แม่เลี้ยงอรรัมภาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว หลังจากไฟล์ตบินดีเลย์ไปนานถึง 2 ชั่วโมง เพราะฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ทำให้การบินต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเจอหน้าเมธัสที่มารอรับก็บอกให้รีบพาตนเองกลับไปหา ลูกสาวด่วน
ทันทีที่เจอหน้าเปรมาก็สำรวจตรวจดูว่ามีตรงไหนบุบสลายหรือเปล่า ทุกอย่างปกติถึงได้คลายความกังวลลงได้บ้าง หลังจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารให้ทุกคนได้ทานตามวัตถุดิบที่ถูกจัดหามารอโดยกรรณิการ์ ซึ่งล้วนแต่เป็ของที่ลูกสาวชอบทานทั้งหมด เนื้อปลา กุ้ง ปู ทำออกมาขึ้นโต๊ะห้าอย่าง อิ่มหนำสำราญกันทุกคน
“ได้ทานฝีมือคุณน้าทีไรลำบากกระเพาะผมทุกทีเลยครับ” เมธัสคือผู้ที่ทานเยอะสุด และอิ่มมากที่สุดเพราะเป็ผู้ชาย ทั้งไม่กังวลว่าตัวเองจะจุกตาย ให้เครียดยังไงเื่ทำให้ท้องอิ่มก็สำคัญ ไม่งั้นจะคิดอะไรไม่ออก เขาเป็แบบนี้แหละ
“น้ายังอยู่อีกหลายวัน ทำให้ทานได้อีกหลายมื้อเลย”
“คุณน้าอย่าตามใจมันมากค่ะ วัน ๆ เป้มันเอาแต่กิน ต่อไปพี่ว่าเราต้องมีมาตราฐานสักหน่อยแล้วไหมไอรีน เป้มันก็ถือว่าเป็หน้าตาของเธอเหมือนกัน ปล่อยให้มันกินทุกอย่างแบบไม่สนใจสุขภาพตัวเองจนอ้วนฉุเป็ลูกบอลลูนั์ไม่น่าดีนะ ดูตอนนี้สิหมดสภาพแล้วเนี่ย พุงป่องมาก ไปเลยรีบไป เก็บโต๊ะแล้วรีบไปล้างจานเลยแก มัวแต่นั่งอืดอยู่ได้เดี๋ยวอาหารไม่ย่อยกันพอดี” น้องชายคนนี้เธอชอบแกล้งมาั้แ่เด็ก
เปรมาอมยิ้ม เมธัสทำหน้ายุ่งไปก่อนแล้ว
“ผมอ้วนยากจะตาย”
“นั่นเพราะแกมีพยาธิเยอะ”
“อ้าวเหรอคะ ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่ให้เงินไปซื้อยา”
“พี่ไอรีนก็ไปเชื่อพี่อุ้ม”
“พวกลูกก็ชอบแกล้งน้อง”
แม่เลี้ยงอรรัมภาดุสาว ๆ เบา ๆ แล้วลุกไปเอาจานผลไม้ที่ปอกไว้มาเสิร์ฟ ย้ายมุมไปที่โซนนั่งเล่น งานล้างจานเป็หน้าที่ของเมธัส กรรณิการ์หยิบตารางงานออกมา คุยกันถึงเื่คิวอีเว้นท์ที่มีแทรกเพิ่มเข้ามาในวันเดียวกันของวันนั้นวันนี้
“่นี้ใครก็อยากดึงตัวเธอไปร่วมงาน” วันนี้กรรณิการ์รับสายเื่งานที่ติดมาหาเปรมาไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบราย งานแสดง งานโชว์ตัว พรีเซ็นเตอร์สินค้า ถ่ายแบบนิตยสาร ออกรายการเรียลลิตี้ต้องมาเลือกกันอีกทีว่างานไหนได้ไม่ได้
