เวลาเดียวกันนั้น
“ฟู่วๆๆ!”
ัเพลิงพร่าเลือนที่มีลำตัวยาวสี่สิบเมตรตัวนั้นต่อสู้โรมรันกับเฟิงหลัวอยู่พักหนึ่งก็คล้ายได้รับการเรียกขานจากพลังบางอย่าง จึงมุ่งหน้าไปหาูเาลูกเตี้ยที่ะเิออกเป็ลูกแรกสุดอย่างกะทันหัน
ด้านในัเพลิงมีพลังงานที่มหัศจรรย์ซึ่งถูกรวบรวมมาจากปราณของัเพลิง
ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันกำลังถูกเกราะัเพลิงชักนำจึงสลัดเฟิงหลัวทิ้งไป ไม่คิดจะ่ชิงเวลาให้กับเนี่ยเทียนที่หนีไปอีก
ัเพลิงจากไป ทว่าใบหน้าของเฟิงหลัวกลับไร้ซึ่งความยินดี กลับยิ่งเปลี่ยนมาเป็ลึกล้ำ
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขายังโมโหพลุ่งพล่าน อยากจะเอาเืสดทั้งร่างของเนี่ยเทียนมาหลอมให้หมด
การที่เนี่ยเทียนลวนลามอวี๋ถง เขาที่เป็ผู้าุโจึงเดือดเป็ฟืนเป็ไฟ
ทว่าตอนนี้ เขาไม่คิดถึงเื่าแทางจิตใจที่เนี่ยเทียนสร้างให้กับอวี๋ถงอีกแล้ว เขาเอาแต่มองไปยังูเาในบริเวณใกล้เคียง มองไปยังพื้นดินที่ปริแตกไม่หยุดนั้น
อวี๋ถงเองก็สงบสติอารมณ์ลงมาได้จากความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้
“ท่านอาเฟิง เทือกเขาชื่อเหยียน... เหตุใดถึงเปลี่ยนมาเป็แบบนี้ได้?” นางกล่าวอย่างหวาดกลัว
การะเิพังทลายของเทือกเขา ร่องลึกมากมายที่เกิดขึ้นกะทันหันบนพื้นดิน ลาวาที่ไหลรินอยู่ตามร่องลึกเ่าั้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็การบอกให้รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าใในเทือกเขาชื่อเหยียน
เผชิญหน้ากับหายนะจาก์เช่นนี้ นางเกิดความรู้สึกหมดเรี่ยวแรงสุดจะหยั่ง รู้สึกว่าตัวเองอาจต้องตายอยู่ที่นี่
ภัยคุกคามของความตายช่างน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้ ทำให้นางมองข้ามการลวนลามของเนี่ยเทียนไปชั่วขณะ
“ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดก่อนหน้านี้อันซืออี๋ถึงได้พูดแบบนั้น พวกเขา... รู้ั้แ่แรกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้แต่แรกแล้วว่าเทือกเขาชื่อเหยียนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาลเช่นนี้!” เฟิงหลัวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง มองออกไปไกลยังตำแหน่งที่ตั้งของสำนักหอหลิงเป่า พูดด้วยสีหน้านิ่งสนิท “การเคลื่อนไหวของพวกเราที่หอหลิงเป่าครั้งนี้ อาจต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเพราะการเปลี่ยนแปลงของเทือกเขาชื่อเหยียน”
พื้นที่ที่พวกเขาอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งของหอหลิงเป่ามากแล้ว แต่เขากลับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงมหาศาลของตลอดทั้งเทือกเขาชื่อเหยียน และเกรงว่าเขตที่ตั้งของหอหลิงเป่าก็คงจะประสบภัยพิบัติหนักสุด
ที่นั่น มีผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตอยู่มากมาย ทว่าผู้ที่สามารถบินกลางอากาศได้อย่างแท้จริงมีเพียงสองคนที่อยู่ในขอบเขตลี้ลับเท่านั้น
คนอื่นๆ ล้วนยังไม่บรรลุถึงขอบเขตสูงที่มีพลังมากพอจะบินข้ามขอบฟ้าได้ นี่หมายความว่านอกจากสองคนนั้นแล้ว ผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตล้วนต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างในตอนนี้
และสถานการณ์ที่คนเ่าั้ต้องเผชิญอาจโเี้ทารุณยิ่งกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ
“พวกเราควรจะทำอย่างไรดี?” อวี๋ถงถาม
เฟิงหลัวไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ปลดปล่อยพลังจิตปริมาณมากไพศาลของขอบเขตต้น์ออกไปตามหาตำแหน่งของพวกอันซืออี๋และเนี่ยเทียน
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ลืมตา กล่าว “แม้แต่พวกเนี่ยเทียนก็คล้ายจะไม่มีวิธีรับมือเหมือนกัน พวกเขาพุ่งขึ้นไปบนยอดเขาแห่งหนึ่ง ทำอย่างนี้สามารถยืดเวลาตายออกไปได้ แต่อาจจะถูกกักตัวอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนอีกนาน หรือตอนหลังอาจจะต้องเจอวิกฤตอื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวิธีการของพวกเขาถือว่าชาญฉลาดอย่างมาก!”
