ถึงแม้ความลับดำมืดจะซ่อนอยู่ในดินประหลาดนั่น แต่ชูชิงก็เลิกกังวลว่าเถาอี้เฉินจะจับได้
เพราะทันทีที่เขาสะบัดฝ่ามือ ดินเ่าั้ก็ปลิวหายไปกับสายลม เป็การทำลายหลักฐานและช่วยเหลือเธอไปในตัวโดยที่เขาเองก็คงไม่รู้
ชูชิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก มุมปากยกยิ้มจางๆ
เถาอี้เฉินจ้องมองใบหน้าของเด็กสาว เห็นเพียงความเปิดเผยจริงใจ ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมเจตนาร้าย
ประกอบกับเขาเคยสืบประวัติเธอมาแล้วอย่างละเอียด รู้ดีว่าชูชิงเป็แค่เด็กชาวบ้านธรรมดา ไม่เคยได้รับการฝึกฝนพิเศษ จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะวางยาพิษหรือลูกไม้อะไรในดิน เมื่อคิดได้ดังนั้น ความระแวงในใจก็คลายลง... บางทีเขาไม่ควรโทษเธอ
แต่ควรโทษตัวเองมากกว่าที่เผลอใจลอยไปนึกถึงคนคนนั้น
หากเป็เถาอี้เฉินคนเดิม ผู้มีความรอบคอบระมัดระวังตัวเป็ที่ตั้ง เขาคงเก็บตัวอย่างดินไปตรวจสอบแล้ว แต่เมื่อครู่เขากลับเลือกที่จะสะบัดทิ้งไป
นั่นหมายความว่า... ลึกๆ แล้วเขาเลือกที่จะ 'เชื่อใจ' ชูชิง
คนที่ไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ อย่างเขา วันนี้กลับยอมยกเว้นให้เธอเป็กรณีพิเศษ
และความคิดที่จะเอาเื่เธอก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น
สายตาคมกริบเหลือบมองมือข้างที่ชูชิงใช้รองรับน้ำตา ไม่ได้คิดจะทวงคืน แต่แค่อยากรู้ว่าหยาดน้ำตาหยดนั้นยังอยู่หรือไม่
แม้จะไหลออกมาเพียงหยดเดียว แต่นั่นคือน้ำตาหยดแรกในชีวิต เขาจึงอยากรู้เหลือเกินว่าน้ำตาของตัวเองหน้าตาเป็อย่างไร มันจะต่างจากคนอื่นไหมนะ?
แต่ชูชิงกลับเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังโกรธ จึงรีบเอ่ยขอโทษเสียงอ่อย "ขอโทษนะที่ฉันถือวิสาสะรองน้ำตาไว้... ไม่ได้ขออนุญาตก่อน"
เถาอี้เฉินตีหน้านิ่งถามกลับ "แล้วน้ำตาหายไปไหนแล้ว?"
ชูชิงแบมือที่ว่างเปล่าให้ดู "แห้งไปกับลมแล้วล่ะ คืนให้ไม่ได้แล้วนะ"
เถาอี้เฉินรู้สึกเสียดายลึกๆ ที่พลาดโอกาสเห็นน้ำตาของตัวเอง เขาแอบก่นด่าตัวเองในใจที่มัวแต่เหม่อลอยจนพลาดวินาทีสำคัญไป
แต่ความรู้สึกนี้ เขาไม่มีวันบอกให้ชูชิงรู้ และจะไม่ถามด้วยว่าเธอทันสังเกตเห็นสีของมันหรือเปล่า
เวลานั้นเอง รถของผู้อำนวยการเฝิงก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ กระจกหน้าต่างถูกลดลง
"อี้เฉิน ธุระเสร็จหรือยัง? ถ้าเสร็จแล้วติดรถฉันกลับเข้าตัวอำเภอเลยไหม?"
