ผู้คนต่างก็ตกตะลึง เมื่อครู่วิหคเพลิงยังลอยอยู่บนท้องฟ้า แล้วใช้ตราล้ำค่าโจมตีเข้ามา ทว่าตอนนี้มันกลับเหมือนกับไก่ที่ส่งเสียงร้องโอดโอย
ฝ่ามือขนาดใหญ่กดทับลงมาอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของวิหคเพลิงจะถูกกดลงไปกับพื้น
ด้านล่างตีนเขาิญญา ปรากฏรอบนิ้วมือทั้งห้า พื้นดินโดยรอบแตกร้าวเป็ทางยาวทำให้ผู้คนขนลุกซู่ นี่มันวิชามหาอำนาจอะไรกัน ทำไมถึงได้น่ากลัวมากขนาดนี้?
“ข้าว่าจะต้องเป็อาจารย์ของสำนักเป็แน่ รอยฝ่ามือกับอักขระสีทองเมื่อครู่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด”
“นั่นสิ วิหคเพลิงเป็สัตว์อสูรโบราณ มันที่อยู่ในขั้นสถิติญญาคงจะทระนงตน ทำให้อาจารย์เห็นมันแล้วรู้สึกขัดลูกหูลูกตา ก็เลยจัดการมันเสีย”
ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาต่างๆ นานา เพราะว่าฝ่ามือเมื่อครู่น่ากลัวมาก พวกเขารู้สึกว่ามันได้ปกคลุมท้องฟ้าใต้หล้านี้เอาไว้ ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็หนึ่งในวิชามายาสังหาร ูเาิญญาลูกนี้เป็ูเาิญญาระดับสูง ซึ่งไม่น่าจะมีคนมีวิชามหาอำนาจที่น่ากลัวเช่นนั้น
วิหคเพลิงถูกบดทับจนเกือบตาย ทั่วร่างอาบไปด้วยเื มันเอาแต่หลบซ่อนอยู่ข้างในไม่กล้าออกมา นี่มันช่างเป็เื่น่าขายหน้ายิ่งนัก
ที่ไกลออกไป บนยอดเขาสูงตระหง่านเปล่งแสงล้ำค่าสว่างระยิบระยับ ปกคลุมไปด้วยเมฆแสงเรืองรอง ทั้งยังมีพลังิญญาโบราณเก่าแก่ไหลเวียนไปมา ทุกๆ ที่ล้วนแต่มีร่องรอยกาลเวลาที่ผ่านไปยาวนาน ที่นี่ก็คือูเาิญญาโบราณ บนกำแพงหินมีอักขระเต๋าปรากฏขึ้น มันสามารถช่วยให้ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็สถานที่ฝึกฝนที่หาได้ยากมาก
บนยอดเขา มีเด็กสาวสวมชุดสีม่วงยืนอยู่ ทั่วร่างโอบล้อมด้วยแสงสีม่วงเรืองรอง ใบหน้าสวย ผิวเนียนละเอียด เอวเว้าโค้ง ในขณะที่ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องไปที่รอยประทับของฝ่ามือ ร่างของนางก็พลันสั่นไหว ฝ่ามือเรียวสวยกระชับแน่นขึ้น
“นั่นเหมือนกับฝ่ามือหยินหยางไม่มีผิด” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ฝีเท้าย่ำลงเขา เพียงก้าวออกไปแค่ก้าวเดียว ร่างเงาของนางก็หายไปจากตรงนั้น ด้วยความเร็วที่ไม่อาจจะพรรณนาได้ ราวกับว่าพื้นดินหดเล็กลงเหลือแค่หนึ่งนิ้วอย่างไรอย่างนั้น
“ดูเหมือนว่าเต้าหลิงจะอยู่ที่นี่” ดวงตากลมโตของจื่ออวี้ฉายแสงออกมาด้วยความปีติ หรือว่าเขาจะฝึกฝนฝ่ามือหยินหยางสำเร็จแล้ว? หัวใจของนางสั่นระรัว พยายามอดกลั้นความรู้สึกที่โลดแล่นอยู่ในจิตใจ ฝีเท้าเดินมาถึงตรงยอดเขา สายตามองไปที่ร่างเงาร่างหนึ่งที่เดินเข้าไปในวิหาร
คลื่นพลังที่คลุมเครือพัดลอยเข้ามา เต้าหลิงจึงหันหน้าไปทางต้นตอ ตอนนั้นเขาก็พบกับใบหน้าสวยของจื่ออวี้พลางถามอย่างอดไม่ได้ว่า “จื่ออวี้ เ้ามาได้ยังไง?”
