หลังจากหลงเหยียนจากไปแล้ว ลุงใหญ่หลงห้าวก็นิ่งงันอยู่นาน ก่อนหันไปถามหลิงเทียนอวี่ “สหาย เ้าอย่าได้เชื่อคำพูดของหลายชายข้า ซื้อบ้านอย่างที่เขาบอกนะ อย่าเพิ่งฟังเขา ตอนนี้ข้าห่วงความปลอดภัยของเขามากจริงๆ”
หลิงเทียนอวี่พยักหน้าให้หลงห่าวเทียน “ท่านลุง ต่อให้หลงเหยียนมีพร์ที่ดียิ่ง ทว่าอายุยังน้อย วางใจเถิด ข้าจะรีบไปเมืองหยุนเฟิงพร้อมใต้เท้าผู้นำให้เร็วที่สุด ท่านไม่ต้องกังวลไป”
หลงห้าวพยักหน้า เขารู้ดีว่าผู้าุโใช้ทั้งชีวิตในหมู่บ้านั มีหรือที่จะยอมย้ายออกจากหมู่บ้าน อีกอย่าง ต่อให้ยอมย้ายออกมาจริงๆ ทว่าจะย้ายทันทีไม่ได้ ในเมื่อตระกูลหลงยังมีคนอีกนับร้อยคน
เมื่อนึกเื่เหล่านี้ เขาก็มองถุงผ้าเฉียนคุนในมือก่อนเร่งกลับไปยังหมู่บ้านั เชื่อว่ายอดฝีมือที่ตระกูลอู่ตี้ส่งไปครั้งนี้ต้องต่อต้านคนสำนักมารได้แน่นอน
เมื่อกลับมาถึงเมืองั หลงห้าวก็เล่าเื่ทั้งหมดที่เจอให้ผู้าุโแห่งตระกูลฟัง ทำให้ผู้าุโตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง หลานของตนไม่ธรรมดาจริงๆ ซึ่งเขาได้เดินทางไปยังแท่นบูชาของสำนักมารเพียงลำพังแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านว่าหลงเหยียนจะทำสำเร็จหรือไม่ ในเมื่อสำนักมารเป็องค์กรใหญ่ สำนักมารมียอดฝีมือมากมาย”
ผู้าุโแห่งตระกูลมองไปทางเมืองอู่ตี้พร้อมพูดด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิด ด้วยนิสัยของหลงเหยียน ต่อให้เขาวู่วาม ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะขาดสติหรอก เ้าลืมไปแล้วหรือว่าหลงเหยียนเป็คนที่จัดการปัญหาได้ดี เขากล้าไปเพียงกำลัง แสดงว่าเขาต้องมีกำลังรับมือ แม้จะดูป่าเถื่อน แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของหลงเหยียน เขาต้องสะสางได้แน่”
คนตระกูลหลงนึกถึงชายหนุ่มคนนั้น ต่างก็อธิษฐานเพื่อเขาในใจ เพราะที่ผ่านมาหลงเหยียนไม่เคยทำให้พวกเขาผิดหวังเลย
ส่วนเื่ซื้อบ้านที่เมืองหยุนจง ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ ในเมื่อผู้าุโแห่งตระกูลหลงไม่คุ้นเคยพื้นที่สักเท่าไร ในตำหนักหลงอู่ ยอดฝีมือทั้งหกคนมารอแล้ว ในหกคนนี้ มีสองคนเป็ยอดฝีมือระดับชีพธรณี ทำให้ผู้าุโรู้สึกตื้นตันเหลือเกิน
เมืองอู่ตี้ถึงกับส่งยอดฝีมือระดับสูงมาเฝ้าพวกเขาโดยเฉพาะ
ยิ่งไปกว่านั้น คนทั้งเมืองัต่างมองตระกูลหลงอู่ด้วยสายตาอิจฉา
…
เื่ที่หลี่เมิ่งเหยาถูกจับตัวไป ไม่นานก็แพร่ไปทั่วเมืองอู่ตี้ แน่นอนว่าสองพี่น้องเย่ซีหรานและเย่ซีหนานก็รู้เื่นี้ เย่ซีหรานไปหาผู้นำเว่ย ส่วนเย่ซีหนานนั้นเร่งไปที่เมืองหยุนเฟิงก่อนแล้ว เมื่อรู้ว่าหลงเหยียนเดินทางไปก่อน เขาก็แทบคลั่ง
