ไม่ใช่แค่ฉินเฟิงสามารถเดินเตร็ดเตร่ในเมืองเว่ยเฉิงได้เท่านั้นเขายังสามารถเดินไปไหนมาไหนตามใจชอบได้อีกด้วย เขาส่ายหน้าและบอก “ไม่กลุ่มของเธอยังอ่อนแอเกินไป”
ฉินเฟิงอยากจะพูดกับหลิวเหวินจิ้งเื่วิธีการขยายแก๊งเหวินและหลิวเหวินจิ้งก็เข้าใจผิด เธอคิดว่าเขาปฏิเสธเธออีกครั้งและรีบพูด “ฉินเฟิงถ้าคุณตั้งใจเข้าร่วมแก๊งเหวิน ฉันเป็แฟนคุณตอนนี้เลยเอ้า”
ฉินเฟิงเคร่งเครียดทันทีและกล่าวอย่างจริงจัง“ไม่ใช่ว่าฉันตกลงเข้าร่วมแก๊งเหวินแล้วเหรอ? ฉันแค่อยากจะพูดสเต็ปถัดไปและกลยุทธ์ในการเติบโต”
หลิวเหวินจิ้งใแล้วก็ยิ้มกริ่มทันที “ใช่แล้วๆ คุณตกลงแล้ว งั้นฉันจะบอกแผนของเราเมื่อเร็วๆนี้ให้ฟัง”
“ความสามารถของเราในตอนนี้ค่อนข้างจะขาดแคลนเราจึงจำเป็ต้องจัดการกับกลุ่มเล็กๆ ที่โผล่ขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้เอาชนะพวกมันและยึดอำนาจพวกมันมา” เมื่อเธอเริ่มพูดเกี่ยวกับแก๊งเหวินหลิวเหวินจิ้งก็จริงจัง “ฉันลองสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ดู และในไม่กี่วันที่ผ่านมามีขุมพลังใหม่ที่เรียกว่าแก๊งเฟิง ฉันเชื่อว่าในเมื่อพวกมันเพิ่งก่อตัวขึ้นพวกมันต้องมีคนไม่เยอะแน่นอน เราเตรียมที่จะจัดการกับกลุ่มนี้ในไม่กี่วันข้างหน้า
“ฉินเฟิง ในระหว่างนั้น คุณจะมาช่วยพวกเราใช่ไหม?” แล้วหลิวเหวินจิ้งก็พูดต่อ“ถ้าเรายึดครองแก๊งเฟิงวันนั้นได้ เราจะไปฉลองกันตอนกลางคืนหลังจากที่เราดื่มกันที่งานเลี้ยงเสร็จแล้ว คุณสามารถพาฉันไปทำอะไรที่ไหนก็ได้นะ”
“แน่นอน” ฉินเฟิงกล่าวกระชับ “ในฐานะสมาชิกของแก๊งเหวินการต่อสู้นี้ต้องใหญ่ มันจึงแน่นอนที่ฉันจะร่วมด้วย”
หลิวเหวินจิ้งเริ่มมานั่งข้างฉินเฟิงอีกครั้งและกอดแขนของเขาแบบธรรมชาติเธอบอก “ที่รัก งั้นขอวิธีติดต่อคุณสักทางหน่อยสิ เมื่อเราเริ่มลงมือแล้วฉันจะโทรหาคุณ”
ฉินเฟิงบอกเบอร์โทรศัพท์กับเธอและหลิวเหวินจิ้งก็เมมชื่อว่าที่รักทันทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์กลับไปเธอยิ้มอย่างพึงพอใจและจุ๊บแก้มของฉินเฟิงเบาๆ เหมือนแมลงปอััน้ำ
“ที่รัก นั่นเป็จูบแรกของฉันฉันจะกลับไปบอกทุกคนว่าคุณเข้าร่วมแก๊งเหวินแล้วเพื่อให้พวกเขามีความสุข”หลังจากที่จูบฉินเฟิง หลิวเหวินจิ้งก็วิ่งไปด้วยใบหน้าที่เอียงอายเล็กน้อย
ฉินเฟิงััตรงจุดที่เธอจูบและส่ายหน้าเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาเ้าผมยาว
ไม่ถึงนาทีหลังจากที่วางสายเ้าผมยาวก็โผล่ออกมาตรงลานเต้นและมองไปรอบๆ เพื่อหาคน ฉินเฟิงจึงเดินไปหาเขาตบหลังของเ้าผมยาวและเ้าผมยาวก็ะโด้วยความตื่นเต้นเมื่อหันไปเห็นฉินเฟิง
“นายน้อยฉิน ในที่สุดคุณก็มีเวลามาสักที…คุณคิดว่าไงครับ? คุณพอใจกับสิ่งที่เราสามพี่น้องทำสำเร็จหรือเปล่าครับ?”
