“ทักษะกระบี่ไร้ขอบเขต ทลายเมฆาครามไร้ขอบเขต”
เมื่อร่างกายถูกปราณเหมันต์แสนน่ากลัวเยือกแข็ง สตรีเยือกแข็งก็พลันใจกระตุกวูบ นางอาศัยพลังฟื้นฟูอันแข็งแกร่งของเม็ดยาหวนิญญา ใช้ออกกระบวนท่าซึ่งแข็งแกร่งที่สุดของตนเองอีกครั้งโดยไม่สนใจว่าจะต้องแลกกับอะไร
ปราณกระบี่ไร้ขอบเขตตัดทำลายก้อนน้ำแข็งที่ผนึกร่างตนเองออกในชั่วพริบตา พกพาพลังทำลายล้างทั้งหมดฟันเข้าใส่ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งอย่างโเี้รุนแรง
“กี๊ซ!”
เมื่อััพลังอำนาจของทลายเมฆาครามไร้ขอบเขตได้ ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งก็รวมรวบพลังทั่วร่างมาใช้ป้องกัน
ใน่เวลาที่พลังมหาศาลทั้งสองสายเข้าปะทะกัน ก็พลันเกิดคลื่นสะท้อนกลับอันน่าหวาดกลัวขึ้น ทำลายสระน้ำเย็นจัดที่ถูกเยือกแข็งจนแตกสลายอย่างต่อเนื่อง
“พรวด!”
หลังจากฝืนใช้ทักษะทักษะกระบี่ไร้ขอบเขตออกไป ร่างกายของนางก็าเ็หนักมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะถูกคลื่นสะท้อนพลังอันรุนแรงเล่นงานซ้ำอีก นางจึงไม่อาจฝืนทนต่อไปได้ เส้นลมปราณทั่วร่างอยู่ในสภาพเสียหายอย่างหนัก เืสีแดงสดจำนวนมากไหลซึมออกมาจากร่างกาย ลมหายใจรวยระรินคล้ายคนใกล้สิ้นใจ
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้นางกลืนเม็ดยาหวนิญญาลงไป และฟื้นฟูรักษาอาการาเ็ในร่างกายอย่างต่อเนื่อง บางทีการโจมตีเมื่อครู่นี้อาจจะปลิดชีพนางไปแล้วก็ได้
“พละกำลังหนึ่งแสนสองหมื่นจิน ทำลาย!”
ใน่ที่สตรีเยือกแข็งาเ็หนัก เยี่ยเฉินเฟิงก็ะเิพละกำลังอันมหาศาลออกมา พังทลายผนึกน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจนแตกสลาย ตวัดมือโอบร่างของสตรีเยือกแข็งที่หายใจรวยระรินเข้าสู่อ้อมกอด กระโจนออกจากสระน้ำเหมันต์อันเย็นเฉียบ และรีบทะยานหนีออกไปด้านนอกด้วยความเร็วสูง
ขอเพียงเขาหลบหนีออกไปจากที่แห่งนี้ได้ ก็จะสามารถยืมพลังของอักขระที่ด้านนอกมาช่วยสลัดการตามล่าสังหารของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งได้แล้ว
“อ๊า เ้าพวกมนุษย์น่ารังเกียจ พวกเ้าหนีไม่พ้นหรอก”
ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งตามออกมาจากสระน้ำเย็นเยียบแบบติดๆ เห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงอุ้มสตรีเยือกแข็งพุ่งทะยานเข้าไปภายในโพรงถ้ำอันมืดมิด จึงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แปรสภาพเป็แสงสีขาวแล้วไล่ตามไปอย่างไม่ลดละ
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ผนึกเยือกแข็ง”
เมื่อเข้าไปในโพรงถ้ำได้แล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ควบคุมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับให้ปิดผนึกทางเข้าถ้ำด้วยน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่วงเวลาในการตามล่าของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็ง
ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป เยี่ยเฉินเฟิงที่อุ้มร่างของสตรีเยือกแข็งผู้าเ็สาหัสเอาไว้ก็สามารถเข้าไปภายในถ้ำได้อย่างปลอดภัยแม้ใจจะหวาดหวั่น และมาถึงยังเขตอาคมป้องกันเอกภพ
“ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงนั้นจะมีประตูทางออกจากเขตอาคมเอกภพอยู่ เ้าสามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้”
สตรีเยือกแข็งที่ฝืนตัวเองไม่ให้หมดสติกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบาไร้เรี่ยวแรง บ่งชี้ชัดเจนว่าเขตอาคมป้องกันอันสลับซับซ้อนแห่งนี้เป็ฝีมือของนางเอง
“อื้อ!”
เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้ารับคำ อุ้มร่างของนางพุ่งทะยานไปทางประตูทางออก
“กี๊ซ กี๊ซ เขตอาคม เขตอาคมอีกแล้วเรอะ”
ในยามนี้เอง ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งที่ไล่ตามมาพร้อมจิตสังหารคุกรุ่น พบว่าตนเองเผลอหลงเข้ามาติดกับอยู่ภายในเขตอาคมป้องกันแห่งหนึ่ง จึงบ้าคลั่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ในขณะเดียวกันนี้ เยี่ยเฉินเฟิงก็อุ้มร่างของสตรีเยือกแข็งมาจนถึงประตูทางออกเรียบร้อยแล้ว สตรีเยือกแข็งฝืนทนต่ออาการาเ็สาหัส ค่อยๆ แก้ไขปรับเปลี่ยนเขตอาคมเล็กน้อย ประตูทางออกก็เปิดขึ้น เยี่ยเฉินเฟิงรีบอุ้มนางพุ่งทะยานผ่านประตูออกไปยังด้านนอกเทือกเขาปิงหลิง
“ฟู่ ในที่สุดก็ออกมาได้สักที”
หลังจากกลับมาที่จุดสูงสุดด้านนอกเทือกเขาปิงหลิงได้แล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้ประสาทการรับรู้อันเฉียบคมสำรวจสภาพแวดล้อมรอบด้าน เมื่อไม่พบกลิ่นอายของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็ง จึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่ง อก
“อดทนหน่อยนะ ข้าจะพาท่านไปหาที่ปลอดภัยและรักษาอาการาเ็ให้!”
เยี่ยเฉินเฟิงััได้ว่าอาการาเ็ของสตรีเยือกแข็งเริ่มจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ เขาจึงอุ้มนางห้อตะบึงออกจากจุดสูงสุดของเทือกเขาปิงหลิงอย่างรวดเร็ว และเข้าไปหลบอยู่ในโพรงถ้ำที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง ตรงกลางเทือกเขาปิงหลิง
“ท่านยังไหวอยู่หรือไม่?” เยี่ยเฉินเฟิงรีบหยิบหนังสัตว์ดุร้ายออกมาจากกระเป๋าเอกภพ วางพาดไปบนพื้นอันเย็นเฉียบก่อนจะวางร่างของสตรีเยือกแข็งที่สติเลือนรางลงไปบนหนังสัตว์อีกที พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
ถึงเยี่ยเฉินเฟิงจะเคยคิดที่จะใช้ร่างแยกสมองกลืนเทวะ ควบคุมความคิดและสติสัมปชัญญะของสตรีเยือกแข็งก็จริง แต่ทว่านางกลับเป็ผู้มีพระคุณต่อเขา หากไม่มีนางอยู่ เขาคงถูกวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไม่ก็ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งฆ่าตายไปนานแล้ว จึงล้มเลิกความคิดดังกล่าวไป
“หนาว ข้าหนาวจังเลย”
สตรีเยือกแข็งที่เส้นลมปราณเสียหายทั่วร่างและมีอาการาเ็สาหัสไม่อาจต้านทานความหนาวเหน็บที่รุกรานเข้ามาได้ อีกทั้งชุดเปียกน้ำที่นางสวมใส่อยู่ก็แข็งจนเป็น้ำแข็งไปแล้ว ประกอบกับเกล็ดหิมะที่ทับถมอยู่บนร่างกายยิ่งทำให้หนาวเหน็บจนตัวสั่น
“ขออภัยที่ล่วงเกินนะ”
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เยี่ยเฉินเฟิงจึงไม่มีเวลาไปคิดเล็กคิดน้อยมากมายนัก เขาฉีกเสื้อผ้าที่กลายเป็น้ำแข็งบนร่างของนางออกทันที
เยี่ยเฉินเฟิงมีความยับยั้งชั่งใจไม่น้อย แต่พอได้เห็นภาพเบื้องหน้าเคล้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างของอีกฝ่าย ยังอดไม่ได้ที่จะปากคอแห้งผาก ใจเต้นถี่รัว รีบร้อนหยิบหนังสัตว์สองผืนหนาๆ ขึ้นมาห่อหุ้มร่างนางไว้อย่างแ่าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น