หลินซือซือพลันหันไปมองเช่นเดียวกันด้วยสีหน้าประหลาดใจ นางรู้จักเด็กสาวคนนี้ ว่ากันว่านางมาจากคลังสมบัติซึ่งเป็ขุมพลังที่น่ากลัวมาก ในตอนที่นางมาที่สำนักก็พลันเกิดเหตุการณ์อึกทึก เพราะนางได้เข้าไปอยู่ทีู่เาิญญาโบราณ หลินซือซือคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มจะรู้จักกับนาง อีกทั้งจื่ออวี้ยังเป็คนที่มาที่นี่เองด้วย
“จะไม่เชิญข้าเข้าไปงั้นหรือ” จื่ออวี้อมยิ้ม ชุดสีม่วงของนางปลิวไสว ผมสีดำสนิท ผิวทั่วทั้งร่างของนางขาวเนียนละเอียดมาก จนทำให้โลกทั้งใบดูซีดลงไป
“ข้ากำลังจะไปหาเ้าอยู่พอดี คิดไม่ถึงว่าเ้าจะมาที่นี่เอง เ้าก็อยู่ที่สำนักซิงเฉินเหมือนกันอย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงยิ้มแล้วถามขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปข้างในพร้อมๆ กับนาง
“อื้ม โถงวิหารซิงเฉินใกล้จะเปิดแล้ว ข้าจึงอยากจะเข้าไปสักหน่อย” จื่ออวี้พยักหน้า ดวงตากลมโตกวาดไปรอบๆ จากนั้นสายตาของนางก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของิญญามิงค์ ภายในใจรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา นี่มันสัตว์อสูริญญาประเภทไหนกัน ทำไมพลังที่ส่งออกมาถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้?
“โถงวิหารซิงเฉินคืออะไรกันแน่?” เต้าหลิงไม่เข้าใจเท่าไรนัก
“โถงวิหารซิงเฉินเป็สถานที่โบราณที่อยู่มาั้แ่สมัยก่อน ว่ากันว่ามรดกสืบทอดของสำนักซิงเฉินได้มาจากโถงวิหารซิงเฉิน มีคนบอกอีกด้วยว่าโถงวิหารซิงเฉินนั้นเป็แหล่งขุมพลังอำนาจที่น่ากลัวในสมัยโบราณ ซึ่งสิ่งที่กล่าวออกมานั้นเป็แค่คำล่ำลือ ทั้งภายในนั้นยังเป็โลกเล็กอีกใบหนึ่งที่มีของล้ำค่าจำนวนมาก ใน
ทุกๆ ครั้งที่เปิดโถงวิหารจะมีคนจำนวนมากมาที่นี่”
จื่ออวี้หาที่นั่งลงก่อนจะยิ้มออกมา “ทั้งว่ากันว่าข้างในนั้นมีวิชาโคจรดาราที่เป็หนึ่งในเจ็ดสิบสองยอดวิชามหาอำนาจอยู่ มูลค่าของมันไม่อาจจะประเมินค่าได้”
เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางถามขึ้น “ในเมื่อมีของล้ำค่ามากมายขนาดนั้น ั้แ่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ คงจะเปิดมาแล้วหลายครั้ง ข้างในยังมีของล้ำค่าอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?”
จื่ออวี้ยิ้มพลางใช้มือสางผมแล้วกล่าวออกมา “ก็ไม่เสมอไป ภายในโถงวิหารซิงเฉินลึกลับมาก อีกทั้งภายในยังอุดมไปด้วยพลังที่เปี่ยมล้น เป็ไปได้ว่าจะมีสุดยอดของล้ำค่าอยู่ ทุกๆ ครั้งที่เปิด สมุนไพริญญาจำนวนมากก็มักจะโตเต็มที่หมดแล้ว อีกทั้งมีเขตพื้นที่ลึกลับอีกหลายแห่งที่ยังไม่ถูกสำรวจ ดังนั้น คุ้มค่าที่จะเข้าไป”
“อย่างนี้นี่เอง ถึงตอนนั้นข้าก็จะลองเข้าไปดู” เต้าหลิงพยักหน้า พลางเกาหัวแล้วกล่าวออกมา “ฝ่ามือหยินหยางทีเ้าให้ข้ามา ข้ารู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของจื่ออวี้ก็ฉายสีแห่งความดีใจออกมา นางกล่าวออกมาอย่างรีบร้อน “นี่เ้าฝึกฝนฝ่ามือหยินหยางสำเร็จแล้วจริงๆ อย่างนั้นหรือ?”
