บทที่ 141 แผนการลับถูกเปิดเผย
เมื่อเห็นการกระทำของบุรุษตรงหน้าในเวลานี้ รวมกับคำพูดที่เขาปรักปรำตัวเองในเวลานี้ ก็เข้าใจแผนของบุรุษผู้นี้ทันที เมื่อได้ฟังก็ยิ่งดูถูกเขามากขึ้น ไม่นานจึงกล่าวเยาะเย้ย และพูดด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด “เ้าไสหัวไปไกลๆ หน่อยก็จะดี ในสายตาของผู้อื่นเ้ายังถือว่าเป็คน แต่ในสายตาข้าแม้จะเทียบมดยังไม่ได้เลย จะเป็การดีที่สุดหากจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าข้า!”
ทันทีที่ลู่อวี่พูดจบ องครักษ์ทั้งสองที่แย่งกันออกหน้า คิดจะเข้าไปขวางจ้าวจือเจี๋ย และฉินเจาหยาง อยู่ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นจนเกิดเสียงดัง “ปัง” ตัวเด้งกลับมา ด้วยแรงปะทะที่แรงไม่น้อย จนเกือบจะสะดุดล้มลงกับพื้น
พวกเขาทั้งสองต่างก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที พร้อมทั้งเรียกอาวุธเวทมารวมกัน แต่ก่อนที่จะทันได้ลงมือ ฉินเหยียนเจินก็บินขึ้นไปแล้ว โดยที่ไม่รอให้ทั้งสองได้ทันตอบสนอง พลังฝ่ามือที่มองไม่เห็นสองฝ่ามือก็ถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า คนสองคนนี้คิดไม่ถึงมาก่อนว่าฉินเหยียนเจินจะลงมือจริงๆ ก่อนที่พวกเขาจะทันตอบกลับไป พลังฝ่ามือของฉินเหยียนเจินก็กระหน่ำลงมาจนพวกเขากระเด็นออกไปจากประตูเสียแล้ว
ฉินเหยียนเจินเป็หลานสาวของเ้าสำนักเป่ยเฉิน และเป็ศิษย์อัจฉริยะเพียงคนเดียวของสำนักเป่ยเฉินด้วย ตอนนี้นางที่อยู่ในวัยยี่สิบกว่าก็ฝึกฝนมาจนมีพลังยุทธ์่ปลายขั้นฟันฝ่าแล้ว แม้แต่ในหมู่สำนักหลักและตระกูลใหญ่ก็ตาม ถือว่าเป็บุคคลอัจฉริยะเลยก็ว่าได้ เพียงองครักษ์ตระกูลซ่งทั้งสองที่มีพลังยุทธ์่เริ่มต้นของขั้นฟันฝ่าจะเป็คู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไร
เวลานี้ไม่รอให้คุณชายซ่งได้ทันเอ่ยปากพูด ฉินเหยียนเจินก็ะโเสียงดังใส่ไปทันที “คุณชายซ่งนี่หมายความว่าอะไร? เหตุใดถึงได้กล้าลงมือที่นี่ ท่านยังเห็นสำนักเป่ยเฉินของเราอยู่ในสายตาหรือไม่?”