“เพราะความดังเป็พลุแตกเป็เหตุแท้ ๆ” เปรมาไม่ได้ถ่อมตัวสักนิด ปกติก็งานชุก รัดตัวอยู่แล้ว มีข่าวออกไปเหมือนช่วยส่งเสริมเื่งาน ให้ขอบคุณสองคนนั้นเหรอ เบะปากแรง ไม่มีทาง เธอต้องขอบคุณตัวเองต่างหาก นั่งงอขาบนโซฟาท่าทางเกียจคร้านสำราญใจ เอาส้อมจิ้มแตงโมไร้เมล็ดเข้าปาก ความหวานฉ่ำแผ่กระจายจนต้องจิ้มอีกเรื่อย ๆ
“อย่างอื่นไม่สน รับทรัพย์อย่างเดียวพอ”
“เื่นี้ถูกต้องค่ะ ไอรีนจะเป็นางร้ายที่สวยและรวยมาก”
“ตอนนี้เธอก็ทำมันได้แล้ว”
“ไม่ค่ะ ยังรวยไม่พอ ยังต้องรวยต่อไปอีก”
“แต่รับงานจนทำลายสุขภาพก็ไม่ได้ แม่ไม่เห็นด้วย”
“อุ๊ย! ลืมไปเลยว่าคุณแม่นั่งฟังอยู่”
“ทะเล้นนักนะเราน่ะ”
“ยังไงก็ดีกว่านั่งเศร้าเพราะโง่มานานไม่ใช่เหรอคะ”
ตกดึกสองคนแม่ลูกก็จูงมือเข้านอนพร้อมกัน ต่อให้ไม่มีเื่สำคัญต้องพูดคุยกัน ก็ต้องมีหนึ่งคืนที่ต้องนอนกอดกันหากขึ้นมากรุงเทพฯ เปรมาชอบนอนกอดอรรัมภา ชอบสูดกลิ่นกายหอม ๆ ของคนเป็แม่มาั้แ่เด็ก
“แม่เพิ่งเห็นข่าวที่คุณพฤทธิ์มากดไลก์ IG หนู มันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับหนูใช่ไหมลูก” จะวางเฉยก็ตัดใจไม่ลง เพราะมันมีหลายคนที่คอมเมนต์ออกแนวว่าทั้งคู่อาจมีซัมติงบางอย่างต่อกันลับ ๆ อรรัมภาจึงกังวลเป็พิเศษ ในกระแสข่าวอย่างนี้มันไม่สมควรมีเื่แบบนี้หรือเปล่า
เปรมายิ้มหวาน แววตาใสกระจ่าง เข้าใจในสิ่งที่มารดากังวลอยู่ตอนนี้ แต่ตัวเธอเองกลับไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเื่ดังกล่าวเลย แค่ใที่จู่ ๆ คุณพฤทธิ์ก็มากดไลก์รูปใน IG แบบไม่คาดคิดแต่ก็มีความคิดเหมือนคนอื่น ๆ ที่คิดไปในทางที่ว่าบางทีมือเขาอาจจะลั่นเอง กดแล้วกดเลยไม่เอาคืน
นั่นหมายความว่าอะไร?
เขาเข้ามาส่องเธอไงล่ะ คิดไปในทางนั้นได้อีก ในใจเปรมาจึงรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก หรือลองคิดอีกมุมหนึ่งซึ่งมีความเป็ไปได้เหมือนกัน คือเขาอาจกดเข้าไปที่ช่องค้นหาแล้วบัญชีเธอขึ้นแนะนำ เพราะกำลังเป็ข่าวดัง คนค้นเยอะ สื่อให้ความสนใจ เขาเห็นก็เลยดูสักหน่อย ท่าทีที่เขามีต่อเธอเมื่อคืนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรแค่แทบจะแช่แข็งให้ตายเท่านั้นเอง แต่มันก็แค่ใช่ไหมล่ะ เพราะเธอทั้งพูด และด่าไม่หยุดให้เขาฟังขนาดนั้นยังมีน้ำอึดน้ำทนกับเธอ
แต่ก็ว่าไม่ได้อีก หากพูดถึงเื่โชคที่ได้รับจากเขา จะมีใครโชคดีเท่าเธอล่ะที่มีวาสนาได้นั่งรถคันเดียวกับระดับบิ๊กบอสของวงการบันเทิงแบบไม่คาดฝัน แล้วยังได้เสื้อสูทราคาแพงระยับของเขามาใส่คลุมอีก