ประมาณครึ่งก้านธูปผ่านไป ร่างกายของสตรีเยือกแข็งก็เริ่มแผ่ไอร้อนออกมา เยี่ยเฉินเฟิงจึงได้เบาลงใจมาบ้าง ก่อนจะยื่นมือเข้าไปภายใต้หนังสัตว์ คว้าจับมือเล็กแสนนุ่มลื่นของนางเพื่อวัดชีพจรและตรวจสอบอาการาเ็
“าเ็หนักเลยนะเนี่ย”
เยี่ยเฉินเฟิงพบว่าเส้นลมปราณทั่วร่างของนางเสียหายอย่างหนัก ภายในร่างกายมีลิ่มเือุดตันอยู่เป็จำนวนมาก อยู่ในสภาพอันตรายอย่างถึงที่สุด หากไม่รีบทำการรักษานางอาจจะต้องกลายเป็คนไร้ค่าที่ไม่อาจฝึกปรือพลังได้
“เฮ้อ ท่านช่วยข้าไว้ ข้าก็จะช่วยท่านเป็การตอบแทนละกัน พวกเราจะได้ไม่ติดค้างกันและกันอีก” เยี่ยเฉินเฟิงลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือนาง เขาหยิบสมุนไพรต้นเล็กที่มีจิติญญาเต็มเปี่ยม สีเขียวเข้มทั้งลำต้น และมีเส้นใบแตกแขนงราวกับเส้นเืในร่างกายออกมา
สมุนไพรต้นเล็กสีเขียวเข้มนี้มีชื่อว่าสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณ เป็สิ่งที่เยี่ยเฉินเฟิงได้มาจากถุงเอกภพหลังจากสังหารกุ่ยเซียนคร่า์ เดิมทีเขาคิดจะเก็บเอาไว้ใช้ในยามจำเป็ ทว่าในตอนนี้เขาฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรจนถึงขั้นที่สี่หรือขั้นหลอมเส้นเอ็นแล้ว เ้าสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณนี้ก็แทบจะไร้ประโยชน์สำหรับเขา
เยี่ยเฉินเฟิงรีบก่อไฟขึ้นภายในโพรงถ้ำ แล้วต้มสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณจนได้น้ำยาสีเขียวเข้ม แล้วป้อนยาทั้งหมดใส่ปากของสตรีเยือกแข็งแบบไม่เหลือทิ้งสักหยดเดียว
“การซ่อมแซมเส้นลมปราณใหม่อาจจะเ็ปสักหน่อย หวังว่าท่านจะอดทนไหวนะ”
เมื่อร่างกายของสตรีเยือกแข็งเริ่มปรากฏเศษเสี้ยวพลังิญญาออกมา และคิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่น เยี่ยเฉินเฟิงก็รู้ได้ในทันทีว่าสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณเริ่มออกฤทธิ์แล้ว และกำลังช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมเส้นลมปราณทั่วร่างของนางอยู่
เพียงแต่ขั้นตอนการฟื้นฟูจะต้องพึ่งตัวของนางเอง เยี่ยเฉินเฟิงทำได้เพียงเฝ้าระวังอยู่ที่ปากทางเข้าของถ้ำ หยิบเนื้อของอินทรีหยกดำออกมาย่างไฟจนสุกแล้วกินบรรเทาความหิว
ประมาณเกือบสองชั่วโมงผ่านไป สตรีเยือกแข็งก็ได้สติขึ้นมาจากการหลับใหล
เมื่อนางพบว่าร่างกายของตนเองเปลือยเปล่าและถูกห่อหุ้มอยู่ภายในหนังสัตว์ ั์ตาก็ฉายแววเกรี้ยวกราดออกมาอย่างฉับพลัน จิตสังหารปรากฏขึ้นเต็มดวงตาอันลึกล้ำ
ทว่าเพียงไม่นานนัก จิตสังหารในแววตาก็ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เพราะนางััได้ว่าเส้นลมปราณที่เสียหายสาหัสของตนเองได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซม อาการาเ็ภายในร่างก็เริ่มทุเลาลงอย่างช้าๆ
“ท่านตื่นแล้วหรือ รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง?”