เมื่อฉินเหยียนเจินเห็นว่ายาชิง์น้อยที่ตัวเองขอมาให้ท่านปู่ ถูกเขาเข้ามาขัดขวางโดยไม่สนใจ หากลู่อวี่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าจริงๆ อย่างที่เขาว่าก็ไม่ว่ากัน ทว่ายาชิง์น้อยจะมอบให้ใครตามใจชอบได้เช่นนั้นหรือ? เขาเข้ามาขัดขวางอย่างไม่มีสาเหตุเช่นนี้ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
ในเวลานี้คุณชายซ่งก็รู้แล้วว่าเขาทำตัวไม่เหมาะสมนัก และกลัวว่าฉินเหยียนเจินจะความเกิดสงสัย จึงรีบพูดแก้ตัวว่า “น้องเจิน เ้าก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนี้ ข้าก็เป็ห่วงความปลอดภัยของปู่ฉินเหมือนกัน ย่อมร้อนใจเป็ธรรมดา เ้าหนุ่มผู้นี้คิดว่าน้องเจินคงจะรู้จัก แต่ข้าต้องขอบอกไว้ก่อนว่า ยาชิง์น้อยนั้นเป็ยาอายุวัฒนะที่ล้ำค่านัก ต่อให้ตระกูลซ่งของข้าพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วก็ไม่สามารถแลกมาให้ได้ แล้วเ้าหมอนี้อยู่ๆ จะนำยาชิง์น้อยมาให้เ้าเม็ดหนึ่งได้อย่างไร? พี่คิดว่าควรระมัดระวังให้มากกว่านี้หน่อยก็ดี!”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ ก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “นอกจากนี้ ปู่ของข้าและปู่ของเ้าก็เป็สหายสนิทกัน จะทนดูเขาตายจากไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร ตระกูลซ่งของเราก็กำลังพยายามหาทางที่จะได้ยาชิง์น้อยผ่านเส้นสายมาอยู่เม็ดหนึ่ง แล้วจะไปติดหนี้บุญคุณของเขาด้วยเหตุใดอีก”
ในเวลานี้เพราะเกิดความปั่นป่วนอย่างมากจากการกระทำเมื่อสักครู่นี้ มันย่อมดึงดูดความสนใจของลูกศิษย์ของสำนักเป่ยเฉินมาจำนวนไม่น้อย แต่เพราะระดับพลังยุทธ์ที่ไม่สูงนัก ในสำนักเป่ยเฉินนอกเหนือเ้าสำนักที่เป็ยอดฝีมือ่ปลายขั้นตงซวนแล้ว ก็มีเพียงฉินเหยียนเจินลูกศิษย์ผู้นี้ที่มีพลังยุทธ์สูงที่สุดใน่ปลายขั้นฟันฝ่าเท่านั้น ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งบุคคลที่มีความสามารถเป็ผู้เฒ่าที่บังคับใช้กฎด้วยซ้ำ ผู้ที่มีความสามารถจึงน้อยมาจนถึงตอนนี้ นี่จึงเป็สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตระกูลซ่งกล้ามีความคิดที่จะผนวกสำนักเช่นนี้
“คุณชายของตระกูลซ่งผู้นี้ช่างพูดจาสวยหรู แต่จะทำได้จริงหรือไม่นั้นก็ยังไม่แน่ อย่ารอจนกว่าอายุขัยของเ้าสำนักหมด แล้วพวกเขาค่อยนำยาอายุวัฒนะออกมาให้เลย เช่นนั้นมันจะมีประโยชน์อะไรแล้ว” มีคนพูดขึ้นมาด้วยความดูแคลน
“ไม่เห็นหรือว่าเขาเอาแต่พยายามหยุดศิษย์พี่หญิงใหญ่ เขาเพียงอยากรอจนกว่าเ้าสำนักตายและได้แต่งงานกับศิษย์พี่หญิงใหญ่ จากนั้นทุกอย่างก็จะตกเป็ของตระกูลซ่ง เพราะนายน้อยอายุเพิ่งจะเท่าไรเอง จะมีพลังยุทธ์เพียงไหนกัน สุดท้ายก็ต้องเป็ตระกูลซ่งที่ดูจัดการให้ ดีไม่ดี หากในอนาคตนายน้อยของสำนักไม่รู้ผิดชอบชั่วดี กลัวว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเขาอย่างคาดคิดไม่ถึงก็ได้!”
“ข้าว่าแล้วอย่างไรเล่าว่าตระกูลซ่งไม่ใช่คนดีอะไร ตอนนี้มีผู้นำยาชิง์น้อยมามอบให้ พวกเขาต่างพากันขัดขวางไม่ให้เ้าสำนักได้กิน เื่ราวมันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ!”
คำพูดวิพากษ์วิจารณ์ของลูกศิษย์จำนวนมากในสำนักเป่ยเฉินที่อยู่นอกห้องโถงดังขึ้น พวกเขาไม่ได้พูดกระซิบกระซาบกัน ด้วยระดับพลังยุทธ์ที่ทุกคนในห้องนี้ มีหรือจะไม่ได้ยิน ฉินเหยียนเจินนั้นยิ่งได้ยินชัด และแววตาที่เดิมทีเพียงฉายแววสงสัยก็ยิ่งใคร่รู้หนักขึ้น
ใบหน้าของคุณชายซ่งเวลานี้ยิ่งดูบึ้งตึงไปใหญ่ เมื่อนึกย้อนถึงวันนี้ที่ตั้งใจมาเยี่ยมฉินเหยียนเจินเพื่อจะกระชับความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็เช่นนี้ แล้วกลับไปเขาจะไปอธิบายกับทางตระกูลว่าอย่างไร? ตัวการที่ก่อกรรมทำชั่วในนี้ก็คือคุณชายอวี่ เ้าหมอนี้นั่นแหละ!
