เนี่ยเทียนที่ใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มได้แต่ฝากความหวังไว้ข้างหน้า ยอมเคลื่อนหน้าตามเผยฉีฉีไปต่อแต่โดยดี
มีเผยฉีฉีนำทาง เขาและหลีเหย่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากมาย สามารถมองเมินภัยคุกคามที่มาจากรอยแยกห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนได้อย่างสิ้นเชิง
“ศิษย์พี่หญิง ทำไมสถานที่แห่งนั้นถึงถูกเปิดโปงได้?” หลีเหย่ถามขึ้นกะทันหัน
“เ้าหมายถึงเหมืองหยกคงหลิงน่ะหรือ?” เผยฉีฉีพูดโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง
“ใช่แล้ว” หลีเหย่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย “เหมืองหยกคงหลิงพวกเราเป็คนค้นพบไม่ใช่หรือ? สถานการณ์ของที่นั่นซับซ้อน ขนาดเข้าก็ยังยากลำบากอย่างถึงที่สุด แล้วเปลวอัคคีหามันเจอได้อย่างไร?”
“พวกเรายังเจอได้ คนอื่นๆ ก็ย่อมเจอได้เหมือนกัน” เผยฉีฉีกล่าวเสียงเรียบ
“เหมืองหยกคงหลิง...” เนี่ยเทียนมีสีหน้าตื่นเต้น
จากคำพูดของคนทั้งสอง เขาตระหนักได้ว่าข้อมูลที่คนของเดือนดับคิดจะเปิดเผยให้เผยฉีฉีรับรู้ก่อนหน้านั้น บางทีอาจไร้คุณค่าใดๆ ต่อเผยฉีฉีและหลีเหย่อย่างแท้จริง
เพราะว่าเดิมทีเหมืองหยกคงหลิงนั่นก็เป็เป้าหมายในการมาครั้งนี้ของเผยฉีฉีและหลีเหย่อยู่แล้ว
“หลีเหย่ บางครั้งคนของเปลวอัคคีและเดือนดับก็เข้ามาในเทือกเขาฮ่วนคงด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
“แน่นอน” หลีเหย่ตอบรับลวกๆ “เปลวอัคคี เดือนดับ และกะโหลกเืต่างก็สร้างค่ายกลนำส่งขนาดเล็กไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง จากค่ายกลนำส่งเ่าั้พวกเขาสามารถเดินทางจากพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ซากปรักหักพัง และเมืองโพ่เมี่ยตรงมายังเทือกเขาฮ่วนคงได้เลย ไม่จำเป็ต้องเดินทางให้ลำบาก”
“และก็เป็เพราะว่ามีค่ายกลดำรงอยู่ สมาชิกของเปลวอัคคี เดือนดับ และกะโหลกเืจึงมักจะมาสำรวจเทือกเขาฮ่วนคงอยู่เป็ประจำ”
“เทือกเขาฮ่วนคงในตอนนี้หากเทียบกับเมื่อครั้งอดีตแล้ว แน่นอนว่าย่อมเทียบไม่ติด ไม่ได้มีวัตถุดิบวิเศษอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งอีกแล้ว และก็ยากที่จะค้นฟ้าโลกใบใหม่ได้จากในรอยแยกห้วงมิติเ่าั้”
“แต่ว่าบางจุดที่ค่อนข้างห่างไกลและอันตรายของเทือกเขาฮ่วนคงยังคงมีโอกาสบางอย่างรออยู่”
“อีกอย่างในรอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง บางครั้งก็มีวัตถุแปลกๆ ร่วงออกมา ซึ่งวัตถุแปลกๆ เ่าั้ล้วนเป็วัตถุที่ล้ำค่าอย่างมากสำหรับผู้ฝึกลมปราณ”
“เพียงแต่ว่าเนื่องจากเทือกเขาฮ่วนคงในตอนนี้อันตรายเกินไป สัตว์วิเศษแข็งแกร่งที่มีชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงส่วนใหญ่ล้วนใช้ชีวิตกันอยู่ที่นี่ นั่นถึงได้ทำให้ระดับความยากในการค้นหามีเพิ่มมากขึ้น”
“รอยแยกห้วงมิติที่บิดเบือนอยู่ไม่นิ่งก็มักจะเปลี่ยนมาเป็พลุ่งพล่านไม่อาจควบคุม พลังในการสังหารเรือนกายที่มีเืเนื้อนั้นน่ากลัวจนยากจะจินตนาการได้”
“...”
