เฒ่าปีศาจมิได้พูดข่มขวัญให้กลัวแต่อย่างใด กระทั่งผู้าุโลองกระบี่ยังถูกสุนัขโลกันตร์สามหัวเล่นงานจนาเ็สาหัส พวกเขาที่เป็แค่ศิษย์สามัญขั้นหลอมกายาจักประมือกับสุนัขโลกันตร์สามหัวได้อย่างไร
“ที่เ้าไล่ซั่งกวานเหยียนหลานไปเพราะไม่อยากให้นางเห็นตราประทับหินฟ้าทะมึนอย่างนั้นรึ?” จูชิงตะลึงงัน
“ถึงข้าจักมิได้สนใจคนสร้างตราประทับหินฟ้าทะมึนก็เถอะ แต่อดที่จะยอมรับมิได้ว่าตราประทับหินฟ้าทะมึนนี่ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง ถ้าให้คนอื่นมันคงไม่ดี เ้าเก็บไว้เองย่อมดีกว่า” เฒ่าปีศาจให้จูชิงเก็บตราประทับหินฟ้าทะมึน
สุนัขโลกันตร์สามหัวมองตราประทับหินฟ้าทะมึนถูกจูชิง่ชิงไปต่อหน้าต่อตาพลันแผดเสียงคำราม แต่พอถูกเฒ่าปีศาจตบหน้าเข้าไปฉาดหนึ่งก็หยุดร้องทันใด น้ำตาเอ่อคลออย่างน่าสงสาร!
“หยดเืลงไปหนึ่งหยด จากนั้นตราประทับหินฟ้าทะมึนก็จักเป็ของเ้า” เฒ่าปีศาจกล่าว
“มันง่ายขนาดนั้นเชียว?” จูชิงมองตราประทับหินฟ้าทะมึนอย่างไม่อยากเชื่อ มันเป็ถึงสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ แค่หยดเืไปลงหยดเดียวจะกลายเป็ของเขาง่ายๆ ได้อย่างไร?
“ข้าเคยโกหกเ้ารึ?” เฒ่าปีศาจถาม
จูชิงกลอกตา “ก็ใช่นะสิ ตอนที่เ้าบอกจะให้ข้ายืมพลังแล้วโผล่ออกมาแค่ร่างเงาอย่างไรล่ะ!”
“ข้าหลอกเ้าเพราะหวังดี ถ้าข้าไม่ทำเช่นนั้นเ้าคงตายไปแล้ว” เฒ่าปีศาจยิ้มงุ่มง่าม
“หึ” จูชิงแสดงท่าทางไม่พอใจใส่เฒ่าปีศาจอย่างชัดเจน
“เ้าเลี้ยงเ้าหมานี่ไปก่อนสิ ภายภาคหน้าน่าจักพอใช้งานได้บ้าง!” เฒ่าปีศาจชี้ไปยังสุนัขโลกันตร์สามหัว
ครั้นสุนัขโลกันตร์สามหัวได้ยินว่าตัวเองจะต้องกลายเป็สัตว์เลี้ยงของจูชิง มันก็ไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก เพราะมันเป็สุนัขเฝ้าโลกันตร์ ทั้งยังมีสายเืดึกดำบรรพ์อันสูงศักดิ์!
“หงิงๆ!” ทว่าพอหันไปเห็นสายตาของเฒ่าปีศาจ สุนัขโลกันตร์สามหัวก็หวาดผวา ก้มหน้าหมอบลงกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง!
“รูปลักษณ์เฉกเช่นนั้น ถ้าข้าร่วมเดินทางไปด้วย มีหวังไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกันพอดี” จูชิงกลอกตา
กล้าเลี้ยงสัตว์อสูรเฉกเช่นสุนัขโลกันตร์สามหัว ถ้าจอมยุทธ์คนอื่นเห็นต้องถูกล้อมทุบตีจนตายเป็แน่!
“ยังไม่รีบเปลี่ยนรูปลักษณ์อีก!” เฒ่าปีศาจะโ!
สุนัขโลกันตร์สามหัวครางหงิงๆ อยู่สองสามครั้ง ทันใดนั้น ตัวใหญ่ั์ก็หดเล็กจิ๋วเหลือเท่าฝ่ามือ หัวสามหัวหดเหลือเพียงแค่หัวเดียว!