“แล้วพวกเราเล่า?” อวี๋ถงเอ่ยถาม
“ทำเหมือนพวกเขา เลือกูเาหินที่จะไม่พังถล่มแล้วขึ้นไปบนยอดเขา สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างสงบ!” เฟิงหลัวกล่าวอย่างเด็ดขาด
“ตกลง!” อวี๋ถงตอบรับ
ทั้งสองคนเลียนแบบวิธีของเนี่ยเทียนและอันซืออี๋ได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขามองหาูเาหินใกล้เคียงที่ไม่มีท่าทีว่าจะพังถล่มแล้วพุ่งขึ้นไป้าด้วยความรวดเร็ว
ยอดเขาอีกแห่งหนึ่ง
พวกเนี่ยเทียนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง กว่าจะปีนขึ้นมาได้ไม่ใช่เื่ง่าย ทุกคนจึงนั่งแปะลงไปบนพื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย
หากในเวลาปกติ พวกเขาจะต้องหยิบเอาหินวิเศษออกมาฟื้นฟูพลังิญญาเป็อันดับแรก
ทว่าตอนนี้ พวกเขาล้วนหมดอารมณ์และไม่มีความสนใจจะฟื้นฟูพละกำลังใดๆ แต่ก้มมองไปยังูเาและแม่น้ำที่อยู่รอบด้านอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความใและกระวนกระวายใจ
พวกเขามองเห็นูเาหลายลูกที่อยู่ด้านข้างมีเสียงดังกัมปนาทส่งออกมาเรื่อยๆ มีูเาสองลูกที่ส่ายไหวอย่างรุนแรง ตัวูเาเกิดรอยปริแตกจำนวนมาก และใกล้จะพังถล่มลงมาทุกที
พื้นดินเบื้องล่าง เนื่องจากการสั่นะเืที่น่าหวาดกลัวจากใต้ดิน จึงเกิดรอยร้าวแน่นขนัดนับไม่ถ้วน
ในรอยแตกบางรอยมีลาวาไหลออกมาและค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบด้าน
แม่น้ำหลายสายล้วนถูกกลบทับไปด้วยลาวา กลายมาเป็แม่น้ำเปลวเพลิงที่ร้อนแผดเผา หากสิ่งมีชีวิตที่มีเืเนื้อใดหล่นร่วงลงไปข้างใน จุดจบก็จะเป็เหมือนเฟ่ยลี่นั่นคือไม่เหลือแม้แต่กระดูก
“โฮก!”
