหาว”
จั๋วเสียงเฟยเป็ผู้วิวัฒนาการด้านความเร็วระดับ 3 และเป็มือขวาของจั่วชิวเหว่ยเย่
แม้จะเป็แค่การทดสอบ แต่ผู้นำทั้งสองก็ได้ส่งมือขวาของตัวเองออกไป และเป้าหมายที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อชัยชนะ แต่เพื่อ้าหยั่งเชิงถังฮ่าว ว่าอีกฝ่ายถนัดด้านพละกำลัง ความเร็ว หรือพลังธาตุกันแน่!
พวกเขาต้องรู้ข้อมูลของศัตรู ถึงจะวางแผนรับมือได้
เกอหย่งและจั่วชิวเหว่ยเย่คงไม่คาดคิดมาก่อน ว่าถังฮ่าวจะพิเศษกว่าใคร เพราะเขาได้พัฒนาพลังทั้งสามด้านไปถึงระดับสูงสุดพร้อมกัน
ไม่ว่าจะเป็ด้านพละกำลัง ความเร็ว หรือพลังธาตุก็ล้วนอยู่ในระดับสูงส่ง
นั่นก็เท่ากับว่าเขามีทั้งพละกำลัง ความเร็วระดับสี่ และพลังธาตุของผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ในร่างเดียว
พออยู่ในประเทศจีนแล้ว ไม่สิ! ต้องบอกว่าบนโลกใบนี้มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
จางหยุนหาวกับจั๋วเสียงเฟยล้วนไม่ธรรมดา พวกเขาเป็ผู้วิวัฒนาการระดับแนวหน้าในหมู่ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 !
ทว่าทันทีที่คนทั้งสองเริ่มการประลอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้ชมที่อยู่รอบๆ ต่างก็เบิกตาโตด้วยความตกตะลึง
จั๋วเสียงเฟยถือมีดสั้นไว้ทั้งสองมือ ร่างของเขาพุ่งเข้าหาถังฮ่าวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีต้าห์ล่าเหยื่อ เมื่อเผชิญหน้ากับมีดสั้นสองเล่มที่เปล่งประกายวาววับแล้ว ถังฮ่าวก็ไม่สะทกสะท้านสักนิด เพียงแค่พริบตามีดสั้นในมือขวาของจั๋วเสียงเฟยก็หลุดกระเด็นออกไป ส่วนข้อมือซ้ายก็ถูกถังฮ่าวคว้าจับเอาไว้ ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ และได้พุ่งเข้าชนจางหยุนหาวที่กำลังใช้ทักษะผิวแกร่งดุจหินผา และพุ่งตัวเข้าทางถังฮ่าวราวดุดันราวกับกระทิงคลั่ง
ตอนที่จางหยุนหาวพุ่งตัวเข้ามาก็พบว่าร่างของจั๋วเสียงเฟยกำลังพุ่งตรงเข้ามาราวกับะุปืนใหญ่ ด้วยความเร็วของอีกฝ่ายแล้ว จึงทำให้เขาไม่อาจหลบพ้น เวลานี้ก็ได้แต่ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปต้านรับร่างของจั๋วเสียงเฟย
ทว่าเขายังไม่ทันได้วางร่างของจั๋วเสียงเฟยลง ก็รู้สึกว่าข้อมือซ้ายถูกรัดแน่น!
เวลานี้ถังฮ่าวได้มาอยู่ตรงหน้าเขาั้แ่เมื่อไรไม่รู้ มือขวาของถังฮ่าวยื่นออกมาคว้าข้อมือซ้ายของเขาเอาไว้ และชั่วขณะนั้นเองจางหยุนหาวก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่โถมเข้ามา ก่อนที่ร่างกายที่สูงใหญ่และแข็งแกร่งของเขาจะลอยขึ้นไปในอากาศ!
โครม!
พื้นดินสั่นะเื!
จางหยุนหาวรู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในร่างกายของเขากำลังจะแหลกสลาย ร่างของเขาร่วงกระแทกลงพื้นจนเป็หลุมขนาดใหญ่ ต่อให้จะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจลุกขึ้นได้
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจั๋วเสียงเฟยและจางหยุนหาวที่แข็งแกร่งจะพ่ายแพ้ในชั่วพริบตา
แถมถังฮ่าวยังออมมือเอาไว้แล้ว ไม่เช่นนั้นทั้งจั๋วเสียงเฟยและจางหยุนหาวคงได้ตายกลายเป็ศพแล้วแน่
เมื่อเห็นรอยแตกระแหงบนพื้นหิน และร่างของจางหยุนหาวที่ร่วงกระแทกลงไปในหลุมแล้ว ผู้ชมที่อยู่รอบๆ ต่างก็อ้าปากค้าง เวลานี้ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ จึงทำให้บรรยากาศเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ไม่มีใครคาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นนี้ ทุกอย่างจบลงเร็วมาก!
ชิวอวิ๋นเอียนและจางอวิ๋นจือที่อยู่ในรถฮัมเมอร์ต่างก็อ้าปากค้าง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
หัวหน้า... หัวหน้าแข็งแกร่งเกินไปแล้ว
ต่อให้เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 แต่พออยู่ต่อหน้าหัวหน้าแล้ว ก็เทียบได้กับขยะเท่านั้น
“พี่สยงส่งคนไปลากสองคนนั้นลงไปที และช่วยดูแลเขาเป็อย่างดีด้วยนะ!” ถังฮ่าวหันไปพูดกับสยงมู่
ร่างกายกำยำของสยงมู่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เวลานี้เขารู้สึกดีใจมากที่ไม่ได้ต่อต้านถังฮ่าว เขารู้ดีว่าหากตัวเขาสู้กับจางหยุนหาวด้วยมือเปล่าแล้วละก็ น่าจะมีโอกาสชนะอยู่แค่หกส่วนเท่านั้น ถึงแม้จะชนะได้ก็ตาม แต่ก็คงต้องลำบากไม่น้อย
แต่ถังฮ่าวกลับใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเท่านั้น ก็เอาชนะจั๋วเสียงเฟยและจางหยุนหาวที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ไปได้
พลังต่อสู้แบบนี้นับว่าเหนือธรรมชาติเกินไปแล้ว! สยงมู่รู้ดีว่าหากเขาเป็คนต่อสู้เอง ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกันกับจางหยุนหาว
สยงมู่จึงรีบสั่งให้คนไปลากจั๋วเสียงเฟยและจางหยุนหาวออกไป
ทางด้านเกอหย่งและจั่วชิวเหว่ยเย่ที่เป็หัวหน้ากลุ่มทั้งสองต่างก็หน้าเปลี่ยนสี ส่วนลูกน้องที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาก็พากันจ้องมองถังฮ่าวราวกับเป็สัตว์ประหลาด ภายในดวงตาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหลือเชื่อ ท้ายสุดก็กลายเป็หวาดกลัวไป
