ชายผู้นั้นมองหลงเหยียนด้วยสายตาตกตะลึง แววตาแสดงออกถึงความหวาดกลัว ตอนนี้เขาอยู่ตามลำพัง เป็ไปได้สูงที่จะถูกยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งตรงหน้าฆ่าตาย
เขาเงยหน้าขึ้น “เ้า เ้าเป็คนที่ท่านเ้าเมืองส่งมาหรือ?”
หลงเหยียนไม่ตอบให้เสียเวลา เผยตัวตนออกมาทันที “ข้าคือคนที่ตระกูลอู่ตี้ส่งมา เ้าเพียงแค่ต้องตอบคำถามของข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
เมื่อเขาได้ยินว่าหลงเหยียนเป็คนที่ตระกูลอู่ตี้ส่งมา หัวใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่ม นึกไม่ถึงว่าหยุนเชียนซินจะหาคนจากตระกูลอู่ตี้มาได้
เขารู้ว่าตนคงไม่สามารถต่อต้านยอดฝีมือที่อยู่ตรงหน้าได้
“ข้า ข้าคือคนตระกูลเจียง!” เขาพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“นำทางข้าไปยังที่พักของพวกเ้า”
ขณะที่หลงเหยียนกำลังบีบให้เขานำทาง เขาก็พบสตรีนางหนึ่งสลบอยู่ในกอหญ้า ร่างกายทรุดโทรม มองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเพิ่งถูกหยามศักดิ์ศรีมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายคนนั้นใ อยากะโร้องเสียงดัง ทว่าความเกลียดในใจหลงเหยียนปะทุแล้ว
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณชกเข้าที่หน้าอกเขาอย่างแรง ผลั่ก… หมัดนี้ส่งร่างของเขาลอยออกไปไกลสามเมตร
“น่าสมเพชจริงๆ ที่แท้เ้าก็กำลังทำเื่ระยำอยู่ที่นี่เองหรือ”
ทว่าเมื่อหลงเหยียนมองโฉมหน้าของสตรีนางนั้น ใบหน้างดงามได้รูป สัดส่วนของนางทำให้หลงเหยียนแทบทนไม่ไหว ยังดีที่ราชสีห์หิรัณย์หลับแล้ว ไม่อย่างนั้นละก็…
หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปบีบคอของเขา จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังสถานที่ที่เขาชี้ หลงเหยียนไม่กังวลเื่ความปลอดภัยของหญิงสาว เพราะเดี๋ยวเสี่ยวซูก็มาถึงแล้ว
ชายคนนั้นถูกจู่โจมอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายเขาแทบแตกสลาย ทว่ากลับไม่กล้าส่งเสียงร้อง แววตาฉายความสิ้นหวัง
“เกรงว่าเมื่อไปถึง ข้าก็คงตายในมือของยอดฝีมือคนนี้แล้ว” ชายผู้นั้นกลอกตา ถึงอย่างไรก็ไม่กล้าถอดใจ ที่นั่นมียอดฝีมือระดับชีพมนุษย์เชียว อีกทั้งตอนนี้เขาก็พบหลงเหยียนแค่คนเดียว
ทั้งดูเหมือนเขายังอายุไม่มากด้วย
ชายผู้นั้นคิดในใจ ‘เ้านี่มันกล้าไม่เบา เกรงว่าเขาต้องแยกย้ายกันเข้ามาเพื่อตามหาที่อยู่ของเราแน่ ข้าซวยเองที่เจอเขา เมื่อไรที่เ้าได้เจอยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ ถึงตอนนั้นข้าค่อยหาทางหนีเอาชีวิตรอด ต่อให้จะพิกลพิการก็ต้องหาโอกาสหนีให้ได้”
หลงเหยียนฉลาดมาก เขายิ้มร่า เพราะสามารถคาดเดาความคิดของชายผู้นั้นได้แล้ว หลงเหยียนอยากล่อลั่วซางกับพวกของเขาไปที่นั่น อยากยืมมือคนสำนักมารฆ่าตน มีหรือที่ตนจะมอบโอกาสนี้ให้พวกเขา?