“ไม่เลว ทำให้ได้แบบนี้ต่อไป” ฉินเฟิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“ไม่ต้องห่วงครับนายน้อยฉิน เราจะทำงานหนักต่อไป”หลังจากได้รับคำชมเชยจากฉินเฟิง เ้าผมยาวก็ตื่นเต้นมากขึ้น “นายน้อยฉินครับมากับผม เราจะเข้าไปคุยข้างในกัน”
เ้าผมยาวพาฉินเฟิงผ่านโต๊ะหลายโต๊ะมาถึงโซนห้องส่วนตัวข้างในสุดของบาร์และผ่านห้องส่วนตัวทั้งหลายตลอดแนวแล้วพวกเขาก็ถึงเส้นทางเล็กๆ ที่เปล่าเปลี่ยว หลังจากเข้าไปสุดทางเขาเปิดประตูคู่สีแดงข้างในเป็ห้องใหญ่ที่มีขนาดร้อยตารางเมตร
ทางเข้าประตูของห้องปูด้วยพรมแดงที่ยาวสิบเมตรและมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังยืนเรียงแถวอยู่ทั้งสองข้างแต่ละคนผายอกและเชิดหัวขึ้นด้วยจิติญญาแรงกล้าพวกเขาเคร่งเครียดเหมือนกับต้อนรับข้าราชการระดับสูง ไม่ว่าฉินเฟิงจะไปไหนทั้งสองฝั่งก็จะเปล่งเสียง “นายน้อยฉินจงเจริญ แก๊งเฟิงจงเจริญ!”
“นายน้อยฉินจงเจริญ แก๊งเฟิงจงเจริญ!”
“นายน้อยฉินจงเจริญ แก๊งเฟิงจงเจริญ!”
ฉินเฟิงเดินไปสุดพรมแดงเสียงเชียร์ก็หยุดลง ทว่าเสียงมันยังคงก้องไปทั่วทั้งห้อง และตอนนี้เ้าหัวโล้นกับเ้ารอยสักหมาป่าก็ต้อนรับฉินเฟิงด้วยรอยยิ้มรวมถึงเ้าผมยาวที่อยู่ด้านหลังของฉินเฟิง ทั้งสามพี่น้องตอนนี้อยู่กันครบแล้ว
“นายน้อยฉินครับ คุณพอใจหรือเปล่าครับ?” เ้าผมยาวถามด้วยรอยยิ้มมีความสุข
“ไม่เลวๆ” ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะถาม “อ้อใช่แก๊งใหม่ที่เราตั้งขึ้นนี้เรียกว่าอะไรนะ? ตอนแรกฉันไม่ได้สนใจ”
“แก๊งเฟิงครับนายน้อยฉิน” เ้ารอยสักหมาป่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม“มันเป็ชื่อของคุณครับนายน้อยฉิน เป็คำว่าเฟิงที่มาจากเฟิงเย่ (ใบเมเปิ้ล)มันก็เลยเป็แก๊งเฟิงครับ”
“ชื่อนี้ไม่เลว ฉันชอบ”ฉินเฟิงยิ้มและพบว่าสามพี่น้องพวกนี้ค่อนข้างวางใจได้แต่แล้วรอยยิ้มของฉินเฟิงก็แข็งทื่อระหว่างทาง เขาจับคอเสื้อของเ้ารอยสักหมาป่าและะโ“แก๊งนี้ชื่ออะไรนะ? แก๊งเฟิง? ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย?”
ฉินเฟิงคิดเื่หลิวเหวินจิ้งทันทีขุมพลังใหม่ที่เธออยากจัดการคือแก๊งเฟิง
ชื่อของแก๊งเฟิงได้ถูกตัดสินใจหลังจากพิจารณามาเยอะมันเรียบง่าย เหี้ยมหาญ และไม่ได้เสียความสง่าไป ที่สำคัญที่สุดมันมีพื้นฐานมาจากชื่อของนายน้อยฉินทั้งสามคิดว่าชื่อนี้ค่อนข้างดีดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงใมากจนตัวสั่นั้แ่หัวจรดเท้าที่อยู่ๆฉินเฟิงก็โกรธขึ้นมา
เ้ารอยสักหมาป่าที่ถูกฉินเฟิงจับคอเสื้อก็กลัวมากยิ่งขึ้น“นายน้อยฉินครับ.. ถ..ถ้าคุณไม่ชอบชื่อ ผ..ผมจะเปลี่ยนให้ทันทีครับคุณจะเป็คนเลือกเองได้ตามใจชอบเลยครับ!”