“อื้ม ตอนนี้เ้าจะบอกที่มาของวิชามหาอำนาจนี้แก่ข้าได้หรือยัง?” เต้าหลิงกล่าวด้วยใบหน้าที่จะยิ้มก็ไม่เชิง
“ฟังจากน้ำเสียงของเ้า นี่เ้ากำลังตำหนิข้าอยู่อย่างนั้นหรือ?” จื่ออวี้กลอกตา ทว่าสีหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความปีติอยู่
“ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าแค่รู้สึกว่าวิชามหาอำนาจนี้น่ากลัวมาก” สีหน้าของเต้าหลิงพลันหนักอึ้งขึ้น เขาที่ยังไม่ได้เรียนรู้วิชานี้โดยสมบูรณ์ ทว่าพลานุภาพของมันกลับน่ากลัวขนาดนี้ หากสมบูรณ์จะเป็อย่างไรนั้น ยากที่จะจินตนาการจริงๆ
“มันก็คือสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า” จื่ออวี้กล่าวด้วยแววตาร้อนแรง
“เป็ไปได้ยังไง?” เต้าหลิงกำหมัดแน่นพลางกล่าวเสียงหลงออกมาด้วยความใ สิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ มันเป็แค่ตำนานเท่านั้น พลานุภาพของมันไม่ใช่สิ่งที่วิชามหาอำนาจเจ็ดสิบสองวิชาจะสามารถเทียบได้
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิชาฝ่ามือหยินหยางที่ตนฝึกฝนอยู่ จะเป็สิบสุดยอดวิชามหาอำนาจแข็งแกร่งที่สุดในตำนาน ถึงจะเป็ยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งในใต้หล้าก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับหลายวันหลายคืน
“ข้าไม่ได้โกหกเ้า มันก็คือสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจ” จื่ออวี้เดินเข้ามาพลางกล่าวด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น “ถึงแม้ว่าวิชามหาอำนาจนี้จะเป็เพียงแค่ส่วนหัว แต่ว่ามันสามารถเปิดสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจของจริงขึ้นมาได้ ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเ้าจะฝึกฝนมันได้สำเร็จ”
ชุดสีม่วงของนางปลิวไสว รูปร่างของนางอรชรอ้อนแอ้น นางที่มักจะมีใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเจอกับเื่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้นางใจนแทบจะเสียการควบคุม
“หมายความว่าไง?” เต้าหลิงสงสัย สิบสุดยอดวิชามหาอำนาจของจริงอย่างนั้นหรือ?
“วิชาส่วนหัวที่เ้ากำลังฝึกอยู่นี้ แท้จริงแล้วมีพลังมหาศาลแอบซ่อนอยู่” จื่ออวี้สงบจิตใจพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมา “ในอดีตกาลมียอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงโด่งดังในใต้หล้าอยู่คนหนึ่ง เขามีวิชาฝ่ามือหยินหยางที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังทิ้งเอาไว้เป็มรดกสืบทอด”
ตามตำนานเล่ากันว่า บรรพบุรุษหยินหยางได้ละสังขารไป แล้วทิ้งของสืบทอดที่ทำให้ทั้งโลกต้องสั่นะเืเอาไว้ ขุมพลังอำนาจจำนวนมากล้วนอยากจะสุดยอดวิชามหาอำนาจนี้ ทว่าน่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถเปิดพื้นที่ลับ์นั้นออกมาได้ ทว่าก็มีคนที่คาดการณ์เอาไว้ หากสามารถฝึกวิชามหาอำนาจส่วนหัวนี้ได้ ก็จะสามารถใช้มันเป็กุญแจในการเปิดพื้นลับที่บรรพบุรุษหยินหยางทิ้งเอาไว้
ไม่ว่าเื่นี้จะเป็เื่จริงหรือไม่ ทว่าเหล่าตระกูลต่างๆ ก็ได้ฝึกฝนวิชาฝ่ามือหยินหยางนี้อย่างสุดกำลัง แต่กลับไม่มีใครสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ ซึ่งจื่ออวี้คิดไม่ถึงเลยว่าตนที่ให้วิชาฝ่ามือหยินหยางกับเขา เขาจะสามารถฝึกฝนมันจนสำเร็จได้จริงๆ
“แบบนี้นี่เอง” สีหน้าของเต้าหลิงตกตะลึงมาก ตนได้ฝึกฝนมันจนสำเร็จ ทว่าวิชานี้อันตรายมากเกินไป หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป จุดจบของเขาจะต้องไม่สวยแน่
“เต้าหลิง เ้าไม่ต้องเป็กังวล ข้าจะช่วยเ้าเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ ในตอนนี้มีแค่พวกเราสองคนเท่านั้นที่รู้” จื่ออวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นนางก็กล่าวตำหนิออกมา “ทว่าเมื่อครู่เ้าบ้าบิ่นมากเกินไป เ้าไม่ควรใช้ฝ่ามือหยินหยางออกมาเช่นนั้น ถ้ามีคนเห็นเข้า เกิดเื่ยุ่งขึ้นกับเ้าแน่ ถึงจะเป็ข้าเองก็ไม่สามารถจะปกป้องเ้าได้”
“ก็ข้าไม่รู้ เ้าเองก็ไม่ได้บอกข้า” เต้าหลิงกลอกตา ภายในใจรู้สึกบีบรัดขึ้น “เช่นนั้น จะทำอย่างไรดี?”