“หลงเหยียน ด้วยพละกำลังที่เ้ามี ยังกล้าไปเสี่ยงอันตรายอีกหรือ ต่อให้อยากช่วยคน ถึงอย่างไรก็ควรเจียมเนื้อเจียมตัวบ้าง หากเ้ากล้าทำเสียเื่ ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่”
เขากลัวหลงเหยียนไปเพียงลำพัง จะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ในเมื่อหลงเหยียนมีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์เท่านั้น แล้วจะช่วยหลี่เมิ่งเหยาออกจากสำนักมารได้อย่างไร
“หลงเหยียน การกระทำเ้าไม่เลว หากจะให้ดี เ้ารอให้ข้าไปถึงก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้น ความวู่วามของเ้าจะทำร้ายพี่เมิ่งเหยา ข้าไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่”
เย่ซีหนานพุ่งออกไปแล้ว ในเมื่อเป็เมืองหยุนเฟิง เขาไม่จำเป็ต้องนั่งบนนกไป ในเมื่อเป็เพียงสองเขตแดนเท่านั้น
หลงเหยียนถามทางและมุ่งหน้าไปยังเมืองหยุนเฟิง เร่งรุดไปด้วยความเร็วสูง ในใจเขานึกถึงสตรีที่ชื่อหลี่เมิ่งเหยา นับั้แ่วันแรกที่เจอหน้ากัน หลงเหยียนก็จำได้ชัดเจน ตอนที่ตนถูกลั่วซางอัดบนสนามประลอง นางก็ปรากฏตัว บอกกับหลงเหยียนว่าอีกหน่อยจะปกป้องเขาเอง จะไม่มีใครกล้ารังแกเขาอีก
นางในตอนนั้น ทำให้หลงเหยียนตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล
“อ๊าก… พี่เมิ่งเหยา ท่านอย่าเป็อะไรไปนะ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน หากท่านตาย ข้าจะเอาชีวิตคนทั้งสำนักมารแน่” หลงเหยียนะโความในใจออกมาด้วยความโมโห
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ตอนนี้เป็เวลา่บ่าย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี นับว่าหลงเหยียนเข้าไปในเมืองเยว่หยางซึ่งอยู่ในเขตของเมืองหยุนเฟิงแล้ว
เมืองเยว่หยาง หากเทียบกับเนินดาราในตอนนั้นแล้ว เมืองเยว่หยางเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนที่นี่ล้าหลังนัก หลงเหยียนคาดว่าสำนักมารคงเป็อำนาจที่เล็กมาก สำหรับเมืองหยุนเฟิง ทว่าในตอนที่มาถึงที่แห่งนี้ หลงเหยียนััได้ถึงรังสีที่ชั่วร้ายของสำนักมารชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างทาง หลงเหยียนเห็นผู้คนหลากหลาย ในนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์มากมาย หลงเหยียนสืบข่าวครู่หนึ่ง เมื่อไรที่หลงเหยียนถามเื่สำนักมาร ฝ่ายตรงข้ามมักแสดงสีหน้าหวาดกลัว แล้วหนีหายไปจากหลงเหยียนทันที
เพราะความจำเป็ หลงเหยียนถึงได้ข่มขู่ผู้ฝึกยุทธ์ท่านหนึ่ง และรู้ที่ตั้งของสำนักมารโดยคร่าว
หลงเหยียนมองเมืองเยว่หยางแห่งนี้ก่อนจะกำหมัดแน่น
“สำนักมารนี่ช่างหาที่ซ่อนตัวเก่งจริงๆ ถึงได้เลือกสถานที่ห่วยแตกเช่นที่นี่”
ไม่นานหลงเหยียนก็ััได้ถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยมาจากด้านหลัง