หลีเหย่ที่อยู่ว่างๆ จึงพูดพลางเดินไปด้วย อธิบายสถานการณ์ของเทือกเขาฮ่วนคงในตอนนี้ให้กับเนี่ยเทียนฟังอีกรอบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ร่างของเผยฉีฉีก็หยุดชะงักอีกครั้ง พลันพูดขึ้นว่า “มีคน”
คำพูดนี้ดังออกมา เนี่ยเทียนจึงปลดปล่อยกระแสจิตออกไปทันใด รวบรวมสมาธิไปตรวจสอบมัน
ทว่าหลังจากที่พลังจิตของเขาแผ่ออกไปกลับไม่ค้นพบความผิดปกติใดๆ
เวลานี้เขาจึงค่อยๆ ตระหนักได้ว่าเนื่องจากความพิเศษของสถานการณ์ในเทือกเขาฮ่วนคง และความผิดปกติของคลื่นมิติได้ทำให้ขอบเขตการรับััของกระแสจิตเขาหดเล็กลงมาไม่น้อย แม้แต่ระดับความแม่นยำในการรับััก็ยังถูกจำกัดไปด้วย
ทว่าสำหรับเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับแห่งมิติแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เป็ปัญหา---นางได้เปรียบเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง
“ฟิ้ว!”
จากนั้นเผยฉีฉีก็ห้อตะบึงไปข้างหน้ากะทันหันอีกครั้ง คล้ายไม่ยินดีรอเนี่ยเทียนและหลีเหย่
เนี่ยเทียนที่เมื่อครู่นี้ผ่านประสบการณ์ที่ต้องกลับมามือเปล่าพอเห็นนางเคลื่อนไหวจึงติดตามไปด้วยความเร็วที่มากที่สุดทันที
“ฟิ้วๆ!”
เบื้องใต้รอยแยกห้วงมิติมากมายที่ตัดสลับกัน เศษหินที่มีรูปแบบไม่สมประกอบกระจัดกระจายไปทั่ว ซึ่งบนเศษหินขนาดใหญ่หลายก้อนในนั้นมีผู้ฝึกลมปราณของเปลวอัคคียืนอยู่หกคน
ผู้ฝึกลมปราณเ่าั้ล้วนมีตบะกลาง์ ปราณดุร้ายเข้มข้นระลอกแล้วระลอกเล่าถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกเขา
“เผยฉีฉี!”
ผู้ฝึกลมปราณหกคนที่มาจากเปลวอัคคีเมื่อมองเห็นว่าเผยฉีฉีปรากฏตัวต่างก็หน้าเปลี่ยนสีกะทันหัน
“อู้ๆ!”
แม้ว่าเนี่ยเทียนและหลีเหย่จะมาถึงช้าไปพักหนึ่ง แต่ก็ยังตามมาทันเวลา
ไม่เหมือนกับคราวก่อน ครั้งนี้เผยฉีฉีมาถึงล่วงหน้าทว่ากลับไม่ได้รีบร้อนลงมือ แต่มองรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับอยู่เหนือศีรษะของคนเ่าั้แล้วทำท่าครุ่นคิด
หลีเหย่ตามมาทัน สายตาที่เขามองรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ก็จริงจังอย่างเห็นได้ชัด
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ ทว่าดูจากสีหน้าของเผยฉีฉีและหลีเหย่ก็เดาออกว่าในรอยแยกห้วงมิติเ่าั้อาจจะมีความลึกลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่
“ใครอยู่ด้านใน?”
เผยฉีฉีถอนสายตากลับ ดึงกระแสจิตกลุ่มหนึ่งออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติแห่งหนึ่ง คล้ายเข้าใจสถานการณ์แล้ว
“เ้า...เ้ารู้ได้อย่างไร?” ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งของเปลวอัคคีได้ยินคำถามของเผยฉีฉีก็หน้าถอดสีทันที
“เหมืองหยกคงหลิงพวกเราเป็คนค้นพบก่อน เ้าถามพวกเรารึว่ารู้ได้อย่างไร?” หลีเหย่เด็กอ้วนแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง “ข้ามองออกแล้ว พวกเ้าหกคนเป็คนเฝ้าต้นทางใช่หรือไม่? คนที่เข้าไปขุดเหมืองหยกคงหลิงด้านในมีกี่คน? แบ่งออกเป็ตบะอะไรบ้าง? ยังไม่บอกมาตามตรงอีก!”