ลั่วซางกับพวกเขาที่ตามอยู่ด้านหลังเกิดความประหลาดใจ “บัดซบ นึกไม่ถึงว่าเ้านั่นจะโชคดีไม่น้อย กลับจับตัวคนตระกูลเจียงได้จริงๆ”
พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าพลังิญญาของหลงเหยียนนั่นแข็งแกร่งเพียงใด
ชายผู้นั้นนำทางหลงเหยียนอย่างเชื่อฟัง หลงเหยียนจับมือเขา ไม่ปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว
“หากเ้ากล้าส่งเสียงดัง ข้ารับรองว่าจะฆ่าเ้าในชั่วพริบตา”
พวกเขาเดินไปประมาณครึ่งวัน ข้ามเขาไปหลายลูก กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ หลงเหยียนหันกลับไปมองด้านหลังครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่คล้ายกำลังสนุกทำให้ลั่วซางประหลาดใจ
“ถึงตอนนี้แล้ว เ้าหลงเหยียนนั่นยังนึกว่าตัวเองจะมีโอกาสรอดชีวิตอีกหรือ อ่อนต่อโลกจริงๆ” ซือถูหม่าส่ายหน้า
เดี๋ยวก็ถึงเวลาตายของหลงเหยียนแล้ว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจนั่นคือการที่หลงเหยียนมีพลังระดับชีพัขั้นที่แปด กลับรับมือคู่ต่อสู้ได้อย่างผ่อนคลายเช่นนี้
ลั่วซางพูดด้วยรอยยิ้ม “เ้าหลงเหยียนนั่นก็ไม่ธรรมดา ด้วยพละกำลังระดับชีพัขั้นที่แปด เอาชนะลั่วเฉิง น้องชายของข้าได้ ทว่าดูแล้ว เหมือนเขาจะแข็งแกร่งกว่าตอนอยู่ในตระกูลอู่ตี้กระมัง อาจเพราะพลังเลื่อนขึ้นแล้ว… มากสุดก็มีพลังอยู่ขั้นที่เก้า ด้วยพลังเพียงเท่านี้ก็เริ่มผยองแล้ว ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”
“ลั่วซาง เ้ายังดูไม่ออกอีกหรือ เ้าหมอนั่นใช้วิชาการต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังเป็วิชาที่คุ้นเคย เหมือนวิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆเลย!”
ลั่วซางพยักหน้า “เ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ได้ตำราไปแค่ไม่กี่วันก็สามารถใช้มันได้แล้ว เหนือชั้นจริงๆ แม้กระทั่งข้ายังเทียบไม่ได้เลย คงมีแค่สหายเทียนหลางของข้าเท่านั้นที่จะมีพร์สูงขนาดนี้”
ขณะที่ตามหลงเหยียนมาระหว่างทาง ลั่วซางก็รู้สึกตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ ซูจื่อมั่วถูกทิ้งอยู่ข้างหลังลั่วซางกับคนที่เหลือแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวซู
ลั่วซางตัดสินใจเด็ดขาด “คนแบบนี้ยิ่งสมควรตาย ไม่อย่างนั้น หากอีกหน่อยเติบโตไปมากกว่านี้ เกรงว่าคงกำจัดยากแล้วละ หลงเหยียน การตายของเ้าอาจทำให้หลายคนเสียดาย ไม่แปลกใจเลยที่ท่านผู้นำยอมเจอเ้าเป็การส่วนตัว”
ไม่นาน หลงเหยียนที่อยู่ด้านหน้าก็ใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะเขาลงต่ำ
หลงเหยียนฉายความดุร้ายในแววตา “ถ้ำที่อยู่ด้านหน้า เป็คนของพวกเ้าใช่ไหม?”
