หลงเหยียนคิดดูแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเมืองอู่ตี้ก็มีตั้งสิบหน่วยงาน มีคนตั้งหลายแสนคน ต่อให้เขามีเส้นสายภายในตระกูลอู่ตี้จริงๆ ก็คงหาตนไม่เจออยู่ดี
หลงเหยียนมอบกระบี่สังหารัให้กับเถ้าแก่ร้าน จากนั้นก็นำองุ่นจักรวาลออกจากร้าน ก่อนจากไป เถ้าแก่ร้านยังหยิบหญ้าวิเศษระดับมายาขั้นกลางสองต้นได้แก่ ต้นเซียนแปดกลีบ และต้นเซียนทองติดมือมาด้วย
“สหายน้อย นี่เป็ครั้งแรกที่เราเจอกัน ข้าขอมอบหญ้าวิเศษสองต้นนี้ให้เ้า หวังว่าหลังจากนี้เ้าจะมาร้านปันลั่วของเราบ่อยๆ ต่อไปหากมีของอะไรดีๆ สามารถมาหาที่นี่ได้เลย”
หลงเหยียนพยักหน้า มองเขาพลางยิ้มอย่างเกรงใจ จากนั้นจึงก้าวเท้าเดินออกจากร้าน เมื่อมาถึงหน้าประตู คนงานในร้านมองหลงเหยียนด้วยสายตาชิงชัง
หลงเหยียนมุมปากกระตุก “หึ! สายตาของพวกสุนัข”
จากนั้นเขาก็เดินจากไป…
สายตาของเถ้าแก่ร้านเต็มไปด้วยความโลภ หลังจากหลงเหยียนจากไปแล้ว เขารีบหยิบภาพวาดของกระบี่สังหารัจากหลังโต๊ะทำงานที่เคยซ่อนไว้มาเทียบ และพบว่ากระบี่เล่มนี้เป็ของจริง
แน่นอนว่ากระบี่สังหารันั้นหนักยิ่งนัก ทว่าความลับที่ซ่อนในกระบี่หนักหนายิ่งกว่า นั่นเป็ถึงการสืบทอดจากผู้ที่มีพลังสูงส่งเชียวนะ!
…
“พี่ใหญ่ หรือท่านจะมอบกระบี่สังหารัไว้ที่นี่จริงหรือ ความลับของกระบี่สังหารัและการสืบทอดที่นักหลอมยาเคยบอก”
หลงเหยียนยิ้มเยาะ “วางใจเถอะ ข้าตัดสินใจแล้ว สองถึงสามวันนี้เ้าพักอยู่แถวร้านปันลั่วก่อน จับตาดูให้ดีล่ะ หากมีโอกาส เ้าไปขโมยมันกลับมาให้ข้า!”
“กึก!” เมื่อสิงโตน้อยได้ยินเช่นนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เขารู้อยู่แล้วว่าหลงเหยียนต้องเตรียมแผนการไว้ในความคิดั้แ่แรก
“เมื่อก่อนข้าไม่เคยขโมยของใครมาก่อน ทำเช่นนั้นก็เหมือนทำลายภาพลักษณ์ของข้าน่ะสิ!”
“จะไปไหน…” หลงเหยียนบิดหูของสิงโตน้อย
“โอ๊ย เบาหน่อย เบาหน่อย ไปๆ ข้าไปแล้ว พอใจหรือยัง?”
