เกิดใหม่มั่งคั่งยุค 80: ตำนานบทใหม่ของแพทย์หญิงตัวสมบูรณ์

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์


 

ผู้คนมากมายที่ได้ชมเ๱ื่๵๹ราวสนุกสนานจนเต็มอิ่ม ก็กลับรู้สึกกังวลใจแทนฮวาเจา

“นี่เธอไม่ให้พวกเขาร่างหนังสือสัญญาไว้เป็๞หลักฐาน แล้วปล่อยให้พวกเขาเอาเงินไปแบบนี้ ถ้าถึงตอนนั้นพวกเขากลับคำจะทำยังไง?” ป้าหลิวถามด้วยความเป็๞ห่วง

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ก็พวกเรานี่ไงเป็๲พยานให้ได้!” ป้าม่ากล่าวเสริม

ถึงอย่างนั้น ป้าหลิวก็ยังไม่วางใจอยู่ดี ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษร ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

“ฉันไม่๻้๵๹๠า๱หนังสือสัญญาหรอก” ฮวาเจาตอบ “เงินที่พวกเขาเอาไปนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรได้แต่แรกอยู่แล้ว ความถูกต้องเป็๲ธรรมย่อมอยู่ในใจ หากพวกเขากล้ากลับมาเรียกร้องอีกครั้ง ฉันก็จะไม่ยอมพูดจาดีๆ ด้วยอีกต่อไป”

“เมื่อกี้พวกเขาไม่ได้นับเงินต่อหน้า ตอนลับหลังอาจจะบอกว่าได้ไม่ถึง 500 ล่ะ?” จางกุ้ยหลานกล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน

เธอรู้จักคนในตระกูลหลิวดี จึงรู้ว่าพวกเขาสามารถทำเ๱ื่๵๹แบบนี้ได้จริงๆ

“ไม่เป็๞ไรหรอก เ๹ื่๪๫เล็กน้อย” ฮวาเจากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ยังไงเ๹ื่๪๫นี้พวกเรารู้กันอยู่แก่ใจ ฉันไม่กลัวว่าพวกเขาจะเล่นไม่ซื่อ ถ้าพวกเขากล้า ฉันก็กล้าสู้”

เธอโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แต่ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่า มือขาวผ่องคู่นี้ เมื่อวานเพิ่งตบชายร่างใหญ่คนหนึ่งจนกระดูกมือหักไปถึงสามท่อน…

ดูเหมือนว่าถึงแม้รูปลักษณ์ของฮวาเจาจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ในส่วนลึกของจิตใจก็ยังมีพละกำลังดุจหมีดำอยู่ดีสินะ? กลับบ้านไปคงต้องกำชับพวกผู้ชายและเด็กซนที่บ้านให้ดี อย่าได้ไปยั่วโมโหฮวาเจาเข้าล่ะ…

เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเที่ยง ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปทำอาหาร

ฮวาเจาก็เริ่มเตรียมอาหารมื้อใหญ่เช่นกัน

ตอนนี้ในบ้านมีเนื้อไม่ขาดสาย เมื่อเช้ามีคนนำเนื้อวัวมาให้ฮวาเจาถึง 10 กิโลกรัม เดิมทีเธอตั้งใจจะทำซอสเนื้อให้เย่เซิน แต่ตอนนี้คงต้องนำมาทำอาหารกินก่อน

“วันนี้เราจะกินหม้อไฟเนื้อกัน!” ฮวาเจากล่าว นอกจากเนื้อแล้วก็ต้องมีผักที่เธอปลูกเองด้วยถึงจะอร่อย!

เด็กๆ ทั้งสี่คนต่างงุนงง พวกเขาไม่รู้ว่าหม้อไฟคืออะไร

“เดี๋ยวก็รู้เอง ไปล้างผักก่อน” เมื่อฮวาเจาพูดจบ ต้าฉินกับเสี่ยวฉินก็รีบลงมือทันที ส่วนต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยกลับยืนนิ่ง

ที่บ้านหลิว งานบ้านทั้งหมดเป็๲หน้าที่ของจางกุ้ยหลานกับต้าฉิน โดยปกติแล้วพวกเขาไม่จำเป็๲ต้องทำอะไร

ฮวาเจามองเด็กทั้งสองคนแล้วยิ้ม “ในฐานะลูกผู้ชาย พวกเธอควรจะเสียสละเพื่อครอบครัวบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งกินนอนกินไม่ใช่เหรอ?”

ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยพยักหน้า พวกเขาเคยได้ยินเ๱ื่๵๹นี้มาบ้างแล้ว

“เด็กในชนบทอย่างพวกเธอ แค่เท่านี้ก็ออกไปช่วยครอบครัวทำนาได้แล้ว พี่สาวไม่ได้ให้พวกเธอไปทำงานหนักหาเงิน เพียงแค่อยากให้ช่วยพี่สาวกับน้องสาวทำงานบ้านบ้าง ได้ไหม?” ฮวาเจากล่าว

ต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยพยักหน้าทันที

ท้ายที่สุด พวกเขาก็ยังไม่ได้ปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่ได้ในทันที การที่ได้กินได้ดื่มของคนอื่น พวกเขาก็พอมีสำนึกที่จะช่วยทำงานบ้านบ้าง

ฮวาเจาสั่งให้เด็กทั้งสองไปเก็บผักผลไม้ในสวนของเธอเอง

สวนผักผลไม้ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ ทำให้พี่น้องทั้งสองคนเบิกตากว้าง โดยเฉพาะผลไม้จำพวกสตรอว์เบอร์รี องุ่น ที่ขนส่งยาก พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ตอนนี้ไม่เพียงแค่ได้เห็นแล้ว ยังสามารถกินได้ตามใจชอบอีกด้วย

พี่สาวใจดีจริงๆ …..

คุณปู่ของพี่สาวก็ใจดีมากเช่นกัน ยิ้มแย้มแจ่มใส มองพวกเขาด้วยความเมตตา ไม่ได้ดุร้ายเลย

ฮวาเฉียงมองเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานในบ้าน ก็รู้สึกดีใจมาก

เขาหวังว่าฮวาเจาจะเข้ากันได้ดีกับพี่น้องของเธอเอง หลังจากที่เขาจากไปแล้ว เธอก็ยังมีญาติพี่น้องอยู่บ้าง ไม่ว่าจะมีเ๱ื่๵๹อะไรก็สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ แม้ว่าจะช่วยไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังมีคนพูดคุยด้วย ไม่ต้องรู้สึกเหงา

หลังจากวุ่นวายกันไปครึ่งชั่วโมง ล้างผัก หั่นเนื้อ หม้อไฟก็พร้อมเสิร์ฟ

เด็กๆ หลายคน รวมถึงจางกุ้ยหลาน ต่างก็เพิ่งเคยทานหม้อไฟเป็๲ครั้งแรก

ไม่นึกเลยว่าเนื้อจะกินแบบนี้ได้ด้วย แถมยังอร่อยขนาดนี้!

แต่เด็กๆ ไม่กล้าคีบผัก โดยเฉพาะเนื้อ ฮวาเจาจึงคีบใส่ชามให้ทีละคนจนเต็ม

เมื่อทานอาหารเสร็จ ความรู้สึกดีๆ ที่ฮวาเจามีต่อเด็กๆ ก็เพิ่มพูนขึ้น

เด็กๆ บางครั้งก็มีความสุขได้ง่ายๆ แค่นี้

จิตใจของต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยก็สงบลงเช่นกัน พี่สาวพูดจากใจจริง ยินดีต้อนรับพวกเขาจริงๆ ชอบพวกเขาจริงๆ ….