“ต้องแบบนี้สิ!” จูชิงฉีกยิ้ม
สุนัขโลกันตร์สามหัวเบือนหน้าหนี ถ้าไม่ใช่เพราะเฒ่าปีศาจอยู่ มันคงเขมือบกินเด็กมนุษย์นั่นไปแล้ว
เฒ่าปีศาจเหลือบมองผู้าุโลองกระบี่ที่ยังสลบไม่ได้สติ “ต้องลบความทรงจำบางส่วนออก!”
สิ้นประโยคของเฒ่าปีศาจผู้าุโลองกระบี่พลันตัวกระตุก ใบหน้าฉายสีเ็ปเล็กน้อย ความทรงจำส่วนหนึ่งถูกลบหายไป
“เอาล่ะ เสร็จเื่แล้ว!” เฒ่าปีศาจสะบัดมือ จากนั้นร่างเงาก็อันตรธานหายวับ
จู่ๆ จูชิงก็รู้สึกเวียนหัว ตัวโคลงเคลงเซล้มลงกับพื้นราวกับว่าพลังในร่างกายถูกสูบกลืนไปจนหมด!
สุนัขโลกันตร์สามหัวเห็นดังนั้นก็ครุ่นคิดในใจ จะกินหรือไม่กินดี กินหรือไม่กินดี?
แต่พอนึกถึงร่างเงาน่าสะพรึง สุนัขโลกันตร์สามหัวก็ส่ายศีรษะ อ้าปากงับแขนจูชิง โยนเด็กหนุ่มขึ้นไปบนหลังเล็กจิ๋วของมัน แม้ยามนี้สุนัขโลกันตร์สามหัวจะตัวหดเล็กลง ทว่าเรี่ยวแรงยังคงเท่ากับตอนตัวโต มันแบกร่างผอมกะหร่องของจูชิงเดินลึกเข้าไปในป่า
“ฮ่าๆๆ เ้าหนู ข้าบอกแล้วว่าเ้าอ่อนแอเกินไป พลังแค่นี้ยังรับไม่ไหว” เฒ่าปีศาจนั่งอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์หัวเราะจนท้องแข็ง
จูชิงหน้ามืดทะมื่น ตอนแรกคิดว่าเฒ่าปีศาจแค่แกล้งพูดเล่น คิดไม่ถึงว่าร่างกายของเขาจะอ่อนแอจริงๆ ถึงจะยืมพลังส่วนหนึ่งของเฒ่าปีศาจยกระดับเป็ขั้นสร้างลมปราณ ทว่าพอร่างิญญาของเฒ่าปีศาจประทับลงมายังคงััได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ร่างกายก็รับไม่ไหวแล้ว
เพลานี้ในร่างกายเหลือเพียงความว่างเปล่า ลมปราณถูกผลาญจนหมดเกลี้ยง ทว่าเพราะมีหินโลหิตเขาจึงมิได้เป็กังวลเท่าไหร่นัก
“เฒ่าปีศาจ สุนัขโลกันตร์สามหัวมีความเป็มาอย่างไรกันแน่ เหตุใดข้าถึงััได้ถึงความประหลาดจากมัน?” จูชิงถามอย่างอดมิได้
“ฮี่ๆๆ ข้าเองก็ไม่คิดว่าจักเจอสุนัขโลกันตร์สามหัว แต่ก็นับว่าเ้าโชคดี ถ้ามิใช่เพราะข้าใช้พลังส่วนหนึ่งที่ฟื้นกลับคืนมาจากศิลาผนึกิญญาพิชิต์ เ้าก็คงม่องเท่งไปแล้ว” เฒ่าปีศาจหัวเราะแสนปีติ
จูชิงตะลึง เขาคิดไม่ถึงว่าระหว่างที่เฒ่าปีศาจประทับร่างเงาก็ต้องสูญเสียพลังมากมหันต์เช่นเดียวกัน ถ้าพูดถึงเฒ่าปีศาจที่เหลือเพียงเสี้ยวิญญาแล้ว ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายนั้นย่อมสูงลิบเสียดฟ้า จูชิงที่รู้แบบนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