ฉินเฟิงร้อนใจเพราะเขาเพิ่งนึกเื่ของหลิวเหวินจิ้งและแก๊งเฟิงขึ้นมาได้ตอนนี้เขาสงบสติอารมณ์เขาปล่อยคอเสื้อของเ้ารอยสักหมาป่าและตบบ่าของเขาพร้อมกับกล่าว “ไม่เป็ไรชื่อมันก็ค่อนข้างดี ฉันแค่ตื่นเต้นไปหน่อย!”
ทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากได้ยินคำพูดของฉินเฟิงนายน้อยฉินคนนี้เป็คนสำคัญในสังคมชั้นสูงขนาดอาการตื่นเต้นของเขายังแตกต่างจากคนทั่วไป
ฉินเฟิงมองไปรอบๆอีกครั้ง ห้องนี้มีขนาดมากกว่าร้อยตารางเมตรเป็ออฟฟิศขนาดใหญ่และนับได้ว่าเป็ห้องพักผ่อนของบอสแห่งบาร์เฟยเทียนในขณะเดียวกันมันก็เป็ฐานทัพขนาดย่อมได้เหมือนกันนี่เป็ฐานทัพชั่วคราวของแก๊งเฟิงในภูมิภาคทางตอนเหนือของเว่ยเฉิง
ตัวห้องได้ผ่านการปรับปรุงใหม่มาเยอะเห็นได้ว่ามันมีของตกแต่งระยิบระยับมากมายหลายชั้นฉินเฟิงเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวที่ใหญ่ที่สุดและนั่งตรงที่ที่เป็ที่นั่งของเ้าของเขาหันไปมองนอกหน้าต่างเพื่อดูวิวถนนคนเดินของภูมิภาคทางตอนเหนือและรู้สึกหลงใหลนิดหน่อย
“นายน้อยฉินครับ โต๊ะทำงานพวกนี้มีไว้สำหรับคุณครับวันนี้แก๊งเฟิงของเราจะเริ่มอย่างเป็ทางการและคุณคือลูกพี่ใหญ่อันดับหนึ่งของเราเราเชื่อว่าภายใต้การนำของคุณ แก๊งเฟิงของเราจะพุ่งสู่์เหมือนอย่างชื่อบาร์บาร์เฟยเทียน ที่เราใช้บาร์นี้ก็เพราะชื่อด้วยครับ”เ้าผมยาวบอกฉินเฟิงด้วยรอยยิ้ม
ฉินเฟิงพยักหน้าเขากำลังคิดเื่ที่จะช่วยหลิวเหวินจิ้งแผ่อำนาจของเธอและจบภารกิจเขาเงียบไปสักพัก แล้วบอกเ้าผมยาว “แก๊งเฟิงของเรามีกี่คน?”
“นายน้อยฉินครับ ไอ้โล้น ไอ้หมาป่า และผมเคยอยู่ในแก๊งหมาป่ามาก่อนพวกเราไม่ได้มีตำแหน่งต่ำๆ มีกลุ่มพี่น้องที่ดีมากมายที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเราและเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเราสามพี่น้องจะตั้งกลุ่มใหม่โดยมีบอสลึกลับอยู่เื้ั พี่น้องจำนวนหนึ่งก็หนีมาหาเราครับ”
“ตอนนี้ในแก๊งเฟิงมีสมาชิกแกนหลักอยู่ 33 คนถ้ารวมสมาชิกภายนอกด้วยจะมีมากกว่าแปดสิบคนตอนนี้เราสามพี่น้องก็กำลังโฟกัสไปที่ถนนคนเดินในทางตอนเหนืออยู่ในอีกไม่กี่วันเราจะแยกที่มั่นของแก๊งหมาป่าให้กระจัดกระจายเพื่อมาเป็เขตแดนของแก๊งเฟิงเรา”เ้าผมยาวบอกตามความจริง
ฉินเฟิงไม่ได้สนใจว่าสามพี่น้องกำลังจะทำอะไรใน่เวลานี้ดังนั้นถ้าเ้าผมยาวไม่ได้เป็คนโทรหาเขา เขาก็คงจะลืมไปแล้วใครจะรู้ว่าหลังจากผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือนพี่น้องทั้งสามก็สร้างกองกำลังมากมายและถึงขนาดมีเขตแดนเป็ของตัวเองมันเป็หลักฐานว่าทั้งสามคนนี้มีความสามารถที่น่าทึ่งอย่างมาก