หลังจากทานอาหารเสร็จ เด็กทั้งสองก็รีบแย่งกันเก็บกวาดโต๊ะล้างจาน แล้วไปล้างจานที่สวน พร้อมทั้งเช็ดน้ำตาไปด้วย

ส่วนจางกุ้ยหลานก็แอบเช็ดน้ำตาอยู่ในบ้าน

“ขอบคุณนะ” เธอพูดทั้งน้ำตา

“ไม่ต้องเกรงใจ” ฮวาเจายอมรับอย่างตรงไปตรงมา

เธอเห็นว่าต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยยังมีโอกาสที่จะแก้ไขได้ จึงอยากทำอะไรเพื่อกอบกู้ความสัมพันธ์แม่ลูกของพวกเขา

อีกทั้ง การสร้างกองทัพแฟนคลับขึ้นมา ก็ยังดีกว่าปล่อยปละละเลยให้พวกเขาเติบโตมาเป็๞ตัวก่อกวน

……

คนตระกูลหลิวรีบร้อนเดินออกจากหมู่บ้านค่าวซาน เมื่อเห็นว่ารอบด้านมีแต่ไร่ข้าวโพดสูง ไม่มีผู้คน หลิวเหล่าไท่ก็รีบล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มนับ

“เชอะ 10 20 30….500!” เธอยิ้มออกมาอย่างพอใจ “นังเด็กผีนั่นก็รู้ความดี ไม่ได้ให้ขาดไป ไม่งั้นฉันจะกลับไปหาเ๱ื่๵๹มัน!” หากขาดไปแค่ 10 หยวน เธอจะต้องบอกว่าขาดไป 100 หยวนแน่!

“กลับไปรีบซื้อจักรยาน ซื้อนาฬิกา แล้วก็เอาเงินอีก 200 หยวน ไปจัดงานแต่งงานของหลิวชงซะ” หลิวเซี่ยงเฉียนจ้องเงินในมือแม่แล้วพูดขึ้น “เงินที่เหลือก็ให้ฉัน”

เขาก็ต้องจัดงานแต่งงานเหมือนกัน~

ถึงแม้ว่าจูขวาฟู่จะบอกว่าไม่ต้องใช้เงิน แต่ในฐานะลูกผู้ชาย เขาก็คงไม่สามารถไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอได้ แล้วก็ยังมีพวกเครื่องนอนอีก ต้องซื้อของใหม่หมด จะให้เธอใช้ของจางกุ้ยหลานก็ดูจะน่าอายเกินไป

หลิวชงรีบแย่งเงินทั้งหมดมาจากมือของหลิวเหล่าไท่ “พ่อ! เงิน 500 นี้ยังไม่พอซื้อนาฬิกากับจักรยานเลย! จะเหลือได้ไง! แล้วงานแต่งงานของผมจะไม่มีของใช้ได้ไง? ผมจะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่กี่ชุด? ต้องซื้อเหล้าซื้อบุหรี่ไหม? ห้องผมก็ต้องจัดใหม่ไหม? เงินที่มีอยู่ในบ้านทั้งหมดก็ยังไม่พอ ไม่มีเงินเหลือพอให้พ่อไปแต่งงานกับเมียคนที่สามหรอก!”

“อีกอย่าง จางกุ้ยหลานก็ดีอยู่แล้ว บ้านก็ใหญ่ ปีนี้ไม่มีผัก แต่ปีหน้าต้องมีแน่นอน แล้วจะสามารถทำเงินให้ครอบครัวได้ด้วย พ่อก็ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไปเถอะ!” หลิวชงรีบยัดเงินเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเอามือปิดไว้

“ดีบ้าอะไร!” หลิวเซี่ยงเฉียนโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ “ขี้เหร่เหมือนแม่ฉัน ตอนนี้มีคนคอยหนุนหลังแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนไปด้วย ต่อไปจะเอาเงินจากมือมันได้อีกเหรอ? จะตีให้ขาหักเลย! ฉันจะหย่ากับมันแน่!”

หลิวเหล่าไท่เบิกตาโพลงมองเขา กล้าดียังไงมาว่าเธอขี้เหร่?

“ไม่ใช่ ไม่ใช่” หลิวเซี่ยงเฉียนรีบแก้ตัว “ฉันหมายถึงว่ามันแก่เหมือนแม่…”

หลิวเหล่าไท่ยังคงจ้องเขาด้วยความไม่พอใจ

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ฉันหมายถึงว่า…”

หลิวเซี่ยงเฉียนกำลังจะอธิบาย แต่ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา เขาจึงหุบปากในทันที

ฮวาเสี่ยวอวี้แบกจอบทำทีเดินผ่านเหมือนกำลังเลิกงาน เมื่อเห็นคนทั้งสามคนก็หยุดเดินด้วยความสงสัย

“พวกคุณมาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านค่าวซานเหรอ? ไปบ้านใครกัน?”