"ครับ" เถาอี้เฉินขานรับสั้นๆ
ผู้อำนวยการเฝิงจอดรถรออย่างใจเย็น
ก่อนจะก้าวขึ้นรถ เถาอี้เฉินโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูชูชิงด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน "ชูชิง... ชาตินี้ฉันจะจดจำเธอไว้ แล้วเจอกัน"
น้ำเสียงนั้นฟังดูเหมือนโกรธแค้น แต่แววตากลับไม่ได้ดุดันอย่างที่คิด
ยังไม่ทันที่ชูชิงจะโต้ตอบ เขาก็ยัดตัวเองเข้าไปนั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว
ผู้อำนวยการเฝิงเอ่ยอย่างเกรงใจ "ชูชิง พอดีบนรถมีคนไข้ฉุกเฉินต้องรีบส่งโรงพยาบาลอำเภอ ไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะ"
ชูชิงตั้งใจจะถามเื่ลุงต้าลี่ว่าจะเอายังไงต่อ แต่พอเหลือบไปเห็นคนป่วยนอนซมอยู่ที่เบาะหลังจริงๆ เธอก็ไม่อยากถ่วงเวลา "เดินทางปลอดภัยนะคะ"
หลังจากมองส่งรถจนลับสายตา ชูชิงก็เดินกลับบ้านยาย
พอนึกถึงท่าทางกัดฟันพูดของเถาอี้เฉินเมื่อครู่ เธอก็อดขำไม่ได้... ผู้ชายที่แสนจะเ็าคนนั้น จริงๆ แล้วก็มีมุมน่ารักเหมือนเด็กๆ อยู่เหมือนกัน
"ชาตินี้จะจดจำฉันไว้เหรอ? ใครจะไปเชื่อ... วันข้างหน้าพอนายกลายเป็มหาเศรษฐีผู้ลึกลับ นายก็คงจำฉันไม่ได้แล้วล่ะ ในหัวนายคงมีแต่ตัวเลขกับเงินทอง จะเหลือที่ว่างให้ผู้หญิงธรรมดาอย่างฉันได้ยังไง"
ภาพความทรงจำในชาติก่อนแวบเข้ามาในหัว... ความอำมหิตไร้หัวใจที่เถาอี้เฉินปฏิบัติต่อผู้หญิงคนนั้น ยังคงเป็ฝันร้ายที่ทำให้เธอหนาวสะท้าน
...
เมื่อกลับมาถึงบ้าน
กู้เฉียนกับชูเฉียนยังคงนั่งคัดหินออกจากเมล็ดถั่วเขียวอย่างขะมักเขม้น
ชูชิงเอ่ยขึ้น "พี่กู้เฉียน... พี่เถาเขาไม่ได้เย็บกระเป๋ากางเกงหรอกนะ พอดีบังเอิญเจอผู้อำนวยการเฝิง ท่านมีเคสคนไข้ด่วนต้องรีบส่งโรงพยาบาล พี่เถาเขาก็เลยติดรถกลับเข้าตัวอำเภอไปแล้ว"
กู้เฉียนชะงักมือ "ไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ? ไม่คิดจะอยู่ลาลุงหลี่กับป้าหลี่หน่อยเหรอเนี่ย? ขืนปู่เถารู้เข้า มีหวังโดนด่าเปิงแน่... ไม่ได้การละ เื่นี้ต้องเหยียบให้มิด ห้ามให้ปู่เถารู้เด็ดขาด... ชูชิง เธอต้องช่วยฉันโกหกนะ บอกไปว่าอี้เฉินเขารอนานแล้ว แต่เกรงใจไม่อยากอยู่รบกวนมื้อเที่ยง ก็เลยขอตัวกลับก่อน... ตกลงตามนี้นะ?"
ชูชิงได้น้ำตาของเถาอี้เฉินมาสมใจแล้ว การช่วยกลบเกลื่อนเื่เล็กน้อยแค่นี้ถือเป็การตอบแทนที่คุ้มค่า เธอพยักหน้ารับ "ได้ค่ะไม่มีปัญหา... เฉียนเฉียน หนูเองก็ต้องช่วยพี่เก็บความลับนะ เข้าใจไหม?"
ชูเฉียนผู้เชื่อฟังพี่สาวเป็ที่หนึ่งรีบผงกหัว "หนูจะเชื่อพี่ใหญ่ค่ะ"
กู้เฉียนเกาท้ายทอยแก้เก้อ "เฮ้อ... งั้นฉันคงต้องอยู่รออธิบายให้ลุงหลี่กับป้าหลี่ฟังด้วยตัวเอง กลายเป็ต้องรบกวนมื้อเที่ยงบ้านเธออีกจนได้"
ชูชิงยิ้มหวาน "ตากับยายใจดีจะตาย พี่จะฝากท้องกี่มื้อก็ได้ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ... ว่าแต่เื่ลุงต้าลี่ เถาอี้เฉินเขาจะไม่บังคับให้กลับเมืองหลวงใช่ไหมคะ?"
"อี้เฉินไม่สนใจเื่อาต้าลี่หรอก แล้วจะไปบังคับได้ยังไง? อีกอย่าง อาต้าลี่หัวดื้อจะตาย ต่อให้ปู่เถามาลากคอเองยังไม่แน่ว่าจะยอมกลับเลย ยกเว้นแต่ความทรงจำจะกลับมานั่นแหละ"
"แล้วเื่ที่ลุงต้าลี่อยากขอเป็ลูกบุญธรรมของตากับยาย พี่บอกทางตระกูลเถาหรือยังคะ?"