เมื่อเขาคิดเื่หลิวเหวินจิ้งหน้าของเขาก็เคร่งเครียดและใคร่ครวญเื่การต่อสู้แรกกับแก๊งเฟิง แก๊งเหวินมีแค่ 13 คน ดังนั้นถ้าสู้กันจริงๆ พวกนั้นคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตายอย่างไร
แม้ฉินเฟิงจะเพิ่งเคยเห็นหลิวเหวินจิ้งแต่เขาก็พบว่าสาวคนนี้มีนิสัยแปลกๆ ที่ค่อนข้างน่าสนใจ โชคดีที่เธอเจอเขาวันนี้ไม่งั้นเธอคงจะถูกอัดจนกลายเป็หมูแน่
“นายน้อยฉินครับ เราควรจะทำอะไรต่อไปดี?” หลังจากอธิบายสถานการณ์ส่วนใหญ่ของแก๊งเฟิงแล้วเ้าผมยาวจึงมองฉินเฟิงและสอบถาม
“แก๊งเฟิงเพิ่งจะตั้งขึ้นมาดังนั้นจะต้องมีขุมอำนาจเก่าบางส่วนคอยจับตามองดูเราอยู่แถมเหล่าอิทธิพลของเมืองเว่ยเฉิงก็อยู่ใน่อลหม่านได้ที่จึงมีพวกมันมากมายที่แยกเขตแดนออกมาตอนนี้การรักษาเสถียรภาพอำนาจของเราสำคัญที่สุดเราจะได้รวบรวมกองกำลังเพื่อสร้างอิทธิพลของเราได้อย่างรวดเร็ว…อย่าเพิ่งไปกังวลเื่ยึดพื้นที่ในตอนนี้ไปหาพวกคนที่เชื่อถือได้และทำถนนคนเดินทางตอนเหนือนี้ให้มั่นคงเสียก่อนเราจะรอลงมือหลังจากที่รวบรวมพลังได้มากกว่านี้แล้ว”
ตอนแรกฉินเฟิงไม่ได้สนใจมากนักในการพัฒนาขุมกำลังในโลกใต้ดินแต่ระบบอิจฉาพร์ของเขาและบังคับให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกใต้ดินฉินเฟิงจึงทำได้เพียงให้ความสนใจกับเื่นี้ “ส่วนปัญหาเื่เงินถ้านาย้าอีก แค่มาขอฉันตอนไหนก็ได้”
ฉินเฟิงพูดกับพี่น้องทั้งสามที่บาร์เฟยเทียนในรายละเอียดขั้นต่อไปแล้วเขาก็กลับบ้านที่ตำหนักฉินฉินหวงและสาวสวยสองคนกินเสร็จแล้วและได้กลับห้องของตนฉินเฟิงคิดเื่แผนที่จะฝึกสวี่รั่วโหรวให้รุนแรงขึ้นและเดินไปยังห้องของเธอด้วยรอยยิ้ม
ประตูห้องถูกเปิดออกสวี่รั่วโหรวใส่ชุดนอนสีชมพูลายการ์ตูนกำลังพิงอยู่ตรงหัวเตียงเธอถือแผ่นงานซ้อนกัน ขมวดคิ้วและกัดหัวปากกา เธอจดบางอย่างบนแผ่นงานเป็ครั้งคราว
เธอตั้งใจและใช้สมาธิจนไม่รู้ว่าฉินเฟิงผ่านประตูมาแล้ว
ฉินเฟิงยิ้มและย่องเข้าไปด้านข้างเตียงของสวี่รั่วโหรวทันใดนั้นเขาก็ะโและตะครุบไปที่เธอ โดยจับสวี่รั่วโหรวกดลงบนเตียง
“ฮ่าๆ ข้ามาคฤหาสน์นี้เพื่อขโมยเงินและได้เจอกับสาวสวยอย่างนี้คืนนี้ข้าจะขืนใจเธอให้ตาย!”
การฝึกเข้มข้นของฉินเฟิงได้เริ่มขึ้นแล้วครั้งนี้เขาสวมบทเป็โจรข่มขืน
สวี่รั่วโหรวกลัวแทบตายเมื่อฉินเฟิงกระโจนขึ้นมาบนเตียงกะทันหันเธอสู้กลับอย่างบ้าคลั่ง แล้วเมื่อเธอรู้ว่าเป็ฉินเฟิงหัวใจที่พุ่งจุกคอของเธอก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ กลับสู่ที่เดิม
“ฉินเฟิง คุณทำอะไรน่ะ? คุณทำให้ฉันกลัวแทบตายแหนะ!”สวี่รั่วโหรวจ้องฉินเฟิงและบ่น
“ยายสำส่อน อย่าะโ ถ้าเธอะโเรียกคน ฉันจะกรีดหน้าเธอ”ฉินเฟิงจับมือของสวี่รั่วโหรวและกดลงบนต้นขาของเธอเพื่อไม่ให้ขยับเขาะโขณะที่จ้องอย่างโเี้ไปที่เธอ