“เหมืองหยกคงหลิง! อยู่ในรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกัน?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
“อันที่จริงข้า้าคนที่มีชีวิตคนเดียวเท่านั้น” เห็นว่าคนทั้งหกไม่ได้พูดอะไร เผยฉีฉีก็มีท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด กระบี่สี่เล่มจึงบินออกมาจากในแหวนเก็บของของนางอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง
“ฟิ้วๆๆๆ!”
นาทีถัดมา กระบี่สี่เล่มนั้นก็พุ่งตรงเข้าหาคนสี่คน
“กระบี่ไร้รอย!”
เมื่อผู้ฝึกลมปราณหกคนของเปลวอัคคีมองเห็นว่าเผยฉีฉีเรียกเอากระบี่สี่เล่มออกมาใช้ก็พลันหน้าเปลี่ยนสี ร้องอุทานเสียงแหลมอย่างอดไม่อยู่
เนี่ยเทียนมองกระบี่สี่เล่มนั้น มองความประหลาดในการบินของมันก็หน้าเปลี่ยนสีไปเช่นกัน
กระบี่สี่เล่มนั้นห้อทะยานอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งแล้วก็หายวับไปไม่เห็นเงา
ราวกับว่าอยู่ๆ กระบี่สี่เล่มก็ตกเข้าไปอยู่ในห้วงมิติอื่นระหว่างทาง หายไปทั้งตัวและปราณ
ไม่ว่าจะใช้สายตาหรือกระแสจิตไปมอง เนี่ยเทียนก็ล้วนััไม่ได้ถึงความเคลื่อนไหวและตำแหน่งของกระบี่สี่เล่มนั้น
“สวบๆๆๆ!”
เมื่อกระบี่สี่เล่มมาปรากฏตัวอยู่ในเส้นสายตาของเขาอีกครั้งก็เสียบเข้าไปที่ลำคอของผู้ฝึกลมปราณสี่คนของเปลวอัคคีแล้ว ทำให้ทั้งสี่คนของเปลวอัคคีถูกสังหารไปในพริบตา
อีกอย่าง สี่คนนั้น...ยังไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายที่กระบี่ทั้งสี่เล่มจะโจมตีด้วย!
“กระบี่ไร้รอย!”
เนี่ยเทียนลูบคลำลำคอของตัวเองในทันที ในใจเย็นเยียบ ยิ่งรู้สึกกริ่งเกรงในตัวเผยฉีฉีมากขึ้นไปอีก
กระบี่บินทั้งสี่เล่มซึ่งมีชื่อว่า “กระบี่ไร้รอย” ที่เผยฉีฉีผู้เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติใช้ สามารถซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าได้ระยะสั้นๆ ทำให้ผู้ที่ถูกโจมตีไม่สามารถจับร่องรอยและทิศทางของมันได้
กระบี่ไร้รอยลอดผ่านความว่างเปล่า และเมื่อปรากฏอีกครั้งอย่างกะทันหันก็ได้เสียบเข้าไปอยู่ในเืเนื้อของศัตรูแล้ว
กระบี่ไร้รอยทั้งสี่เล่มนี้หากหายวับไปเมื่อใด ต่อให้ป้องกันมากแค่ไหนก็เอาไม่อยู่
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่ไร้รอยที่สังหารคนไปแล้วสี่คนมีสองเล่มที่ไม่มีคราบเืติดแม้แต่เส้นเดียวถูกดึงออกมา ปลายกระบี่ส่ายสะบัดไม่อยู่นิ่ง เล็งไปที่ผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีสองคนที่เหลืออยู่
“ใครอยู่ข้างในบ้าง? มีตบะเช่นไร ข้าจะถามพวกเ้าเป็ครั้งสุดท้าย” เผยฉีฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
สองคนที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากมองเห็นว่าปลายกระบี่ไร้รอยสองเล่มส่ายสะบัดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหายไปอีกครั้งก็คล้ายถูกโจมตีสติสัมปชัญญะให้แตกกระเจิง แย่งกันตอบจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
“มีคนสี่คนอยู่ข้างใน! คนหนึ่งตบะต้น์่ต้น สามคนคือกลาง์่ท้าย!”