จื่ออวี้เดินไปรอบๆ ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งแล้วกล่าวออกมา “เก็บเื่นี้เอาไว้เป็ความลับก่อน ตอนนี้พลังของเ้ายังอ่อนแอเกินไป หากเื่เกิดรั่วไหลจะเป็ปัญหาใหญ่ ข้าว่าเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”
กล่าวจบ นางก็ยิ้มออกมา “เ้ามาเข้าร่วมกับคลังสมบัติ พลังอำนาจของพวกเราคลังสมบัตินั้น เ้าเองก็น่าจะเคยได้ยินมาแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับเ้า”
เต้าหลิงเห็นด้วยกับคำพูดของนาง คลังสมบัติเป็เศรษฐีใหญ่ของดินแดนลึกลับ ทั้งยังมีอำนาจในการซื้อขายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ของล้ำค่าจำนวนมากต่างถูกปล่อยออกมาจากพวกเขา ถ้าสานสัมพันธ์กับคลังสมบัติเอาไว้ได้ การซื้อขายก็จะกลายเป็เื่ง่าย
เมื่อเห็นว่าเขาดูตื่นเต้น จื่ออวี้ก็กล่าวออกมาด้วยความลำบากใจว่า “พลังของเ้าในตอนนี้ต่ำ อย่างมากข้าทำได้แค่แต่งตั้งตำแหน่งให้เ้าได้เท่านั้น ซึ่งเทียบได้กับตำแหน่งของผู้าุโ”
“เช่นนั้นข้าต้องทำอะไรบ้าง?” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเื่ตำแหน่งอะไรมากนัก
“ไม่ต้อง ในสถานการณ์ปกติแล้วเ้าจะไม่ต้องทำอะไร ปกติแล้วมักจะมอบให้ชายหนุ่มอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็เป็แค่ตำแหน่ง” จื่ออวี้ส่ายหน้า มันก็เป็แค่วิธีที่ใช้มัดใจคนเท่านั้น
“อย่างนั้นก็ดี” เต้าหลิงพยักหน้า ตอนนี้เขากำลัง้าสมุนไพริญญาอยู่ ตำแหน่งนี้มาได้เวลาประจวบเหมาะพอดี
“เหรียญตราสีเงินนี่ข้าให้เ้า” จื่ออวี้มอบเหรียญตราอันหนึ่งให้กับเขา พลางกล่าวออกมา “ห้ามบอกกับคนอื่นเด็ดขาด เ้าจะต้องเชื่อข้านะ”
“อื้ม” เต้าหลิงพยักหน้า
“แค่นี้ก็แล้วกัน เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน” จื่ออวี้ลุกยืนขึ้นพลางกล่าวลา
เต้าหลิงมองนางเดินจากไป ภายในใจก็พลันร้อนรุ่มขึ้น ของสิ่งนี้อันตรายมากเกินไปแล้ว หากเื่นี้รั่วไหลเดาว่าจะต้องถูกคนเอาไปใช้เป็เครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์แน่
เขาถอนหายใจออกมา ไหนๆ เื่ก็มาถึงขนาดนี้แล้วมีเพียงแค่ต้องเดินต่อไปเท่านั้น จะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด ขนาดจื่ออวี้ที่อายุพอๆ กับเขายังมีพลังน่ากลัวมากถึงขนาดนั้น
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก พลางนั่งขัดสมาธิลงเพื่อจะดูว่าอะไรที่อยู่ภายในท้องของเขา
จิต์ไหลออกมาเหมือนกับดวงตาที่สาม มันปรากฏขึ้นภายในร่าง ในขณะที่เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในท้องนั้น เต้าหลิงก็พลันใจนสะดุ้งเฮือก