“สุนัขโลกันตร์สามหัวเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งยวดในยุคดึกดำบรรพ์ วิธีการสืบพันธุ์ของสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อสุนัขโลกันตร์หมดสิ้นพลังชีวิต มันจักกักเก็บพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่เอาไว้ จากนั้นก็จะให้กำเนิดทายาท เมื่อเวลาผ่านไป ลูกสุนัขโลกันตร์สามหัวก็จะดูดซับพลังทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งสุนัขโลกันตร์สามหัวรุ่นต่อไปนั้นก็จักแข็งแกร่งกว่ารุ่นแรก โดยในโลกหล้านี้นั้นมีสุนัขโลกันตร์สามหัวเพียงแค่ตัวเดียว นั่นเป็วิธีที่สุนัขโลกันตร์สามหัวใช้ในการสืบทอด!” เฒ่าปีศาจพูด
“มีตัวเดียวในโลกหล้า แล้วสุนัขสามหัวรุ่นก่อนแข็งแกร่งขนาดไหน?” จูชิงถาม
“ธรรมดา แข็งแกร่งกว่าขั้นเหินนภาไม่เท่าไหร่!” เฒ่าปีศาจตอบ
จูชิงกลอกตา “พูดง่ายเสียจริง ข้ายังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงจักสำเร็จเป็ขั้นเหินนภา”
“แล้วตราประทับหินฟ้าทะมึนล่ะ เ้าดูสนใจตราประทับหินฟ้าทะมึนเป็พิเศษ” จูชิงถามต่อ
“ตราประทับหินฟ้าทะมึนมีความข้องเกี่ยวกับสุนัขโลกันตร์สามหัว เพราะในอดีตสุนัขโลกันตร์สามหัวเป็ผู้พิทักษ์ตราประทับหินฟ้าทะมึน!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“ผู้พิทักษ์ตราประทับหินฟ้าทะมึน?” จูชิงตะลึงลาน
เฒ่าปีศาจพยักหน้า “มันถูกขนานนามว่าเป็หายนะแห่งยุคดึกดำบรรพ์ คำกล่าวนั่นมิใช่คำล่ำลือไร้หลักฐาน ทุกครั้งที่มันปรากฏตัวล้วนนำหายนะมาสู่โลกไม่รู้จบ ปัจจัยหนึ่งเป็เพราะความแข็งแกร่งของมัน ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งก็คือตราประทับหินฟ้าทะมึน”
“ทำไมรึ?” เมื่อเฒ่าปีศาจพูดถึงความลับยุคดึกดำบรรพ์ จูชิงสนอกสนใจเื่ราวเ่าั้เป็อย่างมากเหมือนกับเด็ก
“เ้าไม่สงสัยหรือว่าตราประทับหินฟ้าทะมึนสร้างขึ้นมาได้อย่างไร!” เฒ่าปีศาจมองจูชิงพลางยิ้ม
พอเห็นรอยยิ้มของเฒ่าปีศาจ จูชิงตัวสั่นสะท้านโดยพลันทันใด เขาััได้ว่าไม่ต้องรู้วิธีสร้างตราประทับหินฟ้าทะมึนน่าจักดีกว่า
“ขั้นบำเพ็ญเพียรของเ้ายังไม่เพียงพอที่จักรู้ความลับ หากรู้ั้แ่เนิ่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อรากฐานวิถียุทธ์ของเ้า” เฒ่าปีศาจพูด
“นอกจากตราประทับหินฟ้าทะมึนจักผนึกลมปราณได้แล้วยังทำอะไรได้อีกหรือไม่?” จูชิงเอ่ยถาม
“แค่ความสามารถนั้นก็เป็ประโยชน์ต่อเ้ามากโขแล้ว!” เฒ่าปีศาจถลึงตาใส่จูชิง เขารู้สึกว่าเ้าเด็กนี่อยากรู้อยากเห็นมากเกินไปจนชักจะไม่สนใจสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์แล้ว
“แล้วถ้าเทียบระหว่างตราประทับหินฟ้าทะมึนกับธนูหลัวโหวล่ะ อันไหนแข็งแกร่งกว่ากัน?” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของจูชิง
เฒ่าปีศาจมองจูชิงเหมือนกับมองคนโง่ “ถ้าเป็คนปกติคงไม่ถามคำถามโง่ๆ แบบนี้กับข้า!”