เสียงร้องคำรามที่น่าหวาดกลัวเสียงหนึ่งดังลอยมาจากูเาลูกเตี้ยที่พวกเขาจากมาก่อนหน้านี้
พวกเขาที่ยืนอยู่บนยอดเขามองไปอย่างตั้งใจ พบว่าูเาเตี้ยลูกนั้นแปรสภาพไปอย่างสมบูรณ์แบบ กลายมาเป็หินขนาดั์ที่กลิ้งไหลร่วงกราวลงมา แล้วกระจัดกระจายออกไปรอบด้าน
เงาร่างของสัตว์ขนาดมหึมาที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้พลันบินพรวดออกมาจากูเาลูกเตี้ยที่พังถล่มลูกนั้น วินาทีที่เงาของสัตว์ั์หลุดพ้นพันธนาการมันก็แหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า ระบายความคลั่งแค้นของมันออกมา
ูเาลูกเตี้ยมากมายในบริเวณที่สัตว์ร้ายอยู่เกิดสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งเพราะถูกโจมตีด้วยลาวาใต้พิภพ
สัตว์ร้ายนั้นคำรามอยู่ครู่หนึ่งก็แยกแยะทิศทางและบินถลาออกไป
เงาของสัตว์ร้ายดุจดั่งดาวตกที่มีเปลวไฟลุกโหมซึ่งถูกขว้างออกไป ทิศทางที่มันบุกไปก็คือตำแหน่งที่ตั้งของหอหลิงเป่า
อยู่ห่างกันไกลมากจนเนี่ยเทียนมองเห็นรูปร่างที่แท้จริงของมันได้ไม่ชัดเจน เห็นเพียงรำไรว่าสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นมีเรือนกายคล้ายกิ้งก่า มีสี่ขา ส่วนหัวเหมือนกิเลน แต่กลับมีหางเปลวเพลิงขนาดใหญ่ั์สามหาง
สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นเกรงว่าน่าจะยาวถึงร้อยเมตร ปลดปล่อยอานุภาพน่าหวาดกลัวที่ทำให้คนหายใจลำบากออกมา
“เป็สัตว์วิเศษที่อย่างน้อยอยู่ในระดับหก!” อันซืออี๋หน้าซีดขาว
สัตว์วิเศษระดับหกมีพลังเทียบเคียงกับผู้ฝึกลมปราณขอบเขตลี้ลับ และอูจี้อาจารย์ของเนี่ยเทียนก็มีตบะแค่ขอบเขตลี้ลับเท่านั้น
ขอบเขตลี้ลับถือว่าเป็ขอบเขตสูงสุดของผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งในอาณาจักรหลีเทียนแล้ว นอกจากสองคนของวังยมบาล สำนักใหญ่ที่เหลือก็มีขอบเขตลี้ลับเพียงแค่สำนักละคนเท่านั้น
ต่อให้สัตว์เพลิงพิภพอยู่แค่ในระดับหก ตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนก็เรียกได้ว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดแล้ว
นอกจากผู้ฝึกลมปราณอย่างอูจี้ ฝางฮุยแล้ว คนอื่นๆ หากเผชิญหน้ากับมันล้วนต้องถูกเปลวเพลิงร้อนระอุที่มันปล่อยออกมากลบทับร่างจนหลอมละลายกลายเป็น้ำสีเื
“อู้”
สัตว์เพลิงพิภพปรากฏอยู่ในเส้นสายตาของพวกเขาเพียงครู่เดียวก็ค่อยๆ บินห่างออกไปไกลราวกับดาวตกเปลวเพลิง พุ่งดิ่งเข้าหาจุดที่ตั้งของหอหลิงเป่า
“บางที การที่มันหลุดออกมาจากใต้ดินก็ใช่ว่าจะเป็เื่เลวร้ายเสียทีเดียว” พันเทาพูดขึ้นมากะทันหัน
ทุกคนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
พันเทาหัวเราะเจื่อนๆ หนึ่งครั้งแล้วพูดว่า “หากเป็เวลา่อื่น สัตว์เพลิงพิภพตัวนี้หลุดออกมาเรียกได้ว่าเป็ภัยพิบัติของหอหลิงเป่าอย่างแท้จริง ทว่าตอนนี้... หอหลิงเป่าถูกสำนักโลหิตและสำนักภูตผีร่วมมือกันบุกโจมตี จึงตกอยู่ในสภาวะใกล้ล่มสลายนานแล้ว”
“หลังจากที่มันพุ่งออกมาจากใต้ดิน ก็ใช่ว่าจะมองแค่คนของหอหลิงเป่าของพวกเราเป็ศัตรูอย่างเดียว มันจะต้องโจมตีผู้ฝึกลมปราณทุกคนนั่นแหละ!”