ชายผู้นั้นพยักหน้าหงึกหงัก “เมื่อครู่ท่านบอกแล้วนะ หากข้าพามาถึงที่นี่ ท่านจะไว้ชีวิตข้า”
หลงเหยียนมองเขา ตอนนี้เ้าหมอนั่นไม่มีประโยชน์แล้ว อยากจบชีวิตของเขาเสียทันที ทว่าเป้าหมายหลักของหลงเหยียนเป็สำนักมาร
มองชายตรงหน้าที่ไม่กล้าขัดขืน
ชายผู้นั้นมองหลงเหยียนด้วยสายตาหวาดกลัว “ท่านเคยบอกว่าจะไว้ชีวิตข้า ขอร้องท่าน ปล่อยข้าไปเถอะ” เมื่อชายผู้นั้นพูดจบ เขาก็รีบคุกเข่าลงคำนับหลงเหยียน
หลงเหยียนยกมุมปากขึ้น จากนั้นก็หยิบธูปออกมาจุด กลิ่นหอมก็โชยออกไปทั่ว เขายิ้มก่อนจะเอ่ยออกไป “ไม่รีบ ข้าเคยบอกว่าจะปล่อยเ้า ก็ต้องปล่อยเ้าอยู่แล้ว”
ขณะที่ชายผู้นั้นกำลังร้อนรน ทันใดนั้น ลั่วซางและซือถูหม่าที่อยู่ข้างหลังก็พุ่งเข้ามา รังสีที่แข็งแกร่งปกคลุมบนตัวชายผู้นั้นทันที รังสีพลังที่มาจากพลังในกาย ทำให้ชายผู้นั้นคุกเข่าลง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
หัวใจเขาเต้นเร็วยิ่งกว่าเมื่อครู่ เวลานี้ หลงเหยียนปล่อยตัวเขา ชายผู้นั้นรีบฉวยโอกาสลุกขึ้น กำลังจะหนีเอาชีวิตรอด ลั่วซางเร็วกว่ามาก พุ่งเข้าไปสังหารเขาตายทันที
ก่อนตาย ความเ็ปยังไม่แผ่กระจายไปทั่วตัว เขาลุกขึ้นคลานอีกครั้ง รีบพุ่งตรงไปยังที่พัก ลั่วซางใจร้อนอยากสังหารหลงหยียนให้ตายเสียตอนนี้ ทว่าเขากลับอยากให้คนของสำนักมารลงมือกับหลงเหยียนมากกว่า
“ไม่เจียมตัว ถึงมือข้าแล้วยังอยากคิดหนีอีก?”
หากปล่อยเขากลับไป คาดว่าคนของสำนักมารต้องรู้ว่ายอดฝีมือมาแล้ว ไม่แน่พวกเขาอาจกระจายหนีหายกันหมด
ลั่วซางะโเสียงดัง “หลงเหยียน รีบจับเขาไว้”
หลงเหยียนยืนอยู่กับที่ เหมือนไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น!
‘ดูออกชัดๆ ว่าเ้าหมอนั่นตั้งใจ แสร้งทำเหมือนไม่ได้ยินที่ข้าพูด น่าโมโหจริงๆ’ เมื่อคำนึงถึงคนของสำนักมาร ลั่วซางก็รอไม่ไหวแล้ว
หากไม่ใช่เพราะกลัวปล่อยให้เขาตายอย่างง่ายดาย กลับไปไม่รู้จะอธิบายกับใต้เท้าผู้นำอย่างไรละก็ ลั่วซางคงลงมือตั้งนานแล้ว
‘ต่อให้ฆ่าเ้าตายแล้วอย่างไร ข้ามีเทียนหลางคอยช่วย ก็แค่คนตายหนึ่งคน ไม่ว่าอย่างไรใต้เท้าผู้นำก็ต้องไว้หน้าเทียนหลางอยู่แล้ว’
เมื่อนึกเช่นนั้น ลั่วซางก็กำลังจะลงมือ
ซือถูหม่าจับมือเขาไว้ “ยังไม่รีบตามไปอีก ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสะสางเื่ภายใน”
ลั่วซางมองหลงเหยียนด้วยความชิงชังอยู่ครู่หนึ่ง “ตามเขากลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ข้าจะฆ่าเ้าเสียตอนนี้”
เห็นท่าทางที่โกรธจนควันออกหูของลั่วซาง หลงเหยียนจึงยิ้ม “อกแตกตายเสียได้ยิ่งดี ยังคิดจะฆ่าข้าอีก” หลงเหยียนก่นด่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะใช้วิชาพุ่งตามชายผู้นั้นออกไป
ลั่วซางกับคนอื่นๆ ก็รีบตามไปเช่นกัน…
--------------------