"ยังเลย"
"งั้นรบกวนพี่ช่วยเกริ่นๆ ถามความเห็นทางนั้นหน่อยนะคะ หนูรู้สึกว่าลุงต้าลี่เขาจริงจังมาก ถึงจะแปลกที่คนความจำเสื่อมจู่ๆ อยากมาเป็ลูกคนอื่น แต่ทางครอบครัวเรายินดีรับค่ะ ติดแค่กลัวทางตระกูลเถาจะไม่ยอม"
"วางใจเถอะชูชิง เดี๋ยวฉันจะช่วยคุยให้ รับรองว่าไม่ให้ทางนั้นเข้าใจผิดพวกเธอแน่นอน"
"ขอบคุณมากนะคะพี่กู้เฉียน"
"โธ่... คนกันเองเกรงใจอะไรกันเล่า? เอาเป็ว่า ถ้ามีโอกาส วันหลังฉันจะหาวิธีเอาน้ำตาอี้เฉินมาให้ได้"
"ไม่ต้องแล้วค่ะ" ชูชิงรีบปฏิเสธ "หนูไม่อยากรู้แล้ว... เมื่อก่อนหนูอาจจะยังเด็กไม่รู้ความ แต่ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าที่เขาไม่ร้องไห้ ไม่ใช่เพราะเขาเืเย็น แต่เป็เพราะท่อน้ำตาเขามีปัญหา... พี่กู้เฉียน ห้ามไปล้อหรือพูดเื่นี้ต่อหน้าพี่เถาเด็ดขาดนะ เดี๋ยวเขาจะอาย"
"ห๊ะ? ท่อน้ำตามีปัญหา? เขาบอกเธอเหรอ?" กู้เฉียนทำหน้าตื่น
"ใช่ค่ะ"
ชูชิงจำเป็ต้องโกหกคำโต
เธอรู้ดีว่าเถาอี้เฉินคงไม่อยากให้ใครรู้เื่ที่เขาร้องไห้วันนี้ การโยนความผิดให้ 'ท่อน้ำตา' น่าจะเป็ข้อแก้ตัวที่ดีที่สุดที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของเขา
และต่อให้กู้เฉียนไปถามเ้าตัว เถาอี้เฉินก็คงไม่ปฏิเสธข้ออ้างนี้แน่นอน
กู้เฉียนทำหน้าเหมือนบรรลุธรรม "ฉันนับถืออี้เฉินจริงๆ มีแต่คนว่ามันใจหิน มันก็ไม่เคยแก้ตัวสักคำว่าเป็โรค... แต่วันนี้กลับยอมบอกความลับนี้กับเธอ แสดงว่าเธอต้องเป็คนพิเศษสำหรับมันแน่ๆ"
"พิเศษอะไรกันคะ...
เขาคงแค่เห็นว่าหนูไม่ได้เอาถุงหอมมาขู่เขาก็แค่นั้น"
"ก็จริง อี้เฉินมันไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร" กู้เฉียนพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่ติดใจสงสัย
เที่ยงกว่าๆ ฉินซูหลานกับหลี่ต้าเหวินก็กลับมาจากไร่ พอเข้าบ้านมาเห็นกองของขวัญวางพะเนินอยู่ในห้องโถงก็ใ
ชูชิงกับชูเฉียนรอให้ตายายกลับมาแกะของขวัญพร้อมกัน
กู้เฉียนรับหน้าที่อธิบายตามบทที่เตี๊ยมกันไว้ ว่าเถาอี้เฉินมาขอบคุณในนามตระกูลแต่เกรงใจเลยกลับไปก่อน จากนั้นก็ยุให้ฉินซูหลานรีบแกะห่อของขวัญด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองล้วนๆ
ฉินซูหลานค่อยๆ แกะห่อผ้าออก แล้วก็ต้องตะลึงกับความหนักอึ้งและมูลค่าของสิ่งที่อยู่ข้างใน
โสมคุณภาพดีขนาดสองหัวแม่มือ หมูสดเนื้อแดงสิบกว่ากิโล นมมอลต์หกกระป๋อง ข้าวสารชั้นดีหนึ่งกระสอบยี่สิบจิน ยังมีคูปองอาหารและคูปองอุตสาหกรรมอีกปึกใหญ่ พร้อมเงินสดอีกสามร้อยหยวน
และที่สำคัญที่สุด คือจดหมายขอบคุณลายมือบรรจงจากเถาเทียนเต๋อ
เนื้อความในจดหมายเรียบง่ายแต่จริงใจ
"ข้าพเ้า เถาเทียนเต๋อ ขอส่งจดหมายฉบับนี้แทนคำขอบคุณจากใจจริงต่อหนูชูชิงและพี่น้องตระกูลหลี่ทุกคน ได้โปรดรับของขวัญเล็กน้อยเหล่านี้ไว้เถิด มิเช่นนั้นข้าพเ้าคงจำต้องทิ้งภรรยาที่ป่วยไข้ไว้ลำพัง แล้วดั้นด้นมาที่หมู่บ้านเป่ยซินเพื่อกราบขอบคุณพวกท่านด้วยตัวเอง"
