มีเพียงคำกล่าวนี้เท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดเด็กทารกอายุไม่ถึงปีจึงมีพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
ทั้งสองสบตากันโดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิ และใช้เคล็ดวิชาลับเริ่มคำนวณและทำนายโชคชะตา!
แสงดาวระยิบระยับ ปรากฏค่ายกลใหญ่ที่มีทั้งสองเป็ศูนย์กลาง! คลื่นปราณโลหิตและปราณิญญาอันน่าสะพรึงกลัวปั่นป่วนรอบข้างจนโกลาหล ทุกสิ่งโดยรอบพังทลาย!
ประกายแสงเจิดจ้าเปล่งประกายระหว่างฟ้าดิน เศษเสี้ยวพลังแห่งกาลเวลาจำนวนมากนับพลันไหลเวียนออกมา แขนเสื้อของชายชราผมขาวและสตรีชุดแดงโบกสะบัด ราวกับเป็เซียนจากแดน์!
...
ณ แดนรกร้างอันกว้างใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่รู้กี่หมื่นลี้ ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวได้ถอนกิ่งหลิวทั้งสองกลับมาจากค่ายกลมิติ นำร่างหมดสติของหลินเสวียนกลับมาด้วย รวมถึงเตาหลอมเก้าทมิฬพิฆาต์ที่เพิ่งชิงมา!
ทำไมหลินเสวียนถึงหมดสติไป? ที่จริงแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็เพราะสายฟ้าเก้า์!
ว่ากันว่า สายฟ้าเก้า์นี้เป็สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของ์มาั้แ่ยุคา สามารถทำลายล้างสรรพสิ่งได้ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็ "ทัณฑ์์"!
แม้ว่าก่อนหน้านี้ หลินเสวียนจะสร้างมหาสมุทรสายฟ้าสีม่วงขึ้นมาได้ และดูเหมือนว่ามันไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับแก่นทองคำ ทว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
ต้องรู้ไว้ว่า หลินเสวียนยังอยู่เพียงระดับสร้างรากฐาน!
แต่เขากลับสามารถใช้ปรากฏการณ์ของตนเองต้านทานผู้แข็งแกร่งระดับแก่นทองคำถึงหกคนได้! หากข่าวนี้แพร่ออกไป เกรงว่าคนมากมายคงต้องตกตะลึงจนดวงตาถลนออกจากเบ้า!
ในเมื่อเป็เช่นนี้ หากหลินเสวียนสามารถทะลวงถึงระดับแก่นทองคำ และปลุกพลังของสายฟ้าเก้า์ขึ้นมาได้ เกรงว่าแม้แต่ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวเองก็คงไม่อาจดูดซับสายฟ้านี้ได้ และคงทำได้เพียงมองดูด้วยความอิจฉาเท่านั้น!
นี่เป็เหตุผลว่าทำไม ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวจึงสามารถดูดซับสายฟ้าเก้า์ได้ และตัดสินใจลงมือช่วยเหลือหลินเสวียน!
สายลมอ่อนโยนพัดผ่านหุบเขา กิ่งหลิวพลิ้วไหวอย่างแ่เบา หน่อสีเขียวสดพลันงอกเงยขึ้นทีละต้น! พลังชีวิตที่แฝงอยู่ในสายฟ้าเก้า์ช่วยฟื้นฟูาแที่เคยตกค้างเมื่อช้านานของิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวไปมากมาย!
สิ่งนี้ทำให้ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวรู้สึกประหลาดใจ
"พลังแห่งการทำลายล้าง กลับมีพลังชีวิตแฝงอยู่ภายใน… สายฟ้าสีม่วงนี้คืออะไรกันแน่? มันถึงมีคุณสมบัติแบบนี้ได้! มันช่างคล้ายกับทัณฑ์์ของยุคาเสียจริง…"
ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวนิ่งคิดเงียบ ๆ พร้อมกับดูดซับพลังสายฟ้านี้ต่อไป บนร่างหลักของมัน หน่อเขียวสดใหม่เริ่มแตกใบขึ้นเรื่อย ๆ ทุกใบหลิวดูราวกับเป็อาณาจักรหรือโลกใบหนึ่ง ซึ่งมีสรรพชีวิตมากมายนับไม่ถ้วนกำลังสวดภาวนาและบูชามันด้วยความศรัทธา!
อีกด้านหนึ่ง หลินเสวียนซึ่งยังคงหมดสติอยู่ ถูกกิ่งหลิวหยิบขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนำไปวางลงในบ่อน้ำิญญาที่อยู่ห่างออกไป เพื่อรักษาาแของเขา
แต่ในขณะนั้นเอง ร่างของิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวก็พลันสั่นไหวเล็กน้อย!
มันยกหนึ่งในกิ่งก้านขึ้น เปล่งแสงสีเขียวสว่างไสว ภายใต้สายลมที่พัดผ่าน แสงสีเขียวเปล่งประกายระยิบระยับ พร้อมกับมีอักขระลึกลับนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ก่อร่างสร้างเป็ฉากหนึ่ง
ฉากนั้นคือภาพของ "อาณาจักรเซียเต๋า" ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าแสนลี้ สถานที่แห่งนั้นเป็สถานที่ที่พวกเขาเพิ่งจากมา! ในภาพปรากฏให้เห็นชัดเจนว่า มีผู้แข็งแกร่งระดับครึ่งก้าวจิติญญาสองคนกำลังใช้วิชาเพื่อทำนายบางสิ่ง!
กิ่งหลิวปลิวไสวไปตามสายลม เปล่งประกายแสงเขียวสดใส แต่ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวกลับไม่ได้เผยอารมณ์ใด ๆ ออกมา มันเพียงยกกิ่งหลิวขึ้นสูง เตรียมแทรกแซงการทำนายของสองคนนั้นโดยตรง!