…
พวกเขาทั้งคู่ถกเถียงกัน ่บ่ายก็หาของกินในเมืองหยุนจง ตอนที่กลับมาถึงเรือนเหยากวางก็ค่ำแล้ว เมื่อนึกถึงร้านปันลั่ว ผู้จัดการร้านที่อยู่เื้ัร้านค้าในละแวกนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ แม้กระทั่งคนที่ทำงานในร้านยังอวดดี เพื่อสั่งสอนเขา หลงเหยียนยอมใช้กระบี่สังหารัไปเสี่ยง ทว่าก็ได้หญ้าวิเศษชั้นดีมาหนึ่งต้น ผ่านไปไม่กี่วัน เขาจะไปขโมยกระบี่สังหารักลับมา
หลงเหยียนไม่กลัวพวกเขาจะย้ายกระบี่สังหารัไปที่อื่น เพราะบนแผ่นเหล็กลึกลับในถุงผ้าเฉียนคุนนั้นมีกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกันกับกระบี่สังหารั
เมื่อหลงเหยียนนึกถึงตรงนี้ เขาก็กำหมัดแน่น พละกำลังของตนต่ำยิ่งนัก ต่ำจนไม่น่ามอง
ทันใดนั้น สิงโตน้อยก็ััได้ว่ามีคนกำลังมา จึงแปลงกายกลายเป็สิงโตตัวน้อยตัวหนึ่ง
ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลงเหยียนเปิดประตูออก หลีกทางให้หลิงเทียนอวี่เข้ามา
ดูแววตาที่ร้อนรนของเขา คาดว่าคงหาตัวหลงเหยียนนานมากแล้ว
“ในที่สุดเ้าก็กลับมาสักที ข้าหาเ้ากว่าครึ่งวัน ข้ามาเพื่อจะบอกเ้าสองเื่ เื่แรก เรือนเหยากวางส่งคนไปสืบตระกูลของเ้าอย่างละเอียดแล้ว ที่แท้เื้ัตระกูลพวกเ้ากลับเป็ศัตรูกับสำนักมาร สำนักมารพบพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อที่เสียชีวิตแล้ว ครั้งก่อนเ้ามาสืบเื่สำนักมารกับข้า ที่แท้ก็เพราะเื่นี้นี่เอง”
“อะไรนะ?” หลงเหยียนตกตะลึง “สำนักมารหรือ? พวกเขาพบพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อแล้ว เป็ไปได้อย่างไร ตอนนั้นข้าสังหารเขาจนมอดไหม้ ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น วางใจเถอะ พวกเขายังไม่รู้ว่าตระกูลหลงของพวกเ้าเป็คนทำ แถมเรือนเหยากวางของเรา ใต้เท้าผู้นำได้ส่งคนไปปกป้องตระกูลหลงอู่ของพวกเ้าแล้ว”
เมื่อนึกถึงมารดา หลงเหยียนก็วางใจลงไม่น้อย ยอดฝีมือที่ถูกส่งไปเฝ้า อย่างน้อยก็มีพลังระดับชีพมนุษย์แล้ว
“เื่ที่สองคือภารกิจที่ครั้งนี้พวกเ้าต้องเข้าร่วม สำหรับเ้าแล้ว ยังถือว่าเป็ข่าวร้ายอยู่ดี ผู้ตรวจสอบการทดสอบของพวกเ้า!”
“คือผู้ใด?” หลงเหยียนไม่อยากได้ยินชื่อนั้นมากที่สุด
หลิงเทียนอวี่พยักหน้า “คาดว่าเ้าเองก็คงเดาได้แล้ว เขาก็คือลั่วซาง เ้าคนต่ำต้อยนั่นเป็คนเสนอตัวเอง นึกไม่ถึงว่าใต้เท้าผู้นำจะรับปาก”
“ลั่วซางอีกแล้ว?”
หลงเหยียนนึกถึงรอยประทับจากฝ่ามือในครั้งก่อน มันเกือบคร่าชีวิตของตน นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่ปล่อยตนไป ดูเหมือนหลงเหยียนจะทนไม่ได้แล้ว
‘ข้าต้องหาวิธีแล้ว รีบพัฒนาพลังของตัวเอง ยังเหลือเวลาอีกสองวัน!’ ในใจหลงเหยียนนึกถึงหน้าตาที่น่ารังเกียจของลั่วซาง
หลงเหยียนทำร้ายน้องชายเขาจนพิการ ลั่วซางเกลียดตนเหลือเกิน จากความโมโหกลายเป็ไฟโทสะ หลงเหยียนไม่เข้าใจ มารดารู้อยู่แล้วว่าตนมีเื่กับเขา แล้วยังปล่อยให้เขาเป็ผู้ควบคุมการสอบของตนอีก
“สำนักตงฟางของเรามีแหล่งข่าวสารที่กว้างขวาง หูตามากมาย คิดว่าลั่วซางนั่นคงไม่กล้าทำอะไรเ้าต่อให้คนอื่นหรอก จำไว้ว่าต้องรักษาระยะห่างจากเขา หรือจะอยู่กับเขาเพียงลำพังไม่ได้”
หลงเหยียนพยักหน้า ขอบคุณหลิงเทียนอวี่ที่เตือน กระบี่สังหารัไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว หากเกิดเื่ไม่ได้ขึ้นตอนนี้ เขามีพลังเพียงระดับชีพัขั้นที่แปด ต่อให้ใช้กายธาตุพลัง เลื่อนพลังปราณมากขึ้นเป็สิบเท่าก็ยังห่างจากผู้มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงอยู่ดี
อีกอย่าง ยังมีสำนักมาร หลงเหยียนรู้สึกกดดันจริงๆ ตระกูลอู่ตี้คือปัญหาที่เขาควรตระหนักที่สุด ต่อให้มารดาลงมือเอง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าคนที่ถูกส่งไปจะเฝ้าตระกูลหลงอยู่ตลอดเวลา
อย่างน้อยระยะเวลาในการทำภารกิจแรกให้สำเร็จ ยังไม่ส่งผลกระทบกับปัญหามากนัก
“หลงเหยียน ครั้งนี้ข้าก็ช่วยเ้าไม่ได้แล้ว เ้าคิดเอาเองก็แล้วกัน เตรียมความพร้อมเสียหน่อย ข้าหวังว่าเ้าจะไม่เป็ไร!”