“คนที่มีตบะต้น์่ต้นคือใต้เท้าหยางหลิงแห่งเปลวอัคคีของพวกเรา!”
“พวกเขาเพิ่งจะเข้าไปได้ครึ่งชั่วยาม ให้พวกเรารออยู่ข้างนอกเพื่อคุ้มกันและคอยเก็บหยกคงหลิงที่อาจลอยออกมาได้ทุกเมื่อ!”
“เนื่องจากความพิเศษของสถานการณ์ด้านในเลยไม่สามารถใช้ปราณิญญาได้ หากใช้ปรากฏิญญาจะชักนำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่รุนแรงผิดปกติ ทำให้รอยแยกห้วงมิติเปลี่ยนมาเป็ไม่มั่นคงถึงขีดสุด!”
“พวกเ้าโปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ เื่ที่ควรพูดพวกเราก็พูดหมดแล้ว!”
“ให้พวกเราจากไปเถอะนะ!”
“...”
ผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีขอบเขตกลาง์สองคนนี้ปกติเป็แค่พวกอวดเก่งดีแต่ข่มขู่คนอื่น พอมาเผชิญหน้ากับเผยฉีฉีจึงไม่มีแม้แต่ความกล้าในการต่อสู้
“หยางหลิง!” หลีเหย่ขมวดคิ้วมุ่น กล่าว “ศิษย์พี่หญิง เ้าหมอนั่นรับมือได้ไม่ค่อยง่ายนะ”
“หากอยู่ข้างนอกหยางหลิงอาจจัดการได้ค่อนข้างยาก แต่หากอยู่ข้างในก็ไม่น่าจะเป็ปัญหามากนัก” เผยฉีฉีตอบกลับหนึ่งประโยค
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่บินสองเล่มที่หายไปพลันปรากฏพรวดออกมาแล้วแทงทะลุไปยังหัวใจของผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีสองคนที่แย่งกันพูดทันที
ถึงตอนนี้ผู้แข็งแกร่งเปลวอัคคีที่เฝ้าอยู่ด้านนอกทั้งหกคนก็ล้วนถูกกระบี่ไร้รอยของเผยฉีฉีสังหารจนสิ้น ไม่เหลือใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
“ทรัพย์สินคนตาย!”
ดวงตาของเนี่ยเทียนพลันเป็ประกายแล้วรีบพุ่งเข้าไปที่ศพศพหนึ่ง เตรียมจะกวาดวัตถุวิเศษบนร่างของเขา
“หยุดนะ!” เผยฉีฉีใบหน้ามึนตึง กล่าว “เ้านี่มันไม่รู้กติกาเลยหรือไร? คนที่ข้าฆ่า รางวัลจากการต่อสู้ทั้งหมดก็ย่อมต้องตกเป็ของข้า!”
“หากเ้าคิดจะรวยก็ใช้ความสามารถของตัวเองไปฆ่าคนอื่น!”
“ขอแค่เขาตายด้วยน้ำมือเ้า ไม่ว่าเขาเป็ใคร ทรัพย์สินทุกอย่างบนร่างของเขาก็ล้วนกลายมาเป็ของเ้า”
“หัวเทียน เ้าอย่าทำให้ศิษย์พี่หญิงโกรธเชียวนา เชื่อฟังนางเสียดีๆ เถอะ” หลีเหย่รีบพูดเกลี้ยกล่อม
เนี่ยเทียนที่เดินมาได้ครึ่งทางจึงพลันหยุดชะงัก หลังจากยิ้มกระอักกระอ่วนก็พยักหน้าพูดว่า “เช่นนั้น...ก็ได้”
จากนั้นเขาก็ได้แต่มองเผยฉีฉีเดินมาหยุดอยู่ข้างศพที่เขาเล็งไว้ก่อนหน้าด้วยท่าทางไม่รีบไม่ร้อน จากนั้นนางก็ควานหาวัตถุวิเศษที่อยู่บนร่างของเขาอย่างละเอียด
หลังจากที่ทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งอยู่บนร่างของศพทั้งหกล้วนตกมาอยู่ในมือนางหมดแล้ว นางถึงได้พูดอีกครั้งว่า “เอาล่ะ พวกเราเข้าไปกันตอนนี้เลย”
-----