หลงเหยียนเก็บซ่อนกลิ่นอายของตน กลืนยาซ่อนิญญาแล้วซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่ง ก่อนเห็นเย่ซีหนานมองซ้ายมองขวา จากนั้นก็พุ่งไปยังด้านหน้าด้วยความเร็ว
การปรากฏตัวของเขาไม่ได้อยู่เหนือการคาดหมายของหลงเหยียน คาดว่าเขาก็คงมาเพราะความเป็ห่วงหลี่เมิ่งเหยา อยากตามมาหาตนให้เจอ
หลงเหยียนครุ่นคิดแล้ว ‘ข้าหรือจะยอมเข้ากลุ่มเดียวกับเขา? ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว คิดว่าสำนักมารก็คงอยู่ไม่ไกล หรือไม่วันนี้หาโรงเตี๊ยมพักก่อนดีกว่า พักฟื้นร่างกายสักเล็กน้อย แล้วค่อยเริ่มลงมือใน่ดึก’
หลงเหยียนคำนวณไว้แล้ว เขาปล่อยพลังจิตของตนออกไป เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยรอบๆ แล้ว เขาก็หลบคนที่มีพลังระดับสูง
ไม่นานหลงเหยียนก็มาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเดินเข้าไป เมื่อเถ้าแก่ร้านเห็นหลงเหยียนก็กล่าวทักทาย นำขึ้นไปชั้นสอง จากนั้นหลงเหยียนก็ไล่เขาไป
หลงเหยียนวางแผนในใจไว้คร่าวๆ แล้ว เขาควรเข้าสำนักมารอย่างไร ในเมื่อหลงเหยียนไม่คุ้นเคยกับสำนักนั้นเลยแม้แต่น้อย ไม่กล้าเดินเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน สำนักมารก็จะเริ่มพิธีบูชายัญแล้ว ในเมืองเยว่หยางแห่งนี้มีกลิ่นคาวเือย่างรุนแรง คาดว่ามุมที่มองจากตรงนี้และเห็นสถานที่รกร้างคงเกี่ยวข้องกับสถานที่บูชาของสำนักมาร
ในห้องนอน ความคิดของหลงเหยียนครุ่นคิดแผนการอย่างต่อเนื่อง เขานั่งขัดสมาธิ หลับตาพักจิต
ขณะเดียวกันก็ใช้เวลานี้ฝึกวิชา…
ไม่นานเ้าสิงโตน้อยก็กล่าวทัก
“พี่เหยียน เหมือนข้างห้องมีคน คล้ายเป็เย่ซีหนาน”
“หืม? หมอนั่นตามข้าไม่เลิกจริงๆ บังเอิญขนาดนั้นเลย?” หลงเหยียนอยู่แบบเงียบๆ ไม่นานด้านนอกโรงเตี๊ยมก็มีเสียงทะเลาะกันดังขึ้น
“เพล้ง!” เสียงดังลั่น ราวกับมีคนได้รับาเ็ เย่ซีหนานะโเสียงดังแล้วบีบคอเถ้าแก่โรงเตี๊ยม
“นึกไม่ถึงว่าศิษย์สำนักมารอย่างพวกเ้าจะกล้าถึงเพียงนี้ กล้ามาจับตัวพี่เมิ่งเหยาของข้า เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร? ตัวข้าเป็คนของเมืองอู่ตี้”
เ้านั่นมีพละกำลังน้อยกว่าเย่ซีหนาน ทว่ากลับไม่กลัวเย่ซีหนานเลยแม้แต่น้อย ชายที่เืกบปากลับหัวเราะเสียงดัง
ท่าทางของเขาดูน่าขนลุก
“เมืองอู่ตี้? ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ยินมาว่าผู้พิทักษ์จับแม่นางมาจากเมืองอู่ตี้ ซึ่งมีปราณหยิน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า น่าเสียดาย หากวันนี้ข้าไม่ปริปากพูด เชื่อว่าการบูชายัญในวันพรุ่งนี้ต้องลุล่วงแน่ ผู้มีกายปราณหยินเทียบเท่าได้กับเืของคนที่เกิดเดือนหยินปีหยินนับพันคนเชียวนะ…”
--------------------