“สัตว์เพลิงพิภพเกรี้ยวกราดอย่างถึงที่สุด มันถูกกักขังอยู่ใต้ดินมานานหลายปี ย่อมต้องมองผู้ฝึกลมปราณทุกคนเป็ศัตรูแน่นอน สำนักภูตผีและสำนักโลหิตก็น่าจะเป็เป้าหมายที่มันจะกำจัดด้วย”
“มีเหตุผล” อันซืออี๋เปลี่ยนสีหน้า พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “การปรากฏตัวของมัน บางที... อาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเทือกเขาชื่อเหยียนได้ เ้าคนพวกนั้นของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตย่อมคิดไม่ถึงแน่นอนว่าจุดลึกใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนจะซุกซ่อนสัตว์วิเศษที่น่ากลัวแบบนี้เอาไว้”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน เนี่ยเทียนกลับไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้ใจไปัักับการดำรงอยู่ของเกราะัเพลิง
เขาพบว่าตอนที่สัตว์เพลิงพิภพโผล่ออกมาจากใต้ดินแล้วตรงดิ่งไปยังหอหลิงเป่า เกราะัเพลิงมหัศจรรย์ชิ้นนั้นไม่ได้ตามไปด้วย
เขาััได้ว่า เกราะัเพลิงยังคงอยู่ในจุดลึกใต้ดินของูเาลูกเตี้ยนั่น คล้ายว่ากำลัง... จมจ่อมอยู่ในบ่อลาวา อาศัยเปลวเพลิงที่ร้อนแผดเผาของลาวาเ่าั้ซ่อมแซมอะไรบางอย่าง
“ที่แท้เกราะัเพลิงก็มีส่วนที่ชำรุดด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนพลันเข้าใจขึ้นมาทันที
“ดูทางนั้นสิ!” เจียงหลิงจูร้องอุทานใ ชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง
หลังจากที่ทุกคนมองอย่างละเอียดจึงพบว่าบนยอดเขาที่ตั้งตระหง่านอีกแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลนัก มีเงาร่างของคนสองคนยืนอยู่
“นั่นเฟิงหลัวกับอวี๋ถง” อันซืออี๋หรี่ตา แยกแยะอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่งจึงพูดขึ้นมา “สองคนนั้นโชคดีไม่น้อยถึงยังมีชีวิตอยู่ หาสถานที่หลบภัยแบบพวกเรา”
“ยังดีๆ” พันเทาแอบรู้สึกว่าตัวเองโชคดี กล่าว “ยังดีที่พวกเขาตามมาไม่ทัน หากพวกเขาตามมาถึงที่นี่ แล้วก็มาที่ยอดเขาแห่งนี้เหมือนกัน แบบนั้นพวกเราก็คงไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว”
เขาพูดเช่นนี้ ทุกคนคิดตามอย่างละเอียดจึงแอบรู้สึกโชคดีเหมือนกัน
พวกเขารู้สึกว่าที่หนีพ้นเงื้อมมือของเฟิงหลัวและอวี๋ถงมาได้ ทั้งหมดเป็เพราะเฟิงหลัวออมมือให้ เพราะหมายจะใช้เนี่ยเทียนเป็หินลับมีดให้กับอวี๋ถง ช่วยให้อวี๋ถงได้กำจัดมารในใจ
หากไม่มีการกระทำที่เกินจำเป็นี้ของเฟิงหลัว ต่อให้เนี่ยเทียนมีฝีมือมากเพียงใด เกรงว่าก็คงไม่สามารถช่วยให้ทุกคนหลุดพ้นจากการสังหารโหดของเฟิงหลัวได้
ทุกคนพูดคุยกันถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เสียงดังจอแจ ทั้งรู้สึกโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ และทั้งรู้สึกสับสนกับอนาคตข้างหน้า
พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าพวกเขาที่รอดชีวิตและยังสามารถพูดคุยกันได้อย่างในตอนนี้นั้นถือว่าโชคดีมากเพียงใด
เพราะหอหลิงเป่าในเวลานี้เต็มไปด้วยซากศพกองระเนระนาด ผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผี สำนักโลหิต ผู้ฝึกลมปราณของหอหลิงเป่า และยังมีแขกที่มาร่วมงามพินิจของวิเศษเ่าั้ต่างก็ล้มตายกันไปอย่างน่ากลัว
และขณะที่พวกเขากำลังปะทะต่อสู้กันอย่างดุเดือดนั้น พื้นดินพลันเกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง ลาวาร้อนแผดเผาจึงไหลทะลักทลายออกมาจากูเาไฟสามลูกที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมหอหลิงเป่า
การพวยพุ่งของลาวา ทำให้หุบเขากลายมาเป็แดนชำระแห่งลาวาในบัดดล
ขณะที่ทุกคนร้องอุทานด้วยความหวาดกลัว หนีกระเจิดกระเจิงกันไปรอบด้าน สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นที่หลุดพ้นจากพันธนาการก็กลายร่างเป็ดาวตกเปลวเพลิง พุ่งพรวดเข้ามาถึงอย่างรวดเร็ว
-----