เมื่อพูดจบ หลิงเทียนอวี่ก็จากไป
“นี่ท่านแม่จะมาไม้ไหนกันแน่? หรือกำลังทดสอบขีดจำกัดของข้า?”
ถึงกระนั้น เมื่อไม่นานมานี้เขาก็ได้ยินข่าวดีมา หลงเหยียนรู้มาว่าสำนักหนานกงมีคนเข้าใหม่ที่ชื่อหนานกงฉู่ และยังโดดเด่นในสำนักหนานกงด้วย
“คาดว่าผู้มากความสามารถที่พวกเขาพูดถึงต้องเป็พี่ฉู่แน่ รอมีโอกาส ข้าต้องไปหาพี่ฉู่ที่สำนักหนานกงให้ได้”
เมื่อนึกถึงหนานกงฉู่ บรรยากาศตอนพวกเขาเจอกันที่เนินดารา ตอนนั้นเขายังช่วยอธิบายเกี่ยวกับเมืองหยุนจงให้หลงเหยียนฟัง
“เนินดารา ลั่วเฉิง ลั่วซาง!”
หลงเหยียนนึกถึงลั่วซางอีกครั้ง ความแค้นในใจจึงลุกโชน
“หากเป็ไปได้ ข้าต้องทำให้เ้ารู้ว่าการมีเื่กับข้าจะต้องมีจุดจบอย่างไร ลั่วซาง เ้าสมควรตาย”
สีหน้าที่น่ากลัวของหลงเหยียนทำให้สิงโตน้อยรู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านในสายเืและิญญาัระดับสูงในตัว
สิงโตน้อยกลับสะดุ้งกับท่าทางของหลงเหยียนในตอนนี้
“พี่เหยียน ท่านอย่าโมโหนะ หรือให้ข้ารีบกลับไปชิงกระบี่สังหารัมาเดี๋ยวนี้ดีหรือไม่”
หลงเหยียนหัวเราะเพราะท่าทางที่น่ารักของมัน จึงยื่นมือไปจับศีรษะของสิงโต
“ไม่ต้องหรอก คิดว่าตอนนี้พวกเขาต้องกำลังชมเชยกระบี่สังหารัอยู่แน่ ข้ายังไม่รู้ความลับที่ซ่อนในกระบี่เท่าไรนัก ไม่แน่พวกเราอาจรู้ความลับเพราะพวกเขาก็ได้”
จากนั้นหลงเหยียนก็หยิบองุ่นจักรวาลออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุน
“สิงโตน้อย เอาไปเล่นเถอะ ไม่ต้องมารบกวนข้า”
หลงเหยียนนั่งลงบนเตียงก่อนจะหลับตาลงแล้วเริ่มฝึกวิชาหมัดทะลวงกับฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ ความคิดของเขาหมุนอย่างรวดเร็ว เขาสามารถใช้กระบวนท่าและทักษะการต่อสู้ได้อย่างดี
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด สิงโตนั่งลงข้างหลงเหยียนที่กำลังฝึกวิชาอย่างเงียบๆ แล้วเริ่มปรับแก่นผลึกของตนเช่นกัน
“หัวใจของสหายนั้นร้อนรุ่ม สิงโตน้อยช่วยชีวิตข้าแล้วสองครั้ง ชีวิตนี้ ข้าไม่มีทางทำผิดต่อสิงโตน้อยแน่”
หลงเหยียนลืมตาขึ้น ในแววตาของหลงเหยียนสามารถมองเห็นความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวของเขาได้ มันคือความไม่ยอมแพ้ให้กับใครง่ายๆ
“ลั่วซาง เทียนหลาง พวกเ้าแข็งแกร่งกว่าข้ามาก ไม่ว่าอนาคตจะยาวไกลเพียงใด ไม่ว่าเส้นทางด้านหน้าจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน ตัวข้า หลงเหยียน ไม่มีทางถอดใจ และไม่มีทางถอยเด็ดขาด”
--------------------