ก่อนที่ิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวจะได้ลงมือใช้พลังของเขา สายฟ้าสีม่วงพลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่นั่น!
จากนั้นสายฟ้าก็โปรยปรายลงมาดุจสายฝน พร้อมกับกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง พุ่งเข้าใส่สองผู้ฝึกตนระดับครึ่งก้าวจิติญญาของราชวงศ์เซียนโดยตรง!
เปรี้ยง! เสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่ว แม้ว่าทั้งสองจะตอบสนองได้รวดเร็วเพียงใด แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง!
สายฟ้าสีม่วงที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้านั้น คมกล้ายิ่งกว่าอาวุธของเทพเซียน มันฉีกกระชากค่ายกลป้องกันของพวกเขาโดยไม่ลังเล และซัดกระแทกร่างของพวกเขาโดยตรง ร่างทั้งสองสั่นสะท้านอย่างรุนแรง โลหิตและลมปราณปั่นป่วนไม่หยุด พวกเขาได้รับาเ็สาหัสในทันที!
สองผู้ฝึกตนระดับครึ่งก้าวจิติญญากระอักเืออกมาและถอยหลัง สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ!
บนท้องฟ้า สายฟ้าเก้า์ไม่ได้หยุดลง สายฟ้านับไม่ถ้วนยังคงผ่าลงมาจากความสูงบนนภา ดุจดั่งการลงทัณฑ์จาก์ ทำให้ผู้แข็งแกร่งทั้งสองต้องรับมืออย่างทุลักทุเล กระอักเืออกมาไม่หยุด!
หากหลินเสวียนได้รับรู้เื่นี้ เขาคงหัวเราะจนท้องแข็งแน่!
สายฟ้า์เก้าชั้นฟ้าคืออะไร? มันก็คือสายฟ้า ทัณฑ์์จากยุคา!
"พวกเ้าเป็เพียงมนุษย์ที่ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็เซียนแท้ คิดจะทำนายเกี่ยวกับสายฟ้าทัณฑ์์ที่นี่งั้นรึ? พวกเ้ากำลังหาที่ตาย!"
ขณะนั้น เมื่อิญญาผู้พิทักษ์ต้นหลิวมองเห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า มันก็ลดกิ่งหลิวลง ไม่คิดจะแทรกแซงอีกต่อไป ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับหลินเสวียนมากขึ้น
"หลินเสวียนคนนี้เป็ใครกันแน่? ทั้งที่ยังอายุน้อย แต่กลับซ่อนความลับมากมายขนาดนี้!"
"แม้แต่ในยุคา ข้าก็ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดสามารถควบคุมสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้…"
…
เนื่องจากหลินเสวียนต้องผ่านศึกหนักมาอย่างต่อเนื่อง ใช้เนตรหยินหยางและเนตรศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป อีกทั้งยังต้องควบคุมสายฟ้า์เก้าชั้นฟ้าท่ามกลางสถานการณ์คับขัน ส่งผลให้เขาสลบไป และถูกพาไปยังหุบเขาลึกในแดนรกร้าง เพื่อรักษาตัว
ขณะเดียวกัน ที่เมืองต้าเยียน อันอยู่ห่างไกลออกไป ใกล้กับป่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตระกูลหลิน ค่ายกลขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พลังคลื่นอันรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ ร่างสองร่างพลันร่วงลงมาจากค่ายกล หนึ่งเป็ชาย อีกหนึ่งเป็หญิง แต่ทั้งสองต่างมีลมหายใจอ่อนแรง!
สีหน้าของเสวียนอวี่ซีดขาวอย่างยิ่ง ร่างบอบบางของนางเต็มไปด้วยาแ แม้นางจะไม่เคยเข้าปะทะกับผู้ใดโดยตรง แต่ตลอดเวลานางได้ใช้ร่างตนเองต้านพลังสะท้อนเพื่อหลินเสวียน จนทำให้ได้รับาเ็สาหัส กระทั่งบางแห่งถึงกับเผยให้เห็นกระดูกขาว!
เสวียนอวี่กัดฟันลุกขึ้น แม้จะเป็ห่วงหลินเสวียนมากเพียงใด แต่นางก็ยังคงอดทน อุ้มร่างหลินฮ่าวซึ่งอาการสาหัสยิ่งกว่า!
ทั่วร่างของหลินฮ่าวเต็มไปด้วยาแสาหัสไปทุกส่วน เืแทบจะแห้งเหือดไปหมดแล้ว และลมหายใจก็อ่อนแรงอย่างที่สุด ทว่าบนร่างของเขายังคงมีแสงห้าสีเลือนรางปกคลุมอยู่
เสวียนอวี่ย่อมรู้ดีว่านี่คือแสงิญญาห้าสีที่หลินเสวียนเคยมอบให้ หากไม่มีพลังนี้คอยประคองชีวิต เกรงว่าหลินฮ่าวคงสิ้นชีพไปนานแล้ว!
เมื่อเห็นภาพนี้ เสวียนอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงร่างเล็ก ๆ ที่อยู่กลางสนามรบ ั์ตาของนางเริ่มแดงก่ำ หัวใจราวกับถูกบีบจนแน่น และน้ำตาก็แทบจะไหลออกมา!
"เสวียนเอ๋อร์... เสวียนเอ๋อร์..."
"รีบกลับกันเถอะ..."
"พี่ฮ่าว..."
"เสวียนเอ๋อร์..."
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเสวียนอวี่จะใช้พลังทั้งหมดที่มี แต่นางก็เดินไปได้ไม่ไกลนัก เพียงแค่เกือบร้อยจั้ง นางก็ทรุดฮวบลงกับพื้นและหมดสติไป!