แต่เมื่อคิดถึงเื่นี้ คุณชายซ่งก็ทำเป็เพิกเฉยต่อสายตาของฉินเหยียนเจิน เพราะไม่ว่าอย่างไรคนพวกนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไร เพียงอำนาจของตระกูลซ่งที่มี สำนักเป่ยเฉินไม่กล้าทำอะไรเขาอยู่แล้ว!
สายตาเ็าที่จ้องมองมาที่คุณชายอวี่ผู้นั้น แต่เขาก็ยังนั่งอยู่ที่นั่นโดยไม่พูดจาอะไรสักคำได้อยู่อีกเวลานี้ แล้วจะไม่ให้คุณชายซ่งโมโหได้อย่างไร ยิ้มเยาะเย้ยก่อนจะพูดว่า “หรือว่าข้าพูดผิด? คนแบบใดที่สามารถจะนำยาชิง์น้อยเม็ดหนึ่งให้แบบไม่เดือดร้อนอะไรเลย? ต่อให้เป็ตระกูลลู่เ้าของที่หลอมยาชิง์น้อยออกมาก็ไม่มีทางที่จะทำเช่นนี้ได้? หรือว่าพวกเ้าไม่รู้มูลค่าของยาชิง์น้อยเม็ดหนึ่ง? เ้าหมอนี้ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า หากไม่ใช่คนโกหกก็ต้องมีแผนการอะไรหรือเจตนาที่ไม่ดี หากข้าตรวจสอบดูสักหน่อยมันผิดอะไร? ตรวจสอบดูมันก็ไม่มีอะไรเสียหาย หรือทำให้เสียเวลาเท่าไรหรอก! ดีกว่าให้ปู่ฉินถูกชายหนุ่มที่ไร้คุณธรรมผู้หนึ่งฆ่าตาย!”
เมื่อฉินเหยียนเจินได้ฟังคำของคุณชายซ่งแล้วสายตาก็ฉายแววไม่พอใจอย่างยิ่ง แม้กระทั่งเฉียวเฟยและเจิ้งชวนที่รู้ตัวตนของลู่อวี่ก็ยังอดที่จะมองเขาแปลกๆ ไม่ได้ นี่นายน้อยตระกูลลู่ที่เป็หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ในเทียนตูเลยนะ จะมาสนใจกิจการเล็กๆ เช่นนี้ของสำนักเป่ยเฉินเช่นนั้นหรือ? ช่างน่าตลกสิ้นดี ดังนั้นทั้งสองจึงดูนิ่งเฉยมากกับคำพูดของคุณชายซ่ง แต่คุณชายซ่งกลับมีสายตาที่ไม่สะทกสะท้าน ยอมที่จะเอาเปรียบผู้อื่นแต่ไม่ยอมให้ตระกูลซ่งของเขาเสียเปรียบแน่นอน
คุณชายซ่งผู้นี้ นับั้แ่ลู่อวี่เข้ามา ก็มองลู่อวี่อย่างไม่สบอารมณ์ ในเวลานี้ยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีกว่า “คุณชายอวี่” ผู้นี้มีเป้าหมายแบบเดียวกับเขา ทำให้ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว และแค้นเคืองใจมากขึ้น ยิ่งพูดยิ่งไม่มีกังวลอะไรอีก
เดิมทีลู่อวี่คิดที่จะสนใจคุณชายซ่งผู้นี้ แต่เ้าหมอนี่พูดจายั่วยุด้วยวาจาวกไปวนมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ลู่อวี่ที่อารมณ์ดีมาตลอดการเดินทางเริ่มอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น
คุณชายซ่งผู้นี้ทำดีหวังผลกับฉินเหยียน ทำให้ลู่อวี่ที่เดาทางออกรู้สึกค่อนข้างที่จะอึดอัด ต่อมาเมื่อได้ยินคำพูดของผู้คนที่อยู่ด้านนอก ก็สามารถยืนยันจุดประสงค์ของคุณชายซ่งผู้นี้ได้เลยว่าไม่ใช่เพียงคิดจะผูกสัมพันธ์ฉินเหยียนเจินเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายมุ่งตรงมาที่สำนักเป่ยเฉินทั้งสำนักเลยก็เป็ได้ นี่อาจเป็แผนการของปู่ที่เป็ประมุขตระกูลผู้นั้นของเขา
หากไม่มียาอายุวัฒนะของเขา แผนการของตระกูลซ่งก็น่าจะประสบความสำเร็จ การที่คุณชายซ่งผู้นี้เคียดแค้นและไม่พอใจเขา ก็ใช่ว่าจะไม่มีสาเหตุ
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สถานะอย่างลู่อวี่จะเห็นบุคคลเล็กๆ เช่นนี้จะอยู่ในสายตาได้อย่างไร เขาไม่สนใจและจึงหันไปถามฉินเหยียนเจินด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า “คุณหนูฉิน เ้าหมอนี้เป็ใครมาจากไหน เหตุใดถึงทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางไม่ให้เ้านำยาอายุวัฒนะไปให้เ้าสำนักกิน คิดว่ายาอายุวัฒนะเม็ดนี้ของข้าคงจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการของใครบางคนเข้า!”