คนในยุคนี้ชอบทักทายกันอยู่แล้ว

เมื่อหลายปีก่อน การทักทายคนแปลกหน้าเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ต้องทำเป็๞กิจวัตร คนแปลกหน้าทุกคนที่ปรากฏตัวในหมู่บ้านจะต้องถูกสอบถามให้ได้ความ หากจะพักค้างคืนในหมู่บ้านจะต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยผลิตของตนด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่อนุญาตให้อยู่ในหมู่บ้าน

หลิวเหล่าไท่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ จึงตอบตามความจริง “พวกเราเป็๲ญาติของจางกุ้ยหลาน”

“อ้อ แม่ของฮวาเจานั่นเอง” ฮวาเสี่ยวอวี้กวาดสายตาสำรวจคนเ๮๧่า๞ั้๞ด้วยความสงสัย “รีบกลับกันแล้วเหรอ? ทานข้าวกันหรือยัง? บ้านฮวาเจามีเงิน มีของอร่อยเยอะแยะ ข้าวสาร เนื้อสัตว์ ไม่เคยขาดเลย วันนี้พวกคุณทานอะไรกันมา?”

เธอทำทีเป็๲อยากกิน แล้วก็กลืนน้ำลายลงคอไปจริงๆ แสดงว่าเธออยากกินจริงๆ ….

พอพูดถึงเ๹ื่๪๫นี้ คนตระกูลหลิวก็รู้สึกโมโห พวกเขาอุตส่าห์เสียเวลามา แต่หลิวเหล่าไท่ได้ดื่มน้ำไปแค่อึกเดียว หลิวเซี่ยงเฉียนกับหลิวชงแม้แต่น้ำสักหยดก็ยังไม่ได้กิน!

พวกเขาไม่อยากจะเล่าเ๱ื่๵๹น่าอับอายแบบนี้ให้เด็กสาวคนหนึ่งฟัง หลิวเหล่าไท่จึงเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ “บ้านฮวาเจารวยมากขนาดนั้นเลยเหรอ? เอาเงินมาจากไหน?” จางเหล่าไท่ไม่ได้บอกว่าเงินของคุณปู่ของเธอแต่ละเดือนไม่พอใช้ ต้องให้บ้านจางคอยอุดหนุนเหรอ?

แล้วเธอเอาเงิน 500 หยวนมาจากไหน? เดือนแรกที่ขายถั่วงอกก็ยังไม่ได้แบ่งเงินไม่ใช่เหรอ? เธอเอาเงินมาจากไหนกัน เธออยากรู้จริงๆ

ฮวาเสี่ยวอวี้ตาเป็๲ประกาย “ก็ฮวาเจาหาคู่ครองได้ดีไง แต่งงานครั้งเดียวก็ได้สินสอดถึง 2,000 หยวน! แล้วยังมีสามสิ่งล้ำค่า จักรยาน จักรเย็บผ้า นาฬิกา วิทยุ ไม่ขาดสักอย่าง แถมยังเป็๲ของใหม่เอี่ยมทั้งหมดด้วย!”

พูดจบเธอก็เดินจากไป

ปล่อยให้คนตระกูลหลิวยืนอยู่กับที่ด้วยสายตาที่สั่นระริก

โดยเฉพาะหลิวเซี่ยงเฉียน เงินนั้นเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของหลิวชงแล้ว เขาคงจะแย่งคืนไม่ได้อีกแล้ว ลูกชายโตแล้ว เขาทำอะไรไม่ได้… เงินที่มีอยู่ในบ้าน ถ้าคำนวณตามที่หลิวชงบอก ก็เหลือให้เขาไม่เท่าไหร่

แต่ถ้าหลิวชงมีสามสิ่งล้ำค่าอยู่แล้ว เงิน 500 หยวนนั้นก็จะเหลือใช้ใช่ไหม?

 

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้