เยี่ยเฉินเฟิงที่เห็นว่าสตรีเยือกแข็งฟื้นขึ้นมาแล้ว จึงขยับเข้ามาใกล้และเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เ้าเป็คนถอดชุดของข้า?” สตรีเยือกแข็งจ้องมองเยี่ยเฉินเฟิงด้วยแววตาซับซ้อน เอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงต่ำ
นางซึ่งเป็ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องมาโดยตลอด ไม่เคยต้องพบเจอกับประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อขึ้นว่าในยามที่นางสลบไสล ร่างกายอันบริสุทธิ์และสูงส่งของตนเองกลับถูกเยี่ยเฉินเฟิงเห็นหมดทุกซอกทุกมุม นางจึงรู้สึกโกรธเคืองเป็อย่างมาก
“ตอนนั้นสถานการณ์มันฉุกละหุกจริงๆ หากข้าไม่ถอดชุดที่เป็น้ำแข็งของท่านออก ท่านอาจจะถูกแช่แข็งตายไปแล้วก็ได้” เยี่ยเฉินเฟิงจ้องตาสตรีเยือกแข็งกลับอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยง พลางอธิบายด้วยความสัตย์จริง “ถ้าข้ามีจิตคิดร้ายจริงๆ คงไม่ช่วยท่านเอาไว้หรอก ท่านก็น่าจะััได้นี่ว่าเส้นลมปราณที่ขาดสะบั้นกำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่”
“เ้าเอายาอะไรให้ข้ากินกันแน่?” สตรีเยือกแข็งมองสบตากระจ่างใสของเยี่ยเฉินเฟิง ความโกรธเคืองในใจลดน้อยลงไปพอสมควร จึงเอ่ยถามขึ้นเสียงแ่เบา
“สมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณน่ะ!”
“อะไรนะ สมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณ เ้ามีสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณด้วยรึ” สตรีเยือกแข็งเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง เพราะว่าสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณเป็สมุนไพรระดับสูงของโลกใบนี้ แม้แต่นางยังไม่มีไว้เลย
แล้วเยี่ยเฉินเฟิงยังยอมมอบสมุนไพรเชื่อมเส้นลมปราณที่ล้ำค่าขนาดนั้นให้กับตนเองอีก นี่ทำให้จิตใจของสตรีเยือกแข็งสับสนปนเปไปกันใหญ่
“เอาล่ะ ท่านอย่าคิดมากไปเลย รีบพักรักษาอาการาเ็ดีกว่า พอท่านพักฟื้นจนหายดีเมื่อไหร่ พวกเราจะได้ออกไปจากสถานที่บ้าๆ แบบนี้กัน” เมื่อเห็นแววตาที่อ่อนโยนลงของสตรีเยือกแข็ง เยี่ยเฉินเฟิงก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางกล่าวเร่งอีกฝ่ายเสียงแ่
“ขอบคุณนะ!”
สตรีเยือกแข็งกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เบามากจนคล้ายกันแมลงวันบิน ก่อนจะโคจรทักษะกลืนิญญาอย่างเชื่องช้า เริ่มต้นการรักษาร่างกายของตนเอง