แม้ว่าฉินเหยียนเจินในเวลานี้จะไม่สามารถยืนยันเป้าหมายทั้งหมดของคุณชายซ่งได้ แต่รู้ว่าตระกูลซ่งย่อมต้องมีแผนการอะไรแน่ ดังนั้นจึงไม่ได้กังวลอะไรนัก ก่อนจะกล่าวว่า “ เ้าหมอนี่คือคุณชายซ่งซ่งอวี่ของตระกูลซ่งจากแดนตะวันตก เ้าสำนักและประมุขตระกูลซ่งเป็สหายกันมานานหลายปี แต่เพราะอายุขัยกำลังจะสิ้นสุดลง จึงคิดที่จะเกี่ยวดองกันด้วยการแต่งงานกับตระกูลซ่ง โดยหวังว่าตระกูลซ่งจะ ดูแลสำนักเป่ยเฉินในอนาคต คิดไม่ถึงว่าเ้าสำนักยังมีชีวิตอยู่ แต่ตระกูลซ่งกลับสมรู้ร่วมคิดกันวางแผนร้าย ทำให้คุณชายอวี่ได้เห็นเื่ตลกแล้ว!”
หลังจากที่ซ่งอวี่ได้ยินที่ฉินเหยียนเจินพูด ก็เสียกำลังใจทันที เขารู้ดีว่าแผนการของตระกูลเขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าปู่ของเขาจะลงโทษตัวเองอย่างไรหลังกลับไป แต่จะให้คนตรงหน้าพวกนี้สมดั่งใจปรารถนาไม่ได้
ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร ลู่อวี่ก็พูดกับเขาว่า “เดิมทีข้ากับเ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เ้ากลับพูดจายั่วยุและท้าทายข้าด้วยคำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าข้าจะเป็คนซื่อสัตย์จริงใจ แต่ก็ไม่ยอมทนต่อคำใส่ร้ายได้ ยาอายุวัฒนะจะเป็ของจริงหรือของปลอมมันก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับนักพรตที่จะแยกแยะออกได้ เพียงส่งถึงมือเ้าสำนักฉิน หรือว่าเ้าสำนักฉินที่มีพลังยุทธ์และความรอบรู้ขั้นตงซวน จะไม่สามารถแยกแยะของจริงหรือของปลอมออกได้ จำเป็ต้องให้ผู้าุโน้อยเช่นเ้าผู้นี้มาแยกแยะให้เช่นนั้นหรือ? แล้วเ้าถือสิทธิ์อะไร? ไม่ว่าอย่างไร หากทำให้ข้าขุ่นเคืองใจ ย่อมไม่มีทางที่หลีกเลี่ยงโทษทัณฑ์ได้!”