“ข้าโง่ตรงไหน?” จูชิงไม่ยอมรับ
“หลัวโหวเป็ปีศาจ หมื่นปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ทุกสรรพสิ่งของเขาล้วนแล้วแข็งแกร่งที่สุด!” เฒ่าปีศาจพูดอย่างภาคภูมิใจ
“หลงตัวเองเสียจริง!” จูชิงเบ้ปาก
สุดท้ายเฒ่าปีศาจก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็ผู้สร้างตราประทับหินฟ้าทะมึน เขาไม่ได้ลืม หากจงใจหลีกเลี่ยงไม่พูดมันออกมา ในเมื่อเฒ่าปีศาจไม่อยากพูดถึง จูชิงก็ไม่ได้สนใจอะไร
ยามนี้ผู้าุโลองกระบี่มองแผลเป็ที่หน้าอกของตัวเอง หัวคิ้วขมวดผูกเป็ปม เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ทว่ากลับนึกไม่ออก
จอมยุทธ์ขั้นเหินนภามีความจำเป็เลิศ แม้เป็เื่ที่ผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็จำได้อย่างชัดแจ้ง ย่อมไม่มีทางลืมเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน!
สิ่งที่ผู้าุโลองกระบี่นึกออกเป็อย่างแรกก็คือมีความเป็ไปได้ว่าเป็ฝีมือของใครบางคน แต่เขาเป็จอมยุทธ์ขั้นเหินนภา ต้องเป็ผู้ที่แข็งแกร่งปานใดถึงจะสามารถลบความทรงจำของเขาได้โดยไม่รู้ตัว แม้เป็เ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนหรือผู้าุโที่ละทางโลกไปแล้วก็ไม่น่าจักทำได้
“แปลกมาก!” ผู้าุโลองกระบี่ส่ายหัว เขาอยากรายงานเื่นี้กับสำนัก ทว่าพอคิดว่าจอมยุทธ์ในสำนักจะต้องเห็นว่ามันเป็เื่ตลก เขาจึงล้มเลิกความคิด
ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ปล่อยมันไปก็แล้วกัน!
สุนัขโลกันตร์สามหัวตัวเล็กนอนหมอบหลับตาอยู่ในอาณาเขตอักขระิญญาต้องห้ามอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนหน้านี้มันใช้พลังไปมากโข ยามนี้จำต้องพักสักหน่อย
“จักปิดเื่นี้ได้นานแค่ไหน?” จูชิงถาม
“แค่ไม่มีใครทำลายอักขระิญญาต้องห้าม อย่างน้อยๆ ก็น่าจะสักหนึ่งปีกระมัง ถึงตอนนั้นถ้ามีคนเจอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเ้าอยู่แล้ว” เฒ่าปีศาจตอบ
เพลานี้ สุนัขโลกันตร์สามหัวซึ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็หมาน้อยได้กลายเป็สัตว์ขี่ของัคะนองน้ำน้อยไปโดยปริยาย มันเลื้อยอยู่บนคอของสุนัขโลกันตร์สามหัว ยกหัวชี้นู่นชี้นั่นตามทางไปเรื่อย
แม้ว่าัคะนองน้ำน้อยจะต่างชั้นกับสุนัขโลกันตร์สามหัวราวฟ้ากับเหว ทว่ากลิ่นอายัที่อยู่บนตัวของมันสร้างความหวาดหวั่นให้กับสุนัขโลกันตร์สามหัวอยู่ไม่น้อย
สุนัขโลกันตร์สามหัวมีสายเืดึกดำบรรพ์ก็จริง แต่สายเืนั้นยังมิได้ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์ ต่างกับัคะนองน้ำน้อยซึ่งเป็สายเืัดึกดำบรรพ์อย่างแท้จริง สูงศักดิ์ยิ่งกว่าสุนัขโลกันตร์สามหัวหลายเท่า สุนัขโลกันตร์สามหัวจึงยอมจำนนแก่ัคะนองน้ำน้อย
“เคร้ง!” อีกด้านหนึ่งหลงเฟยใช้กระบี่อันแหลมคมตัดหัวจระเข้ในครั้งเดียว หลังจากจัดการศพของมันเสร็จสิ้น เขาก็นั่งกรรมฐานฟื้นคืนพลังลมปราณ
ความแข็งแกร่งของหลงเฟยเรียกว่าอยู่อันดับต้นๆ ในหมู่ศิษย์สามัญ ตราบใดที่ไม่พบอสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ การทดสอบนี้ย่อมมิใช่เื่ยากอันใด เขาสะสมค่าคุณูปการได้ทั้งหมดสี่พันคะแนนแล้ว เขามั่นใจมากว่าตัวเองจักต้องข้ามขั้นอย่างก้าวะโแน่นอน เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คืออันดับที่หนึ่ง!