ทันทีที่พูดจบ ทันใดนั้นก็มีลมพัดกรรโชกเข้ามาในห้องโถงทันที คุณชายซ่งนั้นเดิมทีคิดไม่ถึงว่าลู่อวี่จะกล้าลงมือกับเข้าในนี้จริงๆ แต่หลังจากรู้ตัว สายลมที่พัดเข้ามานั้นหายไปอย่างรวดเร็วกลับไม่รู้สึกเย็นสบายใดๆ รู้สึกเพียงพลังอันแข็งแกร่งที่ถาโถมเข้ามา ฉับพลันร่างกายที่เ็ปไปทั้งตัว แม้แต่องครักษ์สองคนนั้นที่ตามหลังเขามาก็ถูกกระแทกจนตัวลอยออกไป และกลิ้งไปบนพื้นหลายตลบอย่างแรงถึงจะหยุดได้ ผลลัพธ์นั้นรุนแรงยิ่งกว่าฝ่ามือของฉินเหยียนเจินเมื่อครู่นี้นัก
ซ่งอวี่ทั้งโกรธทั้งโมโห แต่ทำได้เพียงยืนขึ้นอย่างจนตรอก ทั้งตัวเต็มไปด้วยดินโคลนและฝุ่น อีกทั้งยังมีคราบเืไหลอยู่ตรงมุมปาก มองลู่อวี่ด้วยใบหน้าที่จะกินเืกินเนื้อ พร้ะโกนอย่างบ้าคลั่งออกมาว่า “เ้าแซ่อวี่ แน่จริงก็อย่าหนี!” พูดจบก็พาลูกน้องทั้งสี่คนจากไปอย่างจนตรอก เพราะเขาไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อแล้วจริงๆ ต่อให้เขาจะเป็ว่าที่นายน้อยของตระกูลซ่ง พลังยุทธ์ที่ฝึกฝนมาก็ไม่เลว แต่หากเทียบกับลู่อวี่และฉินเหยียนเจินสองผู้นี้ ฝีมือยังห่างชั้นอยู่นัก เมื่อถูกสองคนนี้ฟาดมาคนละฝ่ามือจนตัวปลิวลอยออกไปนอกประตู ต่อให้เขาจะหยิ่งผยองมากเพียงใด เวลานี้ก็ได้แต่ทำปากแข็งะโข่มขู่รักษาหน้าเอาไว้เท่านั้น
“ตีได้ดีนัก ข้าเห็นคุณชายซ่งแล้วไม่สบอารมณ์นานแล้ว ทุกครั้งที่มาสำนักของเรา มักวางตัวเป็เ้านายตลอด สั่งนั้นสั่งนี้ ทำอย่างกับว่าตัวเองเป็เ้าสำนักของสำนักเป่ยเฉินของเราเช่นนั้นแหละ!” เมื่อลูกศิษย์ที่อยู่ด้านนอกเห็นคนของตระกูลซ่งจากไปอย่างจนตรอก ก็ะโเสียงดังอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าซ่งอวี่ที่เพิ่งออกไปได้ไม่นานจะไม่ได้ยิน
“เ้าจะเสียงดังทำไม เื่นี้ยังไม่จบ ไม่ได้ยินหรือว่าเขาจะไปพาคนมา? เพียงสำนักเป่ยเฉินของเราจะเอาอะไรไปรับมือกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลซ่งได้? ตอนนี้ดีใจไปมันจะมีประโยชน์อะไร?”
“ใช่ ตระกูลซ่งและศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเราเหมือนจะมีการหมั้นหมายว่าจะแต่งงานกัน แต่หากทะเลาะกับตระกูลซ่งจนมองหน้ากันไม่ติดเพราะเื่นี้ ในอนาคตเกรงว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่จะไม่ได้อยู่อย่างมีความสุขน่ะสิ!”
“พวกเ้าคิดดูให้ดีๆ กันก่อน เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ศิษย์พี่หญิงใหญ่ยังจะแต่งงานกับตระกูลซ่งอยู่ได้อย่างไร แต่ไม่รู้ว่าบุรุษที่อยู่ในห้องโถงผู้นั้นมาได้อย่างไร ดูเหมือนไม่เป็กังวลเลยสักนิดเดียวว่าตระกูลซ่งจะเอาคืน”
ทันใดนั้นไม่ว่าลูกศิษย์จำนวนมากของสำนักเป่ยเฉินบ้างก็ดีใจบ้างก็เป็กังวล ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรส
ฉินเหยียนเจินมองลู่อวี่ด้วยใบหน้าที่สำนึกผิด พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยลู่ ข้าขอโทษด้วยจริงๆ!”
ลู่อวี่พูดขึ้นอย่างไม่แยแสแม้แต่น้อย “ไม่เป็อะไร เพียงตัวตลกเท่านั้น แต่ข้าอยากดูสิว่าคุณชายซ่งผู้นี้จะสามารถพาใครมาทำให้ข้าแลกใจได้!” แต่ละวันใช้ชีวิตสงบสุขไม่น้อย มันช่างน่าเบื่อเกินไป หาเื่สนุกทำเสียหน่อยก็ดีเหมือนกัน!
